สุดยอดนักผจญภัย

    เมืองแห่งน้ำพุร้อน

    หลายวันผ่านไป

    กริมรีปเปอร์ก็มุ่งหน้าสู่เกาะลอยฟ้า

    การเดินทางจากเมืองไวท์บาเบลไปยังเกาะลอยฟ้าใช้เวลานานกว่าสองเดือนเป็นอะไรที่ยาวนานมาก เพราะงั้นไลท์จึงไม่ได้เร่งรีบให้เดินทางและแวะตามสถานที่ต่างๆเพื่อพักผ่อน 

    ตลอดการเดินทางพวกไลท์พักตามเมืองต่างๆและเพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของแต่ละพื้นที่ 

    นอกจากการท่องเที่ยวแล้วพวกไลท์ก็ยังได้กำจัดกลุ่มโจรรวมไปถึงอาชญากรที่มีค่าหัวและพวกองค์กรมืดไปหนึ่งองค์กรอีกด้วย 

    ณ เมืองซาวน์เลียน่า

    เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาและยังมีบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อและมีเอกลักษณ์

    ไลท์และคนอื่นๆตัดสินใจที่จะพักอยู่ที่เมืองซาวน์เลียน่าเพื่อแช่บ่อน้ำพุร้อน 

    ไลท์ได้เปิดห้องที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับภูเขาด้านหลังเมือง ซึ่งโรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมหรูและมีบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่แถมยังมองเห็นป่าที่อยู่ด้านหลังได้แบบรอบทิศอีกด้วย ทำให้กลายเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงอีกแห่งในเมืองแห่งนี้

    โชคดีที่บ่อน้ำพุร้อนของโรงแรมแห่งนี้แยกชายหญิง 

    “ นึกไม่ถึงเลยว่าการแช่บ่อน้ำพุร้อนจะทำให้รู้สึกสบายได้ขนาดนี้ ” ไลก้าว่ายน้ำเล่นในบ่อน้ำพุร้อน ส่วนทางด้านคอลรุยและไลท์ก็นั่งอยู่ด้านข้างพร้อมกับซึมซับบรรยากกาศสบายๆ

    โชคดีที่ไม่มีลูกค้าคนอื่นเพราะงั้นไลก้าจึงว่ายน้ำในบ่อน้ำพุร้อนได้สบาย

    “ ก็แน่อยู่แล้วการแช่น้ำพุร้อนช่วยให้ร่างกายผ่อนคลอยและทำให้ร่างกายฟื้นฟูความเหนื่อยล้าได้ ” ไลท์พูดขึ้น

    “ ที่แท้ก็แบบนี้เอง ” คอลรุยที่นั่งอยู่ไม่ไกลพยักหน้ารับ

    “ จริงสิหัวหน้า ตอนเย็นผมได้ยินมาว่าแถวด้านบนภูเขาลูกนี้มีพยัคฆ์เนตรเพลิงอาศัยอยู่ ซึ่งมันได้ทำร้ายชาวบ้านหลายคน นอกจากนี้นักผจญภัยระดับBก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ ” คอลรุยพูดขึ้น

    เนื่องจากเมืองซาวน์เลียน่าเป็นเมืองท่องเที่ยวขนาดเล็ก ทำให้มีผู้คนอาศัยอยู่เพียงแค่ห้าหมื่นกว่าคนเท่านั้น ส่วนคนที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือเจ้าเมืองที่เป็นตัวตนระดับAเพียงคนเดียว 

    “ มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรอ ” ไลท์ประหลาดใจ

    “ ใช่ครับผมจึงคิดว่าจะลองไปจัดการมันดู ” คอลรุยพูด

    “ เอาสินายไปจัดการได้เลย ” ไลท์พูด

    “ เข้าใจแล้วครับหัวหน้า…อ้อจริงสิเห็นว่าอีกสิบวันที่เมืองนี้ก็จะมีงานเทศกาลบ่อน้ำพุร้อนด้วย เห็นว่าจะเป็นการจัดงานเพื่อบูชาเทพีแห่งน้ำพุร้อนหรือยังไงนี้แหละ ชาวบ้านก็จะตั้งร้านแผงลอยขายของจำนวนมากด้วย ” คอลรุยพูดขึ้น

