สาบคน

    ตอนที่ 29 อาวุธใหม่ของเหนือ

    ตอนที่ 29 อาวุธใหม่ของเหนือ

            ในที่ประชุม ท่ามกลางสายหมอกสีเทาตอนเช้าตรู่

            “ช่วงที่อาตมาเดินทางออกจากระยอง ผ่านจันทบุรีเพื่อกลับมาบ้านเรา อาตมาได้พบชุมชนใหญ่สองแห่ง การเดินทางแบบซ่อนเร้น ทำให้อาตมาได้ยินชื่อเสียงของฝรั่งที่ชื่อมาร์คัส แต่ไม่รู้รายละเอียดอื่นนอกจากว่า มันติดต่อกับกองเรือที่เจ็ดซึ่งตอนนี้ยึดเขตนิคมอุตสาหกรรมระยองไว้แล้ว” สองบอกเล่าข้อมูลเสียงดังฟังชัด

            “ไอ้ตอนผ่าน ‘จุดซ่อนเร้น’ นี่ กลิ่นมันแรงมั้ยวะ” ไข่แทรกขึ้นมาพลางหัวเราะคิกคัก

            สองทำตาขวางส่งเสียงดังใส่ทันที 

            “มันใช่เวลาพูดเล่นไหมล่ะโยมไข่! อาตมาไม่เคยดม!”

            “เคยแต่เลีย!” ออดสวนทันควัน ท่ามกลางเสียงโห่ฮาครืนใหญ่ของชาวบ้าน

            “เรื่องของมาร์คัส ต้องระวังให้มาก” เสียงของหนึ่งดังแทรกขึ้นมาผ่านจิตสำนึกร่วม สะกดให้เสียงหัวเราะเงียบลง

            “เจ้าคนนี้เราไม่สามารถไปมีเรื่องด้วย ลักษณะการกระทำเอาแต่ใจของมัน ทำให้เห็นชัดเจนว่า มันไม่เห็นเราอยู่ในสายตา เหมือนมันกำลังยืนยันคำพูดของมัน ว่ายังมีเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ที่แข็งแกร่งกว่าพวกเราอีกมากมายในโลกใบนี้ ” หนึ่งกวาดสายตามองทุกคนก่อนสื่อสารต่อด้วยจิตสำนึกร่วม

            “และที่มาร์คัส ฝากบอกผ่านเจ้าเหนือมา ว่าหนองนกเอี้ยงไม่ปลอดภัย หมายความว่าอะไรรู้ไหม มันกำลังบอกเรา ว่ามันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่แล้ว” ความเงียบได้ปกคลุมหนองนกเอี้ยงอีกครั้ง

            “ขออาตมาได้นำเสนออะไรสักหน่อย!” สอง ก้าวอาดๆเข้าไปยืนตาขวางอยู่กลางวง พร้อมประกาศเสียงดัง

            “โยมเฮียหนึ่ง! โยมซ้อฝน!  ยังจำช่วงก่อนวันสิ้นโลก ครั้งเราสองครอบครัวไปเที่ยวที่กาญได้ไหม!  ตอนนั้นที่อาตมายังเป็นฆราวาส เดินข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อนบ้าน!  ไปฉี่เพื่อประกาศอาณาเขต!  พอเรากลับมาปุ๊บ ที่นั่นก็ประกาศตัวเป็นสาธารณรัฐใหม่ทันทีเลย! ”

            “อ่า…” สองไม่รอให้หนึ่งมีโอกาสพูด เขารีบพูดต่อทันที

            “นั่นเป็นเรื่องที่เกิดก่อนอาตมาจะกลายพันธุ์!  ฉี่ตอนนั้นแค่เปลี่ยนประเทศ!  แต่ฉี่ของอาตมาตอนนี้มันอาจเปลี่ยนโลกไปเลยก็เป็นได้!  จะเป็นมาร์คัส!  จะเป็นคนจากทางเหนือ หรือเป็นเสือจากทางใต้!  แล้วมันยังไงล่ะ! เรามันเป็นกุ้งฝอยในดงฉลาม!  คิดจะเคี้ยวเรา!  อย่างน้อยก็ต้องติดฟัน!” สองตะเบ็งเสียงพูดไม่หยุด

            “เพ้อเจ้อ!” ออดยื่นเท้าออกไปถีบบั้นท้ายเบาๆ สองเซถลาไปซบที่อกของปุ๊ก แล้วเงยหน้าร้องตะโกนลั่น

            “ไอ้สองสึกอีกแล้ววว...” ท่ามกลางเสียงครื้นเครงของชาวบ้าน


            บรรยากาศการแจกจ่ายอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ เป็นไปด้วยความชื่นมื่น ทุกคนได้รับสิ่งที่ตนพอใจ พวกเขารู้ว่า การแบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรมทุกอย่าง มันเป็นไปไม่ได้เพราะทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพียงได้ผลประโยชน์ตอบแทนที่ลงแรงไปบ้างก็สุขใจมากแล้ว การร่วมแรงครั้งนี้ ทำให้เขี้ยวเล็บของหนองนกเอี้ยงแหลมคมขึ้นอีกมาก

