หัวหน้าหมาป่าโลหิตระเบิดพลังออกมาจนทำให้เกิดคลื่นความกดดันแผ่กระจายสร้างความหวาดหวั่นให้กับรอยจนต้องรีบถอยออกมาเพราะไม่รู้ว่ามันจะแข็งแกร่งมากขึ้นไปขนาดไหน การที่แผ่ออร่าที่สร้างความกดดันแบบนี้ได้จะต้องมีความแข็งแกร่งระดับหนึ่งเลย แถมมันยังใช้ออร่าสร้างเป็นรูปร่างคล้ายกับมือจับพวกศพที่นอนเกลื่อนพื้นเข้ามาดูดกลืนเลือดของศพเหล่านั้นจนเหือดแห้ง
“บ้าเอ้ย! ลืมทำลายศพพวกมันไปก่อนซะได้” รอยได้แต่ยืนมองดูมันแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วหลังจากที่ได้ดูดกลืนเลือดของศพเหล่านั้น ก็ได้แต่โวยวายอย่างหัวเสียที่ดันลืมทำลายศพเหล่านั้นไปซะก่อนที่จะถอยออกมา
หัวหน้าหมาป่าโลหิตดูดกลืนซากศพจนเสร็จแล้วมันไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับออร่าของมันเท่านั้นแต่ร่างกายของมันยังขยายใหญ่ขึ้นไปอีก จากนั้นมันก็วิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงซิกแซกไปมาในรูปแบบฟันปลาเพื่อสร้างความสับสนให้กับรอยและร่างเงา มันเหมือนกับว่าหมาป่าโลหิตกำลังเลียนแบบการเคลื่อนไหวของก้าวลวงตาอยู่เลยที่ทำให้เห็นเป็นร่างลวงตาของหมาป่า 2 ตัววิ่งเข้ามาพร้อมกัน รอยรีบใช้คำสั่งโจมตีกับร่างเงาทันทีเพราะเห็นว่ามันพุ่งเข้ามาหาพวกเขาแล้ว
ร่างเงาเปลี่ยนอาวุธเป็นหอกเหล็กแล้วใช้ก้าวลวงตาทั้ง 3 ร่างพุ่งเข้าไปโจมตีพร้อม ๆกันแต่ก็ถูกหมาป่าโลหิตตัวจริงกัดกินจนร่างสลายหายไปก่อนที่จะได้โจมตีซะอีก ความเร็วในการเคลื่อนไหวของมันเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากจนรอยกับร่างเงาปรับตัวไม่ทันกันเลย ถึงแม้ร่างลวงตาจะถูกทำลายไปแต่ก็ทำให้รู้ว่าร่างจริงของหมาป่าโลหิตคือตัวไหน ร่างเงาเลยใช้ก้าวหลบหลีกราวกับการหายหัวพุ่งลอดเข้าไปที่ใต้ท้องของหมาป่าโลหิตและฟันเข้าไปที่ขาหน้าของมันจนขาดไปข้างหนึ่ง แต่เมื่อหมาป่าโลหิตมันรู้ว่าถูกโจมตีมันก็รีบกระโดดถอยออกมาทันทีด้วยความระแวดระวังว่าจะถูกโจมตีอีก ส่วนรอยก็ใช้ก้าวหลบหลีกหายตัวไปพร้อมกับร่างเงาก่อนแล้วเพราะรู้ดีว่าร่างเงาจะต้องทำอะไรสักอย่าง ทันทีที่หมาป่าโลหิตกระโดดถอยออกมามันก็มองไปที่ร่างเงาของรอยที่โจมตีขาของมันด้วยสายตาที่เคียดแค้น แต่ขาที่ขาดไปของมันก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การฟื้นฟูของมันนับว่าน่ากลัวไม่ใช่น้อยเลยขนาดขาขาดไปข้างหนึ่งแล้วยังสามารถฟื้นฟูกลับมาได้อีก
