ตอนที่ 47 : งานเปิดพิธี
คำพูดของอู่เฉิน ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆต่างตื่นตกใจกันขึ้นมา
ราวกับว่าเวลาได้หยุดนิ่งไป แม้แต่บรรยากาศก็พลันแข็งทื่อขึ้นมา บริเวณรอบๆคล้ายกับตกสู่ความเงียบงัน ไร้ซึ่งเสียงสกุณา รอบ
"ผู้นำตระกูลอู่ ท่าน...."
"เป็นไปไม่ได้ ทำไมท่านถึง...."
" ข้าคงหูฝาดแน่ๆ"
ผู้นำตระกูลที่อยู่รอบๆต่างก็มองไปที่อู่เฉินด้วยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ น้ำเสียงของพวกเขาสั่นเครือเล็กน้อยราวกับรู้สึกสับสนและตกใจเป็นอย่างมาก
พวกเขาเคยเดาว่าอู่เฉินต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างกับสำนักคังเฉียง บางทีเขาอาจจะเป็นรองเจ้าสำนักหรือผู้อาวุโสของสำนักก็ได้ หรืออย่างแย่ที่สุด ก็เป็นครูฝึกของสำนัก แต่ไม่มีใครคิดว่าอู่เฉินจะเป็นเพียงศิษย์ของสำนักคังเฉียง!
ต้องรู้ก่อนว่า อู่เฉินคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองทะเลทรายเชียวนะ!
ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมือง ชายวัยกลางคนที่อายุสี่สิบกว่าปี กลับกลายเป็นแค่ศิษย์ของสำนักคังเฉียงเท่านั้น นี่มันเรื่องตลกชัดๆ
"ข้า? ข้าไม่เป็นไร? ก็แค่ศิษย์ของสำนักคังเฉียงไม่ใช่รึไง? อย่าลนลานไปหน่อยเลยน่า" อู่เฉินยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ พลางพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งว่า "สำนักระดับดาวบางแห่ง ก็มีศิษย์ที่อายุมากกว่าข้า แข็งแกร่งกว่าข้าอยู่มากมายไม่ใช่เหรอ แล้วเรื่องนี้มันน่าตกใจตรงไหนกัน?"
หลินจ้านขมวดคิ้วแน่น พลางพึมพำออกมาว่า "มันก็จริง แต่ว่า...."
แต่สำนักคังเฉียงไม่ใช่สำนักมีดาวนะ!
อย่าว่าแต่สำนักคังเฉียงไม่ใช่สำนักที่มีดาวเลย เมืองทะเลทรายเป็นเพียงแค่เมืองเล็กๆเท่านั้น ฉะนั้นจะไปเทียบกับสำนักที่มีดาวได้อย่างไรกัน ?
ยิ่งกว่านั้น ต่อให้เป็นสำนักที่มีดาว ก็ใช่ว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ
"ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการจะพูดอะไร แต่...." อู่เฉินโบกมือและหัวเราะขึ้นมา "แม้ว่าสำนักคังเฉียงจะไม่ใช่สำนักที่มีดาว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะแย่กว่าสำนักที่มีดาว มันเป็นเกียรติของข้าที่ได้เป็นศิษย์ของสำนักคังเฉียงแล้ว สรุปก็คือ หลังจากที่เจ้าได้เห็นความแข็งแกร่งของสำนักคังเฉียงแล้ว เจ้าจะเข้าใจที่ข้าพูดได้เอง"
อู่เฉินคิดดีแล้ว เกี่ยวกับสถานะของตัวเอง ไม่ช้าก็เร็วเรื่องนี้จะต้องถูกเปิดเผย แทนที่จะรอให้คนอื่นตรวจสอบเจอ ไม่สู้ เขาเลือกที่จะเปิดเผยด้วยตัวเองดีกว่าหรือ
สำหรับเรื่องหน้าตานั้น หากเทียบกับผลประโยชน์แล้ว หน้าตาหรือเกียรตินั้นไม่ได้สำคัญแต่อย่างใด
เมื่อได้ยินคำพูดของอู่เฉิน คนอื่นๆต่างก็แปลกใจเป็นอย่างมาก ในดวงตาของพวกเขาปรากฏร่องรอยความสงสัยออกมา สำนักคังเฉียงนั่นแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ ถึงขนาดที่ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองทะเลทรายอย่างอู่เฉิน ถึงกับต้องยอมเป็นศิษย์เลยรึ ?