    “ ฉันเองก็ได้ยินมาเหมือนกัน ดูเหมือนว่างานเทศกาลนี้จะจัดขึ้นทุกปี เห็นว่าปีนี้จะมีนักร้องระดับโลกมาร้องเพลงด้วยนะแต่ฉันไม่รู้ว่าเป็นใคร ” ไลท์พูด

    “ ลูกพี่ๆผมรู้ว่านักร้องคนนั้นเป็นใคร ” ไลก้าที่ว่ายน้ำอยู่ก็ตีเท้ามาใกล้ๆกับไลท์และคอลรุย 

    “ เป็นใครงั้นหรอ? ” ไลท์และคอลรุยถามขึ้นพร้อมกัน

    “ นักร้องสาวที่ชื่อว่ามาการีน่า เป็นจอมเวทย์แห่งเพลง ความสามารถคือการใช้เสียงร้องของเธอทำให้ทุกๆคนรู้สึกผ่อนคลายได้แถมยังมีความสามารถในการฟื้นฟูพลังเวทย์ได้อีกด้วยและยังสามารถเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ได้อีกเช่นเพิ่มความเร็ว เพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นต้น ” ไลก้าพูดขึ้น

    “ ทำไมนายถึงรู้ดีนักล่ะ? ” ไลท์สงสัย

    “ ก็ผมไปถามนักผจญภัยคนอื่นมา ” ไลก้าพูดขึ้น

    “ เห็นว่าเธอเป็นหญิงสาวที่น่ารักรูปร่างดีอายุยี่สิบห้าปี แถมเสียงที่เธอร้องก็เรียกได้ว่ายอดเยี่ยมจนทำให้มีแฟนคลับไปทั่วโลกเลยล่ะ ” ไลก้าพูดต่อ

    “ นายนี้ก็รู้เยอะเหมือนกันนะเนี้ย ” ไลท์หัวเราะ คอลรุยเองก็หัวเราะขึ้นด้วยเหมือนกัน

    ทางฝั่งสาวๆเองก็คุยกันแต่เรื่องเสื้อผ้าและเครื่องสำอางไม่ก็น้ำหอม

    ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังออกมาจากภูเขาด้านหลังพร้อมกับเสียงต่อสู้ดังขึ้นตามมาด้วย

    ไลท์ ไลก้าและคอลรุยมองหน้ากันก่อนที่จะรีบลุกขึ้นไปเปลื่ยนเสื้อผ้าทันที 

    หลังจากที่เปลื่ยนเสื้อผ้าแล้วทั้งสามก็วิ่งตามเสียงการต่อสู้ไป

    ไม่ถึงห้านาทีไลท์ ไลก้า คอลรุยก็พบกับต้นตอของเสียงการต่อสู้แล้ว

    เป็นชายวัยกลางคนพร้อมกับกองทหารมากกว่าหนึ่งร้อยคนกำลังล้อมจับพยัคห์เนตรเพลิงอยู่ และไม่ถึงห้านาทีสามสาวเองก็วิ่งมาโผล่ด้านหลังของพวกไลท์ สาเหตุที่ช้าก็เพราะพวกเธอเป็นผู้หญิงจึงทำให้ช้าเรื่องการแต่งตัวไปสักหน่อย

    “ ดูเหมือนว่าจะเป็นกองทหารของเมืองซาวน์เลียน่านะครับ ” คอลรุยพูดขึ้นเพราะเขาสังเกตเห็นสัญลักษณ์ของเมืองซาวน์เลียน่าบนหน้าอกของทหาร

    “ พวกนั้นกำลังจะจับพยัคฆ์เนตรเพลิงงั้นหรอ? ” ไลท์เห็นว่าทหารหลายคนถือตาข่ายขนาดใหญ่เอาไว้

