“คุณพอจะบอกผมได้ไหม อะไรที่ทำให้คนดีๆ แบบคุณตัดสินใจฆ่าตัวตาย? ” หินถามขึ้น
เนวินไม่ตอบปฏิเสธออกมา เพราะเขาคิดว่าหินต้องรู้อย่างแน่นอนว่าเขาคิดจะทำอะไร เนวินจึงเลือกที่จะถามขึ้นมาแทน
“ทำไมคุณคิดว่าผมเป็นคนดีล่ะ? ผมอาจจะเป็นคนเลวก็ได้”
“หึๆ” หินหัวเราะขึ้นมาเบาๆ
“คุณหัวเราะอะไรของคุณ?” เนวินถามขึ้นด้วยความสงสัย
“การเป็นคนดีของคุณ มันคงทำให้คุณลำบากสินะ” หินเอ่ยขึ้น
“....” เนวินถึงกับพูดไม่ออกในทันที ชายคนนี้รู้ประวัติชีวิตเขารึยังไงกัน?
“คุณทำหน้าแบบนี้แสดงว่าผมเดาถูกใช่ไหมล่ะ? ” หินเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน
“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามของผมเลย ทำไมคุณถึงคิดว่าผมเป็นคนดีล่ะ? เราไม่ได้รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ” เนวินถามขึ้นอีกครั้ง
หินจ้องหน้าเนวินอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
“ที่คุณถอดรองเท้าเอาไว้เพราะมันจะได้ช่วยให้ตำรวจหาสถานที่เกิดเหตุได้ง่ายขึ้น และที่คุณยังคิดจะทิ้งกระเป๋าตังเอาไว้อีกด้วยเพราะมันจะช่วยให้ตำรวจระบุตัวตนของคุณได้ง่ายขึ้นเช่นกัน”
“คนที่คิดจะฆ่าตัวตาย ไม่จำเป็นจะต้องทำแบบนี้ก็ได้ แต่มันเป็นเพราะคุณรู้ตัวดีว่าการกระทำของคุณมันจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน คุณเลยพยายามช่วยให้พวกเขาทำงานได้ง่ายที่สุดเท่าที่คนที่ตายไปแล้วคนหนึ่งจะช่วยได้ ถูกไหมล่ะ? ” หินเอ่ยสิ่งที่เขาคิดออกมา
ซึ่งนี่มันทำให้เนวินรู้สึกทึ่งไม่น้อย เพราะมันเป็นไปตามที่หินได้พูดจริงๆ
“และผมคิดว่าเมื่อสักครู่ที่คุณยังไม่ได้โดดลงไปในทันทีมันเป็นเพราะผมมาเจอคุณเข้า ใช่ไหมล่ะ? ”
“.......” เนวินไม่ได้ตอบอะไรออกมา
“คุณกลัวว่าผมจะเห็นคุณฆ่าตัวตายและกลัวว่ามันจะทำให้ผมจำฝังใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ คุณเลยแสร้งทำเป็นว่ามันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น”
เมื่อหินเอ่ยจบ เนวินก็นิ่งเงียบไปในทันที ที่หินพูดขึ้นมานั้นถูกต้องทุกอย่างจริงๆ โดยเฉพาะเหตุผลที่เนวินยังไม่โดดในตอนนี้นั่นเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากให้มันกลายเป็นภาพฝังใจของชายแปลกหน้าคนนี้นั่นเอง
“ขนาดคนที่คิดจะฆ่าตัวตายแล้ว แต่ยังคิดเผื่อคนอื่นไว้มากขนาดนี้ ผมว่าเขาคงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรมากนักหรอก จริงไหม? ” หินเอ่ยต่อ“แล้วทำไม….?”