“บ้าอะไรวะเนี่ย มันยังมีความสามารถในการรักษาตัวเองแบบนี้ด้วยเหรอ นี่ถ้าไม่ฆ่ามันในการโจมตีเดียวคงจะไม่มีความหมายเลยซินะ”
รอยใช้ก้าวหลบหลีกไปเรื่อยจนหายจากสายตาของหมาป่าโลหิตไปพักหนึ่ง ร่างเงาเห็นว่าขาของมันยังฟื้นฟูมาได้ไม่สมบูรณ์ดีนักจึงรีบเข้าไปโจมตีซ้ำ แต่ครั้งนี้ร่างเงาผสานปราณสายฟ้าเข้าไปกับหอกเหล็กด้วย ร่างเงาลากหอกเหล็กที่เต็มไปด้วยปราณสายฟ้าไปกับพื้นแล้วตวัดไปทางหมาป่าโลหิตเต็มแรงจนเกิดเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นพร้อมกับแสงสายฟ้าสามสายพุ่งตรงเข้าหาหมาป่าโลหิตจนทำให้มันต้องกระโดดหลบหนีออกมา เพราะด้วยสัญชาตญาณของมันบอกว่าสายฟ้าที่โจมตีมานี้ไม่ธรรมดาเลยถ้ามันไม่หลบคงได้บาดเจ็บสาหัสเป็นแน่
ในจังหวะที่มันกำลังจะกระโดดหลบมีหรือรอยจะปล่อยจังหวะนี้ให้หลุดลอยไป รอยวิ่งเข้ามาในระยะเปลี่ยนไปเป็นผู้ใช้คำสาปพร้อมกับใช้โซ่วิญญาณพันธนาการหมาป่าโลหิตตอนที่มันกำลังกระโดดจับตัวด้วยโซ่วิญญาณไว้ได้ทัน โซ่วิญญาณพันธนาการรอบตัวของหมาป่าโลหิตไว้ได้จนครบทั้ง 10 เส้นแต่มันก็หยุดเจ้าหมาป่าโลหิตได้เพียงแค่ 2 วินาทีเท่านั้นก่อนที่โซ่วิญญาณจะถูกทำลาย หมาป่าโลหิตหลบสายฟ้าของร่างเงาไปได้ แต่ระยะเวลาเพียงแค่ 2 วินาทีร่างเงาก็ใช้โอกาสนี้เปลี่ยนอาวุธเป็นดาบคาตานะที่ผสานเข้ากับปราณสายฟ้าซึ่งทำให้ดาบคาตานะมีความคมมากยิ่งขึ้น ร่างเงาวิ่งเข้าไปฟันที่คอของหมาป่าโลหิตที่ลอยอยู่กลางอากาศจนขาดออกจากร่างได้อย่างไม่ยากเย็น ร่างหมาป่าโลหิตที่ไร้หัวล้มลงไปนอนกับพื้นโดยไร้ทางที่จะฟื้นฟูกลับขึ้นมาได้อีก รอยจึงใช้โอกาสนี้ใช้ปราณสายฟ้าทำลายร่างของมาป่าโลหิตตัวนี้ไป
ครั้งนี้รอยรู้แล้วว่าภารกิจนี้อะไรสำคัญที่สุดนั่นก็คือเวลาและซากศพของพวกหมาป่าโลหิตพวกนี้นั่นเอง เพราะพวกมันสามารถใช้เลือดของพรรคพวกมาพัฒนาความแข็งแกร่งให้ตัวมันเองได้ ไม่ใช่แค่ต้องฆ่าพวกมันเท่านั้นแต่ต้องทำลายร่างที่มีเลือดเนื้อทิ้งไปอีกด้วยแล้วยิ่งปล่อยให้มันอยู่นานความฉลาดและความแข็งแกร่งของมันก็จะยิ่งเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก
รอยเริ่มรู้สึกหอบขึ้นมานิด ๆแล้วหลังจากที่ใช้พลังไปมาก จากนั้นหมาป่าโลหิตก็วิ่งออกมาจากประตูมิติอย่างกับฝูงแกะที่ถูกไล่ต้อน พวกมันวิ่งกระจายตัวออกจนเต็มทางเดินครั้งนี้หมาป่าโลหิตออกมาด้วยกันทั้งหมด 64 ตัว ซึ่งเป็นตัวเลขที่เยอะมากถ้าเทียบกับที่ต้องสู้กับมันเพียงแค่ 2 คนเท่านั้นแถมยังไม่รู้อีกว่าภารกิจครั้งนี้มันจะจบลงเมื่อไหร่
