ข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 50 จางเจิ้งเต้ามาช่วยแล้ว

            “แกว้ก!” “แกว้ก!” “แกว้ก!”.........

            “แกว้ก!” “แกว้ก!” “แกว้ก!”.........

            ฝูงกระเรียนพาศิษย์พรรคอีกาทองคำไล่ตามจางเจิ้งเต้าที่ขี่กระบี่บินหนีจางเจิ้งเต้าแม้จะลงทุนขีดเขียนแต่งหน้าตัวเองจนน่าเกลียดน่ากลัวแต่น่าเสียดายที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย!

            “ระวังอย่าให้พวกมันหนีไปได้พวกมันหนีไปทางพวกเจ้าแล้ว!”

            “ตั้งสติให้ดี ครั้งนี้เราจะต้องจับตัวพวกมันให้ได้!”

            “ลูกตัวบัดซบสองตัวนั่น ครั้งนี้พวกมันหนีไม่รอดแน่!”

            ………

            ……

            …

            กลุ่มศิษย์พรรคอีกาทองคำร้องแรกแหกกระเชอกันอยู่สักพัก

            “ตูม!”

            จางเจิ้งเต้าเหวี่ยง ‘หวังเค่อ’ ในมือไปกระแทกกับศิษย์พรรคอีกาทองคำกระเด็นไปกลุ่มหนึ่งจากนั้นก็ถีบกระเรียนมงกุฎแดงอีกตัวแล้วมุ่งหน้าหลบหนีต่อ

            “จางเจิ้งเต้าทิ้งหวังเค่อแล้ว รีบจับหวังเค่อไว้เร็ว!”

            “เร็ว เจ้าลูกตัวบัดซบหวังเค่อสมควรตายที่สุด!จับมันไว้!”

            ………

            ……

            คนกลุ่มนั้นกระโจนเข้าใส่ ‘หวังเค่อ’ ส่วนจางเจิ้งเต้าฉวยโอกาสนั้นหลบหนีไปไกลแต่ไกลออกไปก็ยังมีกระเรียนคอยไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ

            คนกลุ่มนั้นจับกุมหวังเค่อที่ ‘ร่วงลงมาตาย’ ได้ในที่สุดจากนั้นก็ลากศพขึ้นมาตรวจดู

            “หุ่นไล่กา? นี่เป็นแค่หุ่นไล่กาเท่านั้นเอง?”

            “จางเจิ้งเต้า หวังเค่อ พวกมันหลอกเราอีกแล้ว?”

            “มารดามันเถอะ ข้าจะต้องฆ่าพวกมันให้ได้!”

            ………

            ……

            …

            พวกมันขึ้นขี่กระเรียนมงกุฎแดงก่อนไล่ล่ากันต่ออย่างเกรี้ยวกราด

            จางเจิ้งเต้าผู้กำลังหลบหนีไปสุดขอบหล้ากลับเผยสีหน้าชอกช้ำระกำใจ

            “หวังเค่อ เจ้าลูกตัวบัดซบเจ้าขุดหลุมดักข้ารูเบ้อเร่อเลยคราวนี้ ไม่ว่าหนีไปทางไหนก็ไม่มีประโยชน์พวกมันล่วงรู้ตำแหน่งข้าได้ตลอดศก ข้าเพิ่งจะพักได้อึดใจเดียว พวกมันก็ตามมาทันพักหนึ่งอึดใจ พวกมันก็ตามมาทันอีก! ข้าหยุดไม่ได้เลยสักวินาทีข้าเหนื่อยจนจะตายอยู่แล้วเนี่ย! พวกมันขี่กระเรียนกันไม่สิ้นเรี่ยวเปลืองแรงส่วนข้าขี่กระบี่บิน! กระบี่บินจำต้องสิ้นเปลืองพลังปฐมธาตุขนาดไหน ข้าไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออีกแล้วจบกัน จบกันเท่านี้!” จางเจิ้งเต้าหนีไปสาปส่งหวังเค่อไป