“แล้วทำไมผมถึงทำแบบนี้น่ะเหรอ? ” หินต่อประโยคของเนวิน
“คุณคิดว่า การเห็นคนฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตากับการเห็นคนกำลังฆ่าตัวตายโดยที่เราไม่ได้เข้าไปช่วย อันไหนมันแย่สุด”
“.....” เนวิน
“สิ่งที่จะแย่ที่สุด มันไม่ใช่การเห็นคนฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตาหรือการเห็นคนกำลังฆ่าตัวตายโดยที่เราไม่ได้เข้าไปช่วย แต่มันคือ การที่เราได้เข้าไปช่วยแล้วแต่ทำไม่สำเร็จต่างหาก”
“เพราะถ้าหากผมไม่สามารถช่วยคุณได้ มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต” หินพูดดักเนวินเอาไว้เป็นเชิงว่า
ฉันรู้ว่านายเป็นคนดีนะ ตอนนี้ฉันกำลังเข้ามาช่วยนาย ถ้าหากว่านายยังตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตาย ฉันจะคิดว่ามันจะกลายเป็นความผิดของฉันที่ไม่สามารถช่วยนายได้และฉันจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต
ในที่สุดเนวินจึงได้ถอนหายใจออกมายาวๆ ดูท่าชายแปลกหน้าคนนี้คงไม่ปล่อยให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาได้คิดเอาไว้เป็นแน่
เมื่อหินเห็นเนวินถอนหายใจออกมา เขาก็รู้ในทันทีว่าเนวินได้เปลี่ยนใจตัวเองแล้ว แต่มันแค่ตอนนี้เท่านั้น ถัดจากนี้เขาต้องช่วยชายคนนี้แก้ปัญหา ไม่อย่างนั้นเหตุการณ์แบบนี้ได้เกิดขึ้นอีกแน่
“ผมก็เล่าเรื่องของผมให้คุณฟังแล้ว คุณจะไม่เล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังบ้างเหรอ? ” หินถามขึ้น
“ถึงเล่าไปคุณก็ช่วยอะไรผมไม่ได้หรอก” เนวินเอ่ยขึ้นอย่างดูแคลน เขาคิดว่าหินนั้นยังมีอายุน้อยกว่าเขาด้วยซ้ำ จะมาช่วยเขาแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ยังไง
“มันก็ไม่แน่หรอก คุณรู้ไหม คุณไม่จำเป็นต้องกังวลกับปัญหาที่คุณเจอเลย” หินเอ่ยขึ้น
เนวินที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับมีท่าทีงุนงง จะไม่ให้เขากังวลได้ยังไง ปัญหาที่เขาเจอมันใหญ่มาก มากซะจนเขาตัดสินใจที่จะทำแบบนี้
“ปัญหาทุกอย่างมันมีทางแก้ คุณไม่จำเป็นต้องกังวลไป ยิ่งถ้าเป็นปัญหาที่ไม่มีทางแก้ ก็ยิ่งไม่ต้องกังวล เพราะมันแก้ไม่ได้ กังวลไปก็เท่านั้น” หินเสริมขึ้น
เนวินที่ได้ยินแบบนี้ตอนแรกเขามีท่าทีเหมือนจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเมื่อได้คิดๆ ดูแล้ว มันก็เป็นอย่างที่หินพูดจริงๆ ในที่สุดเนวินจึงได้เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา
“นั่นสินะ” เนวินเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วย
“ตกลงคุณจะเล่าปัญหาของคุณให้ผมฟังได้ไหม” หินถามขึ้นอีกครั้ง
เนวินพยักหน้าพร้อมถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่เขาจะเล่าปัญหาชีวิตของตนเองให้ชายแปลกหน้าที่ตนเองไม่รู้จักแม้แต่ชื่อฟัง ซึ่งมันกินเวลาไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดินเลยทีเดียว
หินนั้นตั้งใจฟังสิ่งที่เนวินเล่าด้วยความตั้งใจ ตลอดเวลาที่เนวินเล่า หินไม่ได้เอ่ยแทรกแม้แต่น้อย
“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ” เนวินเอ่ยออกมา ตอนนี้เขาได้เล่าปัญหาชีวิตของเขาให้หินฟังหมดแล้ว นี่มันทำให้เนวินรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นี่คงจะเป็นความรู้สึกดีๆ เวลาที่มีใครสักคนมานั่งรับฟังปัญหาของเราล่ะมั้ง?
“ถ้าคุณได้รับเงิน 1 ล้านบาท มันจะช่วยแก้ปัญหาให้คุณใช่ไหม? ”
“ใช่แล้วล่ะ แต่เงินมากมายขนาดนั้น ผมคงไม่มีปัญญาหามันมาได้หรอก” เนวินเอ่ยขึ้นด้วยความสมเพช เขาเรียนจบแค่ ม.ปลาย จะไปหาเงินมากมายขนาดนั้นได้จากไหน
“ถ้าผมช่วยคุณได้ คุณจะสัญญากับผมได้ไหม?” หินจ้องตาเนวิน ก่อนจะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุณนี่นะจะช่วยผม ฮ่าๆๆ ” เนวินหัวเราะออกมา เขาไม่ได้คิดจะดูถูกชายแปลกหน้าที่อายุน้อยกว่าตนเองแม้แต่น้อย แต่เขาไม่คิดว่าหินจะสามารถช่วยเขาได้
หินยังคงมีท่าทีจริงจัง ไม่ได้ขำไปกับเนวินแม้แต่น้อย จนในที่สุดเนวินจึงได้สำรวมท่าทีขึ้นมาอีกครั้ง
“ได้สิ ถ้าคุณช่วยผมได้ ผมจะสัญญากับคุณ แล้วคุณต้องการให้ผมสัญญาอะไรล่ะ? ” เนวินถามขึ้นด้วยความสงสัย
หินไม่ได้เอ่ยอะไรแม้แต่น้อย เขาทำการโอนเงิน 1 ล้านบาท เข้าบัญชีของเนวินในทันที ทันใดนั้นก็ได้มีเสียง SMS แจ้งเตือนยอดเงินเข้าบัญชี 1 ล้านบาทไปยังโทรศัพท์ของเนวิน
“นี่….นี่คุณโอนเงินมาให้ผม 1 ล้านเหรอ! คุณ คุณ รู้บัญชีของผมได้ยังไง!? ” เนวินเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ
“มันไม่สำคัญหรอก”
“ตะ...แต่ เงินที่คุณให้ผมนี่มัน 1 ล้านเลยนะ!” สำหรับเนวินแล้วเงินขนาดนี้มันไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เลย เพียงแต่สำหรับหินนั้น เงิน 1 ล้านมันก็แค่…..
