ผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง!

    ตอนที่ 71 ผจญโลกกว้าง 2

         แกร๊บ แกร๊บ แกร๊บ!


         เสียงฟืนแห้งกำลังถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนเกิดเป็นกองไฟสำหรับย่างเนื้อปูตัวเขื่องที่ถูกชุนสังหารไปเมื่อครู่
         หลังจากเห็นว่าไฟได้ที่แล้ว ชุนจึงเอากระบี่สีฟ้าที่ได้มาจากสำนักคุนหลุนแยกเนื้อปูออกจากเปลือก แล้วจึงตัดแบ่งเนื้อให้พอดีจากนั้นก็เสียบไม้ ก่อนจะเอาไม้ปักลงดินรอบๆกองไฟเพื่อย่างเนื้อปูให้สุก
         ชุนค่อยๆย่างเนื้อปูไปทีละไม้ พอครบสิบไม้เขาพลันหยุดมือ เปลี่ยนมานั่งรอให้มันสุก โดยไม่สนใจสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ ราวกับว่าเขาไม่คิดยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่แรก แต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามเวรกรรม..ใครโชคดีก็อยู่รอด ใครโชคร้ายก็ตกตายกลับสู่ผืนดินไป
         เหตุผลที่ชุนทำอย่างนี้ไม่ใช่ว่าเขาเย็นชาหรือว่าอะไร แค่เขาเลือกหลีกเลี่ยง เพราะมันไม่มีความจำเป็นอะไรต้องไปช่วยเหลือ หรือข้องเกี่ยวกับใคร ไม่ได้เป็นสายเลือดเดียวกันหรือมีความสัมพันธ์อะไร ซึ่งความคิดทั้งหมดเขาเข้าใจได้จากมรดกความทรงจำของเทพอสูร
         แม้ว่าความคิดนี้จะขัดต่อหลายสิ่งหลายอย่าง และไม่น่าให้อภัยสำหรับผู้มีคุณธรรม แต่มันหลีกเลี่ยงความจริงไม่ได้ว่าชุนเป็นเซียน ความคิดของเซียนย่อมแตกต่างจากมนุษย์ มุมมองยิ่งกว้างไกลกว่า การใช้ชีวิตและหลายสิ่งหลายอย่างไม่เหมือนกันทั้งสิ้น ขืนชุนเข้าไปช่วยสุ่มสี่สุ่มห้าต้องเกิดสายใยแห่งเวรกรรมอย่างไม่ต้องสงสัย
         เมื่อเกิดสายใยแห่งเวรกรรมย่อมตัดขาดได้ยาก ซ้ำสายใยแห่งเวรกรรมจะติดตัวไปจนกว่าวิญญาณผู้มีสายใยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแตกสลาย จุดนี้ไม่ต้องพูดถึงอีกฝ่ายมีชีวิตอยู่และเริ่มสร้างเวรกรรมสั่งสม ทำให้ผู้มีสายใยแห่งเวรกรรมข้อเกี่ยวกันเกิดปัญหาวุ่นวาย ยิ่งกับชุนผู้ต้องฝึกฝนเรกิไม่ให้เกิดผลกระทบ มันจึงเป็นเหตุผลว่าชุนเลือกไม่เข้าไปช่วย
         ส่วนเหตุผลในการสังหารปู เป็นมันมีเจตนาต้องการสังหารชุน เขาจึงมีเหตุผลในการฆ่ามัน การฆ่าปูไปไม่ใช่ทำให้มันสูญเสียชีวิตอันล้ำค่าอย่างเดียว เขายังทำให้วิญญาณมันแตกสลาย เพื่อไม่ให้เกิดสายใยเวรกรรมต่อกัน ซึ่งมันเป็นวิธีการช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ดีที่สุดของชุนแล้ว
         ผ่านไปพักใหญ่ๆ กลิ่นหอมของปูย่างก็ลอยขึ้นมา
         ฟุ๊ดฟิ๊ด ฟุ๊ดฟิ๊ด
         ชุนดมกลิ่นควันหอมหวานของเนื้อปูสดๆที่กำลังจะสุกเหมือนน้ำลายจะไหล
         "หอมมาก กลิ่นมันหอมสุดๆ หอมกว่าพวกปูทะเลราคาแพงหลายเท่า ตอนแรกนึกว่ามันวิวัฒนาการไม่ถึงจุดนั้นแล้วจะไม่น่ากิน ที่ไหนได้มันน่ากินยิ่งกว่าปูทุกชนิดซะอีก..อึก!" ชุนกลืนน้ำลายหลังพูดจบ ยิ่งไปกว่านั้นเขาคาดหวังกับความอร่อยเอามากๆ และถ้ามันอร่อยจริง เขาจะล่าพวกมันจำนวนหนึ่งเก็บไว้กินเล่น
         สิบห้านาทีผ่านไป เนื้อปูทั้งหมดก็สุกได้ที่ ชุนจึงไม่รีรอที่จะกินมัน
         ง่ำ!
         ชุนกัดเนื้อปูเสียบไม้ย่างฝีมือตัวเองเต็มคำ เพียงคำแรกเขาก็นิ่งไปครู่นึกแล้วค่อยๆเคี้ยวมัน ดวงตาเขาเองเหมือนมีประกายบางอย่าง ไม่นานนักเขาก็เริ่มกินเนื้อปูทั้งสิบไม้เหมือนคนตายอดตายอยาก
         ง่ำ
         ง่ำ
         ง่ำ!