"ข้ามีลางสังหรณ์ว่า เมืองทะเลทราย จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น!" เมื่อเห็นสีหน้าของอู่เฉิน จู่ๆหลินจ้านก็เกิดความคิดนี้ขึ้น
หากเรื่องที่อู่เฉินกลายเป็นศิษย์ของสำนักคังเฉียงถูกประกาศออกไป เมืองนี้คงลุกเป็นไฟแน่!
ตอนนี้เอง ไม่รู้ว่าเหมายี่กำลังคิดอะไรอยู่ จู่ๆสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป ก่อนจะถามขึ้นมาด้วยกังวลว่า "ในเมื่อท่านก็เป็นศิษย์ของสำนักคังเฉียง การทดสอบหวงหยวนในครั้งนี้ ท่านจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่?"
หากอู่เฉินเข้าร่วมการทดสอบหวงหยวนในครั้งนี้ คาดว่าการทดสอบหวงหยวนคงไม่มีอะไรให้ลุ้นแล้ว
ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองเข้าร่วมการทดสอบหวงหยวน เพียงแค่หัวข้อนี้ ก็สามารถดึงดูดความสนใจของทุกคนในเมืองได้แล้ว!
" ข้า ?" อู่เฉินถอนหายใจออกมา และพูดเสียงเนือยๆว่า "การทดสอบหวงหยวนเป็นเรื่องของคนรุ่นเยาว์ ข้าไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรอก!"
แม้ปากจะพูดไปแบบนี้ แต่ในใจของอู่เฉินนั้นกลับรู้สึกหมดสิ้นหนทางทุกอย่าง ตัวเขาเองก็อยากจะเข้าร่วมการทดสอบหวงหยวนเช่นกัน แต่จางหยูกลับไม่อนุญาต!
เมื่อได้ยินแบบนั้น เหมายี่ก็โล่งใจเป็นอย่างมาก ใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มอย่างสดใสออกมา "ผู้นำตระกูลอู่เป็นคนที่มีหลักการมาก!"
ตราบใดที่อู่เฉินไม่เข้าร่วมการทดสอบนี้ ก็ไม่มีใครเป็นภัยคุกคามของเหมาฉางเทียนได้ ด้วยความแข็งแกร่งของเหมาฉางเทียนในตอนนี้ เขาต้องกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งเมืองอย่างแน่นอน และสามารถคว้าอันดับที่ 1 ของการทดสอบหวงหยวนมาได้ โดยไม่ต้องออกแรงมาก!
อู่เฉินมองไปที่เหมายี่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม "ผู้นำตระกูลเหมา ในฐานะสหาย ข้าขอเตือนเจ้าไว้ล่วงหน้า ว่าอย่าเพิ่งด่วนดีใจจนเกินไป แม้ว่าข้าจะไม่เข้าร่วมการทดสอบ แต่ลูกของข้าสองคนก็ยังเข้าร่วมด้วย"
"อู่โม่กับอู่ซินซินรึ?" เหมายี่หัวเราะฮิฮะออกมา สีหน้าของเขายังเต็มไปด้วยความมั่นใจ "งั้นข้ากล่าวอย่างไม่ปิดบัง เมื่อไม่กี่วันก่อน บุตรชายของข้าสามารถทะลวงขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 7 ได้แล้ว" เขาพูดด้วยสีหน้าภูมิใจ
นักสู้ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 7 เมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อนแล้ว ก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
ในฐานะบิดาของเหมาฉางเทียน การมีบุตรชายที่โดดเด่น ทำให้เหมายี่นั้นมีสิทธิที่จะภาคภูมิใจและหยิ่งผยองได้ !
"ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 7 งั้นรึ? ไม่เลวเลย" อู่เฉินยิ้มจางๆพลางพยักหน้าให้ แต่สีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
นักสู้ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 7 แล้วยังไง ต่อให้สุ่มเลือกศิษย์สำนักคังเฉียงออกมาสักคน ก็สามารถจัดการกับนักสู้ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 7 ได้อย่างง่ายดายแล้ว!
แต่อู่เฉินก็ไม่ได้พูดมันออกมา เขากับเหมายี่นั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันพอสมควร เพื่อเป็นการรักษาหน้าเหมายี่ เขาจึงไม่พูดอะไรออกมา ให้เหมายี่ต้องเสียหน้า
หลินจ้านกังวลว่าเหมายี่จะหลุดปากพูดอะไรที่ไม่น่าฟังออกมา จึงรีบพูดแทรกขึ้นมาว่า "เอาล่ะๆเหมายี่ เรื่องนี้ไว้ค่อยคุยทีหลักเถอะ"
ตอนที่เหมายี่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นรอบด้านก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมา
ผู้คนพากันหยุดพูด และหันหน้าไปตามทิศทางของเสียงนั้น
ไกลออกไปมีขบวนคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้ามา ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนของผู้คน เงาร่างของพวกเขาค่อยๆใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คนที่อยู่ด้านหน้าสุดของแถว เป็นชายวัยกลางคนแปลกหน้าคนหนึ่ง ที่ถูกขนาบข้างซ้ายขวาโดยเจ้าสำนักเฉินกวง หลินไห่หยา และเจ้าสำนักหยุนซาน ลัวเยว่ซาน
" มาแล้ว !"
