“แน่นอน” ผู้อาวุโสชุดม่วงยิ้มน้อยๆ ให้กับคำถามของเย่เฉิน“ข้าเคยพบเห็นอัคคีเที่ยงแท้มามากมาย แต่อัคคีเที่ยงแท้สีทองอย่างเช่นเจ้าข้ากลับเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก”
“แต่ข้าคิดว่าอัคคีเที่ยงแท้ของข้ายังไม่แข็งแกร่งมากพอ”เย่เฉินเกาศีรษะของตนเอง
“อัคคีเที่ยงแท้เกิดจากฟ้าดินมันคือจิตวิญญาณแท้แต่กำเนิดโดยธรรมชาติแล้วยังสามารถรับความกดดันการฝึกตนของผู้เป็นเจ้าของได้เจ้าเพิ่งจะเป็นผู้ฝึกตนขั้นรวมพลัง อัคคีเที่ยงแท้ของเจ้าจะสอดคล้องกับพื้นฐานการฝึกตนของเจ้าเท่านั้นและ...”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ผู้อาวุโสชุดม่วงก็หยุดไปชั่วขณะ และมองไปที่เย่เฉินอย่างมีนัย“และอัคคีเที่ยงแท้ของเจ้า ยังไม่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา”
“ยังไม่ตื่นหรือ?” เมื่อเย่เฉินได้ยินดังนั้นก็ยิ่งประหลาดใจ
“ข้าบอกได้แค่ว่ามันไม่ใช่อัคคีเที่ยงแท้ธรรมดาทั่วไป อย่างน้อยในสายตาของข้ามันแข็งแกร่งกว่าอัคคีเที่ยงแท้ที่ข้าเคยพบมาทั้งหมด” ผู้อาวุโสชุดม่วงเหมือนจะพยายามปกปิดอะไรไว้การพูดอะไรมากกับเย่เฉินในตอนนี้ ยังไม่ใช่เรื่องดี
เย่เฉินรู้สึกว่ายังมีเรื่องอะไรปิดบังอยู่แต่เขาก็รู้จักที่จะระงับความอยากรู้นี้เอาไว้ จึงไม่ได้ถามอะไรอีก
“มาเถอะ!” ผู้อาวุโสชุดม่วงได้ยกแขนขึ้น จากนั้นยกฝ่ามือขึ้น
เย่เฉินไม่รอช้ายกแขนขึ้นทันที ฝ่ามือของเขาก็แนบไปกับฝ่ามือของผู้อาวุโสชุดม่วง
ทันใดนั้นเมื่อเขานึกขึ้น อัคคีเที่ยงแท้ก็พุ่งออกมาตามต้องการถ่ายเทเข้าสู่แขนของผู้อาวุโสชุดม่วงผ่านฝ่ามือของตนเอง ปลายเป็นความนับไม่ถ้วนโอบล้อมอักขระยันต์เหล่านั้นเอาไว้อย่างแน่นหนา
“เลือดปีศาจ”เมื่อได้สัมผัสกับร่างกายของเย่เฉินอย่างแท้จริงแล้วดวงตาของผู้อาวุโสชุดม่วงก็เปลี่ยนความลึกล้ำเหลือประมาณ
เขาจ้องมองไปยังเย่เฉินดูเหมือนว่าจะสามารถมองเห็นเลือดที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างของเย่เฉินจากด้านในนั้นเขาสามารถตรวจจับพลังการบีบอัดของเลือด ความดุร้ายและความรุนแรงได้
ผู้อาวุโสชุดม่วงหรี่ตาลงและยังจ้องไปยังเย่เฉินอย่างไม่อาจตรวจสอบอะไรได้
“ทำไมในตัวเขาถึงมีเลือดปีศาจ”ผู้อาวุโสชุดม่วงพึมพำในใจและเขาก็ยังดูออกว่าเย่เฉินไม่รู้ตัวว่าตัวเขานั้นมีเลือดของเผ่าปีศาจโบราณ
ความสงสัยในใจถูกขัดจังหวะด้วยความเจ็บปวดบริเวณแขนของเขา
ผู้อาวุโสชุดม่วงละความคิดออกจากร่างกายของเย่เฉินหันเหความสนใจไปยังแขนของตนเองที่ถูกอัคคีเที่ยงแท้ของเย่เฉินโอบล้อมเอาไว้คาถาประทับตราของคาถานักเวทย์รู้สึกได้ถึงภัยคุกคามที่รุนแรงจึงทำการต่อสู้อย่างหนักหน่วง
