ท่ามกลางทิวเขาที่สลับซับซ้อนของสำนักบุปผาหิมะ มีเส้นทางลับสายหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยอุโมงค์ต้นไผ่สีทอง ซึ่งจะนำไปสู่ "น้ำตกมรกตโปรย" สถานที่แห่งนี้คือ์ส่วนตัวของเหล่าศิษย์หญิงยามที่้าหลบหนีจากกฎระเบียบที่เคร่งครัดของหอฝึก
น้ำตกมรกตโปรยตั้งอยู่ในหุบเขาลึกที่ซ่อนเร้นไว้ห่างจากอาคารหลักของสำนักประมาณสองลี้ เส้นทางที่นำไปสู่ที่แห่งนี้คดเคี้ยวผ่านป่าไผ่โบราณที่มีอายุนับพันปี ต้นไผ่เหล่านี้สูงเสียดฟ้าจนมองไม่เห็นยอด ใบไผ่ที่เป็สีเขียวมรกตปลิวไหวเมื่อสายลมพัดผ่าน ส่งเสียงเศร้าโศกเหมือนเพลงโบราณที่ไพเราะ
ยามสายที่แสงแดดอ่อนๆ ทอแสงผ่านใบไผ่ลงมาเป็ลำแสงสีทอง ละอองน้ำที่กระเซ็นซ่านจากหน้าผาสูงชันกลายเป็รุ้งกินน้ำตัวน้อยที่พาดผ่านโขดหินสีดำขลับ อากาศรอบบริเวณเย็นสบายและชุ่มชื้นด้วยไอน้ำจากน้ำตก กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าและใบไผ่อ่อนลอยมาตามสายลม สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็ส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบ
เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงินของ เยี่ยนเอ๋อร์ ศิษย์น้องเล็กผู้ร่าเริง ดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ นางฉวยโอกาสใน่ที่ศิษย์พี่ใหญ่ลู่ชิงต้องไปรายงานตัวที่หอโอสถ แอบย่องเข้าไปในเรือนพักแล้ว "ลักพาตัว" ลูกกิเลนขาวออกมาด้วยความซุกซน
ั้แ่คืนที่ได้พบกิเลนน้อยครั้งแรก เยี่ยนเอ๋อร์รู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดลึกลับที่ทำให้นางอยากจะใกล้ชิดกับสัตว์น้อยตัวนั้นตลอดเวลา ความรู้สึกนี้แปลกใหม่สำหรับนางที่ไม่เคยมีความผูกพันกับสิ่งใดมากขนาดนี้มาก่อน ทุกครั้งที่มองเห็นกิเลนน้อยในอ้อมแขนของลู่ชิง หัวใจของนางจะเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ มีความรู้สึกอยากจะอุ้มมันไว้แนบอกและให้ความอบอุ่น
ใน่สองสามวันที่ผ่านมา เยี่ยนเอ๋อร์สังเกตเห็นว่าตัวเองเริ่มมีความฝันแปลกๆ ในความฝันนั้น นางจะเห็นภาพของกิเลนน้อยที่เปลี่ยนร่างเป็ชายหนุ่มรูปงาม แต่เมื่อตื่นขึ้นมา นางกลับจำรายละเอียดไม่ได้ เหลือเพียงความรู้สึกอบอุ่นและความปรารถนาที่อธิบายไม่ได้
"ฮิๆ เ้าตัวเล็ก วันนี้พี่สาวจะพาเ้าไปเปิดหูเปิดตา รับรองว่าเ้าต้องชอบน้ำตกแห่งนี้มากกว่าห้องนอนแคบๆ ของศิษย์พี่ใหญ่แน่นอน!"
