คณินมองลูกกับแม่ของลูกอยู่ครู่ให้กัญญาภัคนั่งหลังก็ได้ วันนี้เขายอมเป็นคนขับรถสักวันหนึ่งหรือจะเป็นตลอดไปก็ได้ถ้าแม่ของลูกไม่ขัดข้อง
“ไม่มีอะไรครับผมไปส่งที่บ้านคุณเลยนะ”
กัญญาภัคพยักหน้าไม่ต้องบอกพิกัดเขาก็รู้ เพราะคณินเคยขับไปที่บ้านเธอหลายหนแล้วกัญญาภัคมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่หันไปตั้งใจขับรถ พ่อของลูกหล่อเหลา เท่ห์สมาร์ตมีแต่สาวๆ มารุมล้อม ติดพัน ล่าสุดก็เข็มจิราก็ยังควงคู่กับเขาอยู่
หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะรู้สึกแปลบปลาบขึ้นมาราวกับจะหวงแหนเขา ซึ่งความคิดนี้ทำให้กัญญาภัครีบเอ็ดตัวเองเขาเจ้าชู้ มากรักจะตายไป ที่เขาทำสนิทสนม ชอบพอด้วยก็เพราะเธอมีลูกถ้าไม่ใช่เรื่องลูกเขาคงไม่สนใจเธอ คนเป็นแม่ลูกหนึ่งประสบการณ์การพบกันครั้งแรกก็ไม่ได้น่าประทับใจเลยทำให้กัญญาภัคเตือนตัวเองว่าอย่าหลงใหลได้ปลื้มกับเขา ทุกอย่างเขาทำเพื่อลูกและหว่านเสน่ห์ใส่เธอก็ตามประสาคนหล่อ รวยเท่านั้น
กัญญาภัคคิดแล้วก็เผลอแบะปากแต่คาดไม่ถึงว่าคนขับรถสุดวีไอพีจะเห็นเข้า จากครรลองสายตากัญญาภัคเหลือบไปมองกระจกหน้ารถปะทะกับสายตาคู่คมกริบพอดี ปากที่แบะเมื่อครู่รีบปรับเป็นสีหน้าปกติหันไปมองลูกที่นอนหลับปุ๋ยไปแล้ว
คณินอมยิ้มแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่เอ่ยอะไร ตั้งใจขับรถต่อ ยายแม่มดทรงสะบึมคงไม่นึกว่าเขาจะเห็นอันที่จริงเธอคงไม่รู้ว่าเขามองเธอตลอดเวลา ยิ่งเห็นตอนทำหน้าที่แม่ของลูกเขายิ่งชอบยิ่งประทับใจทำไมเธอทำให้เขารู้สึกได้ถึงความเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ของเธอได้มากขนาดนี้เขาคิดว่าผู้หญิงทุกคนเมื่อมีลูกก็คงเป็นแบบกัญญาภัคนั่นแหละ แต่ที่เขาประทับใจเธอก็คือไม่นึกว่าคนที่ดื้อดึงดูอารมณ์ก้าวร้าวในบางครั้ง บทจะเลี้ยงลูกก็ทำได้น่ารัก อ่อนหวาน ดีไปหมดจนน่าทึ่ง
ตอนที่คณินขับรถเข้ามาจอดในรั้วบ้านตรงหน้าโถงทางเข้าประตู ด้านหลังก็มีรถของเขาที่ขับโดยรุจน์ตามมาส่งแพรว ทั้งสองเปิดประตูลงมาต่างฝ่ายต่างไปดูแลเจ้านายตัวเอง
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”กัญญาภัคอุ้มลูกน้อยลงมาจากรถ โดยมีคณินช่วยประคองและปิดประตูให้เขายื่นหน้ามาใกล้ตอนที่เธอบอกว่า
“น้ำใสหลับปุ๋ยเลยค่ะ”