ครั้งนี้รอยเพ่งสมาธิจดจ่อมากยิ่งขึ้นเพราะต้องรีบฆ่าพวกมันก่อนที่จะแข็งแกร่งเหมือนกับครั้งที่แล้ว รอยสั่งให้ร่างเงาออกไปโจมตีทันทีโดยไม่ต้องดูเชิงคู่ต่อสู้อีกต่อไป เพราะที่ผ่านมาร่างเงาคอยสู้แบบหาจุดอ่อนของพวกมันอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะให้รอยได้รู้จุดอ่อนของพวกมันและศึกษาวิชาการต่อสู้ที่ร่างเงาใช้มากยิ่งขึ้น ต่อไปนี้ดูเหมือนจะทำแบบนั้นอีกต่อไปไม่ได้แล้ว
หมาป่าโลหิตวิ่งกรูกันเข้ามาจนรอยทำอะไรไม่ถูกเลยได้แต่มองดูร่างเงาพุ่งเข้าไปใช้หอกเหล็กฟาดฟันราวกับเป็นนักรบเจนศึก จากนั้นรอยก็คิดอะไรได้บางอย่างเพราะอาวุธยังมีอีก 2 รูปแบบของอาวุธนักสู้ยังไม่ได้ทำการเลือก ครั้งนี้รอยเลือกเป็นอาวุธโจมตีระยะไกลและจำลองให้มันอยู่ในรูปของธนูโบราณที่เรียบง่ายต่อการใช้งาน เพราะรอยยังไม่คุ้นชินกับรูปแบบธนูมากเท่าไหร่เลยสร้างมันขึ้นมาในรูปแบบที่เรียบง่ายสำหรับมือใหม่ที่เคยเห็นในหนังสืออาวุธโบราณเท่านั้น ทันทีที่รอยได้สัมผัสกับคันธนูก็ทำให้รอยรู้สึกว่าตัวเขาเองได้ฝึกยิงธนูมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนจึงเข้าใจในการยิงธนูเป็นอย่างดีในระดับหนึ่งถึงแม้ว่าจะไม่เคยได้ฝึกฝนมันมาก่อนเลยก็ตาม
ร่างเงาของรอยถูกรุมล้อมไปด้วยหมาป่าโลหิตที่เห็นเขาราวกับเป็นอาหารอันโอชะ พวกมันพยายามยื้อแย่งเบียดเสียดกันเพื่อที่จะเข้าไปใกล้ร่างเงาให้ได้มากที่สุด ส่วนร่างเงาก็ควงหอกฟาดฟันหมาป่าโลหิตทันทีที่พวกมันเข้ามาในระยะทำให้พวกหมาป่าโลหิตถูกฆ่าตายนอนกองรวมกันอยู่ที่พื้นเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด บางตัวที่รู้ว่าไม่สามารถเข้าไปใกล้ร่างเงาได้พวกมันต่างก็วิ่งเข้ามาหารอยที่อยู่ไกลแทน ถึงแม้ร่างเงากับรอยจะฆ่าพวกมันไปมากแค่ไหนก็ตามแต่ก็ยังมีหลายตัวที่ใช้โอกาสลากซากศพไปกินข้างนอกได้อยู่ดี
รอยสร้างลูกศรขึ้นมาเองได้ด้วยการใช้พลังปราณธาตุสายฟ้าที่มีผสานเข้ากับสายธนูและยิงมันออกไปใส่ตัวที่มันกำลังวิ่งเข้ามาใกล้ทีละดอกอย่างแม่นยำ ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่และจำนวนที่มากไม่ว่าจะยิงไปตรงไหนก็โดนพวกมันอยู่ดี จากนั้นรอยก็พยายามเคลื่อนที่ยิงแล้วเว้นระยะห่างออกไปเรื่อย ๆจนพาพวกมันเข้ามาใกล้กับผลึกเวทมนตร์มากขึ้น
ฟิ้ว!