            จางเจิ้งเต้าหนีตรงไปทางเมืองจูเซียน

            “หวังเค่อเป็นแค่ขั้นสองชั้นเซียนเทียน? ยังไม่ต้องพูดถึงเนี่ยเทียนป้าขีดสุดชั้นเทียนเซียนตระกูลเนี่ยยังมีเซียนเทียนอีกหลายสิบ ลำพังเจ้าจะช่วยองค์หญิงโยวเยว่ออกมาได้อย่างไรต่อให้เจ้ามีเคล็ดพลังเหม็นนั่นแต่จะใช้กำราบพวกมันได้สักกี่คน? ตัวเจ้านอนตายจมกองน้ำลายตระกูลเนี่ยได้เลยด้วยซ้ำเจ้าไม่มีทางช่วยองค์หญิงออกมาได้แน่งั้นไม่สู้มาช่วยข้าแบ่งเบาคราเคราะห์นี้ไปซะยังดีกว่า! ช่วยดึงความสนใจศิษย์พรรคอีกาทองคำพวกนี้ไปจากข้าแรงกดดันจะได้น้อยลงหน่อย! ไม่ได้การ อย่างไรเจ้ามันก็ดวงซวยกว่าข้าอยู่แล้ว!หวังเค่อ หากต้องโทษก็ต้องโทษตัวเจ้าเองนั่นแหละ! เจ้าขุดหลุมข้ามาแล้วครั้งหนึ่งครั้งนี้ตาข้าบ้าง!”

            ขณะที่พูดจางเจิ้งเต้าก็ตรงดิ่งไปยังเมืองจูเซียน ตั้งใจจะพาหม้อก้นดำไปให้หวังเค่อรับแทนขุดหลุมฝังหวังเค่อเสีย!

            เมืองจูเซียน

            หวังเค่อนำขบวนใหญ่ตัดข้ามตรอกซอกซอยของเมืองจูเซียนยิ่งมายิ่งดึงดูดสายตาสงสัยใคร่รู้มาจากรอบด้าน

            อย่างไรเสียฉากเหตุการณ์นี้ก็ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนเรียกว่าเป็นฉากที่ชวนให้จดจำไปอีกหลายชั่วอายุคนตอนที่หลายตระกูลยกทัพไปทวงหนี้เอากับตระกูลเนี่ยก่อนหน้านี้เรียกว่าเป็นเหตุการณ์เล็กนี่ต่างหากที่เป็นเหตุการณ์ใหญ่!

            หวังเค่อกลับมาแล้ว?

            จริงๆ นั่นแหละ มีแต่หวังเค่อที่จะสามารถทวงหนี้ในรูปแบบนี้ได้จุ๊จุ๊ ดูคำบนป้ายเดินขบวนพวกนั้นสิ! กำจัดตระกูลเนี่ย? เมื่อมีการกดขี่ย่อมมีการต่อต้าน?

            เดิมทีขบวนของหวังเค่อมีอยู่พันคนแต่ก็ถีบตัวขึ้นมาเป็นสี่ห้าพันในเวลาไม่นาน ส่วนใหญ่มาชมดูความคึกคักเกิดเป็นคลื่นมนุษย์ส่งเสียงเซ็งแซ่จอแจ

            ไม่ต้องพูดถึงความพิลึกพิลั่นของขบวนผู้ฝึกฌานคณะนี้ ตระกูลเนี่ยเมื่อทราบข่าวก็พากันตะลึงกันไปหมด

            “อะไรนะ? มากันสี่ห้าพันคน?พวกเจ้าตาฝ้าฟางกันหรือไร?”

            “หวังเค่อ? พวกมันตามหวังเค่อมา?เจ้าสืบข่าวมายังไงของเจ้า? หากเจ้าหวังเค่อโผล่หัวมามันจะไม่ถูกเจ้าพวกนั้นถลกหนังทั้งเป็นก่อนได้ยังไง!?”

            .........

            “อะไรนะ? พวกมันตั้งใจจะทำลายตระกูลเนี่ยของเรา?”

            ......

            ...

            เมื่อข่าวมาถึง ตระกูลเนี่ยก็แตกฮือวุ่นวายไปทั้งตระกูล

            กว่าที่คณะของหวังเค่อจะมาถึงหน้าประตูตระกูลเนี่ยประตูของพวกมันก็ปิดลั่นดาลไปนานแล้ว

            เกิดเรื่องห่าเหวอย่างนี้ขึ้นมาได้อย่างไรกัน? ผิดผีเกินไปแล้ว!

            “ท่านประมุข? ท่านประมุขไปอยู่ไหน?รีบไปรายงานท่านประมุขเร็วเข้า!”

            “ไม่ ไม่รู้งั้นรึว่าท่านประมุขไปอยู่ที่ไหน!?”

            .........

            “มีใครรู้บ้างว่าท่านประมุขหายไปไหน?”