เมื่อเห็นขบวนแถวเหล่านี้ ขุมกำลังต่างๆ รวมไปถึงผู้บ่มเพาะพเนจรและเหล่าชาวบ้านก็พากันคึกคักกันขึ้นมา
สายตาของทุกคนจ้องมองไปที่ชายวัยกลางคนแปลกหน้าผู้นั้น แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร แต่ก็รู้ว่าชายคนนี้มาจากพันธมิตรร้อยสำนัก เนื่องจากการทดสอบหวงหยวนในทุกปี ทางพันธมิตรร้อยสำนักจะส่งคนมาเยี่ยมชมการทดสอบ ฉะนั้นปีนี้จึงไม่ใช่ข้อยกเว้น
คนจากพันธมิตรร้อยสำนัก ต่อให้เป็นคนที่มีฐานะต่ำต้อยที่สุดของพันธมิตร แต่ในสายตาของชาวทะเลทรายแล้ว กลับมองว่าพวกเขาคือตัวตนที่ยิ่งใหญ่มาก!
หลังจากนั้นสักพัก คนจากสำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานก็มาถึง
หลินไห่หยามองไปรอบๆ คล้ายกับกำลังเสาะหาใครบางคนอยู่ หลังจากนั้นสักพัก เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมา "สำนักคังเฉียงยังไม่มาอีกรึ?"
"หรือว่าเจ้าเด็กนั้นได้ยินข่าวอะไรบางอย่าง ดังนั้นก็เลยกลัวขึ้นมา? และไม่กล้าที่โผล่หัวออกมา?" ลัวเยว่ซานคิ้วขมวด ในใจรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
การทดสอบหวงหยวนไม่ใช่แค่งานใหญ่ประจำปีของเมือง แต่ยังเป็นสถานที่ฝังศพของจางหยูอีกด้วย ถ้าหากจางหยูไม่มา การทดสอบหวงหยวนก็ไม่มีค่าอะไรสำหรับพวกเขา
" จะรอรึไม่ ?" ลัวเยว่ซานถามอย่างไม่สบายใจ
ด้วยความที่อยากจะแก้แค้น เขาไม่ได้สนใจเรื่องการทดสอบหวงหยวนเลยสักนิด ตราบใดที่ทำให้จางหยูตายได้ ไม่ว่าต้องจ่ายไปมากเท่าไหร่ เขาก็ไม่รู้สึกเสียดาย
มันคงไม่เกินไปที่จะบอกว่า ลัวเยว่ซานในตอนนี้กลายเป็นปิศาจไปแล้ว ในหัวของเขามีเพียงอย่างเดียวก็คือ ---- แก้แค้น !
หลินไห่หยาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าและพูดขึ้นมา "เวลาใกล้เข้ามาแล้ว ถ้าหากรอต่อไป แม้แต่คนโง่ก็มองออก ว่าพวกเราเล็งเป้าหมายไปที่เขา! อีกอย่าง ใต้เท้าโจวก็ให้ความสำคัญกับการทดสอบหวงหยวนนี้มาก พวกเราไม่ควรทำให้ใต้เท้าโจวต้องโมโห เพราะเรื่องของจางหยู!" เขาตบไหล่ลัวเยว่ซาน และพูดปลอบ "น้องลัว ข้าเข้าใจอารมณ์ของเจ้าดี แต่ตอนนี้ เจ้าต้องฟังข้า การทดสอบหวงหยวนจะต้องจัดขึ้นตามเวลาที่กำหนด!"
หากจางหยูมาก็ดีไป แต่ถ้าไม่มา พวกเขาก็ต้องหาทางอื่นเพื่อล่อให้มันออกมา
ลัวเยว่ซานเงียบไปสักพัก ก่อนจะพยักหน้า "ได้ ข้าจะฟังเจ้า"
แม้ว่าเขาอยากจะแก้แค้นมากเพียงใด แต่เขาก็ต้องอดทนเอาไว้ เพราะเขารู้ว่า ตัวเองไม่ใช่คู่มือของจางหยู มีแค่โจวซุนเท่านั้นที่สามารถจัดการกับจางหยูได้ หากทำให้โจวซุนไม่พอใจขึ้นมา โจวซุนคงไม่ทำตามที่รับปากเอาไว้แน่ และนั่นจะทำให้เขาไม่อาจจะแก้แค้นได้สำเร็จ
หลินไห่หยาสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นเขาก็หันไปพูดคุยกับโจวซุนสักครู่ หลังจากที่ได้รับการยินยอมแล้ว เขาก็เดินไปยังกลางลานกว้าง แล้วตะโกนออกมาว่า " เงียบ ทุกคนโปรดเงียบก่อน!"