ลูกศรที่ปะจุไปด้วยปราณสายฟ้าทะลุหัวของหมาป่าโลหิตไปราวกับทะลุเนื้อเต้าหู้ หมาป่าโลหิตพวกมันพอได้เห็นซากศพมากมายก็ไม่ได้สนใจกับร่างเงาอีกแล้ว
“หมาป่าพวกนี้มันหิวกระหายอะไรขนาดนั้นกันวะเนี่ย?”
ถึงรอยกับร่างเงาจะฆ่าพวกมันไปมากแล้วแต่ก็ไม่สามารถฆ่าพวกมันได้หมดจริง ๆจนทำให้มีหมาป่าโลหิตที่สามารถสร้างออร่าสีเลือดขึ้นมาได้มากกว่า 3 ตัว ทั้ง 3 ตัวนี้มันพยายามแย่งกันกินซากศพกันอย่างเร็วไวจนแม้แต่รอยกับร่างเงาก็ตามฆ่าพวกมันไม่ได้ รอยสังเกตได้ว่าพวกมันต้องกินศพไปมากถึง 10 ตัวถึงสามารถทำให้เกิดออร่าสีเลือดแบบนี้ขึ้นมาได้ ถึงแม้รอยกับร่างเงาจะพยายามทำลายซากศพไปแล้วแต่ด้วยคุณสมบัติของธาตุสายฟ้าที่เพิ่มเพียงแค่ความคมกับการเผาไหม้ได้เพียงน้อยนิด ไม่ได้มีคุณสมบัติการทำลายโดยตรงเหมือนธาตุไฟจึงเป็นการยากมากที่จะทำลายมันได้ทั้งหมดจริง ๆ
หมาป่าโลหิตทั้ง 3 ตัวหันมามองรอยกับร่างเงาสลับกันไปมา แต่พวกมันกลับเลือกวิ่งเข้ามาพร้อมกันโดยเล็งเป้าหมายมาที่รอยที่อยู่แนวหลังก่อน
รอยใช้ก้าวลวงตาพร้อมกับยิงลูกศรไปด้วย เลยทำให้ความแม่นยำลดลงไปมากที่ยิงแบบนี้ แถมหมาป่าโลหิตทั้งสามตัวยังสามารถเคลื่อนที่ราวกับลมพายุเข้าหารอยได้ในทันทีเลยทำให้การยิงธนูของรอยเสียจังหวะไปมาก มันพุ่งเข้ามากระโดดกัดเหมือนอย่างเคย เพราะความแข็งแกร่งที่สุดของพวกหมาป่าโลหิตอยู่ที่ฟันของมันกับพลังออร่าเท่านั้นเลยทำให้รอยรู้ดีว่าควรจะต้องหลบเลี่ยงมันอย่างไร
รอยรอจังหวะที่มันพุ่งกระโดดเข้ามากัดวิ่งอ้อมไปด้านข้างเปลี่ยนอาวุธเป็นดาบคาตานะและฟันเข้าที่ด้านข้างของมันบาดลึกไปจนถึงกระดูก ส่วนร่างเงาเองก็ถือหอกเหล็กกระโดดเข้ามาเสียบคอของหมาป่าอีกตัวจนเหลือตัวสุดท้ายที่อยู่ตรงกลาง มันไม่ได้พยายามหลบหนีแต่มันกลับพุ่งตรงเข้าไปหาผลึกเวทมนตร์แทน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่รอยกับร่างเงาปล่อยให้พวกหมาป่าโลหิตบุกเข้ามาในเขต 100 เมตรใกล้กับผลึกเวทมนตร์ได้
แต่มีหรือรอยจะปล่อยให้มันวิ่งเข้าไปทำลายผลึกเวทมนตร์ได้รอยรีบเปลี่ยนอาวุธเป็นธนูและยิงเข้าไปที่ด้านหลังของมันติดต่อกันหลายดอกส่วนร่างเงาเอาก็ใช้หอกปาเสียบคาหลังของมันได้อย่างแม่นยำจนมันนอนแน่นิ่งไป
อยู่ ๆประตูมิติสีดำก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ซากศพที่นอนเกลื่อนพื้นไม่ว่าจะใหม่หรือเก่าพวกมันถูกดูดกลับเข้าไปในประตูมิติสีดำและเปลี่ยนประตูมิติให้กลายไปเป็นสีแดงราวกับออร่าที่หมาป่าโลหิตปล่อยออกมาเมื่อมันมีพลังเพิ่มขึ้น
จากนั้นก็มีหมาป่าโลหิตสีแดงที่อยู่ในรูปแบบมนุษย์เดินออกมาพร้อมกับขู่คำรามมาทางรอยกับร่างเงา ประตูมิติเองก็ถูกปิดลงวงเวทย์ที่อยู่บนพื้นก็หายไปเมื่อมันเดินออกมา รอยจึงเข้าใจได้ทันทีเลยว่านี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายแล้ว
“มนุษย์หมาป่าหรอวะนั่น?”
