Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 7 เวลาแห่งการตัดสิน

    แม้จะทำได้ดีในชั่วยามที่ 1 แต่พอถึงชั่วยามที่ 2 ซึ่งเป็นการฝึกวิชาบู๊ เสี่ยวไคของพวกเขาก็กลับมาเป็นเสี่ยวไคในลักษณะเดิม ซึ่งก็เอาแต่จด ๆ จ้อง ๆ แล้วมองผ่านตำราอย่างตั้งใจเช่นเดิมไม่มีผิดเพี้ยน !! ทุกอย่างนั้นแทบจะเหมือนเดิม เพียงแต่เสี่ยวไคเริ่มสัมผัสได้เองว่า ความลุ่มหลงในเรือนกายของหญิงสาว ที่เขามักแอบมองพวกนางตอนฝึกวิชานั้น บัดนี้กลับลดต่ำลงไปจนถึงขีดสุด จึงทำให้เด็กหนุ่มเกิดสมาธิมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะการใช้พลังหยางอย่างเหมาะสมในพื้นที่พิเศษนั้นก็เป็นได้ ? หยางไคจึงมีเวลาว่างอย่างเหลือเฟือ เพื่อที่จะมองหาผู้อาวุโสที่ได้ช่วยเหลือเขาจากความตายในวันนั้น โดยใช้การเทียบลักษณะของเขากับบรรดาปรมาจารย์ด้านการยุทธ์ที่มาฝึกฝนให้กับเขาในวันนี้ แต่กลับไม่อาจพบเห็น ? ครั้นพอถึงชั่วยามที่ 3 ซึ่งเป็นการประเมินผล หยางไคก็ขอตัวกลับไปพักผ่อน โดยอ้างว่าร่างกายยังบาดเจ็บสาหัส วันนี้จึงถือเป็นคืนแรก ที่เขาได้เข้านอนเร็วที่สุดกว่าทุก ๆ วัน ที่เข้ามาในตระกูลแห่งนี้......ผ่านมาถึงเช้าของวันใหม่ และมันช่างเป็นตอนเช้าที่สดใสกว่าทุก ๆ วันในชีวิตของหยางไคอันที่จริงเขาสามารถจะตื่นสายได้ตามที่ต้องการเมื่อพักรักษาตัวในหอรักษาแห่งนี้ แต่หยางไคเลือกที่จะขนหนังสือออกไปที่แปลงผักเช่นเดิม จากนั้นค่อย ๆ พลิกหนังสือตากทีละหน้า ๆ พร้อม ๆ กับการอ่านมันไปด้วยอย่างสบายอารมณ์ และมันเขาพบว่า ‘คัมภีร์ลมปราณดินปลูก’ ที่เขาเคยอ่านผิด ๆ ถูก ๆ งู ๆ ปลา ๆ หนำซ้ำยังเพิกเฉยต่อคำเตือนสีแดงเข้ม ๆ นั้นอันตรายเพียงใด จนต้องอุทานคำว่า ‘หวาดเสียว’ เมื่อคิดย้อนกลับไปในเมื่อวาน ซึ่งไม่มีโอกาสเลยที่เขาจะสามารถทำสำเร็จเป็นครั้งที่สองได้แบบเมื่อวานอย่างเด็ดขาด เด็กหนุ่มจึงรู้สึกเคารพตำราลมปราณชุดนี้ รวมทั้งปรมาจารย์ผู้บัญญัติเคล็ดวิชาสุดแสนพิสดารเช่นนี้ออกมาจนเกิดประโยชน์กับตน จึงได้คำนับลงไปที่คัมภีร์ที่กำลังผึ่งแดดผึ่งลมในตอนเช้า ๆ นี่เอง ครั้นนำตำรามาผึ่งแดดจนครบทุกเล่มแล้ว ก็ตรงไปโรงเลี้ยงของเหล่าคนงานเพื่อรับประทานอาหารเช้าแม้เด็กหนุ่มอาจจะไม่สังเกตร่างกายของตน ว่าบัดนี้ร่างกายของเขานั้นสูงใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเวลาแค่ข้ามคืน แต่สำหรับสายตาของเสี่ยวเหมยผู้ครอบครองลมปราณกิเลน ย่อมสามารถแยกแยะมันได้ไม่ยากนัก จนถึงกับต้องอุทานออกมาว่า“ท่าน .. เหตุใดท่านสูงใหญ่ขึ้นรวดเร็วยิ่งนัก!!” แม้เขาจะยังเตี้ยกว่าบุรุษคนอื่น แต่หากเทียบกับเมื่อวาน ก็นับว่าสูงขึ้นราว ๆ 1 ชุ่น (3.3 เซนติเมตร) บัดนี้หยางไคไม่มีการประหม่าต่อหน้าหญิงสาวอีกแล้ว พร้อมกับกล่าวไปอย่างเรียบ ๆ ว่า “ข้าพเจ้ายังต่ำเตี้ยกว่าผู้อื่นนัก เหตุใดท่านต้องตอกย้ำเยี่ยงนี้เล่า ?” อันที่จริงแม้บัดนี้ตัวนางก็ยังสูงกว่าเขาอยู่ตั้งเยอะ พอหยางเหมยคิดได้เช่นนั้นจึงกล่าวขอโทษ พร้อมกับตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหาร แต่ยังไม่อาจขจัดความสับสนภายในใจได้เลย หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว เด็กหนุ่มจึงกลับไปที่แปลงผักเพื่อพลิกหน้าตำราอ่านพร้อมกับผึ่งแดดในตัว แต่ด้วยความเพลิดเพลินในองค์ความรู้นานัปการ โดยเฉพาะเรื่องพืชพรรณสมุนไพรและการรักษาพยาบาล จึงทำให้หยางไค หลงลืมแม้กระทั่งเวลาอาหารกลางวันเขาคลุกอยู่กับมันจนใกล้จะเวลามืดค่ำ จึงทำการขนกองตำรากลับไปที่หอรักษา แล้วเริ่มเข้ากิจกรรมรับน้องพร้อมกับรับประทานอาหารเย็น กิจกรรมแต่ละวันของเขาวนเวียนไปเช่นนี้จนถึงวันที่แขนซ้ายรักษาหายดีแล้ว พร้อม ๆ กับส่วนสูงที่มากขึ้นอีก 5 ชุ่น มันจึงทำให้บุคลิกภาพภายนอกนั้นดูสง่างามมากยิ่งขึ้น แต่จะมีใครรู้บ้างว่าคุณสมบัติภายในกายของเขานั้น จะยิ่งมีความแตกต่างจากเดิมอย่างไม่อาจเทียบได้เลย ..จนมาถึงวันนี้วันที่พ้นกำหนด 3 เดือนของเหล่าคนงาน และมันคือวันสุดท้ายของการประเมินคุณสมบัติ รวมทั้งโอกาสสุดท้าย ก่อนที่ใครหลายคนจะถูกขับออกจากตระกูลตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติมาเป็นร้อยปี เพราะหลังจากผ่านการอบรมและฝึกหัดของตระกูลขุนศึก ครั้งสุดท้ายทั้งทางบุ๋นในยามห้าย (亥 21:00) และทางบู๊ในยามจื่อ (子 23:00น.) จนมาถึงยามโฉ่ว (丑 01:00) มันคือเวลาแห่งการตัดสิน !!  

    นิยายแนะนำ