             ไนซ์ และ กานต์ จับจอง M4 แต่งซิ่งได้คนละกระบอก 

            นัทยึดปืนสั้น CZ 75 P-01 ไว้สองกระบอกตั้งแต่แรกแล้ว ก็ไม่คิดเข้าร่วมรับผลประโยชน์อีก แต่สุดท้ายไนซ์ก็ยื่น M4 ของเขาให้กับพี่สาวอีกหนึ่งกระบอก  นัทแปลกใจแต่เธอก็รับมันเอาไว้ 

            สอง นุช และ ปุ๊ก เป็นแกนนำที่ขัดสนเรื่องปืนที่สุด จนต้องถูกคัดตัวออกในการบุกสถานีตำรวจ ได้รับการแจกจ่าย เป็น HK 33  คู่กับปืนสั้น Sig Sauer P320 ใหม่เอี่ยมคนละชุด แต่สองขอเปลี่ยนจาก
    HK 33  เป็น AK-47 ลำกล้องสั้น 

            ไข่เอื้อมมือไปหยิบ Colt Gold Cup .45 ACP ผิวเลสเงาวับเกรดคัสตอมที่ตนหมายตาอยู่ก่อนแล้วขึ้นมาเหน็บเอวอย่างภาคภูมิ ส่วนปืนยาวประจำกาย หลังจากยืนชั่งใจอยู่นาน สุดท้ายเขาเลือกแบก HK33 แทนที่จะเป็น M16A1 ตามคำแนะนำของไนซ์ที่ส่งจิตสำนึกร่วมบอกว่า ระบบลูกกลิ้งหน่วงเวลาของมันไม่งอแงลุยฝุ่นลุยโคลนได้ดีกว่า แม้แรงรีคอยล์ของปืนเหล็กปั๊มสัญชาติเยอรมันกระบอกนี้จะหนักหน่วงเอาการ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับร่างกายของผู้กลายพันธุ์ที่มีพละกำลังเหนือมนุษย์อย่างพวกเขาเลยสักนิด 

            ออดยืนยิ้มกว้าง เขาไม่เลือกอะไรเลย แต่ไนซ์หยิบ HK33 ที่ล้างทำความสะอาดแล้วอย่างดี และ Kimber .45 ACP สแตนเลสกระบอกงามส่งให้เขา

            “ปืนที่ปู่มีอยู่ ก็เอามาแจกพวกเราจนหมดแล้ว เสือไร้เขี้ยวเล็บ ก็ไม่ค่อยมีคนเกรงใจครับ เดี๋ยวก็ต้องมาสับโชว์กันอีก”

            ฝนไม่ค่อยรู้เรื่องปืนมากนัก ปืนที่เธอเคยยิงตอนที่เป็นคนธรรมดา คือ Llama.38 ซึ่งเข้าเป้าเพียงสองนัด นัดแรกคือปกป้องหนึ่งจากตัวสั่น อีกนัดคือปกป้องนัทจากตอนที่ พิท กลายพันธุ์ ซึ่งเธอรู้จากคำอธิบายของไนซ์ว่า สองนัดนั้นเธอง้างนกยิงมันจึงเข้าเป้า แต่เมื่อฝนผ่านการกลายพันธุ์ มีความแข็งแรงมากขึ้น การยิงให้เข้าเป้าจึงง่ายดายมาก แม้ว่าจะเป็นการยิงจากปืนรีวอลเวอร์แบบดับเบิ้ลแอกชัน คือไม่ต้องง้างนกก่อนยิงก็ตาม เจ้าตัวโดดที่สถานีตำรวจเมื่อวานก็โดนเธอยิงเข้าเต็มอกไปหลายนัด 

            ไนซ์ส่งปืนกลเบา UZI 9 มม. ให้ฝนพร้อมกับบอกว่า 

            “ถ้าเป็นเมื่อก่อน ยิงโหมดฟูลออโต้แม่คงคุมไม่ได้ แต่ตอนนี้สบายมาก เดี๋ยวผมอธิบายวิธีการใช้ให้”

            เด่นหยิบโล่ปราบจลาจล และไม่ได้สนใจปืนอื่นเพราะเขามี เรมิงตัน 870 คู่มืออยู่แล้ว แต่ไนซ์ก็ยังยื่น HK33 และ.357 แม็กนั่ม ลำกล้องสี่นิ้วให้เขา พร้อมส่งจิตสำนึกร่วมบอกเขาสั้นๆ โดยไม่ปล่อยให้เขาโต้แย้ง

            “ ปืนยิงเร็วสู้กับคนด้วยกันได้ดีกว่าครับ”

            ดอก และ อ้อน ไม่สนใจปืนสั้นเพราะพวกเธอมี Glock 43X คู่มือคนละกระบอกอยู่แล้ว ไนซ์ ส่ง HK33 ที่คัดเลือกมาอย่างดีแล้วให้คนละกระบอก ด้วยเหตุผลเดียวกันที่เขาบอกกับเด่น