ทุกคนต่างก็เงียบและมองไปที่หลินไห่หยาด้วยสีหน้าคาดหวัง
มีแค่อู่เฉินเท่านั้นที่มองไปที่โจวซุน แล้วคิดในใจอย่างเงียบๆว่า "ชายคนนี้คือคนที่หลินไห่หยากับลัวเยว่ซานเชิญมางั้นรึ?"
"ก่อนอื่น ยินดีต้อนรับทุกคนสู่เวลาอันล้ำค่าของการทดสอบหวงหยวน" หลินไห่หยาแสดงท่าทางกระฉับกระเฉง น้ำเสียงของเขาดังกังวาน และปลุกกำลังใจได้ดี ทำให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมไปด้วย "ประการที่สอง ข้าอยากจะแนะนำใต้เท้าที่อยู่ข้างกายของข้าผู้นี้ ให้ทุกคนได้รู้จัก เขาก็คือผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจว โจวซุน ใต้เท้าโจว ! การทดสอบหวงหยวนในครั้งนี้ จะมีเขาเป็นเจ้าภาพ ขอให้ทุกคนปรบมือต้อนรับใต้เท้าโจวกันหน่อย!"
หา !
เมื่อหลินไห่หยาพูดจบ ผู้คนรอบๆต่างก็พากันฮือฮาขึ้นมา
อย่าว่าแต่ชาวบ้านเลย แม้แต่ผู้นำตระกูล เจ้าสำนักอื่นๆ รวมไปถึงท่านเจ้าเมืองฉินเหลียน ต่างก็ถูกตำแหน่งของโจวซุนทำเอาตกใจเช่นกัน
ผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจว!
ชายคนนี้มีฐานะยิ่งใหญ่พอสมควร!
ท่านเจ้าเมืองฉินเหลียนได้ลุกขึ้นยืน และมองไปที่โจวซุน "ผู้ดูแล...ชายคนนี้น่าจะอยู่ขอบเขตว่อซวน ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ใช่นักสู้ว่อซวนธรรมดาๆ คนใหญ่คนโตแบบนี้ มาที่เมืองทะเลทรายเล็กๆแห่งนี้ทำไม?" ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนของทางการ เป็นตัวแทนของจักรพรรดิ แต่ถ้าเผชิญหน้ากับโจวซุน แม้แต่ตัวเขาก็อดไม่ได้ที่จะขวัญอ่อนขึ้นมา
รูม่านตาของอู่เฉินพลันหดเล็กลง ขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อขึ้นมา "หลินไห่หยากับลัวเยว่ซาน เชิญคนแบบนี้มาได้จริงๆรึเนี่ย?"
เมื่อคิดถึงความแข็งแกร่งของโจวซุนแล้ว อู่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงจางหยูขึ้นมา "สถานการณ์ของเจ้าสำนักไม่สู้ดีนัก !"
แค่ตำแหน่งผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจวเพียงอย่างเดียว ก็สามารถสร้างแรงกดดันให้กับทุกคนได้แล้ว
เมื่อเห็นว่าทุกคนถูกฐานะของโจวซุนทำให้ตกใจ หลินไห่หยาก็คลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะทำท่ากระแอมไอ "ทุกท่านเชิญปรบมือต้อนรับใต้เท่าโจวกันหน่อย!"
ผู้คนที่อยู่รอบๆพากันได้สติและปรบมือกันขึ้นมา
โจวซุนยิ้มออกมาและโบกมือให้กับทุกคน "ข้าโจวซุนขอบคุณทุกคน!"
ตอนนั้นเอง โจวซุนกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
ตอนที่ทุกคนเงียบลง โจวซุนก็พูดขึ้นมาว่า "ข้าจะไม่พูดให้มากความ การทดสอบหวงหยวนในปีนี้ข้าจะเป็นเจ้าภาพเอง ข้าหวังว่าทุกคนจะไว้หน้าข้า และรักษาความสงบ...."
มีใครบ้างที่ไม่กล้าไว้หน้าผู้ดูแลพันธมิตรร้อยสำนักของสาขาตงโจวบ้าง?