            ......

            ...

            แต่น่าเสียดายแม้จะสอบถามจนทั่วแล้วแต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเนี่ยเทียนป้าไปอยู่ที่ไหนส่วนพวกที่รู้ก็ได้รับคำสั่งจากเนี่ยเทียนป้าไว้แล้วว่าไม่ว่าด้านนอกจะเกิดเรื่องอะไรก็ห้ามรบกวนมันเป็นอันขาดแล้วทีนี้ ทีนี้จะทำยังไง?

            ปากทางเข้าออกตระกูลเนี่ย

            “เปิดประตู!” หวังเค่อชี้นิ้วตวาดใส่บานประตู

            แต่ในตอนนั้นเหล่ายอดฝีมือต่างก็เงียบกันเป็นเป่าสาก

            ความเร่าร้อนเลือดลมสูบฉีดตอนที่ยกขบวนกันมาพอมาถึงจุดหมายปลายทางเข้าจริงก็หดหายลงไปโขอย่างไรซะในเมืองจูเซียนแห่งนี้เนี่ยเทียนป้าก็กุมอำนาจไว้มากมายเกินไปจริงๆพวกมันต้องการจะฉีกหน้าตระกูลเนี่ยให้ถึงที่สุดจริงๆ หรือ?

            การพังประตูเข้าไปไม่ใช่เรื่องยากแต่สิ่งสำคัญคือใครจะเป็นคนแรกที่ลงมือ? ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเป็นนกคอยื่น[1] ทั้งนั้นเกิดเนี่ยเทียนป้าหนีไปได้แล้วตามมาคิดบัญชีเอาภายหลังไอ้คนที่พังประตูเข้าไปเป็นคนแรกนั่นแหละที่จะซวยก่อนใครเพื่อน!

            หวังเค่อดูกิริยาท่าทางของทุกคนแล้วก็เข้าใจถึงสาเหตุตระหนักว่ายังคงต้องสุมไฟเข้าไปอีกสักหน่อย

            ขณะที่หวังเค่อกำลังจะเปิดปากจู่ๆก็มีแสงลำหนึ่งพุ่งมาจากฟากฟ้าเมืองจูเซียน

            “หวังเค่อ? หวังเค่อ เจ้าอยู่ไหน?รีบหนีไปกับข้าเร็ว!” สุ้มเสียงร้อนใจดังขึ้น

            คนที่อยู่บนฟ้าก็คือจางเจิ้งเต้าที่กำลังโกยอ้าวมันตั้งใจจะพาหวังเค่อไปด้วยกันเพื่อแบ่งเบาแรงกดดันอย่างไรเสียในสายตาของจางเจิ้งเต้าหวังเค่อคนเดียวไม่มีทางทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้แน่

            “จางเจิ้งเต้า เจ้าลูกตัวบัดซบทำไมถึงมาที่เมืองจูเซียนกัน” หวังเค่ออุทานอย่างตื่นตระหนก

            ยอดฝีมือของเมืองจูเซียนเองก็ตะลึงไปเหมือนกัน

            “จางเจิ้งเต้า? ข้าเคยได้ยินเนี่ยเทียนป้าบอกว่ามันก็คือตัวต้มตุ๋นที่หวังเค่อเป็นผู้จัดฉากไว้พลังฝีมือกระจอกงอกง่อยสุดเปรียบ ก็แค่ชนชั้นเซียนเทียน!”มีคนจ้องมองจางเจิ้งเต้าที่อยู่บนฟ้าพลางอุทานออกมา

            “ผายลม คำพูดของเนี่ยเทียนป้ายังเชื่อถือได้หรือไง?นี่คือขอบเขตเซียนเทียนรึ?”

            “ขอบเขตเซียนเทียนต่อให้มีกระบี่บินก็ไม่มีทางมีพลังปฐมธาตุพอที่จะใช้เหาะเหินเดินอากาศได้!เซียนเทียนอย่างมากก็ทำได้แค่ควบคุมกระบี่ให้บินฉวัดเฉวียนไปมาเท่านั้นมีแต่ดวงธาตุทองคำจึงจะขี่กระบี่บินเหาะไปเหาะมาได้จางเจิ้งเต้าผู้นี้ใช่เซียนเทียนที่ไหน มันคือดวงธาตุทองคำชัดๆ!”

