The Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ)

    บทที่ ๓๓ เรื่องเล่า

            เมื่อเขาเริ่มเล่าถึงตอนที่สวมหัวโขนของทศกัณฐ์ลงไปเพื่อนทั้งเจ็ดต่างก็อ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึง พวกเขาเล่นกันมาหลายปีในเกมพยายามค้นหาร่างอวตารแต่ละร่างอย่างลำบากยากเย็นกว่าจะได้มาสักร่าง แต่ไอ้หมอนี่แค่เดินเปะปะไร้ทิศทางก็ได้ร่างอวตารที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งเทียบเท่ากับรามแห่งอยุธยามาครอบครองซะงั้น

            “หึหึคราวนี้แหละ เราจะได้ยันไอ้พวกดาร์ค ฮอไรซอนและกิเลนอัสนีกลับไปจนหน้าหงายแน่ๆ” ฟาร์นาร์ทเอ่ยขึ้นมาอย่างแข็งกร้าวเขากำหมัดจนได้ยินเสียงโลหะของชุดเกราะเสียดสีกันฟังบาดหู เลือดนักรบพลันเดือดระอุขึ้นมาราวไฟโหม

            เพื่อนทั้งเจ็ดคนตาลุกโชนด้วยความตื่นเต้นคล้ายกับอยากให้เกิดสงครามขึ้นเสียวันนี้พรุ่งนี้

            แต่ความร้อนระอุในอกของเพื่อนๆก็เหี่ยวฟีบลง เมื่อวิฬาร์ตีแผ่ความสามารถของร่างอวตารขั้นที่หนึ่งออกมาอย่างหมดเปลือกและพบว่าความแข็งแกร่งของทศกัณฐ์ในตอนนี้ ไม่ได้มีมากมายอะไรนักอย่างมากก็พอเทียบเคียงผู้เล่นเลเวลหนึ่งร้อยได้แบบเต็มฝืน

            แต่เมื่อวิฬาร์เปิดเผยขุมกำลังลับชิ้นสุดท้ายออกมาคราวนี้มะปรางที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็แทบจะเหาะข้ามโต๊ะประชุมมาค้นตัววิฬาร์ดวงตาเชิดรั้นทอแววบีบบังคับ เขย่าจนเขาหัวคลอน ราวกับกะว่ากองพลอสูรเหล็กจะร่วงออกมาเหมือนเหรียญสตางค์ในกระเป๋าให้เธอเอาไปเข้าแล็บวิจัยได้ทันที

            แน่นอนว่าวิฬาร์ที่หวาดเกรง‘ฝีมือ’ ของฝั่งตรงข้ามอยู่ก่อน ย่อมจะออกตัวกึ่งรับกึ่งสู้ไว้อยู่แล้วทำให้หลังจากเซ้าซี้อยู่พักหนึ่ง เจ้าตัวก็ต้องยอมนั่งลงและยอมแพ้แต่โดยดี แต่ปากกลับขมุบขมิบคล้ายกำลังคุยกับตัวเองว่าถ้าได้กองพลอสูรของวิฬาร์มาแล้ว จะเอาไปต้มยำทำแกงยังไง

            จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องต่อทั้งเรื่องฤๅษีคทานน การเดินทางผ่านแดนหิมะโดยแอบเล่าข้ามช่วงที่เจอฑิฆัมพรไปแบบเนียนๆ จนกระทั่งมาถึงไตรเหมันต์ในที่สุด

            หลังจากเล่าจบเพื่อนๆ แต่ละคนก็พยักหน้าอย่างยินดี ก่อนที่ชายหนุ่มท่าทางดูคงแก่เรียนอย่างฮาลอสจะตัดบทขึ้น

            “ความจริงตอนแรกก็คิดแค่ว่าจะแวบมาเจอกันแค่แป๊บเดียวไม่นึกเลยนะว่านายจะหอบเอาเรื่องน่ายินดีมาให้เยอะขนาดนี้”

            “งั้นเรื่องหลังจากนี้คงต้องวางแผนกันให้ครอบคลุมส่วนนี้มากขึ้นแล้ว”ฮาลอสในชุดคล้ายนักบวชสีสะอาดพูดเป็นเชิงขอความเห็น ทำให้เพื่อนคนอื่นๆต้องก้มหน้าคิด ประเมินสถานการณ์กันอีกเล็กน้อย

