ตอนที่ 20 รังมอนสเตอร์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เฟิร์สรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่ครั้งแรกที่เขามายังดินแดนอบิสอันพิศวงครั้งแรกก็พบกับรัง ซึ่งเป็สิ่งที่ผู้คนถวิลหา
แต่น่าเสียดายที่การต่อสู้เมื่อครู่ทำให้เขารู้ว่าพลังรบของเขายังมีไม่มากพอที่จะคุกคามสัตว์ประหลาดเ่าั้ได้
ดังนั้นการเข้าสู่รังในครั้งนี้จึงเป็แค่เพียงการหาประสบการณ์เท่านั้น โดยที่เขาไม่อาจเข้าร่วมการห้ำหั่นในครั้งนี้ได้
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะเขาอ่อนแอ แต่เป็เพราะเขายังเติบโตไม่พอ
การที่คนคนหนึ่งที่พึ่งตื่นจากนิทราได้เพียงแค่เดือนเดียวสามารถเอาชีวิตรอดจากสัตว์ประหลาดระดับนี้ได้ ก็นับว่าเป็เื่ที่น่าอัศจรรย์มากแล้ว มิหนำซ้ำเขายังสามารถช่วยชีวิตวอชเชอร์ที่มีการบ่มเพาะสูงกว่าได้อีกด้วย
สิ่งเหล่านี้จึงตีให้เขาเป็ผู้มีความสามารถพิเศษโดยปริยาย
ตอนนี้เวเนเตอร์ทีมสำรวจทั้งสิบห้าคนกำลังมุ่งตรงไปยังจุดที่คาดว่าจะเป็ที่อยู่ของรัง โดยมีเก่งกาจเป็ผู้นำ
“ฉันจะเก็บกวาดมอนสเตอร์เหล่านี้ให้ ส่วนพวกนายคอยเก็บกวาดมอนสเตอร์ที่หลุดรอดไปได้และหาที่อยู่ของรัง” เก่งกาจเอ่ยสั่งการก่อนจะพุ่งตัวออกไปยังเส้นทางที่เขาเคยจากมา
แม้ก่อนหน้านี้เขาจะทำกวาดล้างมอนสเตอร์ไปมากแล้ว แต่สถานที่ที่ใกล้รังย่อมต้องมีมอนเตอร์ซ่อนตัวอยู่
ส่วนเวเนเตอร์ที่เหลือต่างเคลื่อนตัวกันไปเป็ขบวนทัพ
พวกเขาไม่จำเป็ต้องวางแผนหรือออกคำสั่งอะไรมาก แต่ละคนกลับรู้หน้าที่ของตนเองดี มีเพียงวอชเชอร์สาวและเฟิร์สเท่านั้นที่ต้องรั้งอยู่หลังสุดเพื่อความปลอดภัย
ทุกอย่างเป็ไปอย่างที่พวกเขาคิดไว้ เมื่อพวกเขาเคลื่อนไหวไปถึงจุดหนึ่ง เหล่ามอนสเตอร์ก็ทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ราวกับจะปกป้องบางสิ่งอยู่
หากในกลุ่มของเขาไม่มีเดวิดผู้เป็เวเนเตอร์ดาราแดงมาด้วย ก็คงจะไม่กล้าบุกเข้าไปเช่นนี้
เก่งกาจะเิพลังของตนเองออกมา กลิ่นอายของพลังสปีริตระดับดาราแดงโหมซัด ฟาดฟันขวานในมือดุจคลื่นทำลายล้าง
มอนสเตอร์นับไม่ถ้วนถูกผ่าราวกับเป็เต้าหู้ ไม่มีพวกมันตัวใดสามารถทำร้ายเวเนเตอร์ดาราแดงผู้นี้ได้เลย มิหนำซ้ำยังถูกขวานั์ฟาดฟันจนกลายเป็ทะเลเื
แม้แต่เหล่าเวเนเตอร์ที่อยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นภาพนี้ก็ต้องสั่นสะท้าน
“นี่หรอพลังของดาราแดง ฉันพึ่งเคยเห็นมันเป็ครั้งแรก”
“เดวิด เขาร้ายกาจมาก สมแล้วที่เป็เวเนเตอร์ดาราแดงสองแฉก”
“จะมีสักวันไหมที่ฉันจะไปถึงจุดนั้น”
“เหอะๆ ระดับดาราแดง หากไม่มีโชคอย่างมหาศาลก็อย่าฝันเลยว่าจะก้าวเข้าไปได้ บนโลกนี้มีดาราขาวเก้าแฉกอยู่นับไม่ถ้วน แต่ดาราแดงกลับมีอยู่แค่หนึ่งในสิบของพวกเขาเท่านั้น”
“นายนี่มันน่าโมโหชะมัด ฉันแค่จะฝันถึงมันแค่นั้น มันไม่ได้เลยรึไง”
