เสียงรถม้าแล่นมาจอดหน้าเรือนทรงไทยนางเม่ายืนชี้มือชี้ไม้สั่งบ่าวไพร่ที่กำลังทำความสะอาดใต้ถุนเรือนกลางพลางเหลือบไปเห็นรถม้าที่นายเพิ่มเป็นคนควบคุมนายจุกนั่งข้างนายเพิ่มก็รีบกุลีกุจอวิ่งขึ้นเรือนพลางส่งเสียงเรียกเจ้าเมืองตาก
"มีอันใดนางเม่าส่งเสียงอึกทึกครึกโครมฟ้าจะตกใส่หัวเอ็งแล้วฤา" เจ้าเมืองตากตะคอกนางเม่า"ยังเจ้าค่ะ""แล้วมีอันใด ข้าใช้ให้เอ็งช่วยกันเก็บกวาดใต้ถุนมิใช่ฤา แล้วเหตุใดจึงขึ้นมาบนเรือนเล่า" "อ้ายทองดีกับพ่อคนแปลกหน้ากลับมาแล้วเจ้าคะ""จริงฤา..." พลางสั่งให้บุญเกิดวิ่งลงเรือนไปดูว่าเป็นดั่งที่นางเม่าว่ามาหรือไม่
เจ้าเมืองตากรีบเดินลงจากบันไดไม้เงาวาวฝีมือบ่าวไพร่ แต่ไม่ทันสังเกตุเห็นว่ารถม้าทรุดลงเล็กน้อย.... แม่สอนเดินออกมาจากห้องเห็นนางเจียดนั่งอยู่หัวบันไดจึงส่งเสียงถามนางเจียดว่าเกิดอะไรขึ้นจึงรู้ว่านายทองดีกับศิลาเดินทางกลับมาจากค้าขายตามหัวเมืองต่างๆแล้ว
ศิลายกมือขึ้นไหว้ "พวกกระผมกลับมาแล้วขอรับท่านเจ้าคุณ""ไปต่างเมืองเสียหลายวันข้าละอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่เห็นพวกเอ็งปลอดภัยกลับมาข้าก็เบาใจ"
นายทองดีเดินปลดผ้าคลุมรถม้าออกเบี้ยอัดจำนวนมากห่อใส่ถุงสีขาวหลายถุงวางกองจนแทบจะไม่มีที่ให้นั่ง เจ้าเมืองตากรู้สึกประหลาดใจในความสามารถของเด็กหนุ่มที่พึ่งจะรู้จักกันไม่กี่วันแต่กลับหาเงินจำนวนมากขนาดนี้มาได้หากเป็นชาวบ้านทั่วไปคงใช้ทั้งชีวิตก็ไม่พอจะหาเงินได้ครึ่งหนึ่งของรถม้าคันนี้
นายทองดีรู้สึกเหนื่อล้าจึงขอตัวกลับไปยังห้องพักของตนที่อยู่ใต้ทุนเรือนกลาง เจ้าเมืองตากจึงมอบเงินรางวัลให้นายเพิ่มกับนายจุกผู้เป็นบ่าวติดตามคนละหนึ่งร้อยตำลึง ส่วนนายทองดีกับศิลาที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงได้คนละสิบชั่ง
ณ อาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ยามบ่ายคล้อยแสงแดดตกกระทบยอดพระราชวังหลวง
ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ประดับประดาเต็มไปด้วยสิ่งของล้ำค่ามากมายเบื้องหน้าที่เหล่าขุนนางกำลังก้มหัวลงต่ำให้นั้นคือ สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ หรือที่รู้จักกันในพระนาม สมเด็กพระเจ้าเอกทัศ นั่งอยู่บนบันสีทองสวยสดงดงามด้านล่างมีนางสนมขนาบทั้งสองข้างโบกพัดไปมาให้สมเด็กพระเจ้าเอกทัศให้คลายร้อน