            “เอาเหอะไว้เดี๋ยวพวกเราค่อยหาเวลามาประชุมกันใหม่แล้วกันยังไงก็ต้องเตรียมข้อมูลโน่นนี่นั่นอีก ยุ่บยั่บไปหมดอยู่ดีคุยต่อกันวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า” พาราฟินตบไหล่ฮาลอสที่นั่งคิดไม่ตกจนหนุ่มสุดเนิร์ดประจำกลุ่มสะดุ้งขึ้นมา

            พอได้ยินคำพูดของพาราฟินทุกคนก็เหมือนจะยอมรับกันกลายๆ จึงเลิกพูดเรื่องนี้กันไปก่อน เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าความเคลื่อนไหวแต่ละครั้งจะส่งผลถึงเหตุการณ์ต่างๆในอนาคตพวกเขาเองจึงต้องระวังตัวอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้สายลับที่แฝงตัวอยู่ในกิลด์พวกเขาระแคะระคายข่าวสารสำคัญ

            ทำให้ไม่ว่าคิดจะทำอะไรก็ต้องวางแผนให้รอบคอบและคิดให้ถี่ถ้วนเสียก่อน อีกอย่าง วันนี้เป็นวันดีที่นานๆครั้งถึงจะได้กลับมาเจอกันพร้อมหน้า ก็ควรจะพูดคุยกันให้หายคิดถึงไปเลยดีกว่า

            “ว่าแต่พวกนายรู้จักอะไรเกี่ยวกับเรื่องมหาสงครามครั้งสุดท้ายบ้างมั้ย? ฉันเสิร์จๆดูในกระดานข่าวสารก็เจอข่าวมั่วซั่วไปหมด” วิฬาร์พูดตัดบทขึ้น

            เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ติดใจเขามาหลังจากเจอเรื่องเกี่ยวกับภารกิจนี้มาสองครั้งติดๆกันในวันเดียว เขาเองลองหาข้อมูลดูจากกระดานข่าวสาธารณะในหน้าต่างระบบก็ไม่เจออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

            “อ้อเรื่องนี้…” ฮาลอสเล่าให้เขาฟังคร่าวๆว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เริ่มแพร่หลายในเกมมาตั้งแต่เกมเปิดตัวไม่มีใครมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่ชัด ต่อให้เป็นสี่กิลด์ใหญ่เองก็หาไม่ได้

            มีข่าวลือว่าบ้างก็ว่ามันเป็นปริศนาที่จะไขได้ก็ต่อเมื่อทุกร่างอวตารถูกครอบครองจนครบหรือไม่ก็มีใครพิชิตยอดเขาพระสุเมรุได้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานประกอบ

            แต่นอกจากนี้ก็มีอีกทฤษฎีนึงที่น่าเชื่อถือที่แม้แต่ฮาลอสเองก็ยังเห็นด้วย

            มีคนบางกลุ่มเชื่อว่ามันคือแพทช์ถัดไปของเกมที่จะอัปเดตในช่วงเวลาหนึ่งหลังจากนี้และข่าวนี้ก็ค่อนข้างมีมูลด้วยเนื่องจากในช่วงสุดท้ายของเบต้าเทสต์ก่อนที่จะจบการทดสอบบริษัทเกมประกาศล่วงหน้าหนึ่งเดือนว่าเมื่อถึงเวลาจบการทดสอบแล้วเทสเตอร์ทุกคนจะมีเพียงชีวิตเดียว และเมื่อถึงช่วงเวลาสุดท้ายของการทดสอบ ทุกหนึ่งคนที่เทสเตอร์สังหารได้จะเปลี่ยนเป็นเงินในโลกของความจริงสิบดอลล่าสหรัฐฯ ทำให้ในช่วงเวลาสุดท้ายของเกมเทสเตอร์ทุกคนต่างทุ่มกันอย่างสุดตัวเพื่อทิ้งทวนเป็นครั้งสุดท้ายทุกวันมีแต่การล่าสังหารเป้าหมายเพื่อปั่นยอดเงิน ตัววิฬาร์และเพื่อนๆเองก็เช่นกัน พวกเขาเก็บยอดไปได้มากมายก่อนที่จะเกมจะปิดการทดสอบลง