เมื่อเห็นดังนั้นผู้อาวุโสชุดม่วงก็ชี้ออกไปทำการตรึงคาถาประทับตราของคาถานักเวทย์เอาไว้ที่แขนของตนเองเพื่อไม่ให้มันแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
หนึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างเงียบๆเย่เฉินก็มีเหงื่อไหลท่วมตัว
อัคคีเที่ยงแท้ของเขายังคงลุกโชนแต่คาถาประทับตราของคาถานักเวทย์ยังคงฝังแน่นอยู่อย่างเห็นได้ชัดไม่นึกเลยว่ามันจะยังยืนหยัดต่อสู้กับอัคคีเที่ยงแท้ได้ ดังนั้นในตอนนี้ เขาสามารถแก้คาถาประทับตราไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“คงต้องบอกลาเหล็กดำและเหล็กหล่อดำเสียแล้ว!” เย่เฉินปาดเหงื่อ
เมื่อนึกตอนนี้เขาก็รู้สึกเสียดายที่เรียกค่าตอบแทนน้อยไปหน่อย คาถาประทับตราของคาถานักเวทย์นั้นยังห่างไกลกับกระบองฟันหมาป่าของเจ้าหมีสองที่ใช้เวลาถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนจึงจะสามารถหลอมได้ เมื่อต้องการจะกำจัดไปให้สิ้น ก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาจึงจะทำได้อย่างสมบูรณ์
ขณะที่เย่เฉินกำลังสิ้นเปลืองพลังอยู่นั้นผู้อาวุโสชุดม่วงก็วางฝ่ามือของเขาลงบนไหล่ของเย่เฉินแก่นแท้จึงม้วนเข้าสู่ร่างกายของเย่เฉิน
เมื่อแก่นแท้ได้เข้าสู่ร่างกายมันทำให้เย่เฉินถึงกับตกใจ
“สหายน้อยเพียงแค่สกัดหลอมอักขระยันต์ก็พอ”ผู้อาวุโสชุดม่วงเอ่ยปากขึ้น “คาถานักเวทย์และอักขระยันต์ถูกเชื่อมไว้ด้วยกันเมื่ออักขระยันต์ถูกหลอมแล้วข้าก็มีวิธีที่จะจัดการกับคาถานักเวทย์ได้”
อือ!
เย่เฉินพยักหน้าหายใจเข้าลึกๆ เปลวไฟของอัคคีเที่ยงแท้ก็ลุกโชติช่วงในทันที
หกชั่วยามต่อมาเป็นครั้งแรกที่เขาหมดแรง ผ่อนลมหายใจและเรียกคืนอัคคีเที่ยงแท้
เมื่อมองไปที่แขนของผู้อาวุโสชุดม่วงอักขระยันต์บนนั้นตอนนี้ดูยุ่งเหยิงและอักขระยันต์ที่เชื่อมต่อกับคาถานักเวทย์นั้นก็เกิดความผันผวน
ผู้อาวุโสชุดม่วงเป็นผู้มีพลังงานเหนือธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่นิ้วสองนิ้วถูกแนบเข้าด้วยกัน กดไปบนไหล่ และเคลื่อนต่อไปด้านล่างคาถาประทับตราที่อยู่บนแขนของเขาได้ถูกเขาบีบเข้าอย่างรุนแรง
เย่เฉินไม่ได้ทำการรบกวนและค่อยๆ ถอยออกมาจากสวนเล็กๆ นั่น
และกลับไปยังห้องโถงด้านหลังอีกครั้งจากนั้นจึงหยิบถุงเก็บของที่ผู้อาวุโสชุดม่วงให้มา รีบมองเข้าไปด้านในและเขาก็ตกใจขึ้นทันที
“ห้า...ห้าแสน”เมื่อเห็นจำนวนของหินวิญญาณแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบกลืนน้ำลาย
“มันเป็นจำนวนที่มากมายเหลือเกิน!” เย่เฉินพูดอย่างประหลาดใจ ในใจของเขาตอนนี้กำลังพองโตไม่เคยนึกเลยว่าผู้อาวุโสชุดม่วงจะให้หินวิญญาณกับเขาเป็นจำนวนมากมายขนาดนี้ จริงๆแล้วมันก็เกินกว่าสิ่งที่เขาคาดคิดไว้
เอ๊ะ?
