บุคคลผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าอย่างนิ่งสงบ ชุดคลุมยาวสีดำสวมทับปกปิดร่างกายตั้งแต่ศีรษะลงมา แสงสว่างจากเบื้องบนตกกระทบเห็นเป็นลวดลายมังกรสวรรค์เก้าตัวบนชุดคลุมนั้น
แขนทั้งสองประคองบางสิ่งที่ปักอยู่บนพื้นเบื้องหน้า ลักษณะดั่งคทาเวททำด้วยโลหะสีทองอร่ามยาวราวสองศอก ด้านบนประดับลูกแก้วขนาดเท่ากำปั้นลูกหนึ่ง ลักษณะโปร่งใสแต่ไร้ซึ่งประกาย
ร่างนั้นนิ่งไม่ไหวติงราวนั่งมาเนิ่นนานเป็นร้อยเป็นพันปี !!!
“นั่น ! นั่น ! ใช่มนุษย์หรือไม่ ..” ณานินดาร้องถามโดยแผ่วเบา
“มองดูคล้ายมนุษย์ ! แต่นั่งนิ่งเช่นนี้ .. ใช่ตายแล้วหรือไม่” อุทัยกล่าวอย่างสงสัย มันสัมผัสไม่ได้ถึงพลังชีวิตของบุคคลผู้นั้น
“หรือเป็นภูตผีอีกตัวหนึ่ง ..” ญานินดากล่าวพลางหลบไปอยู่ด้านหลังอุทัย
พวกมันพิจารณาร่างนั้นอยู่ครู่ใหญ่แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าสิ่งนั้นจะขยับเขยื้อนได้
ราชิตลองเดินเข้าไปใกล้ พบเห็นปราการปราณโปร่งแสงไร้สี รูปครึ่งทรงกลมครอบร่างนั้นเอาไว้
“มีพลังปราณเป็นกำแพงห่อหุ้มเอาไว้” ราชิตกล่าว
“จริงดังท่านลุงว่า” อุทัยกล่าว แล้วจึงนำดาบสั้นคู่กายทดลองเขี่ยดู
ปราการปราณเบาบางแต่ทรงพลัง ขวางกั้นทุกสิ่งจากภายนอกมิให้เข้าไป ภายในถูกกักขังแบ่งแยกไว้ราวกับเป็นอีกโลกหนึ่ง
ญานินดากระซิบ “อ้อมไปกันเถิด ..” นางเริ่มกลัวขึ้นมา
ราชิตออกความเห็น “หรืออาจเป็นผีร้ายอีกตัวที่ถูกกักขังไว้”
อุทัยพยักหน้ากล่าวว่า “อื่มมม .. อย่าไปยุ่งกับมันผู้นี้เลย”
พวกมันเห็นพ้องกับราชิต จากอาถรรพ์ต่างๆ ที่ได้พบเจอทุกคนไม่กล้าสัมผัสสิ่งใดในวิหารแห่งนี้อีก
.. แต่ทั้งสามไม่ทันสังเกต
เจ้าธรรมนิ่งเงียบไป มันรู้สึกหัวใจเต้นแรงโลหิตสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ดวงจิตตื่นตัวอย่างแรงกล้า มันมีปฏิกิริยารุนแรงกับร่างนั้น
การต่อสู้ระหว่างเหล่ายอดยุทธ์สมาพันธ์ปักษาเทวาและเงาปีศาจกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ยอดยุทธ์สามคนถูกสังหารไม่เหลือแม้แต่ซาก อีกหนึ่งคนก็กลายเป็นพิการไป
ยอดยุทธ์ที่เหลือไม่มีใครกล้าประมาท พวกมันห้อมล้อมเงาปีศาจเอาไว้เป็นชั้นๆ
.. เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!!
ยอดยุทธ์กว่าแปดคนประเคนดาบกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่ เงาปีศาจนำกระบี่เทพวายุร่ายรำ
.. เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!!
ยอดยุทธ์อีกแปดคนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามา เงาปีศาจถูกพวกมากเข้ากลุ้มรุมถึงกับตั้งรับอย่างโงหัวไม่ขึ้น
.. เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!!
ยอดยุทธ์อีกแปดคนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาใหม่อีก เงาปีศาจเริ่มอ่อนแรงเปิดช่องโหว่มากมายให้จู่โจม
.. ฉั่วะ !!! ฉั่วะ !!! เงาปีศาจถูกหอกแหลมแทงทะลุร่างปักตรึงยึดไว้ด้วยพลังของยอดยุทธ์สองคน กลายเป็นเป้านิ่งดังตุ๊กตาผีรอให้ศัตรูฟาดฟัน
“ฮี ฮี ฮี” เฒ่าปักษาวิญญาณหัวเราะ มือซ้ายขวาสะบัดอาวุธเป็นตะขอคู่ยาวแผ่พลังปราณมืดอันเยือกเย็น
.. ตะขอคู่เกี่ยวขั้วใจ !!!
แล้วจึงพุ่งกายอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเงาดำเข้าหาเงาปีศาจ แล้วจึงปล่อยตะขอเกี่ยวกระหวัดอย่างว่องไว
“!!!” เงาปีศาจใจหายวาบ
.. เคร้งงงงง !!! เงาปีศาจใช้กระบี่ในมือขวาปะทะรับไว้
.. เคร้งงงงง !!! กรงเล็บมือซ้ายปะทะถูกตะขออีกอันหนึ่ง แต่ตะขอกลับพลิกแพลงเปลี่ยนเป็นเกี่ยวข้อมือของเจ้าเงาปีศาจ
“ฮี ฮี ฮี” เฒ่าปักษาวิญญาณหัวเราะอย่างชั่วช้า
.. ฉั่วะ !!! มือซ้ายของเงาปีศาจถูกเกี่ยวขาดกระเด็นออกมาทั้งมือ ของเหลวคล้ายโลหิตสีดำเข้มสาดกระจาย
เงาร่างอีกสายเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่งกว่า เป็นเส้นสายสีขาวพร่าเลือน
.. เปรี้ยงงง !!! เสียงดังสนั่นสะท้านสะเทือน เทพบัณฑิตฟาดพลังปราณสุดแกร่งเข้าใส่อย่างแรง
ร่างอันบอบบางของเจ้าเงาปีศาจลอยกระเด็น .. เลขาวิหคสวรรค์พุ่งทะยานเข้าซ้ำเติม มันกระโดดถีบเข้ายอดอกของเงาปีศาจ .. เปรี้ยง !!!
.. โครมมมม !!! เงาปีศาจถูกกระแทกตัวลอยกระเด็นกระแทกโลงศิลาอย่างจัง
.. โครมมมม !!! ฝาโลงศิลาถูกกระแทกหงายร่วงไปด้านหลัง ร่างเงาปีศาจหล่นกองบนพื้น กระบี่เทพวายุหลุดจากมือกระเด็นไปไกล
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะอย่างสะใจของเทพบัณฑิต ทั้งหมดหยุดยั้งยืนดูร่างของเงาปีศาจ
เงาปีศาจนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้นข้างโลงศิลาดำ ...
“ฮิ ฮิ .. อีผีโสโครก ได้ตายรอบสองแน่เมิง” เลขาวิหคสวรรค์กล่าว
“หมดฤทธิ์แล้วล่ะซี .. ไอ้ผีเน่า .. ฮี ฮี” เฒ่าปักษาวิญญาณกล่าวเยาะเย้ย
“พวกมันหนีไปโน่นแล้ว !!!” เสียงไพเราะของสตรีปักษาวารี นางเห็นหลังของอุทัยไวไว จึงดีดกายอ้อมเป็นวงติดตามไป
.. เงาปีศาจนอนนิ่งไม่เคลื่อนไหว
.. ราวห้าลมหายใจ .. มันค่อยๆ ชันกายขึ้นมา
“เจ้าพวกสุนัข ..” วาจาออกจากปากเงาปีศาจ นำมือที่เหลืออยู่ข้างเดียวชี้กราดไปเบื้องหน้า
“แล้วพวกเจ้าต้องสำนึกเสียใจ .. ฮี ฮี ฮี” ร่างกายมันสั่นระริก ดวงตาแดงฉานส่องประกายจนน่าประหวั่น
เงาปีศาจใบหน้าเหยเกร่ำร้องอย่างโหยหวน .. อาซ .. อ๊าซซ .. อ๊าซซซซซซซซซซ ..
เสียงร้องอันเศร้าสลดระคนความทุกขเวทนา พลังปราณปีศาจระเบิดพวยพุ่งออกปลดปล่อยไสยเวทสุดแรงกล้า
.. จิตมารโลภะ !!! .. ไสยเวทปีศาจ
ภายในวิหารมืดหม่นลงอย่างประหลาด ปราณปีศาจแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
เทพบัณฑิต เฒ่าปักษาวิญญาณ สตรีปักษาวารี และยอดยุทธ์ทั้งหลายต่างรู้สึกจิตใจหนักอึ้ง
ส่วนอุทัย ญานินดา ราชิต และเจ้าธรรมต่างได้รับผลกระทบ ทุกคนในวิหารเริ่มรู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก
.. ทั้งวิหารเงียบกริบ !
.. ทุกคนเหม่อลอยราวถูกมนตร์สะกด !
ทันใดนั้น .. แสงสว่างเรืองๆ ส่องออกมาจากเพดานวิหาร
แกร๊งงง ! ... เสียงใสกิ๊ง
แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! ..
.. ทุกคนจิตใจจดจ่อในเสียงนั้น เป็นเสียงใสดังโลหะชิ้นเล็กร่วงหล่นลงพื้น
แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง !
... ชิ้นส่วนเล็กๆ ร่วงหล่นกระแทกศิลาอย่างต่อเนื่อง มีแสงระยับวับวาวเป็นประกายสีทอง
แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง !
... เสียงดังเกรียวกราว ... ชิ้นส่วนเล็กๆ ร่วงหล่นลงมาใส่โลงศิลาดำมากมายจนมองเหมือนดังสายน้ำตกสีทองระยิบ
... บางส่วนกระฉอกออกกลิ้งกล่นไปทั่วพื้น ทำเหล่ายอดยุทธ์ตะลึงลาน
“เอ้ยยย !!! .. เหรียญทอง"
“เหรียญทอง !!! .. ทองคำ"
"ทองคำ !!! เป็นทองคำจริงแท้"
"เหรียญทองคำที่เจ้าผีตนนั้นคอยเฝ้าอยู่"
“!!!” อุทัยเหลียวกลับไปมองด้วยความแปลกใจ
แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง ! แกร๊งงง !
ภาพที่เห็นคือเหรียญทองนับแสนนับล้านไหลร่วงลงมา แล้วค่อยๆ สุมกองในโลงศิลาไม่มีทีท่าจะสิ้นสุดลง
... เหรียญทองคำเต็มโลงศิลา
... เหรียญทองคำบรรจุล้นออกมาภายนอก
ผ่านไปครู่หนึ่ง ... เหรียญทองคำก็หยุดตกลงมาแล้ว
เจ้าเงาปีศาจก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย !!!
แต่ก็มิมีใครสนใจมันอีกต่อไป !!!
เหรียญทองคำส่องแสงวาววับกองพูนจนล้นออกมาจากโลงศิลาดำ ยอดยุทธ์ทั้งหลายดวงตาเปล่งประกายเป็นสีทอง สีหน้าตื่นเต้นระคนแปลกใจ ต่างเดินเข้าหาอย่างลืมตัว
พวกมันรายล้อมอยู่ทั่วกองทองคำ บ้างหยิบเหรียญทองขึ้นมาจ้องดู บ้างฉวยเข้าปากใช้ฟันขบกัดทดสอบ
"ทอง !!! ทองคำบริสุทธิ์ ฮ่า ฮ่า"
"ฮ่า !!! ทองคำ !!! มากมายนัก"
"ว่ะหู่ !!! ทองคำ ทองคำ ข้ารวยแล้ว .. ฮ่า ฮ่า"
"ว๊าววว ! ว๊าววว ! ว๊าววว ! .. ทองงงง .. ทองของข้า"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า .. ทองงงงง ทองงงงง ทองคำทั้งน้านนนน ..."
เหรียญทองคำกองสูงท่วมศีรษะถูกรายล้อมด้วยยอดยุทธ์ทั้งหลาย ต่างกอบโกยจับจองเป็นของตน
พวกมันคือชาวมิจฉาชีพใช้วิชาต่อยตีเป็นเครื่องมือหาเลี้ยงตัว ชีวิตผ่านคมหอกคมดาบแลกกับอัฐค่าจ้างจากสมาพันธ์ แม้ไม่ลำบากแต่ก็ไม่ถึงกับมีชีวิตสุขสบาย
ความโลภผุดโผล่ออกจากจิตใจของทุกผู้คน ... ทองคำที่อยู่เบื้องหน้านี้จะทำให้พวกมันร่ำรวยเสวยสุขไปทั้งชาติ ...
พวกมันตรงเข้าโกยเหรียญทอง ผู้ใดมีกระเป๋าก็นำใส่กระเป๋า ผู้ใดไม่มีก็ถอดเสื้อกางเกงเพื่อใช้ห่อบรรจุให้ได้มากที่สุด
“เหรียญทองคำ ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เฒ่าปักษาวิญญาณอุทาน มันจ้องมองทองคำตาลุกวาว
“ทองคำ !!! .. เป็นไปไม่ได้” สตรีปักษาวารีกล่าว นางไม่เชื่อสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า
“ฮึ !!! .. ไสยเวทปีศาจ” เทพบัณฑิตกล่าวอย่างแผ่วเบา หน้ามันถอดสี .. มันพอจะรู้แล้วว่ากำลังพบเจอสิ่งใด
จำนวนยอดยุทธ์ที่มากมายกลายเป็นเบียดเสียดแย่งชิง บ้างชนกันจนล้ม บ้างผลักดันผู้อื่นให้พ้นทางดูชุลมุนวุ่นวาย
ยอดยุทธ์ผู้หนึ่งพุ่งตัวแทรกบุคคลด้านหน้า “เฮ้ยยยย !!! เอ็งถอยออกไป อย่าขวางทางข้า”
ผลั๊กกก !!! มันรีบร้อนปะทะชนผู้ขวางทางอย่างแรง คนผู้นั้นกำลังก้มๆ เงยๆ เก็บเหรียญทองถึงกับล้มหัวคะมำ
มันลุกขึ้นมาด้วยความโมโห “กร๊อดดดด ! เจ้า .. ฮึ เจ้ามีกระเป๋า ...” มันเห็นกระเป๋าบรรจุเหรียญทองของคนผู้นั้น ด้วยความโลภมันชักดาบออกมา
.. ฉั่ววว !!! ฉั่ววว !!! ฉั่ววว !!! สามดาบแทงผู้ที่ปะทะชนมัน แล้วจึงกระชากกระเป๋าของคนผู้นั้น
“อ่าาา !!! เจ้า ...” ผู้ถูกแทงเอามือกุมท้อง โลหิตทะลักไหลนอง ร่างล้มลงค่อยๆ ขาดใจตาย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... กระเป๋าจุยิ่งนัก” มือดาบผู้นั้นมองดูกระเป๋าที่เพิ่งช่วงชิงมา ขณะที่กำลังโกยเหรียญทองลงกระเป๋า
.. ฉั่วววววว !!! .. อั๊กกกก .. มีปลายกระบี่พุ่งทะลุหน้าอก โลหิตพุ่งกระฉูดสยดสยอง .. มันถูกจ้วงแทงจากด้านหลังจนร่างล้มคว่ำ
เหรียญทองกองท่วมหัว แต่ดูเหมือนมันจะน้อยไปสำหรับยอดยุทธ์หลายสิบคน เกิดการวิวาทและต่อสู้กันเองภายในกลุ่มสมาพันธ์ปักษาเทวา
“บิดามึง !!! ทองเป็นของข้า ...”
“ข้าจะฆ่าเจ้า !!! เอาถุงทองข้าคืนมา ...”
“ตายยย !!! ตายซ่ะ”
.. เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เสียงปะทะของดาบกระบี่ ยอดยุทธ์สามคนกำลังต่อสู้กัน
.. ปั่กกก !!! ปั่กกก !!! ปั่กกก !!! ยอดยุทธ์สี่ห้าคนปล้ำฟัดชกต่อยแย่งชิงทองกันหน้าดำหน้าแดง
.. โครมมม !!! คลุกกก คลุกกก .. ร่างยอดยุทธ์ผู้หนึ่งลอยกระแทกพื้นกลิ้งกว่าห้าตลบนอนนิ่งไร้ลมหายใจ
.. เปรี๊ยงงงง !!! .. “อย่าแตะต้องทองของข้า!” ยอดยุทธ์ร่างใหญ่ปล่อยปราณหมัดชกยอดยุทธ์หัวล้านจนลอยกระเด็นขาดใจตาย
การต่อสู้ตะลุมบอนมีอยู่ทั่วไป เหล่ายอดยุทธ์ต่างเข่นฆ่ากันเอง ที่ตายก็ตายไป ที่ยังอยู่ก็ต่อสู้ช่วงชิงเพื่อทองคำ
อุทัยและญานินดาเฝ้ามองเหตุการณ์อย่างงุนงง เหรียญทองร่วงหล่นมาจากเพดานวิหารได้อย่างไร หรือเป็นความการุณย์ของเจ้าผีตนนั้นที่เนรมิตทองคำขึ้นมาแจกผู้คน
เหรียญทองคำตั้งมากมาย ... เหตุใดพวกมันจึงไม่แบ่งโดยเท่าเทียมกัน คนคนหนึ่งจะสามารถนำติดตัวออกไปได้สักเท่าไหร่กัน คาดว่าเพียงร้อยเหรียญก็เพียงพอให้ใช้จ่ายไปทั้งชีวิตแล้ว
อุทัยสังเกตเห็นเจ้าธรรมมีอาการผิดปกติ ดูมันเหม่อลอยหน้าตาหมองหม่น จ้องมองเหรียญทองเหล่านั้นอย่างไม่วางตา
อุทัยคิดถึงเหตุผลบางอย่าง ...
มันร้องอุทาน “แย่แล้ว !!! ต้องเป็นเวทมนตร์ .. มนต์สะกดของเจ้าผีตนนั้น ..”
ญานินดาถาม “มนต์สะกดอันใด .. !!!”
ราชิตกล่าว “มันคือไสยเวท .. พลังรุนแรงอย่างเหลือเชื่อ ..” มันรับรู้ถึงมนต์ดำสุดกร้าวแกร่ง
อุทัยกล่าว “เป็นไสยเวทของเจ้าผีอุบาทว์ตนนั้น”
อยู่ๆ ราชิตเกิดอาการผิดปกติ มันกุมหน้าอกร้องขึ้นมา “อุ๊กกก !!! ข้า แน่นหน้าอก”
อุทัยร้องถาม “ท่านลุง !!! ท่าน ...”
โดยพื้นฐานราชิตนั้นมีจิตใจที่แข็งแกร่ง แต่ร่างกายของมันได้รับบาดเจ็บจนกระทบกระเทือนถึงพลังจิต ไสยเวทอันชั่วร้ายกำลังแทรกซึมทำร้ายมันอยู่
ราชิตกล่าว “พอทนไหว .. ดูเจ้าธรรมก่อน ..”
ญานินดากล่าว “ไสยเวทของเจ้าผีตนนั้น ! แล้วเหตุใดพี่ใหญ่กับข้าจึงไม่เป็นไรเล่า”
อุทัย “...” มันก็ไม่รู้เช่นกัน
ทั้งสามเข้าใจถูกแล้ว ที่พวกมันได้พบเจอคือไสยเวทควบคุมจิตใจ เจ้าเงาปีศาจใช้มนต์สะกดดึงความโลภภายในของทุกคนออกมา และนี่ยังเป็นเพียงแค่กระบวนท่าแรกของมันเท่านั้น ... หุ หุ หุ