รอยแปลกใจเอามาก ๆเพราะไม่คิดว่าตัวที่ออกมาจะเป็นมนุษย์หมาป่าไปซะได้แต่ความสูงของมันไม่ได้สูงมากนักน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 เมตรกว่า ๆเท่านั้น แต่มันก็ทำให้รอยนึกถึงความทรงจำที่เลวร้ายขึ้นมาได้อีกครั้ง ถ้าไม่เป็นเพราะมันรอยคงไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้นรอยกำดาบที่อยู่ในมือไว้แน่นด้วยความตื่นตระหนกเพราะมนุษย์หมาป่าที่รอยเจอมันแข็งแกร่งมากจนรอยไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้เลย แต่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้านี้มันจะแข็งแกร่งเหมือนกับตัวที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงขนาดไหน
รอยเลยสั่งการให้ร่างเงาเข้าไปโจมตีก่อนแต่ทันทีที่ร่างเงาขยับขาออกไปเพียงนิดเดียวมนุษย์หมาป่าก็ปรากฏตัวเข้ามาอยู่ตรงหน้าของร่างเงาในชั่วพริบตาราวกับวาร์ปมา มนุษย์หมาป่าข่วนเข้าที่อกของร่างเงาเต็มแรง แต่ร่างเงาเองก็ยื่นหอกเหล็กออกไปป้องกันไว้ได้ทันก่อนที่กรงเล็บจะเข้าถึงตัว แต่ด้วยแรงอันมหาศาลของมนุษย์หมาป่าเลยทำให้ร่างเงากระเด็นลอยออกไปกระแทกกับผาหินที่อยู่ทางด้านหลังอย่างแรง
ตู้มม!
รอยยืนอึ้งอยู่พักหนึ่งแล้วรีบเปิดออร่าแห่งยักษาเข้าไปช่วยทันที แต่ทันทีที่รอยเข้าไปก็ถูกมนุษย์หมาป่าเตะเข้าที่ท้องของรอยไปอย่างจัง แต่นั้นคือภาพติดตาที่รอยสร้างขึ้นมาจากนั้นรอยก็อ้อมไปทางด้านหลังของมนุษย์หมาป่าและเตะเข้าไปที่ข้อพับของมันอย่างแรงด้วยก้าวอัสนีลงทัณฑ์จนทำให้มันเข่าของมันทรุดไปกับพื้น แต่ในระหว่างที่มนุษย์มหาป่าทรุดตัวลงไปมันก็ใช้แขนค้ำกับพื้นแล้วหมุนตัวแตะเข้าที่เอวของรอยอย่างแรงจนกระเด็นไปชนกับผาหินไม่ต่างกับร่างเงาเลย
อั๊ก!