    “ ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ ” ไลก้าตอบ

    “ งั้นคอลรุยนายไปถามมาว่าพวกเขาต้องการคนช่วยไหม ถ้าหากต้องการนายก็จัดการได้เลย ” ไลท์พูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้วหัวหน้า ” คอลรุยรับคำก่อนที่จะพุ่งตัวไปทันที

    “ งั้นพวกเราก็กลับกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้น ด้วยความสามารถของคอลรุยสามารถจัดการกับพยัคฆ์เนตรเพลิงได้สบายๆ 

    หลังจากนั้นพวกไลท์ก็พากันกลับไปแช่น้ำพุร้อนเหมือนเดิม 

    ไม่ถึงยี่สิบนาทีคอลรุยก็กลับมา

    “ เป็นยังไงบ้างคอลรุย? ” ไลท์ถามขึ้น

    “ ที่เห็นทหารถือตาข่ายก็เพื่อตึงร่างของพยัคฆ์เนตรเพลิงและสังหารมันทิ้ง ” คอลรุยตอบ

    “ งั้นก็ฆ่ามันไปแล้วใช่ไหม? ” ไลก้าที่อยู่ไม่ไกลถามขึ้น

    “ อื้ม ถูกฉันฆ่าไปแล้ว ” คอลรุยพยักหน้ารับ

    “ จริงสิหัวหน้าพวกเราสามารถตั้งร้านขายของได้นะถ้าหากพวกเราต้องการ อีกอย่างพวกเราก็จะได้พื้นที่ดีๆอีกด้วยเพราะเจ้าเมืองซาวน์เลียน่าเป็นคนบอกเอง ” คอลรุยพูดขึ้น

    “ พวกเราตั้งร้านขายของงั้นหรอ ” ไล่ท์ครุ่นคิดก่อนที่จะปิ้งไอเดียบางอย่าง

    “ งั้นก็ดีพวกเรามาทำอาหารขายกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้น

    “ ทำอาหารงั้นหรอลูกพี่ ” ไลก้าประหลาดใจ

    “ ใช่แล้วละฉันจะทำอาหารขายส่วนพวกนายสองคนจะต้องมาเป็นลูกมือของฉัน ” ไลท์พูดขึ้น

    “ หัวหน้าเอาไงฉันก็ตามนั้น ” คอลรุยยักไหล่

    “ เอาสิลูกพี่ ” ไลก้าหัวเราะขึ้น

    “ แล้วก็ไม่ต้องไปบอกพวกสาวๆล่ะฉันจะทำให้พวกนั้นประหลาดใจ ” ไลท์ยิ้ม

    “ รับทราบ ” ไลก้าและคอลรุยพูดพร้อมกัน

    “ งั้นพรุ่งนี้ฉันจะไปซื้อวัตถุดิบแล้วกัน อ่อแล้วก็คอลรุยนายไปถามเจ้าเมืองว่าพวกเราจะได้ร้านค้าตรงไหน ” ไลท์พูดพร้อมกับรอยยิ้ม

    “ เข้าใจแล้วครับหัวหน้า ” 

    วันต่อมา

    ไลท์ไปเดินตลาดพร้อมกับซื้อวัตถุดิบในการทำทาโกะยากิสูตรพิเศษที่เขาเป็นคนคิดขึ้นมาเอง 

    ไลท์ไปที่ตึกนักผจญภัยเพื่อทำการซื้อเนื้อของสัตว์เวทย์ ซึ่งเป็นเนื้อของปลาหมึกยักษ์

    ปลาหมึกยักษ์เป็นสัตว์เวทย์ที่อ่อนแอและไม่ได้แข็งแกร่งอะไร เพียงแต่พวกมันขยายพันธุ์ได้เร็วจึงมักถูกนำมาเลี้ยงเพื่อนำมาเป็นอาหาร นอกจากนี้เนื้อของปลาหมึกยักษ์ก็ยังเหนี่ยวนุ่มอีกด้วยเหมาะแก่การนำมาเป็นส่วนผสมหลักของทาโกะยากิ 