“แกน่ารักมาก”คณินพูด มองลูกสาวตัวน้อยตาไม่กะพริบ เป็นภาพที่รุจน์เห็นแล้วต้องบอกกับแพรวด้วยเสียงเบา
“เราอย่าเพิ่งเข้าไปเลยครับ”
พี่แพรวก็เห็นด้วยเลยชะลอฝีเท้าไว้แค่นั้นปล่อยให้พ่อแม่ของน้ำใสใช้เวลาด้วยกัน คณินมองหน้าลูกแล้วเหลือบมองหน้าแม่ของลูกกัญญาภัคยามนี้ใบหน้าอ่อนโยน แววตาอ่อนแสงไร้ความวางตัวห่างเหิน เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ไร้เกราะป้องกันตัว
คณินเผลอยิ้มโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวจังหวะนั้นที่กัญญาภัคก็หันไปสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นไหววูบ เพราะเขาอยู่ใกล้มากตั้งแต่เมื่อไรกัน แถมมือข้างหนึ่งของเขาก็อ้อมมากอดเธอไว้ด้วย
“คุณกอดฉัน”เธอเอ็ดเขา
“ผมกอดลูกต่างหาก”
“อย่ามาตีเนียนนะคะมือคุณแต๊ะอั๋งฉันอยู่” ดวงตาคู่หวานขึงมองมือหนาที่กอดรอบเอวเธออยู่นิ้วมือเขายังวางอยู่ตรงสะโพกของเธอ ยังจะมาเถียงอีก หลักฐานเห็นอยู่เต็มตา
“ผมกอดลูกจริงๆแต่แค่กอดผ่านคุณ”
“แถ”
คณินไหวไหล่และที่ทำให้กัญญาภัคสะดุ้งไม่ใช่เพราะท่าทางกวนๆ ของเขาหากแต่เป็นมือหนาของเขาที่เริ่มไม่อยู่สุขนิ้วมือของเขามีสิทธิ์อะไรมาลูบไล้ผิวเนื้อของเธอจนทำให้เธอขนลุกซู่ไปหมด
“ปล่อยนะ”กัญญาภัคว่าอย่างอายๆ “ฉันอุ้มลูกอยู่ไม่เห็นเหรอ”
คณินยอมปล่อยมือแต่ไม่ยอมถอยห่างเขาเข้าไปจุ๊บแก้มนุ่มของลูก แต่เพราะกัญญาภัคอุ้มลูกแนบอกตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นมาจึงได้สูดกลิ่นหอมอ่อนๆของกายสาวเข้าไปเต็มปอด
หอม
คณินคิดในใจปากหยักขยับรอยยิ้มและที่ทำให้กัญญาภัครู้ว่าเขาคิดไม่ซื่อคือดวงตาเจ้าเล่ห์คู่นั้น มันวิบวับพราวแสงแข่งกับดวงดาวบนฟ้ามาก
“ฉันเข้าบ้านก่อนนะคะ”
“นอนหลับฝันดีนะครับ”
“ฉันฝันดีอยู่แล้วค่ะ”
“ผมบอกน้ำใสฝันดีนะครับลูกพ่อ”
กัญญาภัคเมินหน้าหนีสายตายียวนคู่นั้นทันทีเธอรีบพาลูกเข้าห้องนอน วางลงบนเปลแล้วจึงนั่งมองหน้าเล็กๆ นั้นอย่างเหม่อลอยไม่รู้ว่าเขาเข้ามาใกล้ชิดจนทำให้เธอหวั่นไหวตั้งแต่เมื่อไรแต่เธอไม่ถูกใจสิ่งนี้เลย เพราะเขามีเข็มจิราและยังมีใครอีกบ้างก็ไม่รู้เธอไม่อยากให้ตัวเองต้องชอบเขา และไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาชอบเธอ
ตอนนี้หัวใจเธอสับสนไปหมดชอบที่มีเขามาดูแล และอยากให้เป็นแบบนี้ไปตลอด
“น้ำใสบอกพ่อของหนูทีสิลูก อย่าทำให้แม่หวั่นไหว แม่ไม่อยากผิดหวังเสียใจซ้ำๆ”