            “ดวงธาตุทองคำจากพรรคอีกาทองคำ? หวังเค่อเรียกชื่อมันออกมาตรงๆ?หวังเค่อกราบเข้าเป็นศิษย์อีกาทองคำแล้วจริงๆ ด้วยหวังเค่อไม่ได้หลอกพวกเรา!”

            .........

            ...

            ฝูงชนส่งเสียงฮือฮา

            จางเจิ้งเต้าที่อยู่บนฟ้าเองก็ได้ยินเสียงตะโกนของหวังเค่อ คนเหลียวหน้ามามองทันทีจากนั้นก็เห็นหวังเค่อที่อยู่กลางวงล้อมของคนนับพัน

            จางเจิ้งเต้าตาโตเป็นไข่ห่าน

            “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ไม่ใช่ว่าหวังเค่อลำพังตัวหรอกรึ? มันไปเกณฑ์คนเยอะแยะขนาดนี้มาจากไหน?ใช่คนของเมืองจูเซียนหรือไม่? ไม่ใช่พวกมันอยากถลกหนังหวังเค่อกันหรือไง?แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาช่วยหวังเค่อได้?” จางเจิ้งเต้าบินไปอุทานไป

            จางเจิ้งเต้าไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ!พวกเจ้าไม่อยากฆ่าหวังเค่อกันหรือไง? ทำไมถึงมาติดตามมันแทนได้เล่า?

            ข้าก็นึกว่าหวังเค่อสู้ตระกูลเนี่ยไม่ได้ไม่อาจช่วยองค์หญิงโยวเยว่ออกมาได้ ข้าก็เลยเตรียมตัวขุดหลุมเล่นงานหวังเค่อสักทีนี่ นี่ ข้าทำเสียเรื่องแล้วใช่ไหม?

            “จางเจิ้งเต้าไม่ใช่ว่าข้าให้เจ้าหนีออกไปให้ห่างจากเมืองจูเซียนยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดีหรอกรึ?แล้วทำไมเจ้าถึงวิ่งแจ้นกลับมาที่นี่ได้? เจ้ากำลังจะทำแผนการใหญ่ข้าพังป่นปี้หมดแล้ว!เจ้ามาเพื่อทำลายแผนการข้าชัดๆ! เจ้าอยากโดนเบื้องบนเฉ่งมากเลยสิท่า?” หวังเค่อถลึงตาต่อว่าเป็นชุดๆ

            นึกภาพออกเลยว่าเมื่อจางเจิ้งเต้าโผล่มาเช่นนี้อีกไม่นานพวกจางเสินซวีก็จะต้องตามมา แล้วนี่จะให้ตนทำยังไง? ข้าอุตส่าห์ปลุกระดมพลมาได้และกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเสียด้วย

            “ข้า ข้าก็นึกว่าเจ้าต้องการความช่วยเหลือ!”จางเจิ้งเต้าหน้าขื่นขม

            จางเจิ้งเต้ารู้ตัวว่าทำผิด ตนทำแผนการใหญ่ของหวังเค่อพังป่นปี้เกิดช่วยองค์หญิงโยวเยว่ออกมาไม่ได้ละก็ต้องแย่แน่ๆ! แต่ยังไงก็มาแล้วนี่นะจะให้บอกว่าข้ามาที่นี่เพื่อขุดหลุมเจ้าก็ไม่ได้ ก็มีแต่ต้องบอกว่ามาช่วยนั่นแหละ

            “ข้าต้องการความช่วยเหลือ? เจ้ากับข้าต่างแบ่งหน้าที่กันคนละอย่างต่างคนต่างรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง! ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีซะก่อน!” หวังเค่อถลึงตา

            “ข้า? ขะ ข้าทำไม่สำเร็จ!หวังเค่อ อีกเดี๋ยวพลังปฐมธาตุของข้าก็จะหมดแล้ว ขืนยังบินต่อไปแบบนี้ข้าต้องจบเห่แน่ๆ!” จางเจิ้งเต้าโอดครวญ

            “จบเห่? จบเห่อะไร? แล้วเจ้าจะมัวบินอยู่ได้ทำไม?” หวังเค่อถามอย่างคาดไม่ถึง

            “ยังไม่ใช่เป็นเพราะเจ้า? ไม่ว่าข้าจะไปไหนพวกมันก็รู้ไปหมดหากข้าไม่บิน แล้วข้าจะทำอย่างไรได้? ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!”จางเจิ้งเต้าบ่นกระปอดกระแปด

            หวังเค่อถลึงตาใส่จางเจิ้งเต้า “สมองเจ้ากระทบกระเทือนมาหรือไง? ก่อนนี้เจ้าเคยเฉียบแหลมมีไหวพริบแต่ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงได้ปัญญาอ่อนแบบนี้ตลอดเลย!”