เยี่ยนเอ๋อร์ในวัยสิบเจ็ดปี คือตัวแทนของความสดใสที่หาได้ยากในสำนักที่เ็าแห่งนี้ นางเติบโตมาในครอบครัวพ่อค้าเครื่องหอมที่มั่งคั่งก่อนจะถูกมรสุมการเมืองเล่นงานจนต้องมาพึ่งพิงสำนัก นิสัยช่างจดช่างจำและขี้เล่นของนางทำให้พวงแก้มของนางดูอิ่มเอิบสีชมพูระเรื่อตลอดเวลา
วันนี้นางสวมชุดฝึกภาคสนามที่ดูปราดเปรียว เสื้อตัวสั้นสีฟ้าสดใสโชว์่เอวคอดกิ่วและสะดือที่บุ๋มลึกน่ารัก กางเกงผ้าแพรขาสั้นกุดเผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องที่ดูนุ่มนิ่มดุจแป้งข้าวเหนียว ผมยาวสีดำขลับถูกถักเป็เปียข้างเดียวแบบสาวน้อยร่าเริง ปลิวไหวไปตามการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว
โม่ฉีในร่างกิเลนน้อยแสร้งทำเป็ตื่นตาตื่นใจ เขาใช้หัวทุยๆ ซุกไซ้ไปตามลำคอของเยี่ยนเอ๋อร์ขณะที่นางอุ้มเขาเดินลัดเลาะตามโขดหิน จมูกเปียกชื้นของเขาัักับไหปลาร้าเนียนสวยจนเด็กสาวตัวสั่นคิกคักด้วยความจั๊กจี้
เขาสังเกตเห็นว่าเยี่ยนเอ๋อร์มีกลิ่นกายที่หอมหวานแตกต่างจากลู่ชิง กลิ่นของนางผสมผสานระหว่างกลิ่นดอกไผ่อ่อนๆ กับกลิ่นน้ำหอมจากดอกไม้ป่าที่นางชอบเก็บมาทำเป็ซองหอม ความอ่อนเยาว์ของนางทำให้ผิวกายมีความนุ่มนวลและอุ่นแบบพิเศษ ร่างกายที่ยังคงความเป็เด็กผสมกับความเป็หญิงสาวที่เริ่มผลิบาน
'เด็กน้อยเอ๋ย... เ้าช่างไม่รู้อะไรเลยว่ากำลังอุ้มพญามัจจุราชที่หิวกระหายเข้าไปในที่ลับตาคน' โม่ฉีคิดในใจพลางแอบสูดกลิ่นกายที่หอมหวานดุจลูกพีชของเยี่ยนเอ๋อร์
ระหว่างทางที่เดินไปยังน้ำตก เยี่ยนเอ๋อร์พูดคุยกับกิเลนน้อยอย่างไร้เดียงสา เล่าเื่ราวต่างๆ ในสำนักให้ฟัง ทั้งเื่ของศิษย์พี่ที่เคร่งครัด เื่การฝึกฝนที่หนักหน่วง และเื่ความฝันของนางที่อยากจะเดินทางไปดูโลกกว้างข้างนอก
"เ้ารู้มั้ย กิเลนน้อย" นางกระซิบเบาๆ "บางครั้งข้ารู้สึกเหงาในสำนักแห่งนี้ แม้จะมีศิษย์พี่น้องมากมาย แต่ข้ากลับรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจข้าจริงๆ ทุกคนต่างมุ่งมั่นกับการฝึกฝนจนไม่มีเวลาสนใจอะไรอื่น"
โม่ฉีฟังคำพูดของนางด้วยความสนใจ เขาเริ่มเข้าใจจุดอ่อนทางจิตใจของเยี่ยนเอ๋อร์ นางเป็เด็กสาวที่้าความอบอุ่นและการเอาใจใส่ ความเหงาที่ฝังลึกในใจทำให้นางกระหายหาความผูกพันที่แท้จริง
เมื่อถึงริมสระน้ำตกที่ใสจนมองเห็นฝูงปลาแหวกว่าย เยี่ยนเอ๋อร์วางกิเลนน้อยลงบนพรมหญ้าสีเขียวสดที่นุ่มละมุนไม่แพ้พรมไหม
บริเวณน้ำตกมรกตโปรยนั้นเป็สถานที่ที่งดงามราวกับภาพวาดของเทพธิดา น้ำใสเซาะผ่านหินหลายชั้นก่อนจะตกลงสู่สระน้ำที่ลึกพอประมาณ รอบๆ สระมีต้นไผ่และไม้ดอกนานาชนิดขึ้นอยู่หนาแน่น สร้างความเป็ส่วนตัวให้กับสถานที่แห่งนี้ แสงแดดที่ส่องผ่านใบไม้ทำให้ผิวน้ำระยิบระยับเหมือนเพชรพลอย
นางบิดี้เีจนทรวงอกแรกรุ่นชูชันขึ้นท้าทายสายตาของปีศาจเฒ่า ก่อนที่นางจะเริ่มปลดสายรัดเอวและผ้าผูกผมออกอย่างไม่ถือสา เพราะในสายตาของนาง กิเลนตัวนี้ก็คือสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งที่ไม่มีความรู้สึกนึกคิดเยี่ยงบุรุษ