            หนึ่งเลือก  AK-47 พานท้ายไม้ ถ้าเรียกให้ถูกต้องจริงๆ ควรเรียกมันว่า AKM  ลำกล้องยาวตัวเต็มสภาพสมบูรณ์แบบ โครงเหล็กปั๊มรมดำตัดกับเนื้อไม้สีเข้ม แต่จุดที่สะดุดตาทุกคนคือ ดาบปลายปืน หรือ Bayonet เล่มเขื่องที่ถูกขัดจนเงาวับประกบติดอยู่ใต้ลำกล้อง

            ไนซ์ มอบ M4 ให้นัทไปแล้ว ตัวเขากลับเลือก M16A1 ที่เขาบอกแกนนำคนอื่นว่ามันมีปัญหาจุกจิก ทำให้กลุ่มแกนนำที่ได้รับ HK 33 ยืนเท้าเอวใช้สายตาจับจ้องเขาด้วยความคลางแคลง เขาจึงต้องอธิบายผ่านจิตสำนึกร่วมเฉพาะกลุ่มแกนนำว่า ปืนรุ่นนี้ไม่เหมาะที่จะใช้งานสมบุกสมบันแบบ HK33 แต่เขารู้วิธีดูแลรักษามันอย่างละเอียด อีกทั้งจุดประสงค์ของเขาคือ จะใช้มันแทนปืนซุ่มยิง ซึ่งตอนนี้ไม่มีปืนชนิดไหนเหมาะสมไปมากกว่ามันอีกแล้ว ด้วยลำกล้องที่ยาวถึง 20 นิ้ว ทำให้กระสุนย้อยลงช้ากว่าปืนชนิดอื่น

            "ปืนรุ่นเก่า หูหิ้วมันถอดไม่ได้ ติดตั้งสโคปยากหน่อย" หนึ่งส่งจิตสำนึกร่วมทักขึ้นเมื่อเห็นลูกชายหยิบปืนยุคสงครามเวียดนามขึ้นมา

            "ไม่ยากครับพ่อ ในกล่องของกลางมันมีขาจับตรงรุ่นอยู่พอดี" ไนซ์ยิ้มพลางหยิบแผ่นเหล็กทรงโค้งประหลาดออกมา เขาวางมันลงในร่องหูหิ้ว ยัดน็อตแกนกลางลงรูของตัวปืนแล้วหมุนล็อกสลักด้านล่างจนแน่น ก่อนจะประกอบกล้องเล็งที่ถอดมาจาก รูเกอร์ 10/22 ทับลงไป ทรงปืนตอนนี้พอกล้องไปอยู่บนหูหิ้ว มันจึงดูลอยสูงโย่งแปลกตา 

            "สโคปมันจะสูงหน่อยครับ เวลาเล็งอาจต้องยกหน้าลอยขึ้นมานิดนึง แต่ข้อดีคือถ้าพวกมันหลุดมาประชิดตัว ผมไม่ต้องถอดกล้องออกเลย แค่ก้มหน้านิดเดียวก็ใช้ศูนย์เปิดได้ทันทีครับ" 

            “อู!..อู!…อู!…อู!…” เหนือโวยวายเสียงลั่น ทุกคนที่ไปออกศึก ได้รับส่วนแบ่งกันหมด เหลือเขาคนเดียวยังไม่ได้อะไรเลย ทั้งที่ก็ลงแรงไม่น้อย 

            ทุกคนมีความเห็นว่า เหนือยังเด็กเกินกว่าจะใช้ปืน แต่ด้วยความสงสาร ออดจึงพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ปืนของเหนือควรมีรูปแบบใช้งานง่ายและรุนแรง เหนือเองก็เป็นเขี้ยวเล็บสำคัญคนหนึ่งของหนองนกเอี้ยง การมีปืนใช้อาจทำให้เขาเป็นมือสังหารอายุน้อยที่เก่งที่สุด ออดชั่งใจอยู่นาน จึงตัดสินใจเลือกปืน .357 แม็กนั่ม ลำกล้องสองนิ้ว ดูไม่เทอะทะนักสำหรับเจ้าเหนือ ตัวปืนสวยสภาพใหม่กริบ ชาวบ้านหลายคนมองอย่างหลงใหลและอิจฉา

            เหนือรับปืนไปลูบคลำอย่างชอบใจ ออดจึงส่งจิตสำนึกร่วม อธิบายถึงกฎความปลอดภัยของปืน การบรรจุกระสุนและการใช้งาน


            ฟิ้ววว….ตูมม!..


            เจ้าเหนือขว้างปืนกระบอกนั้นปะทะกับต้นยางพาราตายซากเสียงสนั่นหวั่นไหว ต้นยางถึงกับหักครึ่ง ทุกคนตะลึงตาค้าง

            “อู..อู..อู..” เหนือทำตาโตปากจู๋ด้วยความพอใจ เขาส่งจิตสำนึกร่วมถึงทุกคนว่า มันใช้ขว้างได้ดีมากเลยทีเดียว

            “อูพ่อมึงสิ! ไอ้แม่เช็ด! ได้เด็กชิบผาย!” ออดแผดเสียงลั่นหมู่บ้าน