            ด้วยข้อมูลนี้จึงทำให้พวกเขาเดาไปในทางเดียวกันว่าเรื่องมหาสงครามครั้งสุดท้ายคงจะเป็นการอัปเดตใหม่ของบริษัทมากกว่าซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้มีผลกับพวกเขาในตอนนี้นัก จึงยังไม่ได้มีท่าทีตอบสนองอะไร

            วิฬาร์ฟังการวิเคราะห์ของคนอื่นๆแล้วก็เห็นด้วย สุดท้ายจึงปล่อยวางเรื่องนี้ไปด้วยอีกคน เพราะไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะบังคับให้เกิดขึ้นได้ส่วนเรื่องบุกขึ้นเขาพระสุเมรุนั้นไม่ใช่โครงการที่พวกเขาสนใจเลยแม้แต่น้อย

            เพราะแม้ว่าทางเกมจะมีการโฆษณาว่าหากใครขึ้นไปบนเขาพระสุเมรุแล้วจะได้พรหนึ่งประการแต่เพราะเขาลูกนั้นตั้งอยู่ในใจกลางทวีปตรงส่วนที่ลึกที่สุดมีสัตว์อสูรเลเวลสูงปรี๊ดล้อมอยู่เป็นชั้นๆ ก็ทำเอาพวกเขาส่ายหน้าหนีเนื่องจากการจะบุกเข้าไปใช้ทรัพยากรของกิลด์มากเกินไป

            “งั้นเรามาแอดเพื่อนมันก่อนละกันไว้จะได้ติดต่อกันได้สะดวก ไอ้หมอนี่ เวลาเล่นเกมแล้วตามตัวโคตรยากหายหัวไปโน่นมานี่ตลอด” พอหมดเรื่องคุย ฟาร์นาร์ทก็นำคนอื่นๆ เข้ามาแล้วเปิดหน้าต่างระบบเพื่อเพิ่มวิฬาร์เข้าไปเป็นเพื่อนและพอแอดเสร็จ ทุกคนก็โยนไอเทมเล็กๆ ชิ้นนึงให้วิฬาร์

            ยันต์วาร์ป

            ไอเทมที่จะช่วยให้ผู้เล่นวาร์ปไปมาหาเป้าหมายของมันได้อย่างอิสระไม่ว่าจะอยู่ห่างกันไกลแค่ไหนก็ตามในเกม นับว่าเป็นหนึ่งในไอเทมราคาแพงหูฉี่ที่มักจะมีใช้ในหมู่ผู้เล่นระดับสูงที่ค่อนข้างมีฐานะเท่านั้นแน่นอนว่าถ้าเกิดยันต์ใบนี้หลุดรอดออกไปในตลาดแล้วละก็ราคาของมันก็สูงพอจะให้ผู้เล่นสักคนหนึ่ง อยู่รอดไปได้ครึ่งเดือนแบบสบายๆ

            แต่ละคนให้ยันต์เชื่อมต่อของตัวเองไว้กับวิฬาร์เผื่อในกรณีฉุกเฉินที่มีเรื่องต้องพบเจอหน้ากันโดยตรงส่วนวิฬาร์ก็รับยันต์เปล่าปึกนึงมาจากมะปรางแล้วกรีดเลือดตัวเองทาลงไปที่ยันเป็นการลงทะเบียนทำให้หลังจากนี้ยันต์เซตนี้ที่จะแจกให้เพื่อนทั้งเจ็ดก็จะพาพวกเขาวาร์ปมาหาวิฬาร์ได้เช่นกัน

            “แต่ก่อนไปเอาหุ่นนั่นมาให้ชั้นวิจัยก่อนด้วย!” มะปรางแอดเพื่อนพร้อมกับคาดคั้นเสียงใสดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่ลืมเรื่องอสูรจักรกลที่วิฬาร์ได้มาพันตัว

            “ตลกละไอเทมคลังเก็บของพิเศษมันเอาออกมาได้แค่ครั้งเดียว งั้นจากนี้เกิดจะเคลื่อนทัพไปไหนที ก็ต้องวิ่งกลับมาหากองทัพที แล้วค่อยๆ เดินทัพไปงี้รึไง?” เขาพูดขึ้นอย่างหนักใจ

