หลังจากที่กระจายข่าวออกไป ทั่วโลกต่างก็เร่งค้นหาเมืองโบราณของตนแล้วทำการเปิดมันขึ้นมา
ด้วยพลังปราณฟ้าดินที่พวยพุ่งออกมาไม่หยุดทำเอาโลกใบเล็กนี้เต็มไปด้วยพลังปราณฟ้าดินที่เข้มข้นสุดแสน ทั่วทุกหนแห่งพลันปรากฏจอมยุทธระดับแรกเริ่มมากมาย ทำให้มีจอมยุทธระดับแรกเริ่มมากถึงกึ่งหนึ่งของประชากรโลกที่มีอยู่ ณ เวลานั้น
โลกเข้าสู่ยุคแห่งความหวังใหม่ที่มีทั้งกำลังพลและกำลังใจที่เต็มเปี่ยม หากเกิดปรากฏการณ์อสูรกลืนเมืองอีกครั้ง พวกเขามั่นใจมากว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นในอดีต
ผ่านไปหนึ่งปี
ชายหนุ่มนั่งอยู่ที่หน้าตำหนักของเขา โดยมีห้าภรรยาที่สลบไสลจากการที่เขาระเบิดพลังขั้นหลอมรวมกายาปรนเปรอให้พวกนางอยู่ในห้อง
ดร.ชโรธรคนแรกที่ปลงตกเพราะนางถูกเขาจัดเป็นคนแรกทั้งยังได้รับพลังหยางที่มากมายเข้าไป ทำเอาร่างของนางแทบระเบิดนางจึงรู้ซึ้งดีหากนางถือครองเขาไว้คนเดียวมีหวังนางได้ตัวระเบิดตายเป็นแน่
และสองสาวส้มฟ้าที่แทบจะกระอักโลหิตกับพลังหยางของเขาทำให้นางทั้งสองยอมอ่อนข้อลงแลไม่คิดครอบครองเขาผู้เดียว
ใบหลิวได้แต่ร้องห่มร้องไห้ที่คิดจะครอบครองเขาคนเดียว เพราะนางนั้นไม่อาจรับพลังหยางที่มากมายของเขาได้
ส่วนแนนนี่สาวสวยนางไม่ได้คิดอะไรกับใครขอเพียงพี่ปราบของนางเห็นนางอยู่ในสายตานางก็พอใจแล้ว
ชายหนุ่มติดต่อไปยังที่บ้านของเขาแล้วชักชวนครอบครัวมาสร้างบ้านอยู่ที่นี่ แต่ทั้งหมดกลับปฏิเสธเพราะว่าไม่คุ้นเคยกับคนหมู่มากแบบนั้น ทั้งพีมกับแพมเองเวลานี้ก็กำลังได้ดิบได้ดีกับกิจการส่วนตัวของพวกนาง ที่กำลังเปิดร้านหลอมสร้างแลร้านโอสถเป็นของตนเอง แลมีพ่อกับแม่ที่คอยช่วยเหลือ
ชายหนุ่มเบาใจไม่น้อยที่ทางบ้านนั้นกำลังเดินทางของตน เขาจะได้หมดห่วงแล้วเร่งฝึกฝนจะได้ออกเดินทางไกล ไปยังอีกจักรวาลที่แสนห่างไกล
ปราบลงจากยอดเขาของเขาแล้วมายังวิหารเจ้าสำนัก
“ ปราบมาแล้ว “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
“ หนึ่งปีผ่านไปแล้วเจ้ารู้สึกเบื่อรึไม่ “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
“ แน่นอน โคตรเบื่อ “ เขาเอ่ย
ชายหนุ่มที่เคยลุยไล่ล่าอสูรมาเวลานี้กลับจุ้มปุ๊กอยู่ที่สำนัก โดยที่ไม่แม้นแต่จะได้ออกแรงอะไร ยังดีที่เขามีสาวงามทั้งห้าอยู่ข้างกาย เขาจึงได้ออกพลังกายอยู่บ้าง
“ มีสองงานที่ถูกขอเข้ามา “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
ชายหนุ่มยิ้มออกในทันใด
“ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องหูผึ่ง “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
“ งานอะไรบ้าง “ ปราบเอ่ย
“ ไปที่เกาะลึกลับแล้วทำการสำรวจทั่วเกาะ “ เจ้าสำนักเอ่ย
“ ไปที่กรีนแลนด์นำแก่นต้นกำเนิดเหมันต์กลับมา “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
“ เจ้าจะไปที่ไหน “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
“ ข้าจะไปทั้งสอง แต่จะไปที่กรีนแลนด์ก่อนแล้วค่อยไปที่เกาะลึกลับ “ ปราบเอ่ย
“ จัดไป “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ยแล้วโยนป้ายภารกิจออกไป
“ โลกเป็นยังไงบ้างเวลานี้ “ ปราบเอ่ย
“ โลกรึ “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
“ พวกเขากำลังหารือจัดงานประลองใหญ่ขึ้น โดยให้แต่ละประเทศนั้นส่งตัวแทนเข้าร่วมงานประลองตามระดับขั้นฝึก “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
“ แต่เอ็งห้ามเข้าร่วม “ เขาเอ่ย
“ ได้เช่นใด “ ปราบเอ่ย
“ เอ็งมันเก่งเกินกว่าจะมีใครล้มได้ พวกเขาจึงเกรงว่าหากมีชื่อเอ็งส่งเข้าผู้เข้าประลองจะหมดกำลังใจ “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