    หลังจากที่ได้วัตถุดิบหลักแล้วไลท์ก็ไปที่ร้านขายแป้ง เพียงแต่ไม่รู้ว่าโลกใบนี้มีแป้งแบบที่ใช้ในการทำทาโกะยากิไหมเพราะฉะนั้นไลท์จึงเสียเวลาในการเลือกแป้งอยู่นานกว่าจะได้แป้งที่เหมาะสม

    เมื่อได้แป้งแล้วต่อไปก็คือวัตถุดิบย่อยทั้งหลายเช่นต้นหอม ขิง กระหล่ำปลี เป็นต้น 

    เมื่อวัตถุดิบเสร็จแล้วต่อไปก็คือพวกเครื่องมือต่างๆที่ใช้ในการทำทาโกะยากิ แน่นอนว่าในโลกนี้ไม่มีใครเคยทำทาโกะยากิมาก่อน เพราะฉะนั้นไลท์จึงไปสั่งให้ช่างตีเหล็กในเมืองแห่งนี้ทำให้ นอกจากนี้ก็ยังซื้อไม้เสียบและจานกระดาษที่ไว้ใส่ทาโกะยากิ 

    หลังจากที่ซื้อของจนเสร็จแล้วคอลรุยก็ติดต่อมาว่ารู้แล้ว่าร้านค้าของพวกเขาจะตั้งอยู่ตรงไหน

    ไลท์จึงรีบมุ่งหน้าไปยังจุดที่ร้านค้าของเขา

    “ เป็นจุดที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ” ไลท์ชื่นชมเพราะจุดที่พวกไลท์ได้เป็นจุดที่อยู่ตรงในมุมที่ดีมากแถมยังอยู่ใกล้กับงานเทศกาลอีกด้วยทำให้น่าจะมีลูกค้าแวะเวียนมาอย่างต่อเนื่อง

    “ หัวหน้าครับอีกสามวันทางเมืองซาวน์เลียน่าถึงจะมาตั้งร้านค้าให้กับพวกเราครับ ซึ่งขนาดของร้านก็จะประมาณนี้ครับ ” คอลรุยพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปตีเส้นให้กับไลท์และไลก้าดู

    “ นับว่ากำลังพอดีเลย ” ไลท์พูดขึ้น เพราะขนาดของหน้าร้านนั้นกว้างประมาณแปดเมตรซึ่งทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ

    สองวันต่อมา

    บนภูเขาด้านหลังเมืองซาวน์เลียน่า 

    ไลท์ได้เริ่มทำทาโกะยากิให้กับไลก้าและคอลรุยกิน

    “ หัวหน้าจะทำอะไรงั้นหรอ? ” คอลรุยกระซิบกับไลก้า

    “ ฉันจะไปรู้ไหมล่ะ ” ไลก้าส่ายหน้า 

    ทั้งสองมองดูไลท์ทำอาหารชนิดใหม่ด้วยความสนใจ

    ในชาติที่แล้วไลท์เองก็เคยทำทาโกะยากิอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ทำเก่งแบบมืออาชีพ แต่ทว่ายังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่างานเทศกาลจะเริ่ม เพราะงั้นไลท์จึงยังมีเวลาฝึกฝีมือในการทำทาโกะยากิ

    ไม่นานทาโกะยากิชุดแรกก็เสร็จสิ้น 

    กลิ่นหอมของทาโกะยากิก็ลอยขึ้นไปทั่ว 

    ไลท์มองดูทาโกะยากิบนจานด้วยความพึงพอใจ แม้ว่าจะมีบางลูกที่ไหม้ไปบ้างแต่ก็ยังพอกินได้ ส่วนน้ำซอสไลท์ต้องคิดขึ้นมาใหม่ให้คล้ายกับน้ำซอสของทาโกะยากิแบบดั่งเดิม 