"รอเดี๋ยวนะเ้าตัวเล็ก พี่สาวจะลงไปสำรวจความเย็นของน้ำก่อน แล้วจะพามันลงไปเล่นด้วยกัน"
เยี่ยนเอ๋อร์เหลือเพียงชุดซับในบางเบาที่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของเด็กสาวที่กำลังเริ่มผลิบาน ผิวกายของนางขาวนวลเนียนละเอียดสะท้อนแสงแดดยามสายจนดูเรืองรอง โม่ฉีเริ่มบทเรียนแรกของเขาด้วยการใช้ความ "ซุกซน" เป็ใบเบิกทาง เขาแสร้งวิ่งะโโลดเต้นไปรอบๆ ตัวนาง และจงใจวิ่งลอดใต้หว่างขาของเยี่ยนเอ๋อร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขนปุยหนานุ่มที่เต็มไปด้วยไอความร้อนของกิเลนเสียดสีกับผิวขาอ่อนด้านในที่แสนบอบบางของนางทุกครั้งที่เขาวิ่งผ่าน
"อุ๊ย! ฮ่าๆๆ อย่าซนสิเ้ากิเลนบ้า ขนเ้านี่มัน... มันนุ่มจนจั๊กจี้ไปหมดแล้วนะ" เยี่ยนเอ๋อร์หัวเราะร่า ทว่าแววตาของนางเริ่มมีความวูบวาบจางๆ
ััที่ดูเหมือนเื่บังเอิญกลับถูกโม่ฉีคำนวณไว้ทุกฝีก้าว เขาแอบปล่อย "ปราณมลัก" (ปราณเสน่หา) ออกมาจากขนสีขาวมุกทีละน้อย ปราณนี้จะซึมเข้าสู่ิัของเยี่ยนเอ๋อร์ผ่านการเสียดสีที่ดูไร้เดียงสานั้น เยี่ยนเอ๋อร์เริ่มรู้สึกว่าอากาศที่เคยเย็นสบายรอบน้ำตกกลับเริ่มร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างประหลาด นางรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านจุดอ่อนไหวทุกครั้งที่ขนของกิเลนััถูกกาย
โม่ฉีเห็นว่าเหยื่อเริ่ม "อุ่น" ได้ที่ เขาจึงแสร้งทำเป็สะดุดล้มถลาเข้าหาเยี่ยนเอ๋อร์ในจังหวะที่นางกำลังก้มลงเก็บเสื้อผ้า ร่างปุยของเขาพุ่งเข้าซุกอยู่กึ่งกลางหว่างขาของนางพอดี หัวทุยๆ กดเบียดลงบนจุดยุทธศาสตร์ที่แสนบอบบางของเด็กสาวผ่านเนื้อผ้าแพรบางเบา
"อ๊ะ! เ้าตัวแสบ... มามุดอะไรตรงนี้" เยี่ยนเอ๋อร์ร้องอุทาน หน้าแดงซ่านจนถึงใบหู นางพยายามจะจับเขาออก แต่มือเรียวกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
ความร้อนจากลมหายใจของโม่ฉีที่เป่ารดหน้าขา และแรงกดจากหัวกิเลนที่นวดเฟ้นกึ่งกลางกายสาวอย่าง "บังเอิญ" ทำเอาเยี่ยนเอ๋อร์ถึงกับเข่าอ่อน นางทรุดตัวลงนั่งบนหญ้าในท่าที่กิเลนน้อยยังคงซุกอยู่ระหว่างขาของนางอย่างพอดิบพอดี ความร่าเริงที่เคยมีบัดนี้เปลี่ยนเป็ความสับสนรัญจวนใจ
"ทำไม... ทำไมพี่สาวถึงรู้สึกแปลกๆ กับเ้านักนะ" เยี่ยนเอ๋อร์พึมพำเสียงพร่า นางก้มลงมองกิเลนน้อยที่ช้อนตาขึ้นมองนางด้วยความใสซื่อ (จอมปลอม) ทว่านางกลับรู้สึกว่าั์ตาสีครามคู่นั้นดูเหมือนจะกำลังยิ้มเยาะและเชิญชวนนางให้ถลำลึก
โม่ฉีเริ่มใช้เทคนิคที่ละเอียดอ่อนขึ้น เขาแอบใช้ลิ้นสากเล็กๆ ตวัดเลียผ่านเนื้อผ้าซับในตรงง่ามขาของนางอย่างแ่เบา ััที่เปียกชื้นและสากนิดๆ กระตุ้นประสาทััของเยี่ยนเอ๋อร์จนนางเผลอแอ่นสะโพกเข้าหาโดยไม่รู้ตัว
"อืมม์..." เสียงครางแ่เบาที่ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบหลุดออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม
โม่ฉีไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขาเพิ่มความเข้มข้นโดยการเลียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นเล็กๆ ของเขาเคลื่อนไหวเป็จังหวะช้าๆ ผ่านผ้าบางเบา ทุกครั้งที่ลิ้นััิัผ่านเนื้อผ้า เยี่ยนเอ๋อร์จะรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตเบาๆ ความรู้สึกจั๊กกะจี้และเสียวซ่านพร้อมๆ กัน
"อ๊า... อืมม์..." เสียงครางที่หวานล้ำหลุดออกมาอีกครั้ง ทำให้นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้น
เขาใช้เทคนิค "ลิ้นคลื่น" โดยการสั่นลิ้นเล็กน้อยขณะเลีย ส่งความรู้สึกสั่นะเืเข้าไปในเนื้อเยื่ออ่อนไหว ความรู้สึกนี้ทำให้เยี่ยนเอ๋อร์รู้สึกเหมือนกำลังถูกคลื่นไฟฟ้าเล็กๆ กระตุ้นอย่างต่อเนื่อง
"หืมม์... อ๊ะ..." นางครางเบาๆ ขณะที่ร่างกายสั่นไหวด้วยความรู้สึกแปลกใหม่
โม่ฉีเปลี่ยนจากการเลียเป็การใช้ลิ้นกดเบาๆ ลงบนจุดที่อ่อนไหวที่สุด แล้วค่อยๆ เลียเป็วงกลมเล็กๆ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทำให้เยี่ยนเอ๋อร์ต้องหอบหายใจ
"อืมม์... อ๊าา..." เสียงครางที่เร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่เผยอเล็กน้อย
เขาใช้ปลายลิ้นตวัดเลียไปตามขอบผ้าซับใน ส่งความรู้สึกจั๊กกะจี้ที่แปลกใหม่ ทำให้นางรู้สึกเหมือนมีไฟเล็กๆ ลุกไหม้ทั่วร่างกาย
"หา... หา... อ๊ะ..." นางหอบหายใจถี่ขึ้น ขณะที่ความรู้สึกเสียวซ่านแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
โม่ฉีเริ่มใช้เทคนิค "ลิ้นคู่" โดยการแยกลิ้นออกเป็สองส่วน เลียสองจุดพร้อมกัน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทำให้เยี่ยนเอ๋อร์เกือบจะเสียสติ
"อ๊า! อืมม์... หืมม์..." เสียงครางที่หวานล้ำและเร่าร้อนดังขึ้นเรื่อยๆ
เขาเลียซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยจังหวะที่ช้าแล้วเร็ว ทำให้เยี่ยนเอ๋อร์ไม่สามารถคาดเดาได้ ความรู้สึกจั๊กกะจี้และเสียวซ่านสลับกันไป ทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังถูกคลื่นไฟฟ้าซัดสาด
"อ๊าา... หืมม์... อ๊ะ..." เสียงครางที่ไม่สามารถกลั้นได้หลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง
'เด็กน้อยเอ๋ย... ความตื่นเต้นที่เ้าไม่เคยพบนี่แหละที่จะทำให้เ้ากลายเป็ทาสของข้า'
เยี่ยนเอ๋อร์หลับตาพริ้ม หายใจหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงน้ำตกที่บดบังเสียงหัวใจที่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่งของนาง ความรู้สึก "พิเศษ" นี้มันช่างเย้ายวนและน่ากลัวไปพร้อมๆ กัน แต่นางกลับไม่อยากให้มันหยุดลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว
โม่ฉีเพิ่มความเข้มข้นโดยการเลียแบบ "คลื่นซ้อน" ลิ้นของเขาเคลื่อนไหวเป็คลื่นเล็กๆ ส่งความรู้สึกสั่นะเืที่ซับซ้อน ทำให้เยี่ยนเอ๋อร์รู้สึกเหมือนกำลังถูกไฟช็อตหลายระดับพร้อมกัน