“ แบบนี้ผมก็เสียโอกาสสิ งานระดับโลกย่อมมาพร้อมกับรางวัลที่มากมาย “ ปราบเอ่ย
“ ข้าจะลองแย้งไปที่ศูนย์ขอนแก่น หากเขาไม่ให้เอ็งลงแข่งก็ควรให้รางวัลปลอบใจเอ็ง “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
“ ดี “ ชายหนุ่มยิ้มออกแล้วกลับยังตำหนักของเขา
เขาที่นั่งมองยังเหล่าภรรยาที่กำลังทำการดูดซับพลังหยางของเขา แล้วยิ้มออก
“ พี่ต้องไปหลายวัน ควรเติมน้ำให้พวกเจ้าให้มากพอ “ เขายิ้มออกอย่างเจ้าเล่ห์
ชายหนุ่มถอดชุดออกแล้วเริ่มจัดหนักพวกนางในทันใด
หนึ่งเดือนผ่านไป
ปราบทะยานร่างพุ่งเป็นลำแสงด้วยความเร็วเทียบเท่าเครื่องบินรบที่สิบมัค มันทำให้เขาไปถึงกรีนแลนด์ได้อย่างรวดเร็ว
“ หลอมรวมกายาระดับห้าดารานี่มันทำให้ข้ารู้สึกว่าสรรพสิ่งนั้นอ่อนด้อยยิ่งนัก “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มลอยตัวอยู่เหนือกรีนแลนด์แดนที่มีแต่ความหนาวเหน็บ ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วอาณาของเขตที่พักของมนุษย์แล้วพยักหน้าช้าๆ
“ ที่นี่ยังปลอดภัยดี เพราะมีอสูรเหมันต์ไม่มากเท่าใด “ ปราบพึมพำ
“ ไป “ เขาทะยานร่างข้ามส่วนที่พักของมนุษย์ไปยังดินแดนน้ำแข็งของกรีนแลนด์
ชายหนุ่มมาถึงยังดินแดนน้ำแข็งเขากวาดตามองทั่วแล้วพยักหน้าช้าๆ
ชายหนุ่มมองยังแก่นเหมันต์ที่ลอยอยู่เหนือพื้นน้ำแข็งเพียงสามสิบเซนติเมตร
“ มันง่ายเกินไป “ ปราบเอ่ย
“ อัลตรอนสแกน “ ปราบเอ่ย
“ เจ้านายมีอสูรเหมันต์อยู่ใต้น้ำแข็งโปรดระวัง “ อัลตรอนเอ่ย
“ หึ “ เขาแสยะยิ้มออก
ชายหนุ่มทะยานร่างเข้าหาแก่นเหมันต์แล้ววาดมือหยิบมันอย่างรวดเร็วพร้อมกับชกลงยังแผ่นน้ำแข็งน้ำแข็งสุดแรง
“ เปรี้ยงง “ พลังเสียงที่ดังสนั่นทำเอาสรรพสิ่งสั่นสะท้าน
“ ตูมม “ หมัดของเขาระเบิดแผ่นน้ำแข็งหนาทะลวงเข้าใส่อสูรเหมันต์ที่นอนเฝ้าแก่นเหมันต์
“ ตูมม “ อสูรเหมันต์ถูกหมัดของเขาทะลวงเข้ากลางอกตายในทันใด
ชายหนุ่มวาดมือเก็บร่างของมันแล้วทะยานร่างกลับด้วยความเร็วสูง
ผู้คนมากมายต่างงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะมันรวดเร็วมาก รู้ตัวอีกทีก็มีลำแสงพุ่งไปแล้ว
พวกเขาเร่งเข้าสำรวจยังพื้นที่
“ แม่เจ้า อสูรระดับสี่สูงสุดยังมิอาจต้านทานได้ “
“ ปราบ เป็นเขา “
“ ใช่หากเป็นชื่อนี้ข้าเชื่ออย่างสนิทใจ “
“ ว่าแต่เขาเอาแก่นเหมันต์ไปทำไม “
“ ช่างเถิด ไม่มีมันก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องห่วงว่าจะมีคนมาตายเพราะมันเพิ่มอีก “
“ ใช่ อสูรเหมันต์ตนนั้นฉลาดยิ่ง วางเหยื่อแล้วรอปลากินเหยื่อ “
ปราบกลับมาที่สำนักเพื่อส่งภารกิจแล้วไปยังขั้วโลกใต้เพื่อสำรวจยังเกาะลึกลับ
เกาะลึกลับนี้เป็นเกาะขนาดใหญ่ประมาณทวีปออสเตรเลีย มันเกิดขึ้นในตอนที่ทั่วโลกได้เปิดสำนักฝึกยุทธ มีผู้คนมากมายเข้าสำรวจแต่ไม่มีผู้ใดได้กลับออกมาเลยสักคน
ปราบมาถึงยังเกาะลึกลับ มันถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาหลากสี ตัวหมอกนั้นหนาแน่นเป็นอย่างยิ่งขนาดเครื่องตรวจจับหรือเครื่องสแกนรุ่นล่าสุดก็ยังไม่สามารถอ่านสิ่งใดได้ นั่นยิ่งทำให้มันมีความอันตรายเป็นเท่าทวี
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกแล้วทะยานร่างเข้าฝ่าหมอกหนาเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“ เจ้านายในหมอกนี้มีพิษอยู่แต่ปริมาณไม่มาก เพียงศูนย์จุดศูนย์ศูนย์ศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ “ อัลตรอนเอ่ย
“ แม้จะไม่มากแต่หากต้องสูดดมนานๆก็อาจอันตรายได้ “ ปราบเอ่ย
“ เช่นนั้แล้วก็อย่าชักช้า “ ชายหนุ่มเอ่ยแล้วทะยานร่างพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว