บทที่148
ปกป้องเด็กต้องสาป
เดย์ถามเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของพวกเด็กพวกนั้นที่จะส่งมอบให้กับโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์
แน่นอนว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาตัวของเขาเองก็ไม่ใช่เพียงแค่ว่าอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เฉยเฉย
ตัวของเค้าก็สืบเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่ตนเองนั้นพอที่จะสืบได้
โดยโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์มันเป็นสถานที่หรือเรียกง่ายง่ายว่าเป็นลัทธิหนึ่งที่คลั่งไคล้ในเทพธิดาเป็นอย่างมาก
ตัวตนของเด็กพวกนั้นเทียบเท่ากับว่าเป็นศัตรูแน่นอนว่าทนายตรวทของพวกนี้ไปมันเองก็มีโอกาสสูงเป็นอย่างมากที่คนภายในโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์จะลงความเห็นให้ฆ่าเด็กพวกนี้
“ ถ้าแบบนั้นก็เป็นไปตามนั้นถ้าตัวของพวกคุณไม่สามารถให้คำตอบผมได้ผมเองก็ไม่คิดว่าจะมอบเด็กพวกนี้ให้หรอกนะ”
เดย์เขาทำการยืนยันออกไปอย่างหนักแน่นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
ซิลเวอร์ที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็นิ่งสนิทเป็นเพราะว่าตัวของมันรู้อยู่แล้วว่าสถานที่ที่มันอยู่นั้นเป็นอย่างไร
ที่ตัวของเดย์พูดออกมาเป็นความจริงมีโอกาสเป็นอย่างมากที่พวกเหล่านักบวชภายในโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์จะลงความเห็นได้สังหารเด็กพวกนี้ทิ้ง
เดย์ค่อยค่อยวางชาภายในมือของตนเองลงเขาแสดงใบหน้าจริงจังมองตรงไปที่พวกซิลเวอร์“ กลับไปบอกโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แบบนี้”
“ ถ้าเกิดว่าไม่สามารถให้ความมั่นใจได้ตัวของฉันเองก็ไม่คิดจะส่งพวกเด็กพวกนี้ให้หรอกนะแล้วถ้าอยากได้ก็ให้มาทำการแย่งชิงไป” เดย์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงข่มขู่
แน่นอนว่าคำพูดนี้เขาไม่ได้พูดกับซิลเวอร์แต่เขาพูดกับพวกนักบุญหรือว่าพวกนักบวชระดับสูงภายในโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์
หลังจากที่พูดออกไปแบบนั้นความกดดันจำนวนมากแผลซ่านออกมามันทำให้ตัวของซิลเวอร์และกลุ่มนักประจญภัยของเค้าสัมผัสได้เลยทีเดียว
ความรู้สึกภายในร่างกายของเดย์แตกต่างออกไปจากในตอนแรกอย่างสิ้นเชิงพวกเขาสามารถสัมผัสได้ความรู้สึกที่ตนเองนั้นไม่คุ้นชินนี่มันเป็นความรู้สึกของความกดดัน
เดย์ตัวของเขาพัฒนาไปมาก ครั้งพลังและความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้มันเองก็แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
พลังเวทที่แผ่ซ่านออกมาแรงกดดันที่มันปลดปล่อยออกมาราวกับว่ามีพวกนักผจญภัยระดับเอสอยู่บริเวณด้านหน้า
ซิลเวอร์ไม่สามารถทำอะไรได้ตัวของมันได้แต่ก้มศีรษะและก็ค่อยค่อยเดินทางออกจากคฤหาสน์แห่งนี้ไปแจ้งเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดกับโบสถ์
เดย์ยืนอยู่บนชั้นสองบริเวณห้องทำงานของตนเองเขามองตรงลงไปบริเวณด้านล่างมองตรงลงไปที่พวกซิลเวอร์ที่กำลังเดินออกจากสถานที่แห่งนี้“ ดูเหมือนมักจะเกิดปัญหาใหญ่แล้วสินะ ตัวตนของเด็กพวกนั้นมีผู้คนที่รู้มากขึ้นความสนใจเองก็มากขึ้นโดยเช่นเดียวกัน”
“ สงสัยตัวของเราจำเป็นจะต้องเตรียมตัวรับมือศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึงแล้ว” เดย์เขาสัมผัสได้ว่าตอนนี้ความวุ่นวายกำลังจะเดินทางมาถึงตัวของเขา
….
เดย์นั่งอยู่ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ในตอนนี้ดวงตาของเขาต้องมองพวกแผ่นเอกสารหรือว่ากระดาษที่ทำการรวบรวมข้อมูลของมาได้
แน่นอนว่าในตอนแรกเขาคิดว่าจะส่งมอบตัวของเด็กพวกนี้ให้กับโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ตามคำพูดจริงๆ
แต่ว่าโชคดีที่ตัวของเขานั้นทำการตามหาข้อมูลแล้วก็สืบค้นเกี่ยวกับข้อมูลพวกนี้มาก่อน
หลังจากที่ทำการสืบข้อมูลเขาเองก็มองเห็นว่าโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์มันก็เหมือนกับลัทธิลัทธิหนึ่งที่คลั่งไคล้เทพธิดาเป็นอย่างมาก
ลองคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ตัวตนของเด็กพวกนี้สามารถทำลายพรของเทพธิดาอันศักดิ์สิทธิ์ได้
เพราะแบบนั้นก็มีโอกาสที่สูงเป็นอย่างมากที่พวกโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์พวกนั้นจะมีคนที่หัวรุนแรงและทำการลงความเห็นให้สังหารเด็กพวกนี้
นั่นไม่ใช่เป้าหมายและความต้องการของเขาเด็กพวกนี้ตอนแรกเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้มีสภาพดีน่าหดหู่เป็นอย่างมากเขาเองก็รู้ดีว่าเด็กพวกนี้คงไม่ได้อยากเป็นแบบนี้
การที่ร่างกายของพวกเขามีทำสภาพที่สามารถลบล้างผลแห่งเทพธิดาได้มันเองเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องดี
“ แล้วใครกันที่พอจะรักษาเด็กพวกนี้ได้”เดย์กำลังคิด
ในตอนนี้ครุ่นคิดแล้วก็หาวิธีอย่างหนักเกี่ยวกับการรักษาเด็กพวกนั้นที่โดนคำสาปเข้าไปภายในร่างกาย
ท้องนภาบริเวณด้านนอกมันค่อยค่อยเปลี่ยนสีในตอนนี้ท้องนภาบริเวณด้านนอกเปลี่ยนสีกลายเป็นสีส้มอมแดงสาดส่องแสงสว่างไสว
ดวงอาทิตย์ยามอัสดงเปล่งประกายไปทั่วทั้งท้องนภาในยามเย็นในวันนี้มีเรื่องวุ่นวายตลอดทั้งวันนั่งอ่านพวกข้อมูลพวกนี้ไปไปมามารู้สึกตัวอีกทีรอบกายก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
ตอนนี้เข้าสู่ยามเย็นอีกไม่นานท้องนภาด้านบนก็กำลังจะมืดมิดเมื่อสถาณที่แห่งนี้มันเข้าสู่ความมืดเค้าจำเป็นจะต้องระวังตัวมากขึ้นไปอีก
ยามราตรีเดินทางมาถึงเดย์ตัวของเขารู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ตัวของเค้าไม่มีเวลาที่จะมารับนอนอย่างแน่นอน
เขามีความสามารถสกิลที่สามารถทำให้ตนเองนั้นอดหลับอดนอนได้เพราะแบบนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก
เดย์เฝ้าอยู่บริเวณด้านบนชั้นสองดวงตามองต่ำลงไปบริเวณด้านล่างเขาพยายามมองดูจากจุดที่มองเห็นคฤหาสน์บริเวณรอบรอบ
ยามรัตติกาลปกคลุมในความมืดภายในสถานที่แห่งนี้ร่างเงาปริศนาหลายร่างทำการเคลื่อนที่อยู่ภายในความมืดมิด
พวกมันเคลื่อนที่เข้าล้อมคฤหาสน์แห่งนี้เอาไว้จากทุกทิศทุกทาง
เดย์เขาคิดเอาไว้แล้วว่าคนบุกเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้แน่นอนว่าสิ่งที่เขานั้นคิดแล้วคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดเลยแม้แต่น้อย
มีคนเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้จริงๆภายในเหงามือที่มันปกคลุมบริเวณรอบๆร่างกายของพวกที่ทำการเคลื่อนที่เข้ามาทันทีที่เข้ามาใกล้เขตคฤหาสน์เดเองก็สัมผัสได้แล้วว่ามีพวกมันอยู่
บริเวณรอบรอบเขตคฤหาสน์แห่งนี้เขาทำการกาเขตพลังเวทเอาไว้มันเป็นเขตพลังเวทที่เปรียบเสมือนกับประสาทสัมผัสของเขา
แน่นอนว่าเขตพลังเวทที่มันเปรียบเสมือนกับประสาทสัมผัสของเขามันทำให้เขานั้นสามารถสัมผัสได้มันเป็นเหมือนกับพลังเวทขนาดใหญ่เป็นขอบเขตและประสาทสัมผัสการรับรู้
โดยตัวของเขาสามารถสร้างมันได้โดยที่มีรัศมีเป็นวงกลมขว้างทิ้งประมาณ1 กิโลเมตรซึ่งความกว้างขวางของมันทำให้ปกคลุมคฤหาสน์แห่งนี้และบริเวณรอบนอกได้ทั้งหมด
เพียงแค่มีสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมเข้ามาภายในบริเวณประสาทสัมผัสของเขาได้ถูกสร้างขึ้นเป็นวงกว้างเค้าเองก็สามารถล่วงรู้ได้เลยทันที
เหมือนกับพวกที่กำลังซ่อนตัวอยู่ภายในเงามืดล้อมรอบคฤหาสน์ของเขาอยู่ในตอนนี้
เมื่อพวกมันทำการก้าวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงวันไหนทันทีว่าพวกมันนั้นก้าวเท้าเข้ามาภายในอาณาเขตของเขา
เดย์ตัวของเขาทำการยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่มอย่างผ่อนคลายก่อนที่จะมองออกไปบริเวณด้านนอก
ในตอนนี้เขาไม่ได้แสดงท่าทางหนักใจอะไรเลยแม้แต่น้อยอาจจะเป็นเพราะว่าเขาเตรียมการทุกอย่างเอาไว้เตรียมของหมดแล้วก็ได้
กลุ่มคนชุดดำที่ล้อมรอบคฤหาสน์แห่งนี้อยู่พวกมันได้ค่อยค่อยเคลื่อนที่เข้ามาเริ่มทำการบุกโจมตีคฤหาสน์อย่างเงียบสงัด
ภายในความมืดมิดที่ปกคลุมบริเวณรอบๆร่างกายของพวกมันทำการเคลื่อนไหวโดยที่ไม่ส่งเสียงเลยแม้แต่น้อย
ทำการใช้เวทย์ปิดกั้นเสียงทำให้ตนเองและสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงตัวตนของทุกมัน
แต่ทันใดนั้นเมื่อพวกมันก้าวเข้าไปภายในสนามหญ้าบริเวณรอบรอบคฤหาสน์พวกมันก็พบเจอกับกับดักที่ถูกวางเอาไว้
พื้นบริเวณด้านล่างสั่นไหวพวกกลุ่มคนที่สวมใส่ชุดดำที่ลักลอบเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ดวงตาของพวกมันเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกร่างกายที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ต้องหยุดลงเพราะว่าบริเวณพื้นบังเกิดพลังเวทย์สีดำขนาดใหญ่แผดพุ่งขึ้นมา
จบบท