“เอาเถอะๆ เชิญนายฝันต่อไป แต่ทางที่ดีนายควรมีสติอยู่กับมอนสเตอร์ที่หลุดออกมาด้านหน้ามากกว่า”
เหล่าเวเนเตอร์พูดคุยกันในขณะที่พวกเขากำลังฟาดฟันกับมอนสเตอร์แต่ละตัว
ฝีมือของพวกเขาเมื่อรวมกลุ่มกันนั้นร้ายกาจมาก มอนสเตอร์ระดับนี้ไม่สามารถคุกคามพวกเขาได้
เฟิร์สยังคงสงบนิ่งเหมือนดังเริ่มแรก ในมือของเขายังคงมีซากรยางค์สีแดงที่เขาใช้แทนอาวุธถืออยู่ เขาในตอนนี้กำลังมองสถานการณ์เบื้องหน้าอยู่กับวอชเชอร์สาวที่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย แต่สายตาของเธอนั้นจับจ้องภาพเบื้องหน้าอย่างไม่วางตา มือขาวก็จดบันทึกไม่หยุด
เฟิร์สเองก็สังเกตการณ์ต่อสู้ของคนเหล่านี้เช่นกัน
‘การบ่มเพาะของคนพวกนี้สูงกว่าฉันมากจริงๆ แต่การต่อสู้เหมือนเด็กโตที่ถนัดแต่ใช้กำลัง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่มีทักษะในการต่อสู้ คงมีแต่รูปแบบขบวนทัพที่ได้เรียนรู้มาจากนิวโฮปถึงทำให้พวกเขาดูแข็งแกร่งเหมือนทหารที่กำลังออกรบ’ เด็กหนุ่มอดที่จะชื่นชมกับการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ไม่ได้
พวกเขาทำงานกันอย่างเป็มืออาชีพ ไม่นานขบวนกองกำลังของพวกเขาก็ทะลวงเข้าสู่พื้นที่ส่วนใน
ข้างในนั้นปรากฏแผ่นหินั์ที่รายล้อมด้วยสัญลักษณ์ประหลาด มินำซ้ำตรงกลางยังมีวังวนคล้ายกับรูหนอนมิติ
มอนสเตอร์มากมายโผล่ออกมาจากแผ่นหินนั้น
ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้ มอนสเตอร์ก็ยิ่งพุ่งออกมาราวกับว่า้าจะปกป้องสถานที่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของแผ่นหินไว้
“นั่นคือรัง!”
“ในที่สุดก็เจอรัง”
ร่างของเก่งกาจะโเข้าไปราวกับกำลังอยู่ท่ามกลางฝูงมด เขาไม่หวั่นเกรงในฝูงมอนสเตอร์เหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
ต้องรู้ไว้ว่าหลังจากที่เข้าสู่ขอบเขตดาราแดง ร่างกายของพวกเขาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล ทั้งพลังสปีริตที่เพิ่มขึ้นและยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งทนทานมากขึ้นกว่าเดิม ราวกับว่าพลังสปีริตคือส่วนหนึ่งของร่างกาย
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีข้อเสียอยู่ว่า ถ้าพลังสปีริตหมดลงร่างกายก็จะไม่ได้รับการคุ้มครอง
เฟิร์สที่ศึกษาเื่นี้มาจากอินเทอร์เน็ต ทำให้เขารู้สึกว่ามันช่างเหมือนกับเคล็ดวิชาการฝึกกายมาก ซึ่งจะว่าไปแล้วอาจารย์ของเขาก็เคยสอนเคล็ดวิชาการฝึกกายเ่าั้ให้กับเขาเช่นกัน
ซึ่งเคล็ดวิชาชนิดนี้ไม่ใช่ว่าใครก็้าฝึกก็สามารถฝึกฝนได้ มันจำเป็ต้องพึ่งความเหมาะสมด้วย
ด้วยการนำของเก่งกาจหรือเวเนเตอร์เดวิด การบุกรังมอนสเตอร์ในครั้งนี้จึงเป็ไปอย่างราบรื่นยิ่ง
สถานที่แห่งนี้เป็อบิสสีขาวระดับกลางเท่านั้น ดังนั้นความยากของรังจึงไม่เกินความสามารถของดาราแดงเพียงแค่คนเดียว หากเป็ระดับสูงเก่งกาจคงไม่มีความมั่นใจมากขนาดนี้