            ความจริงเรื่องให้มะปรางที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นสายช่างอันดับแรกๆของเกมเอาหุ่นรบไปวิจัย เขาเองไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก เพราะว่าเห็นฝีมือกันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่าไว้ใจได้แน่นอนแต่นอกจากปัญหาเรื่องการใช้งานที่สามารถเรียกใช้ได้ในเวลาจำกัดแล้วยังมีอีกปัญหาก็คือเรื่องการขนย้าย

            เพราะในตอนนี้เขาก็เหมือนได้กำไรจากตั๋วคลังเก็บไอเทมแบบพิเศษ ที่เสมือนมีกองรบหนึ่งพันนายติดตัวไปทุกทีทำให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เรียกใช้ได้โดยสะดวก

            แต่ถ้าเกิดเขาเอาหุ่นรบออกมาให้มะปรางวิจัยแปลว่าข้อได้เปรียบครั้งแรกนี้จะหมดไปในทันที และหลังจากนั้นถ้าเกิดวิฬาร์จำเป็นจะต้องใช้งาน แปลว่าเขาต้องกลับมาที่คลังแสง สั่งเคลื่อนทัพเดินทางไปยังจุดหมายของภารกิจ

            นี่ยังไม่นับว่าหุ่นรบพวกนี้นับเป็นไพ่ลับของพวกเขาอีกถ้าต้องเดินทัพต้องกองกำลังขนาดนี้แล้วละก็ จะให้ปิดข่าวยังไงก็ไม่มิด ดีไม่ดี ถ้าเผยโฉมไพ่ใบนี้ออกมาแล้วครั้งถัดไปที่ใช้ ศัตรูจะต้องเตรียมการรับมือเอาไว้ได้อย่างแน่นอน

            วิฬาร์เอ่ยพลางอธิบายให้ช่วยกันคิดเพราะเขามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรรีบตัดสินใจก่อนที่จะแยกย้ายกันไป

            ทุกคนนิ่งกันไปสักพักก่อนที่ทรินิตี้จะถามนอกเรื่องขึ้นมา

            “ว่าแต่ว่าทศกัณฐ์มีตั้งสิบหน้ารวมถึงยังเป็นร่างอวตารที่น่าจะเก่งที่สุดด้วยแปลว่าเควสร่างอวตารจะต้องมีถึงสิบเลเวลด้วยหรือเปล่า?” ทรินิตี้หันไปมองกิระกับพาราฟิน

            ทั้งสามสบตากันพลางขนลุกซู่อย่างหนาวเหน็บคล้ายกับถูกดึงกลับเข้าไปในห้วงแห่งฝันร้ายในอดีต

            เพราะทั้งสามเป็นผู้ที่รู้ดีกว่าใครว่ากว่าจะผ่านเควสร่างอวตารแต่ละครั้ง จะต้องลำบากเลือดตากระเด็นกันแค่ไหน

            เนื่องจากต่างก็มีร่างอวตารในครอบครองเช่นกัน

            “ตอนนี้นายอัปร่างอวตารไปถึงขั้นไหนแล้ว?” ไซออนหันไปถามพาราฟินที่ตอนนี้น่าจะเป็นคนที่ครอบครองร่างอวตารที่แข็งแกร่งมากที่สุดในกลุ่มของพวกเขาทั้งหมดอย่างสุครีพ

            เพราะยิ่งร่างอวตารแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องทำเควสเพื่ออัปเกรดความสามารถบ่อยครั้งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

            “ขั้นห้า”เขาตอบกลับอย่างเหนื่อยหน่าย แต่สีหน้ากลับส่อแววยินดีปนสังเวช

            ไม่รู้ว่าที่มันยินดีก็เพราะดูเหมือนว่าสุครีพน่าจะต้องทำเควสประมาณหกถึงเจ็ดขั้นก็คงจะได้ร่างสมบูรณ์หรือเพราะวิฬาร์สังเกตเห็นว่ามันแอบเหล่มาทางเขานิดๆเหมือนกำลังมองผู้ร่วมชะตากรรมคนใหม่ยังไงยังงั้น