    “ น่าอร่อยมากลูกพี่! ” ไลก้ามองดูทาโกะยากิที่ไลท์ทำพร้อมกับกลืนน้ำลายดังอึก

    ทางด้านคอลรุยเองก็มองไปที่ทาโกะยากิด้วยความสนใจ เพราะนี้คืออาหารชนิดใหม่ที่ไลท์เป็นคนทำขึ้นแถมมันยังดูน่ากินมากอีกด้วย 

    “ หัวหน้าอาหารชนิดนี้ชื่อว่าอะไรหรอ? ” ไลก้าถามด้วยความอยากรู้

    “ อาหารนี้ชื่อว่าทาโกะยากิ!! ” ไลท์ตอบ

    “ ทาโกะยากิงั้นหรอ ชื่อดูมีเอกลักษณ์มากเลยครับหัวหน้า ” ไลก้าพูดขึ้นส่วนคอลรุยเองก็พยักหน้าเห็นด้วย

    “ อะพวกนายลองดู ” ไลท์พูดขึ้น

    ไลก้าและคอลรุยไม่รอช้าก่อนที่จะรีบกินทันที

    “ อร่อยมากลูกพี่!! ” ไลก้าเคี้ยวไปพูดไป

    “ นั้นสิหัวหน้า นึกไม่ถึงเลยว่าหัวหน้าจะมีพรสวรรค์ในการทำอาหารด้วย ” คอลรุยเองก็กินไปสองลูกแล้ว

    “ พวกนายว่าต้องปรับปรุงตรงไหนอีกไหม? ” ไลท์ถามความคิดเห็นของสองกูรูด้านอาหาร 

    “ ผมว่ายังต้องเพิ่มรสชาติให้เข้มข้นมากกว่านี้หน่อย ” ไลก้าพูดขึ้น

    “ ใช่ครับหัวหน้า รสชาติแบบนี้กำลังดีแล้วแต่ถ้าหากลดความหนาของแป้งลงหน่อยก็จะใช้ได้เลย ” คอลรุยพูดเสริม

    “ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้าก่อนที่จะลองทำตามที่สองคนนั้นบอก

    เพียงแต่การทำแป้งใหม่ก็ต้องใช้เวลาสักหน่อย

    ไม่นานทาโกะยากิชุดที่สองก็เสร็จ

    “ ครั้งนี้เป็นยังไงบ้าง? ”ไลท์ถาม

    “ ใช้ได้เลยหัวหน้า ครั้งนี้ดีขึ้นเยอะมากผมเชื่อว่าสามารถขายได้เยอะแน่ๆ!! ” ไลก้าพูดขึ้น

    “ ผมเองก็เห็นด้วยกับไลก้านะครับ ” คอลรุยเห็นด้วย

    “ ดี! ในเมื่อได้แล้วก็เหลือแค่ตกแต่งร้านค้าเท่านั้น ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะทำทาโกะยากิอีกครั้ง  

    สองวันต่อมา

    ทางเจ้าหน้าที่ของเมืองก็เริ่มก่อสร้างร้านค้าที่ใช้ในการค้าขายตอนงานเทศกาล 

    ไลท์ คอลรุยและไลก้าก็มาดูด้วยเช่นกัน 

    เป็นไลท์ที่เป็นคนออกแบบร้านค้าด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้ร้านค้าของไลท์ดูเด่นขึ้นมา

    ชื่อร้านที่ไลท์ตั้งก็ง่ายมากๆคือ ทาโกะยากิ แล้วก็มีรูปของปลาหมึกเวทย์อยู่ด้านหลังทาโกะยากิ พร้อมกับมีข้อความเชิญชวนเช่น มากินทาโกะยากันเถอะ ทาโกะยากิหอมอร่อย ทาโกะยากินร้อนๆอร่อยมาก เป็นต้น

    วันต่อมาร้านค้าของไลท์ก็ถูกเจ้าหน้าที่สร้างจนเสร็จ 

    “ ยอดเลยหัวหน้า ดูเหมือนว่าร้านของหัวหน้าจะโดดเด่นที่สุดในระแวกนี้เลย ” คอลรุยพูดขึ้นพร้อมกับยกนิ้วให้กับไลท์ เพราะดูจากร้านค้าที่อยู่ด้านข้างแล้วพวกเขาไม่ค่อยได้ตบแต่งอะไรมาก มีเพียงแค่ร้านของไลท์เท่านั้นที่ตบแต่งจนโดดเด่นขึ้นมา 