มอนสเตอร์ถูกเก็บกวาดจนสิ้น มิหนำซ้ำจำนวนมอนสเตอร์ที่ออกมาจากแผ่นหินก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
“เอาล่ะ เข้าไปในรังกันเถอะ”
ว่าแล้วทีมสำรวจก็พุ่งเข้าไปในวังวนที่ปรากฏตรงแผ่นหินทันที
นิวโฮปไม่สามารถลอกเลียนแบบสร้างวังวนเหล่านี้ได้ เพราะดูเหมือนว่ามันจะเป็วิทยาการที่เหนือความเข้าใจของมนุษย์
แต่สิ่งที่พวกเขาสังเกตเห็นและเก็บข้อมูลเอาไว้คือ “ภาพวงแหวน” และ “อักขระ” ที่เหมือนกับปริศนาภาพวาดของชนยุคโบราณ
โลกได้พยายามศึกษาวงแหวนและอักขระเ่าั้ แต่ผลลัพธ์ที่พวกเขาได้ก็คือการงมอยู่ในมหาสมุทร นักโบราณคดีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรไม่สามารถตีความพวกมันเหล่านี้ได้ อย่างมากสุดก็ได้แค่การคาดเดาเท่านั้น
แต่ใครจะรู้เล่าว่าวันนี้กลับมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สามารถทำความเข้าใจอักขระเหล่านี้ได้
นั่นก็คือ “เฟิร์ส” นั่นเอง
“อักขระสปีริตอย่างนั้นหรอ?”
ระหว่างที่ทุกคนเข้าไปด้านในวังวน แต่เด็กหนุ่มกลับหยุดอยู่ตรงหน้าแผ่นหินเพื่อมองดูวงแหวนและอักขระเ่าั้
ต้องรู้ไว้ว่าในอีกโลกหนึ่งอาจารย์ของเขาเป็ถึงปรมาจารย์อักขระ แม้แต่ผู้รับใช้สิบสองดาราก็ยังมีคนขึ้นไปถึงผู้ใช้อักขระขั้นสีม่วง ส่วนเขาและพวกศิษย์น้องต่างก็เป็ผู้ใช้อักขระเช่นเดียวกัน
ก่อนที่เอ็ดเวิร์ดจะตัดผ่านิญญา เขานั้นได้เข้าถึงขอบเขตของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวแล้ว แม้จะเป็ระดับที่ไม่สูงมากแต่มันก็มีฐานะเทียบเท่ากับขอบเขตบ่มเพาะจอมเวทย์เลยทีเดียว
ดังนั้นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวจึงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอักขระมากกว่าปกติ พวกเขาสามารถแยกแยะอักขระประเภทต่างๆ และทำความเข้าใจพวกมันได้
ศาสตร์แห่งอักขระแบ่งออกเป็ อักขระ วิถีอักขระ วงแหวนอักขระ เขตอาคมอักขระ และค่ายกลอักขระ
ผู้เป็ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวอย่างน้อยๆ ก็มีความเข้าใจไปถึงขั้นวงแหวนอักขระ ดังนั้นเฟิร์สจึงสามารถทำความเข้าใจอักขระและวงแหวนเหล่านี้ได้
น่าเสียดายที่เขาสามารถจดจำทุกอย่างได้แต่กลับไม่สามารถจำชื่อของอาจารย์ได้ ราวกับว่ามันมีกฎเกณฑ์บางอย่างขวางกั้นเอาไว้ เพราะนามนั้นกลายเป็ตัวตนที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ง่ายๆ
“เฟิร์สวัน คุณทำอะไรอยู่? รีบมาเร็วเขา” วอชเชอร์สาวเอ่ยเรียก
โดยปกติแล้ววงแหวนและอักขระเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะพบเห็นได้ง่าย แม้แต่ในอินเทอร์เน็ต ไม่มีใครเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ ดังนั้นเฟิร์สจึงไม่ลืมที่จะใช้กำไลของเขาบันทึกภาพแผ่นหิน ก่อนที่จะกระโจนเข้าไปด้านใน