            “ขนาดสุครีพยังทำไม่น้อยกว่าหกครั้งทศกัณฐ์ก็คงไม่น่าจะน้อยกว่าแปดหรอกมั้ง” ฮาลอสส่งยิ้มขื่นปนให้กำลังใจมาทางวิฬาร์จนเขาต้องยิ้มรับตาปริบๆ

            แม้ว่าภารกิจพิชิตร่างอวตารจะสามารถช่วยเหลือกันได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อมูล การล่าไอเทมภารกิจ ปราบสัตว์อสูร หรืออะไรก็ตามแต่ไม่ว่าจะร่างอวตารร่างไหน ผู้ดำเนินเควสหลัก ย่อมจะต้องเป็นเจ้าของร่างที่ต้องวิ่งเต้นไปมาคอยทำภารกิจอยู่ดี

            “ว่ากันว่าของอินทรชิตตอนนี้เปิดเควสขั้นที่หกได้แล้วด้วย” ฟาร์นาร์ทแทงซ้ำอีกมีดจนทุกคนในห้องถอนหายใจออกมาพร้อมกัน

            ขนาดอินทรชิตยังต้องทำอย่างน้อยหกขั้นทศกัณฐ์ย่อมจะไม่น้อยกว่านั้นแน่ๆ

            จะว่าไปเรื่องการได้ครอบครองร่างอวตารนับเป็นหนึ่งในเรื่องสุขปนเศร้าอันดับหนึ่งของเกมแต่ไม่ว่าจะยังไง ทุกคนในเกมต่างก็ยินดีแบกรับความลำบากนี้ไว้อย่างเต็มใจ

            “เดี๋ยวนะในเมื่อทศกัณฐ์ให้รางวัลเป็นกองพลอสูร แล้วรามล่ะ? จะมีอะไรแบบนี้ด้วยหรือเปล่า?”เสียงใสของมะปรางดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น คล้ายกับอยากเอาหุ่นรบของอีกฝ่ายมาวิจัยไปด้วยพร้อมๆกับของวิฬาร์

            “นั่นก็เป็นอีกอย่างที่ต้องกังวลเหมือนกัน”วิฬาร์พูดพลางชำเลืองมองไปทางฮาลอสที่มีหน้าที่ดูแลสายงานด้านข่าวกรองของกิลด์เป็นหลักในช่วงที่เขาไม่อยู่

            “ไอ้มีน่ะมีแน่แต่คงไม่ใช่หุ่นรบเหมือนกับทางเรา ถ้าให้เดาน่าจะเป็นเวทมนตร์หรือไม่ก็ทักษะมากกว่า”

            ไซออนได้ยินความคิดของหนุ่มเนิร์ดก็ส่งเสียงเป็นเชิงเห็นด้วย

            วัฒนธรรมความเป็นอยู่ วิถีชีวิต ย่อมสะท้อนคุณลักษณะของกลุ่มสังคมนั้นๆเพราะเท่าที่พวกเขาเคยสัมผัสมา เผ่ายักษ์เป็นกลุ่มที่มีความรู้เรื่องรสายนเวทและเทคโนโลยีอยู่ในระดับสูงแตกต่างจากเผ่ามนุษย์ที่เชี่ยวชาญในด้านดาราเวทและมายาเวท ทำให้ฮาลอสเดาเอาว่ารางวัลของทางฝั่งนั้นน่าจะเป็นเรื่องของทักษะมากกว่ากำลังรบแบบนี้

            “ถ้าสมมติมีเควสถึงสิบขั้นจริงงั้นแต่ละขั้นจะให้หุ่นรบครั้งละพันตัวแบบนี้หรือเปล่า? แปลว่าสุดท้ายพวกเราก็จะมีกำลังรบ...”

            มะปรางสูดหายใจเข้าไปอย่างหนาวเหน็บปนยินดีส่วนคนอื่นก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อคิดถึงกำลังรบจำนวนมหาศาลในมือทั้งๆที่ตอนนี้ยังไม่ได้มาครอบครองด้วยซ้ำ

            “...หนึ่งหมื่น!หุ่นรบหนึ่งหมื่นตัว!!!”

            ทุกคนบ้าคลั่งกันไปหมด 




            หุ่นรบหนึ่งหมื่นตัวลงสนามพร้อมกัน คราวนี้ต้องใช้จีเอ็มสักกี่คนดี (555)

    คล้ายกับเรื่องThe Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ) ที่คุณอ่าน