"อ๊า! หืมม์... อืมม์..." นางครางด้วยเสียงที่หวานล้ำจนโม่ฉีแทบจะเสียสติ
เขาใช้ลิ้นเลียเป็เส้นตรงช้าๆ แล้วกลับมาเลียเป็วงกลมเร็วๆ สลับกันไป ความรู้สึกจั๊กกะจี้และเสียวซ่านที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทำให้นางไม่สามารถปรับตัวได้
"หา... อ๊าา... หืมม์..." เสียงครางที่เร่าร้อนและหอบเหนื่อยหลุดออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากทางเข้าป่าไผ่ พร้อมกับเสียงเรียกที่คุ้นเคย
"เยี่ยนเอ๋อร์! เ้าอยู่ที่นี่หรือ?" เสียงของเสี่ยวหรูดังขึ้นก่อน ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของรั่วซี
เยี่ยนเอ๋อร์ใสุดขีด รีบผลักกิเลนน้อยออกจากระหว่างขาแล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่แดงก่ำจากความรู้สึกแปลกใหม่ยิ่งแดงมากขึ้นด้วยความอับอาย ร่างกายของนางยังคงสั่นไหวเล็กน้อยจากเสียงสะท้อนของความรู้สึกที่เพิ่งผ่านไป
"อ๊ะ... พวกเ้ามาทำอะไรที่นี่" เยี่ยนเอ๋อร์ร้องถามด้วยเสียงสั่น พลางรีบคว้าเสื้อผ้ามาใส่ มือของนางยังสั่นเทาจากความรู้สึกที่เพิ่งัั
เสี่ยวหรู รั่วซี และอวี่เหวิน ปรากฏตัวออกมาจากเงาไผ่ ทั้งสามต่างมีสีหน้าแปลกๆ เหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่าง
"พวกเราตามหากิเลนน้อยมา" เสี่ยวหรูตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูกระหายกระหาย "ศิษย์พี่ใหญ่กลับมาแล้วพบว่ามันหายไป นางกังวลมาก"
รั่วซีจับจ้องไปที่กิเลนน้อยที่นั่งอยู่บนหญ้าอย่างไร้เดียงสา "เ้าพามันมาที่นี่ทำไม เยี่ยนเอ๋อร์ เ้ารู้มั้ยว่าการลักพาสัตว์มงคลของศิษย์พี่ใหญ่ถือเป็การฝ่าฝืนกฎของสำนัก"
อวี่เหวินเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาเฉียบคมจับจ้องไปที่กิเลนน้อย "มีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นที่นี่หรือเปล่า ข้ารู้สึกถึงกลิ่นอายที่ผิดปกติ"
โม่ฉีในใจแอบขำ เขารู้ว่าปราณมลักที่เขาปล่อยออกมาเมื่อครู่ยังคงลอยอยู่ในอากาศ และบัดนี้เหล่าศิษย์น้องทั้งสามที่เพิ่งมาถึงก็เริ่มได้รับผลกระทบแล้ว เขาแอบสังเกตการเปลี่ยนแปลงของพวกนาง
เสี่ยวหรูเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบ ิัของนางเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น แก้มที่เคยขาวใสเริ่มแดงระเรื่อ รั่วซีรู้สึกสับสนจนหัวใจที่เคยนิ่งเริ่มแกว่ง ส่วนอวี่เหวินแม้ใบหน้าจะยังนิ่งสงบ แต่ลมหายใจของนางกลับเริ่มติดขัดอย่างควบคุมไม่ได้
เยี่ยนเอ๋อร์พยายามปกปิดความรู้สึกที่ยังคงเหลืออยู่ในร่างกาย "ข้า... ข้าแค่อยากจะพากิเลนน้อยมาเล่นน้ำเท่านั้น มันดูเหงาๆ ในห้องของศิษย์พี่ใหญ่"
แต่เสียงของนางยังคงสั่นเทาเล็กน้อย และใบหน้าที่ยังแดงก่ำทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือนัก ความรู้สึกจั๊กกะจี้และเสียวซ่านที่เพิ่งััยังคงอยู่ในความทรงจำ ทำให้นางไม่สามารถมองตรงไปที่กิเลนน้อยได้โดยไม่รู้สึกหน้าแดง