อีกฝ่ายพูดสั้น ๆ ตอบมาว่า
“ข้าแค่อยากจะเตือนแกว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถกลายเป็นอาจารย์ด้านการปรุงยาลูกกลอนได้”
เมื่อพูดจบเขาก็ไม่ได้พูดยืดเยื้ออีกแต่อย่างใด จากนั้นไม่นานก็หอบเอาหอสมุนไพรวิเศษออกมาวางที่ชั้นวางพลางพูดขึ้นว่า “3อย่าง อย่างละ 10 ชุด เอาไปซะ”
สมุนไพรวิเศษชั้นล่างเหล่านี้ราคาถูกมาก
แต่ทว่า...
เพราะว่าเป็นสมุนไพรวิเศษราคาถูก จึงทําให้การปรุงยาลูกกลอนนั้นยากขึ้น มีเพียงสมุนไพรวิเศษชั้นดีถึงจะสามารถเพิ่ม ประสิทธิภาพและคุณสมบัติของยาลูกกลอนได้
หลงเฟยหอบสมุนไพรวิเศษขึ้นมาพร้อมกับเดินจากไป
อีกฝ่ายหัวเราะพร้อมพูดขึ้น “ยินดีต้อนรับกลับมาใหม่นะ”
หลงเฟยหันกลับมามองหน้าเขา ไฟแห่งความโมโหถาโถมเข้ามาในใจ และคิดในใจว่า “ครั้งหน้าข้าจะต้องเอายาลูกกลอนมาปาใส่หน้ามันให้ได้ ไอ้ชาติหมา”
ในระหว่างเดินทางกลับบ้านก็แวะซื้อเตาไฟตั้งพื้น จากนั้นก็รีบมุ่งกลับไปที่บ้านมุงแฝก
“ชายน้อย ท่านกําลังจะทําอะไร?” เฉียวเฉียวเดินออกมาจากห้อง ก็เห็นหลงเฟยกําลังเดินวนวายไปมาที่ลานบ้าน
สีหน้าอันซีดเซียว กับร่างกายที่อ่อนแรง
หลงเฟยรีบพุ่งไปด้านหน้าเพื่อพยุงนาง พลันพูดขึ้น “เฉียวเฉียว ข้าจะปรุงยาลูกกลอนรักษาอาการเจ็บปวดให้กับเจ้าเอง"
"เอ๋? "
เฉียวเฉียวตกใจ
หลงเฟยพูดขึ้น “เจ้าไม่เชื่อใจข้าอย่างงั้นหรือ?”
เฉียวเฉียวรีบส่ายหน้าจากนั้นยิ้มและพูดว่า “ข้าเชื่อใจท่าน ชายน้อยเก่งที่สุดไม่ว่าจะทําการใดก็สําเร็จทุกอย่าง"
เหอะ ๆ
“สมกับเป็นเฉียวเฉียวที่แสนดีของข้าจริงๆ งั้นเจ้าก็รอดูอยู่ตรงนี้ ไม่ว่ายังไงข้าจะต้องปรุงยาลูกกลอนรักษาบาดแผลตามตัวเจ้าให้จงได้” หลงเฟยยิ้มและพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ
"ชายน้อย อันที่จริงบาดแผลตามร่างกายขาไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น” เฉียวเฉียวไม่อยากทําให้หลงเฟยเหนื่อยเกินเหตุ การปรุงยาลูกกลอนมันสิ้นเปลืองทั้งกําลังกายและสมาธิ ซึ่งในจุดนี้ตัวหล่อนเองก็รู้ดี
ยิ่งไปกว่านั้น
บาดแผลตามตัวหล่อน...แม้แต่ตัวหล่อนเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ เพราะรู้สึกว่ามีมวลพลังงานบางอย่าง ค่อยๆรักษาบาดแผลให้กับตัวหล่อนเอง มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดจนไม่สามารถอธิบายออกมาได้
ปิดกั้นตัวเองมานานนับครึ่งปี
ตัวหล่อนเองเป็นแค่หญิงสาวที่อ่อนแอคนหนึ่ง และ ต้องมาเผชิญกับความโหดร้ายทารุณในทุกๆ วัน การที่หล่อนอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ จะต้องมีสาเหตุเป็นแน่
เพียงแค่ตัวหลอนเองก็ไม่รู้ หลงเฟยก็ไม่รู้ และไม่มีใครรู้
หลงเฟยยิ้มและพูดขึ้น “รอความหวังดีที่จะปรุง ยาลูกกลอนจากชายน้อยอย่างข้าไปก่อนละกัน”
เฉียวเฉียวหน้าแดงระเรื่อ และเริ่มเพ้อฝัน
หลังจากนั้นไม่กี่นาที
หลงเฟยก็วุ่นวายไปมา จากนั้นก็ปลดปล่อย “ศิลปะ การปรุงยาลูกกลอนออกมา"
"เปรี้ยง!"
เตาปรุงยาระเบิดขึ้น
ทั่วทั้งหนาของหลงเฟยดำราวกับชาวแอฟริกา
เฉียวเฉียวรู้สึกสงสาร แต่ก็หัวเราะออกมาอย่างไม่รู้ตัว
"ติ๊ง! "
“การปรุงยาลูกกลอนล้มเหลว ระดับความชํานาญใน ศิลปะการปรุงยาอยู่ที่ +1”
ระบบส่งเสียงเตือนขึ้นมา
หลงเฟยงงเป็นไก่ตาแตก จากนั้นก็หันไปยิ้นให้เฉียวเฉียว และพูดขึ้นว่า “ผิดพลาด ผิดพลาด ผิดพลาดหมดเลย"
เขาไม่ชํานาญการปรุงยาลูกกลอนเลยสักนิด
ทั้งหมดล้วนทําตามที่ระบบสั่ง แต่ครั้งแรกก็ถึงกับเตาระเบิดแล้ว หลงเฟยบนพึมพำขึ้นว่า “ไม่ไว้หน้ากันเลย ครั้งแรกก็ล้มเหลวเสียแล้ว อีกทั้งยังเกิดขึ้นต่อหน้าสาวสวยอีก ให้ตายเถอะ! ”
ไม่มีเตาปรุงยาแล้ว เขาจึงวิ่งไปหยิบกระทะเหล็กปากกว้างมาพับ และสบถขึ้นว่า “ข้าจะดูว่าเจ้าจะระเบิดยังไง”
เฉียวเฉียวหัวเราะออกมาอย่างราเริงอีกครั้ง จากนั้นหลงเฟยจึงเริ่มปรุงยาต่อ
"เพล้ง !"
ครั้งนี้เตาไฟระเบิด แต่มีเสียงดังออกมาจากกระทะเหล็ก และตามมาด้วยกลิ่นเหม็นที่ลอยคลุ้งออกมา
หลงเฟยดมเข้าไปหนึ่งเฮือก สีหน้าก็เริ่มแดงกริ่ม ท้องไส้เริ่มปั่นป่วน จนแทบอยากจะอาเจียนเอาอาหารที่กินไปเมื่อเช้านี้ออกมา
จากนั้นจึงกลั้นใจตระโกนออกไปว่า “เฉียวเฉียวรีบกลั้นหายใจ รีบกลั้นหายใจ"
เฉียวเฉียวเห็นท่าทางที่ตลกของหลงเฟย ก็หัวเราะเสียงดังออกมาอย่างมีความสุขและเมื่อหลอนสูดดมเข้าไป สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ พลันพูดขึ้นว่า
“ชายน้อย นี่มันระเบิดไอพิษเหรอ”
โปรดติดตามตอนต่อไป