หลังจากนั้นไม่นานเย่เฉินก็เพิ่งค้นพบ ว่านอกจากหินวิญญาณจำนวนห้าแสนในถุงเก็บของแล้วยังมีกระดาษบันทึกข้อความแผ่นเล็กๆ หนึ่งแผ่นอยู่ด้วย
เมื่อหยิบกระดาษบันทึกใบเล็กนั้นขึ้นมาเย่เฉินจึงรีบเปิดดูทันที กระบองเหล็กนับเป็นสิ่งที่สำนักเทียนเสวียนของข้ามอบให้กับสหายน้อยห้าแสนหินวิญญาณนี้ ขอมอบคืนกลับไป
“เขาเป็นคนของสำนักเทียนเสวียนจริงด้วย”เย่เฉินลูบคาง
ขณะคิดเช่นนี้อยู่ในใจเขาก็ก้าวออกจากห้องโถงด้านหลัง มายังถนนใหญ่ เขาดูอารมณ์ดีมากเงินห้าแสนหินวิญญาณกลับมาแล้ว ทำให้เขาเริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้นเมื่อมีเงินอยู่ในมือ ก็สบายใจ
เวลาค่ำแล้วแต่บนถนนใหญ่ยังมีผู้คนอยู่มากมาย เสียงร้องเรียกยังคงดังก้องไม่ขาดสาย
เย่เฉินไม่ได้กลับในทันทียังคงเดินไปเรื่อยๆ บนถนนใหญ่ กวาดสายตามองแผงขายสินค้าทั้งสองฟากฝั่งเพื่อมองหาเหล็กดำและเหล็กหล่อดำ
ในที่สุดเขาก็หยุดตรงแผงขายสินค้าของชายชราที่ดูท่าทางลามกผู้หนึ่ง
“เหล็กดำและเหล็กหล่อดำ”เย่เฉินหยุด และจับจ้องไปยังก้อนหินที่รูปร่างผิดปกติสองก้อน ก้อนหนึ่งมีสีดำอีกก้อนก็ขาวสว่างราวกับหิมะ ขนาดของมันไม่ได้ใหญ่ มีขนาดเพียงไข่ไก่เท่านั้น
การมาถึงของเขาดูเหมือนจะไม่ได้เป็นที่สนใจของชายชราผู้นี้เลยเจ้าคนนี้กำลังส่งสายตาไปมองเหล่าสตรีที่เดินไปมาอยู่บนท้องถนน สายตามองดูส่วนปากก็เผยให้เห็นรอยยิ้มอันลามก
ไม่รู้ทำไมเมื่อได้เห็นชายชราผู้นี้เป็นครั้งแรก เย่เฉินก็รู้สึกว่าอยากจะเตะใครสักคนขึ้นมา
“ตาเฒ่าถ้ายังมองอีกข้าจะเอาของไปแล้วนะ”
เอ๊ะ?
ชายชราหันกลับมามองและไอแห้งๆ จากนั้นก็เช็ดน้ำลายที่ปากอย่างใจเย็น เปลี่ยนรูปลักษณ์หันกลับมาลูบเคราสั้นๆ ของตนเอง ราวกับเป็นผู้อาวุโสที่สูงส่ง
มุมปากของเย่เฉินกระตุกทักษะทางการแสดงของชายชราผู้นี้ช่างยอดเยี่ยมเสียจริงเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ยังคงจ้องมองเหล่าสตรีรูปงามอยู่เลยแต่มาตอนนี้กลับกลายเป็นผู้อาวุโสที่ดูสูงส่ง ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสินค้าชิ้นนี้จะเป็นของผู้อาวุโสที่สูงส่งหรือเปล่า?
“น้องชายท่านนี้เมื่อได้พบก็รู้ได้ว่าเป็นคนที่รู้เรื่องสินค้าต่างๆของทุกชิ้นที่นี่ของข้าเป็นของวิเศษทั้งสิ้น รอเพียงคนที่มีวาสนาเท่านั้น”ชายชราลูบเคราอย่างเป็นเอกลักษณ์ แต่สีหน้าท่าทางก็ยังคงดูลามกอยู่เสมอ
เฮ้ย!