“ผมไม่ได้ให้เงินคุณหรอกนะ ผมกำลังให้โอกาสคุณ ให้โอกาสน้องชายของคุณ ตอนนี้ผมได้ช่วยคุณแล้ว ทีนี้คุณก็ต้องทำตามที่คุณได้พูดไว้กับผม”
“คุณต้องการให้ผมสัญญาอะไรกับคุณ” เนวินเอ่ยถามขึ้น
“เรื่องแรกคุณจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก” หินเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง
“ได้ ผมสัญญา” เนวินตอบรับขึ้น การคิดฆ่าตัวตายมันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เขาต้องการมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
“เรื่องที่สอง วันหนึ่งถ้าคุณได้เจอคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก คุณจะช่วยเหลือเขา เหมือนอย่างที่ผมได้ช่วยเหลือคุณ”
“แน่นอน ผมสัญญา” เนวินตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น เขารู้เป็นอย่างดีเลยว่าการไม่ได้รับโอกาสนั้นมันรู้สึกแย่ขนาดไหน ถ้าวันหนึ่งเขาได้เจอคนที่กำลังลำบากแบบเขา เขาจะไม่รีรอที่จะให้ความช่วยเหลือเลย
“โอเค พระอาทิตย์ตกดินแล้วนี่ ผมคิดว่าผมควรจะกลับได้แล้ว”
“เดี๋ยวก่อนคุณ เงินของคุณ….”
“คุณไม่จำเป็นต้องคืนผมหรอก ถ้าคุณต้องการจะตอบแทนผม แค่ทำตามสัญญาที่คุณได้รับปากกับผมเอาไว้ก็พอ” หินเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเดินจากไป
“คุณ เดี๋ยวก่อน! ผมยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย” เนวินเอ่ยไล่หลังหินขึ้นมา
หินหยุดเดินครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นมาโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับไป
“วันหนึ่งถ้าโชคชะตานำพาคุณให้มาเจอกับผมอีกครั้ง คุณจะรู้จักชื่อผมเอง”
ขณะที่หินกำลังจะเดินต่อไปนั้นเขาก็นึกเรื่องสำคัญอีกเรื่องขึ้นมาได้
“อ้อ ถ้าหากมีข้อความเชิญชวนเข้าองค์กร DrawkCab คุณลองตอบรับคำเชิญดูนะ ผมคิดว่ามันจะช่วยคุณได้เยอะเลยล่ะ” เมื่อพูดจบหินก็เดินจากไปทันที
“ขอบคุณ...” เนวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เขาไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าคนนี้มาจากไหน เขาไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าคนนี้เป็นใคร แต่สิ่งที่เขารู้ก็คือหลังจากนี้ ชีวิตต่อจากนี้ของเขาจะต้องดีขึ้นเพื่อเป็นการตอบแทนชายแปลกหน้าคนนี้และเขาจะไม่ทำให้โอกาสที่เขาได้รับในครั้งนี้เสียเปล่าอย่างแน่นอน เขาสัญญา...
------------------------------------------------------
เพิ่มเติมนะครับ เผื่อหลายคนยังสงสัยหินไม่ได้ถูกเผยแพร่ว่าเป็นประธานบริษัทครับ อันที่จริงตอนเปิดตัวบริษัทหินทำข้อตกลงกับสื่อว่าไม่ให้เผยแพร่ตัวตนของเขาออกไปเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้นก่อน แต่ข้อตกลงนี่ก็ยังเกิดขึ้นในภายหลังอยู่ดี ทำให้ทั้งโลกก็ยังไม่รู้ว่าหินหน้าตาเป็นยังไงเว้นแต่ นักข่าวที่ไปในวันเปิดตัวเท่านั้น ดังนั้นในส่วนของตัวตนประธานบริษัท ก็ยังเป็นความลับอยู่ครับ ถึงแม้จะมีรูปหลุดไปก็ถูกเดวิดเก็บกวาดไม่เหลืออยู่ดีครับ เพราะเดวิดสามารถเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างบนโลก ดังนั้นตัวตนของหินในตอนนี้ยังเป็นความลับอยู่ครับ