            “เจ้าจะพูดอะไรกันแน่?” จางเจิ้งเต้าจ้องกลับอย่างไม่พอใจ

            “พวกมันมีจุดแข็งอยู่ที่บินได้เจ้าเอาจุดอ่อนตัวเองไปวัดกับจุดแข็งพวกมัน นี่สมองเจ้าฝ่อหรือไง?” หวังเค่อจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง

            “ไม่ให้ข้าบิน แล้วจะให้ข้าทำยังไง?” จางเจิ้งเต้าเสียงเบาลงเรื่อยๆ คล้ายนึกอะไรขึ้นได้

            “พวกมันบินแล้วเจ้าจะมุดลงดินไม่ได้เลยรึไง! พับผ่าสิก่อนหน้านี้เจ้าไปขุดสุสานมาได้ยังไงกัน? อย่าบอกนะว่าขุดอุโมงค์ก็ไม่ได้น่ะ?พวกมันจะทำอะไรเจ้าได้? หัดใช้จุดแข็งของเจ้าต่อกรกับจุดอ่อนของผู้อื่นซะบ้าง!หากเจ้าไม่ได้สมองฝ่อแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?” หวังเค่อด่าเข้าให้

            จางเจิ้งเต้าหน้าแข็งทื่อ

            “เพี๊ยะ!”

            จางเจิ้งเต้าตบหน้าตัวเองแรงๆ ฉาดหนึ่ง วันนี้มันเอาแต่คิดว่าจะถูกหวังเค่อขุดหลุมดักในใจมีแต่ความกระสับกระส่าย ทำไมถึงคิดไม่ได้กันนะ? ในเมื่อข้าหนีขึ้นฟ้าไม่ได้ถ้าข้าจะมุดลงดินซะอย่าง อย่าบอกนะว่ากระเรียนพวกนั้นยังจะขุดรูตามข้าลงมาได้?

            “แกว้ก!”

            เสียงกระเรียนดังมาจากขอบฟ้าไกล

            หวังเค่อเปลี่ยนสีหน้าทันควัน “ไม่ทันแล้ว จางเจิ้งเต้าหากครั้งนี้ต้องเรือล่มเมื่อจอดตาบอดเมื่อแก่เพราะเจ้าขึ้นมาละก็บิดาจะฆ่าเจ้าเสีย! จะมาขุดรูตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว ไปที่รูนั่นรูที่เจ้าผ่านมาแล้วนั่นน่ะ!”

            หวังเค่อยันก้นจางเจิ้งเต้าไปหนึ่งบาทา เตะมันขึ้นกระบี่บิน

            “หวังเค่อ ข้าไปก่อนนะ!” จางเจิ้งเต้าเองก็โมโหไม่ลงรีบขี่กระบี่บินหายลับขอบฟ้าไปในพริบตา

            แม่งเอ๊ย ครั้งนี้ขายขี้หน้าไปถึงแม่เฒ่ายายทวดเลยมั้งเนี่ยทำไมตนถึงโง่เง่าเต่าตุ่นได้ขนาดนี้? ข้าจะไปวัดกำลังกับสัตว์เดรัจฉานอย่างกระเรียนพวกนั้นเพื่ออะไรกัน

            จางเจิ้งเต้าเผ่นไปแล้ว นำฝูงกระเรียนที่กำลังไล่ตามมาพ่วงท้ายไปด้วย

            แต่บทสนทนาระหว่างหวังเค่อและจางเจิ้งเต้าล้วนเข้าหูทุกคนไปเป็นที่เรียบร้อย

            สถานการณ์แบบไหนกันเนี่ย? ไม่ใช่ว่าหวังเค่อเป็นชนชั้นเซียนเทียนหรอกหรือ?แต่ถึงกับดุด่าถีบส่งศิษย์ดวงธาตุทองคำจากพรรคอีกาทองคำเนี่ยนะ?ยอดฝีมือชั้นดวงธาตุทองคำผู้นั้นถึงกับไม่โมโหโทโสเลยด้วยซ้ำ?