รอยเจ็บปวดไปทั้งตัวถึงแม้จะมีออร่าแห่งยักษาช่วยลดความเสียหายการโจมตีทางการภาพให้แล้วก็ตาม ไม่ว่ารอยจะรู้สึกเจ็บแค่ไหนแต่ก็รีบลุกขึ้นมาให้เร็วไวและออกคำสั่งโจมตีกับร่างเงาต่อทันที เพราะร่างเงานั้นมันไม่ได้มีความเจ็บปวดเหมือนกับตัวจริงไม่ว่าจะถูกโจมตีไปมากแค่ไหนก็ตามมันก็สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกครั้งในทันทีถ้ารอยออกคำสั่งกับมัน
ดูก็รู้แล้วว่าความเร็วของมนุษย์หมาป่าเหนือกว่ามากด้วยขนาดตัวที่เล็กลงเมื่อเทียบกับที่พรรคพวกมันที่มี 4 ขา แต่ความแข็งแกร่งทางกายภายของมันพอ ๆกับรอยที่เปิดใช้ออร่าแห่งยักษาเลย รอยคิดว่ายังพอมีหวังที่จะฆ่ามันได้อยู่ ร่างเงาเองก็เปิดใช้ทักษะทุกอย่างที่มีเข้าไปโจมตีกับมนุษย์หมาป่าแบบตัวต่อตัว ปราณสายฟ้าของร่างเงาผสานเข้ากับหอกฟาดฟันปะทะกับกรงเล็บของมนุษย์หมาป่าที่เต็มไปด้วยออร่าสีเลือดห่อหุ้มปะทะกันอย่างดุเดือดจนทำให้เกิดแสงสีเลือดกับแสงสายฟ้าสลับกันไปมาจนรอยหาจังหวะเข้าไปช่วยเหลือไม่ได้เลย
ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าของมนุษย์หมาป่าจึงทำให้ยิ่งเห็นความต่างขึ้นเรื่อย ๆเมื่อปะทะกันไปหลายกระบวนท่าร่างเงาเริ่มมีบาดแผลรอยข่วนเต็มตัวไปหมด แต่ร่างเงาเองก็หลบเลี่ยงจุดตายมาได้ตลอดแต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆไม่ช้าก็เร็วร่างเงาคงได้เสียท่าให้กับมนุษย์หมาป่าก่อนเป็นแน่ รอยจึงใช้ทักษะโซ่วิญญาณกับมนุษย์หมาป่าลองเชิงไปก่อน แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผลเพราะออร่าที่แปลกประหลาดของมันที่โซ่วิญญาณไม่สามารถเข้าถึงตัวมันได้เลย รอยเลยเปลี่ยนกลับมาเป็นอาชีพนักสู้แล้วเข้าไปปะทะกับมันโดยตรง รอยที่ได้เข้ามาสู้กับมนุษย์หมาป่าใกล้ ๆด้วยความตึงเครียดที่ถ้าพลาดโดนมันโจมตีเพียงน้อยนิดก็สามารถทำให้ตายได้ทันที
เรื่องความสามารถที่ด้อยกว่าของรอยมีหรือจะช่วยเหลืออะไรได้มาก ทุกครั้งที่รอยเข้าไปโจมตีด้วยดาบคาตานะก็ถูกมันปัดป้องได้ตลอด แถมนี่ยังเป็นการต่อสู้ที่ดูเหมือนกับว่าจะเป็น 1 รุม 2 ซะด้วย
ย๊ากก!
รอยทั้งฟันทั้งเตะไปหลายครั้งแต่เจ้ามนุษย์หมาป่ามันก็หลบได้ทั้งหมด
“บ้าเอ้ย! ไอหมาบ้านี้มันจะเร็วอะไรขนาดนี้” จนทำให้รอยนึกถึงคำพูดของปรมาจารย์บีโฮที่เคยบอกเอาไว้ว่าทักษะตัวเบาที่รอยได้เรียนไปนั้นมันเหมาะกับการเป็นนักฆ่ามากกว่า การที่ต้องนำมาใช้ในการต่อสู้ซึ่ง ๆหน้าแบบนี้ทำให้ลดประสิทธิภาพของการวิชาตัวเบานี้ไปมากเพราะทุกการเคลื่อนไหวของวิชาตัวเบาจะต้องเงียบเชียบไร้เสียงราวกับไร้ตัวตน ยิ่งเปิดเผยตัวตนออกมาและสร้างความสนใจให้กับคู่ต่อสู้มากเท่าไหร่ก็จะทำให้ยากต่อการหายตัวไปจากสายตาของคู่ต่อสู้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น
รอยพึ่งสังเกตเห็นว่าร่างเงาดำเริ่มมีสีที่จืดจางลงกลายเป็นเงาที่ดูเลือนรางมากยิ่งขึ้น เพราะถูกโจมตีรุนแรงมาอย่างต่อเนื่องรอยจึงสั่งให้ร่างเงาป้องกันทันทีเพราะไม่อยากจะให้ร่างเงาบาดเจ็บไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะถ้าร่างเงาหายไปคงไม่มีโอกาสที่จะผ่านภารกิจนี้ไปได้อย่างแน่นอน ในระหว่างที่รอยกระเด็นไปด้วยกระเตะของมนุษย์หมาป่าก็เผลอมองต่ำลงไปที่หว่างขาของมันและเห็นว่ามันเป็นเพศผู้ที่มีอะไรบางอย่างห้อยโทงเทงอยู่จึงคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รอยรีบลุกขึ้นมาพร้อมกับใช้ก้าวหลบหลีกหายตัวไปจากสายตาของมนุษย์หมาป่า ครั้งนี้รอยได้เพ่งสมาธิและระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในการเดินทุกฝีก้าวจนทำให้มนุษย์หมาป่ามองไม่เห็นแม้แต่เงาของรอยที่หายตัวไปเลย เพียงชั่วครู่ก็มาปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหลังของมัน ตอนนี้มนุษย์หมาป่ากำลังฟาดฟันกรงเล็บใส่ร่างเงาอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อหวังที่จะฆ่าร่างเงาให้ได้สักที แต่ด้วยทักษะการการหลบหลีกที่รอยออกคำสั่งป้องกันให้กับร่างเงาจึงเพ่งสมาธิของมันไปเพียงแค่การหลบกับปัดป้องการโจมตีไว้เพียงเท่านั้นเลยไม่ได้รับบาดเจ็บมากขึ้นเมื่อเทียบกับตอนที่ใช้คำสั่งโจมตี รอยเข้ามาทางด้านหลังพร้อมกับรวบรวมพลังปราณสายฟ้าไว้ที่ข้าขวาและอัดเข้าที่เป้าของมนุษย์มาป่าเต็มแรงในตอนที่มันเผลอไปเพียงแค่เสี้ยววินาทีในการโจมตีใส่ร่างเงา
ก้าวอัสนีลงทัณฑ์!
เปรี้ยง!
บู้!!!
มนุษย์หมาป่าหอนออกมาแบบไม่เป็นภาษาแต่รอยก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของมันได้ ไข่ทั้งสองของมันแตกคาเท้าของรอยจนเลอะไปด้วยเลือด แถมยังไหม้เกรียมราวกับถูกไฟเผาและไม่ต้องพูดถึงเจ้าสิ่งนั้นเลยมันแหลกเละไม่เหลือชิ้นดีไปแล้ว มนุษย์หมาป่าชักกระตุกขาอ่อนราวกับไร้เรี่ยวแรงที่จะยืนได้อีกต่อไป รอยเห็นว่าจังหวะนี้ควรลงมือต่อเพราะถึงแม้มันจะเจ็บปวดทรมานแต่เดี๋ยวอีกสักพักมันคงจะฟื้นตัวกลับมาอีกแน่ รอยเลยเตะขาพับของมันให้ลงไปนั่งได้เร็วยิ่งขึ้นจากนั้นก็ออกคำสั่งโจมตีกับร่างเงาทันที ร่างเงาเองก็รู้ดีว่าต้องทำยังไงต่อไปจึงได้เปลี่ยนหอกเหล็กไปเป็นคาตานะที่ผสานปราณสายฟ้าไว้ตัดหัวของมนุษย์หมาป่าจากนั้นก็เสียบเข้าไปที่หัวใจของมันและปลดปล่อยพลังสายฟ้ากระจายไปทั่วร่างจนทำให้ทั่วทั้งร่างของมนุษย์หมาป่าไหม้เกรียมไปจนถึงได้ถอนดาบกลับมา
“ภารกิจสำเร็จ”
รอยปล่อยตัวล้มนอนลงพื้นพร้อมกับถอนหายใจเมื่อได้ยินเสียงสวรรค์ของการสำเร็จภารกิจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมารอยต้องเพ่งสมาธิต่อสู้จนรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งกายและใจไม่ใช่น้อยเลย
“เห้อ! ถ้าไม่ได้ร่างเงาแบบแกช่วยไว้คงไม่ผ่านภารกิจนี้เป็นแน่”