บทที่ 12
เมื่อมาถึงหน้าเรือนหลักของตระกูลหลิน นี่เป็เสียงแรกที่ดังขึ้นเรียกความสนใจของทุกคนได้เป็อย่างดี ไม่ว่าจะเป็คนรับใช้หญิงชายที่กำลังเดินไปมาตามหน้าที่ของตน หรือแม้แต่แขกที่มาเยี่ยมในยามเช้าอย่างเช่นทุกๆ วัน ก็ให้ความสนใจกับต้นเสียง เพราะทั่วทั้งเมืองต่างก็รู้ดีว่าฮูหยินรองผู้นี้มีบทบาทในจวนแม่ทัพเป็อย่างมาก ตลอดหลายปีมานี้
“...” ไม่มีใครตอบคำของหญิงงามที่แต่งหน้าทาปากจนสามารถบอกได้อย่างง่ายดายว่าหน้ากับผิวส่วนอื่นนั้นมีสีแตกต่างกัน ซึ่งหากเป็ในโลกที่หลินหลิ่งฟางจากมาแล้วล่ะก็ คนแบบนี้ถ้าไม่ถูกเรียกว่าหน้าวอกก็พวกหน้าลอย ที่มันตกยุคไปนานเป็สิบปีแล้ว...
“นี่ข้าถามไม่ได้ยินหรือ” ฮูหยินรองร้องถามออกมาเสียงดังจนแทบจะกลายเป็เสียงะโอยู่รอมร่อ เมื่อดูเหมือนผู้มาใหม่ทั้งห้าไม่ได้ให้ความสนใจแก่นางเลย ยิ่งเมื่อมองไปยังหม่านชิงฮูหยินใหญ่ของบ้านที่เคยมีอำนาจ ก็ยิ่งทำให้นางขมวดคิ้วแน่น
เพราะก่อนหน้านี้ในวันที่อีกฝ่ายถูกลงโทษให้ถูกโบยนั้น นางได้กำชับผู้ลงไม้เอาไว้อย่างดีแล้ว ว่าให้ทุบตีหนักๆ เป็พิเศษ ซึ่งดูจากน้ำหนักในวันนั้นหรือแม้แต่เสียงเนื้อกระแทกไม้และเืที่แตกไหลออกมาจากาแ นางก็แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะต้องนอนซมอยู่อย่างน้อยสักครึ่งปี
แต่นี่มันอะไรกัน!
มันผ่านไปแค่ไม่นานรวมๆ แล้วอาจจะไม่ถึงเดือนดีเสียด้วยซ้ำ แต่มันกลับสามารถมาเดินปร๋ออย่างนี้ได้ ‘หรือว่าท่านพี่จะมอบยาหายากให้กับมัน!’
ยิ่งคิดก็ยิ่งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เพราะนางเคยได้ยินว่าท่านแม่ทัพเคยทำความชอบมากเมื่อครั้งยังเยาว์ และได้รับโอสถล้ำค่าจากยุทธจักรมาเป็สิ่งของพระราชทาน ที่ว่ากันว่าหากไม่ตายแล้วล่ะก็ ไม่ว่าาแจะหนักหนาแค่ไหนก็สามารถรักษาให้หายได้อย่างรวดเร็ว
“...”
ฝ่ายหม่านชิงที่ถูกอีกฝ่ายชี้หน้าถามกลับไม่หลบเลี่ยงหรือก้มหน้าเหมือนเมื่อก่อน แต่ในตอนนี้นางกลับเดินเข้าไปหาผู้ที่กำลังชี้หน้ามา แล้วง้างมือขึ้นฟาดใบหน้าของอีกฝ่ายจนล้มลง...
เพี๊ยะ!!
“อย่ามากระทำก้าวร้าวต่อหน้าบุตรสาวข้า” น้ำเสียงที่เ็าและสายตาที่คมกริบซึ่งกำลังเหลือบมองหน้าตาเหลอหลาที่กำลังตกตะลึง ที่สำคัญคือความแรงของการตบในครั้งนี้ก็มากพอที่จะทำให้ฮูหยินรองมีโลหิตไหลออกมาจากริมฝีปากแดงแจ๋ จนไม่รู้แล้วว่าระหว่างชาดที่ทาปากกับโลหิตของนางอะไรจะมีสีสดกว่ากัน!
เพียงการกระทำง่ายๆ ที่เกิดขึ้นใน่ไม่กี่อึดใจ แต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมอย่างยิ่งใหญ่ขึ้น เพราะใครๆ ต้างก็รู้ดีว่าฮูหยินใหญ่แห่งจวนแม่ทัพนั้น เป็หญิงสาวที่แสนดีและอ่อนต่อโลก จนมักจะกลายเป็เบี้ยล่างให้ผู้อื่นรังแกอยู่ร่ำไป แม้จะเป็ที่รักของคนในบ้านมาหลายปี แต่เมื่อหมดอำนาจสุดท้ายก็ไม่วายถูกตีจากและเหลือกันเพียงแค่ห้าคนที่ยังอยู่ด้วยกันในเรือนเก่าๆ ท้ายจวน
และแน่นอนว่านอกจากเื่นี้จะเป็ที่สนใจของคนในจวนแล้ว เหล่าแเื่ที่มาเยี่ยมเยียนมอบของขวัญก็กำลังเฝ้าดูเื่นี่อย่างใกล้ชิด เพราะน้อยครั้งนักจะมีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นที่จวนแม่ทัพ นี่มันข่าวใหญ่เลยทีเดียว!
“จะ..เ้า เ้ากล้าตบข้า!”
ฮูหยินรองกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพราะนี่เป็ครั้งแรกั้แ่เข้ามาอยู่ในจวนแห่งนี้ ที่มีใครกล้าจะทุบตีนาง โดยปกติแล้วอย่าว่าแต่ทุบตีเลย แม้แต่ดุด่านางแม่ทัพใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ค่อยกล้าทำนัก ด้วยฐานะเดิมของทางบ้านของนาง ที่ช่วยเหลือจวนแห่งนี้ได้มากพอสมควร ทั้งยังสามารถให้กำเนิดทายาทสืบสายตระกูลให้ท่านแม่ทัพได้ หลายปีมานี้นางจึงเป็คนสำคัญมากคนหนึ่งเลยทีเดียว
“เ้าไปเรียนท่านแม่ทัพใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่าว่าข้าขอพบ”
ไม่แม้แต่จะสนใจฮูหยินรองที่กำลังมองมาอย่างกินเืกินเนื้อ หม่านชิงหันไปกล่าวกับนายประตูที่เฝ้าหน้าเรือนใหญ่แล้วกลับไอโอ๋เด็กหญิงตัวน้อยของบ้านที่ตอนนี้กำลังใกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่ลืมหันมากล่าวกับบุตรสาวคนโต
“ทีนี้ก็ทำตามที่เ้าขอเอาไว้ แม่จะปล่อยให้เ้าจัดการก็แล้วกัน”
รับทราบเ้าค่ะ
......................
มาแล้วจ้า
เอามาลงให้แต่เช้า เผื่อใครจะอ่านระหว่างรอรถไปทำงาน
อย่าลืมช่วยกันแชร์บ้างน้า
หรือจะเม้นเติมกำลังใจให้กันบ้างก๊ะได้เน้อ
เจอกันอีกทีเที่ยงๆ บ่ายๆ นะฮับ