            หวังเค่อผู้นี้กราบไหว้อาวุโสใหญ่ท่านใดในพรรคอีกาทองคำกันแน่ต้องมีฐานะสูงปานไหน? กระทั่งดุด่าว่ากล่าวชนชั้นดวงธาตุทองคำได้ตามใจปากนึกจะเตะก็เตะได้อีกด้วย? หวังเค่อมันมีอิทธิพลภายในพรรคอีกาทองคำขนาดไหนกันแน่?

            มีอิทธิพล? งั้นหากลองเอ่ยปากต่อพรรคอีกาทองคำเรื่องรับศิษย์เข้าเพิ่มจะไม่ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเลยหรือไง?หากหวังเค่อเล็งเห็นว่าพวกตนมีหน่วยก้านไม่เลวมันย่อมเอ่ยปากให้พรรคอีกาทองคำรับพวกตนเข้าไปได้ง่ายๆเลยนี่?

            ทันใดนั้น สายตาที่ทุกคนมองหวังเค่อก็เปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้นมา

            หวังเค่อกำลังจะตั้งท่าสุมไฟให้ทุกคนแต่พอหันหน้ามากลับเห็นแต่สายตาเร่าร้อนหลายต่อหลายคู่จ้องตอบกลับมา

            “ประมุขหวังอยากให้พังประตูใช่ไหม งั้นข้าเอง!”

            “ข้าต่างหาก!”

            .........

            “ให้ข้าเอง!”

            ......

            ...

            ฝูงชนยื้อแย่งเบียดเสียดกันอยู่หน้าประตูใหญ่ตระกูลเนี่ย

            “ตูม!”

            ประตูใหญ่ตระกูลเนี่ยจู่ๆ ก็ปลิวออกมากำแพงติดกับกรอบประตูเองก็ปรากฏรอยแตกร้าวขึ้นมาจากแรงปะทะ

            หวังเค่อผงะไป ไฉนคนกลุ่มนี้ถึงเปลี่ยนท่าทีเป็นกระเหี้ยนกระหือรือกันขึ้นมาได้? ไม่กลัวว่าจะต้องเป็นนกคอยื่นกันแล้วรึ?

            ทุกคนไม่กลัวกันแล้วจริงๆกระทั่งยื้อแย่งจะแสดงให้หวังเค่อได้เห็นด้วยซ้ำ นกคอยื่นอันใด!มีแต่นกที่เสี่ยงยื่นคอออกไปนั่นแหละจึงจะได้หนอนมากิน!

            “ประมุขหวัง ตอนนี้จะทำยังไงกันดี?” สายตาเร่าร้อนเหล่านั้นจับจ้องมาทางหวังเค่อเป็นตาเดียว

            “ลากตัวคนของตระกูลเนี่ยออกมาให้หมดอย่าให้หนีไปได้แม้แต่คนเดียว! ใครกล้าหนีกระทืบให้แม้แต่มารดาก็ยังจำมันไม่ได้!”หวังเค่อสั่งการเสียงเย็น

            “โอ้~~~~~~~~!” ทุกคนเปล่งเสียงตอบรับอย่างแข็งขัน

            จากนั้นพวกมันก็โผตัวเข้าใส่ตระกูลเนี่ยจากทุกแง่มุมประดุจพยัคฆ์หมาป่าตะครุบเหยื่อ

            ศิษย์ตระกูลเนี่ยพากันตัวสั่นเป็นลูกนก “อย่าเข้ามานะพวกเจ้าจะทำอะไร? พวกเราคือตระกูลเนี่ย พวกเจ้าตาบอดแล้วรึ? อย่าเข้ามาา!”

            “อ้ากก!”

            “อย่าตีข้า อย่าตีหน้าข้า!”

            ………

            ……

            ตระกูลของเนี่ยเทียนป้าที่เคยข่มเหงคะเนงร้ายเรื่อยมาวันนี้พลันต้องถูกชำระล้าง!ไม่มีเหี้ยมที่สุด มีแต่เหี้ยมยิ่งกว่า! พวกที่ถูกตนลงมือลงไม้ใส่ในอดีตบัดนี้ได้สนองคืนกลับมาอย่างถึงพริกถึงขิงกว่ากันหลายเท่าตัวที่แท้ตระกูลเนี่ยสร้างเวรสร้างกรรมเอาไว้ขนาดไหนกันแน่!

             

    [1]เปรียบกับคนที่ทำตัวเด่นเกินจนนำภัยมาถึงตัว

     

    คล้ายกับเรื่องข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น ที่คุณอ่าน