ผกากาญจน์ลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนสายๆ ซึ่งในเวลานั้น ชีคซาเรสไม่ได้อยู่ภายในห้องนั้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผกากาญจน์รู้สึกเศร้าสร้อยแต่อย่างใด กลับอมยิ้มหน้าแดงระเรื่อซับสีให้กับตัวเอง เมื่อมองไปยังที่นอนฝั่งคนตัวโตนอนเมื่อคืน ซึ่งยังมีร่องรอยบุ๋มยับยู้ยี้ของผ้าปูที่นอนให้เห็นอยู่ เพราะเขาพึ่งออกจากห้องของเธอไปเมื่อรุ่งเช้านี้เอง
แต่ก่อนที่ ชีคซาเรส จะออกไป เขาก็จัดการ ผกากาญจน์ ไปอีกรอบหนึ่ง จน ผกากาญจน์ เหนื่อยหอบหายใจรวยรินกันเลยทีเดียว
“ต้องไปแล้ว มีงานรออยู่ คืนนี้ขอแบบนี้อีกนะ”
ชีคซาเรส ก่อนที่จะลุกออกจากเตียงนอนไป เขาได้กระซิบกระซาบบอกคนตัวเล็กใกล้ๆ ริมฝีปากบางนุ่ม ก่อนจะกดจูบลงไปแผ่วๆ แล้วตัดใจลุกออกจากเตียงอย่างเร็วพลัน เพราะหากขืนอ้อยอิ่งอยู่อย่างนั้น มีหวังไม่ต้องไปไหนกันพอดี คงได้ขลุกอยู่กับคนตัวเล็กร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นนี้ทั้งวันอย่างแน่นอน
ผกากาญจน์ลุกขึ้นจากเตียงนอนหนานุ่มกว้างขวางขนาดคิงไซส์ หยิบเสื้อคลุมขึ้นมาคลุมร่างบางเอาไว้ เดินออกมายังโซนห้องนั่งเล่นด้วยใบหน้าที่ดูอิ่มเอิบ
“นายหญิงตื่นแล้ว ไม่สบายรู้สึกยังไงบ้างคะ?”
เอสซาลที่นั่งรอผกากาญจน์อยู่ที่นั่น มองดูใบหน้าที่อิ่มเอิบมีสีสันขึ้น ก็รู้แล้วล่ะว่าหายดีแล้ว ก็จะไม่หายได้ยังไง ก็มีคนคอยรักษาอยู่ทั้งคืนนี่นา
“ดีขึ้นแล้วล่ะ เอสซาลมานานหรือยัง?”
ผกากาญจน์กล่าวไปก็ให้เขินอายไป จนต้องเสพูดไปเรื่องอื่น เพื่อไม่ให้ตัวเองเขินอายไปมากกว่านี้ ซึ่งเอสซาลก็เห็นแล้วล่ะว่านายหญิงของเธอเขินอาย ใบหน้าแดงซะขนาดนั้น ทำไมเธอจะไม่รู้ล่ะ
“มาได้สักพักแล้วล่ะค่ะ แล้วนายหญิงหิวหรือยังคะ เอสซาลจะได้บอกให้เขาจัดอาหารเข้ามาให้เลย”
เอสซาลก็ไม่อยากให้นายหญิงของเธอต้องอายมากไปกว่านี้ จึงได้ตัดบทไปพูดเรื่องอื่นเหมือนกัน
“เดี๋ยวขอกาญอาบน้ำก่อนแล้วกันนะ”
ผกากาญจน์ว่าแล้วก็หันหลังเดินไปยังห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สดชื่น
ผกากาญจน์ใช้เวลาในการอาบน้ำชำระล้างร่างกายอยู่ราวๆ สิบห้านาทีก็เดินออกจากห้องน้ำมา สวมใส่เสื้อผ้าที่เอสซาลได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ แล้วค่อยเดินออกไปจากห้องนอน ไปยังโซนนั่งเล่น ซึ่ง ณ ตรงนั้น ผกากาญจน์ก็เห็นเอสซาลกำลังช่วยคนที่นำอาหารเข้ามา ลำเลียงอาหารขึ้นโต๊ะ สำหรับให้เธอรับประทานอยู่อย่างขะมักเขม้น
ซึ่งพอทุกคนเห็นผกากาญจน์เดินเข้ามาใกล้ๆ ก็ต่างพากันทำความเคารพ ผกากาญจน์ก็ส่งยิ้มบางๆ ให้อย่างเป็นมิตร แล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหาร
“น่าทานทั้งนั้นเลย”
ผกากาญจน์มองดูอาหารที่จัดเรียงอยู่บนโต๊ะอย่างสวยงาม ด้วยสายตาที่ชื่นชม ก่อนจะลงมือรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย
เอสซาลที่ยืนอยู่ที่มุมห้อง เห็นว่าผกากาญจน์รับประทานอาหารของที่นี่ได้ และมีสีหน้าท่าทางในการรับประทานดูจะอร่อยถูกปากด้วย ก็รู้สึกดีใจและโล่งอกที่เห็นว่าผกากาญจน์นั้น ทานรสชาติอาหารของที่นี่ได้
“อาหารที่นี่อร่อยดีนะเอสซาล คงต้องขอไปเรียนทำอาหารด้วยบ้างแล้วล่ะ”
ผกากาญจน์หันไปกล่าวชมจากใจจริง พร้อมกับเกิดความคิดอยากจะทำอาหารของที่นี่ เพื่อจะได้มีความรู้และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วย
“ค่ะ!! อิสมาเขาทำอาหารพื้นเมืองของที่นี่อร่อย ขนาดชีคยังติดใจฝีมืออิสมาเลยนะคะ”
เอสซาลบอกเล่าให้ผู้เป็นเจ้านายของเธอได้รับทราบ ด้วยรอยยิ้ม และยิ่งเห็นว่าผู้เป็นเจ้านายรับประทานอาหารมื้อนี้ได้เยอะกว่ามื้อเมื่อคืนก็รู้สึกดีต่อใจมิใช่น้อยเลย
“ที่นี่มีตลาดไหมเอสซาล?” ผกากาญจน์รับประทานอาหารไป ก็ชวนเอสซาลคุยไปด้วย
“มีค่ะ ตลาดจะอยู่ห่างจากที่นี่ไปประมาณหนึ่งกิโล ที่นั่นมีของขายมากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผ้าที่ทอด้วยมือ เครื่องหนัง เครื่องเงิน เครื่องประดับต่างๆ หรือแม้กระทั่งเครื่องสำอางก็มีนะคะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นของพื้นเมืองที่เขานำมาขายกันน่ะค่ะ”
เอสซาลเห็นว่าผู้เป็นเจ้านายของเธอสนใจ ก็เลยเล่าให้ฟังยืดยาวซะเลย
“งั้นพอกาญทานเสร็จ เอสซาล พากาญไปหน่อยนะ กาญอยากจะไปเห็น” ผกากาญจน์หันมาพูดพร้อมกับทำสายตาเว้าวอนส่งให้เอสซาล เพื่อให้พาไปยังตลาดที่ว่ามานั้น
“ได้สิคะ”
เอสซาลยิ้มกับท่าทีนั้น และประกอบกับตนเองก็อยากจะไปเดินเที่ยวตลาดด้วยเหมือนกัน จึงได้ตกปากรับคำ
๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