เย่เฉินไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นตลอดทางที่เขาผ่านแผงขายของมามากมาย เกือบทุกคนก็พูดแบบนี้ทั้งนั้นเขาจึงไม่รู้สึกแปลกใจแล้ว
“ข้าต้องการเหล็กดำและเหล็กหล่อดำชิ้นนี้”เย่เฉินไม่พูดอะไรมาก เพียงแต่พูดออกไปพลางชี้นิ้วไปยังเหล็กดำและเหล็กหล่อดำ
“หนึ่งแสน”ชายชราชูนิ้วชี้ขึ้นมา
“ห้าหมื่น”เย่เฉินต่อรองราคาออกไป ให้ตายสิ หนึ่งแสนหินวิญญาณแบบนั้นเขาซื้อกับโจวต้าฝูก็จบไปแล้วทำไมจะต้องเดินทางหลายพันลี้เพื่อมายังตลาดมืดอเวจีแห่งนี้ด้วย?
“ข้าจะบอกให้นะเด็กน้อยราคาของเจ้าข้าลดให้ไม่ได้หรอกมันโหดเกินไป!”ชายชราลามกเป่าเคราของเขาและจ้องมองเย่เฉิน
“อาจารย์ของข้าสอนข้าไว้ซื้อของต้องต่อครึ่งหนึ่งก่อน” เย่เฉินมองไปยังชายชราลามกอย่างไร้เดียงสา
“ข้า...”ชายชราลามกผู้นั้นกำลังโมโหแทบบ้า แต่เขาก็ยังรั้งมันเอาไว้ “เก้าหมื่นลดอีกไม่ได้แล้ว”
“หกหมื่น”
“ตกลง”
เย่เฉินต้องการต่อรองกับชายชราลามกผู้นี้แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าชายชราจะยอมตกลงด้วยความรวดเร็วแบบนี้นั่นทำให้เขารับมือไม่ทัน
“จ่ายมาๆให้เร็วหน่อยๆ” ชายชราลามกนั้นดูเหมือนจะมีเรื่องรีบร้อนจึงรีบยัดเหล็กดำและเหล็กหล่อดำเข้ามา จากนั้นก็เริ่มทำความสะอาดแผงเขามีสีหน้าที่ดูตื่นตระหนก ราวกับมีเรื่องด่วนเกิดขึ้น
เย่เฉินตกใจอย่างมากแต่เขาก็ยังล้วงมือเข้าไปในถุงเก็บของ
“จูเก๋ออวี่เจ้าคนเลวระยำ เจ้ามันต้องไม่ตายดี” ก่อนที่เขาจะหยิบหินวิญญาณออกมาเย่เฉินก็ได้ยินคำด่าทอสาปแช่งดังมาแต่ไกล
จึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองไม่ไกลนักมีชายชราร่างท้วมผู้หนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างโกรธเกรี้ยว
เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินจึงเข้าใจได้ว่าสาเหตุที่ชายชราเจ้าของแผงกังวลแล้วเร่งรีบขนาดนี้เป็นเพราะมีคนกำลังจะมาชำระบัญชีกับเขานั่นเอง!
ในใจคิดอยู่เช่นนี้แต่เย่เฉินก็ยังคงหยิบหินวิญญาณออกมา เพื่อจ่ายค่าสิ่งของที่ซื้อไป
เพียงแต่ก่อนที่เขาจะยื่นหินวิญญาณให้ ชายชราลามกผู้นั้นก็หอบสิ่งของต่างๆวิ่งหนีออกไปเสียแล้ว ด้วยความรวดเร็วโดยไม่ทันรู้ตัว
“บ้าเอ๊ย”หลังจากชายชราลามกผู้นั้นได้จากไปชายชราร่างท้วมก็วิ่งผ่านไปด้วยความรวดเร็วอย่างลมกรรโชก จนส่งเสียงดังบนถนนเป็นเพราะการทะเลาะกันของทั้งสองคน ตอนนี้ได้เกิดเป็นความชุลมุนวุ่นวาย
“หายไปแล้วหรือ?” เย่เฉินไอแห้งและตอนนี้ถุงเก็บของที่ใส่หินวิญญาณที่หยิบออกมายังคงอยู่ในมือเขาเขาจึงรีบยัดมันกลับเข้าไป