         'อร่อยโคตร โคตรของโคตรอร่อย ทั้งหอมหวานมันมีกลิ่นปูชัดเจน' ชุนร่ำร้องอยู่ในใจ ความอร่อยเหนือคำบรรยาย ในโลกเวทมนตร์หรือบนโลกยังไม่เคยพบ แค่สามนาทีเนื้อปูเสียบไม้ทั้งสิบไม้ก็ถูกชุนกินเรียบ แต่แทนที่ชุนจะหยุดกิน เขากลับเอาเนื้อปูมาย่างต่อพร้อมกับเอาฟืนมาสุมไฟเพิ่ม แบบไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ต่อให้สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่รอดชีวิตฟื้นคืนสติมาเขาก็ไม่สนใจ
         กระทั่งพวกสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ได้สติ พวกมันทำได้เพียงสงสัยชุนว่าเขาคือใคร กำลังย่างอะไรหอมๆ ก่อนพวกมันจะอุ้มร่างของสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์เดียวหนีไปในไม่ช้า ไม่ว่าจะเป็นร่างมีชีวิตหรือร่างไร้ชีวิต ราวกับว่ามันหวาดกลัวชุนตามสัญชาตญาณ แต่หลังจากสิ่งมีชีวิตจากไปก็มีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่เพียงหนึ่งที่ไม่มีใครสนใจและยังนอนหายใจรวยรินไม่ได้สติอยู่ใต้กองใบไม้
         สิ่งมีชีวิตตนนั้นถูกชุนมองข้ามจวบจนเขาจัดการกินเนื้อปูย่างทั้งหมด 
         "เอ๊ะ! ยังอยู่อีกหนึ่งงั้นหรอ?" ชุนเดินเข้าไปหาสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ และพอเขามาดูใกล้ๆก็ไม่วายปัดใบไม้ออก ทันใดนั้นสิ่งที่เขาเห็นต้องนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะสิ่งมีชีวิตคล้ายไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกัน
         "อะไรกัน! เราไม่ได้อยู่บนโลกเรา..ทำไมเธอคนนี้เหมือนมนุษย์ รูปร่าง หน้าตา ส่วนสูง!" ชุนมองไปมากกว่านั้น เพราะคนด้านหน้าเขาเป็นผู้หญิง ทั้งยังใส่ชุดใบไม้แห้ง แม้ว่าสภาพจะเปื้อนฝุ่นเปื้อนดิน เขาก็ไม่สามารถมองไปได้มากกว่านี้
         'เธอดูเย้ายวนผิดธรรมดา...ไม่ได้เราต้องตั้งสติ' ชุนเตือนตัวเอง ก่อนสัมผัสแขนของเธอเพื่อตรวจดูว่าเธอเป็นมนุษย์หรือไม่
         'โครงสร้างร่างกายภายในเป็นแบบเดียวกับมนุษย์บนโลก แค่ดูแข็งแกร่งกว่า ในร่างไม่มีพลัง...ดวงวิญญาณดูปกติ..ไม่สิ..ดวงวิญญาณถูกผนึกไว้' ชุนเริ่มเพ่งจิตตรวจสอบวิญญาณ และไม่วายเขาได้คลายผนึกพลังเวทมนตร์ วินาทีนั้นเขาพลันเห็นผนึกบนดวงวิญญาณชัดเจน
         "บ้าน่า! ผนึกนี่มันคล้ายกับผนึกของปรมาจารย์หลินที่เคยผนึกความทรงจำเราเอาไว้..ไม่มีทาง ต้องไม่ใช่ ดูรวมๆแล้วคล้ายกัน รูปแบบภายในแตกต่างและทรงพลังกว่า" ชุนพึมพำ ในขณะเดียวกันจิตใจเขาเกิดความคิดอยากช่วยเหลือผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่มีเหตุผล
         ความรู้สึกอยากช่วยเหลือส่งผลให้ชุนนิ่งคิดอยู่สักพัก จนเขาตัดสินใจช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย นอกจากใช้พลังเวทมนตร์ชำระกาย รักษาบาดแผลภายนอกภายในกับมอบชุดคลุมเรียบง่ายให้ ชุนก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรอีก ทั้งยังผนึกพลังเวทมนตร์แล้วเร่งจากไป โดยไม่รอให้ผู้หญิงคนนี้ได้สติ
         หลังจากชุนจากไปได้ราวๆสิบนาที ผู้หญิงที่ชุนให้การช่วยเหลือได้ลืมตาตื่น ทันทีที่ตื่นเธอพลันลุกขึ้นหันมองไปรอบๆเหมือนคนหวาดระแวง พอแน่ว่ารอบตัวไม่อันตรายเธอจึงสำรวจตัวเองพลางมองรอบตัว
         "ไม่มีบาดแผล ไม่รู้สึกเจ็บปวด ท่านพ่อมาช่วยข้าไว้หรอ?" น้ำเสียงหวานใสเช่นเดียวกับเด็กสาววัยแรกแย้มดังออกจากปากของผู้หญิงที่ชุนช่วยเอาไว้ เธอครุ่นคิดว่าช่วงเวลาที่สลบไม่ได้สติเกิดอะไรขึ้นกับเธอ กระทั่งมองไปเห็นเสื้อคลุมบนพื้น
         "หืม! เสื้อคลุม?" หญิงสาวอุทานพลางก้มตัวลงไปเก็บเสื้อคลุมมาดู แล้วมองไปพร้อมกับคิดในใจ
         'เสื้อคลุมสีดำยังใหม่ บนเสื้อมีกลิ่นอายของใครบางคน แต่ไม่ใช่ท่านพ่อ..รึว่าคนผู้นี้ช่วยข้าเอาไว้!'

    คล้ายกับเรื่องผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง! ที่คุณอ่าน