"นับแต่บัดนี้เรื่องการบ้านการเมืองข้าจะให้ พระสมุหกลาโม เป็นคนจัดการทั้งหมด" สมเด็กพระเจ้าเอกทัศตรัสกับเหล่าขุนนาง
เวลาผ่านไปเพียงครู่การประชุมเหล่าขุนนางก็จบลง หลายคนรู้สึกพอใจแต่ก็มีคนบางกลุ่มที่รู้สึกไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของสมเด็จพระเจ้าเอกทัศที่จะให้ พระสมุหกลาโหม เป็นผู้จัดการด้านการทหารทั้งหมดภายในกำแพงพระนคร
"ฉันหาเข้าใจไม่ เหตุใดพ่ออยู่หัวจึงมีรับสั่งให้ พระสมุหกลาโหม เป็นคนจัดการเรื่องบ้านเมืองหาได้เป็นแม่ทัพ" นายสุจินดาหุ้มแพร หรือ บุญมาพูดขึ้นในขณะเดินคู่กับพระยาเชียงเงิน"ฉันเองก็หาเข้าใจไม่ คงได้แต่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดหลังจากที่พวกข้าศึกยกทัพเข้ามาใกล้กำแพงพระนครเท่านั้น" พระยาเชียงเงินรู้สึกตัดพ้อกับชะตาบ้านเมืองในกาลข้างข้า
ศิลากลับจากอาบน้ำที่ท่าหลังเรือนจึงรีบสวมใส่ชุดที่นางมาลัยจัดเตรียมวางไว้บนที่นอนเพราะเจ้าเมืองตากสั่งให้นางจัดเตรียมและคอยดูแลศิลาเผื่อขาดเหลือสิ่งของจำเป็น... ศิลาใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการสวมใส่โจงกระเบนโชคยังดีที่นายเพิ่มมาช่วยจัดแต่งโจงกระเบนให้
ศิลาเดินออกมาจากห้องเขารู้สึกไม่ชินกับการนุ่งโจงกระเบนและสวมใส่เสื้อที่ทำจากผ้าไหมซึ่งสิ่งของและเสื้อผ้าเจ้าเมืองตากจัดแจงให้บ่าวไพร่หามาให้ทั้งสิ้น
"อุบ๊ะเจ้าแต่งตัวเยี่ยงนี้ค่อยเข้าทีหน่อยจริงหรือไม่ทองดี" เจ้าเมืองตากขอความเห็นจากนายทหารคนสนิท"จริงเจ้าคะเหมือนที่เขาบอกไก่งามพระขนคนงามเพราะแต่งเจ้าค่ะ" นางเม่าพูดแทรงขึ้น"ข้าไม่ยักกะรู้ว่าเอ็งชื่อทองดี" แม่สอนพูดเชิงตำหนิบ่าวผู้ไม่มีหูรูด นางเม่าหน้าจ๋อยพลันก้มหน้าก้มตานวดขาให้แม่สอน"กระผมไม่ค่อยได้ใส่ชุดแบบนี้สักเท่าใดเลยรู้สึกอายๆ น่ะขอรับ""เอาเถิดประเดี๋ยวเจ้าก็ชินไปเอง" ก่อนจะหันไปเรียกนายทองดีอีกครั้ง
นายทองดีนำกล่องห่อผ้าขาวออกมาวางไว้ตรงหน้าของศิลา เจ้าเมืองตากสั่งให้ศิลาเกะผ้าออกดูสิ่งของที่อยู่ข้างใน ทันทีที่ผ้าขาวและกล่องไม้สลักรูปอักขระถูกเกะออกจึงรู้ว่าสิ่งของที่อยู่ด้านในกล่องนั้นคือดาบคู่ที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ฝักดาบเป็นสีดำคาดลายขาวทั้งสองฝัก ส่วนคมดาบเป็นลวดลายอักขระโบราณและมีตัวหนังสือเขียนอยู่ที่ตรงกลางของดาบว่า ดาบแสนศึกพ่าย