    “ นั้นสิลูกพี่พวกเราไปกินทาโกะยากิกันต่อเถอะ ” ไลก้ากลืนน้ำลาย ในช่วงสองวันมานี้เขาติดใจรสชาติทาโกะยากิของไลท์มากจนทำให้กินแต่ทาโกะยากิทั้งวัน 

    “ เห็นทีหลังจากจบงานเทศกาลนี้แล้วฉันคงต้องสอนเวโรนิก้าทำทาโกะยากิแล้ว ” ไลท์หัวเราะ 

    ไลก้าและคอลรุยที่ได้ยินไลท์พูดก็พากันหัวเราะออกมา

    หลังจากที่ตกแต่งร้านเสร็จแล้ว พวกไลท์ก็รอเวลาอีกสามวันถึงจะเปิดร้านได้ 

    แม้ว่างานเทศกาลจะยังไม่เริ่มแต่สามารถตั้งร้านขายของได้ก่อนที่งานจะเริ่มสองถึงสามวันได้ เพราะฉะนั้นไลท์คิดว่าจะเปิดร้านตั้งแต่วันที่สามารถขายของได้วันแรกเลย 

    สองวันต่อมา 

    เนื่องจากงานเทศกาลใกล้จะเริ่มทำให้มีผู้คนจากที่ต่างๆพากันเดินทางมาที่นี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ทั่วทั้งท้องถนนก็เต็มไปด้วยผู้คนที่เดินกันไปมากันอย่างคึกคัก

    ไลท์คิดว่าเขาจะเริ่มขายตอนบ่ายๆเนื่องจากเป็นช่วงที่คนจะเดินเล่นตามท้องถนนเยอะมาก 

    ไลท์ คอลรุยและไลก้าต่างก็อยู่ที่ร้านขายทาโกะยากิ 

    ไลท์จะเป็นคนทำอาหารส่วนทางด้านไลก้าและคอลรุยจะเป็นคนเรียกลูกค้า 

    ไม่นานลูกค้าคนแรกก็เป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกที่มาซื้อเนื่องจากกลิ่นหอมของทาโกะยากิที่ลอยฟุ้งไปทั่วนั่นเอง 

    “ นี้ครับคุณหนูตัวน้อย ” ไลก้าพูดพร้อมกับยื่นจานที่ใส่ทาโกะยากิให้เด็กผู้หญิงตัวน้อยที่อายุประมาณสิบขวบ 

    “ อิอิ ขอบคุณมากค่ะพี่ชาย ” เด็กผู้หญิงตัวน้อยพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเอาไม้จิ้มทาโกะยากิกิน

    “ อร่อยมากเลยพี่ชาย ” เด็กผู้หญิงตัวน้อยตะโกนออกมาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

    “ ถ้าอร่อยก็กินให้เยอะๆเลย ” ไลก้าหัวเราะ

    ไม่นานร้านทาโกะยากิก็เริ่มมีคนมาต่อแถวซื้ออย่างยาวเหยียด

    สาเหตุที่ร้านทาโกะยากิมีคนต่อแถวเยอะก็เพราะหนึ่งเลยเป็นอาหารแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน สองอร่อย เนื่องจากลูกค้าที่ซื้อไปแล้วต่างก็พากันชื่นชมและต้องกลับมาซื้อใหม่อีกรอบ สามราคาไม่แพง เนื่องจากพวกไลท์ไม่ได้ขายเพื่อหาเงิน พวกเขาแค่ขายเพื่ออยากทำอะไรสนุกๆเท่านั้นทำให้ราคาของทาโกะยากิจึงไม่แพงนั่นเอง 

    เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงลูกค้าของร้านทาโกะยากิก็ยาวกว่าสามสิบเมตรแล้ว