ปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ

    ตอนที่ 51 : ครูเหยาไม่ได้ลงโทษนายเหรอ

    เฉิงหยู่ คิดไม่ถึงว่า เขอเขอ จะมีกายาโอสถกำเนิดวิญญาณ ที่แม้กระทั่งในโลกแห่งเซียนก็ยังหาได้ยากยิ่ง บุคคลที่มีกายาโอสถกำเนิดวิญญาณถือว่าเกิดมาเพื่อเป็นการปรุงยาโดยเฉพาะ เพราะร่างกายของพวกเขาเทียบเท่าได้กับเตาปรุงยา ซึ่งสามารถใช้พลังงานในร่างกายปรับแต่งโอรสได้อย่างรวดเร็ว


    เป็นไปได้ว่าผู้ใช้คำสาปตั้งใจให้วิญญาณร้ายของตนเองดูดซับปราณวิญญาณจากตัวเธอเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง หากมันบ่มเพาะวิญญาณร้ายด้วยตนเองคงเชื่องช้าเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามหากมีกายาโอสถกำเนิดวิญญาณของ เขอเขอ วิญญาณร้ายของมันก็จะเพิ่มความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นผู้คนพลังปราณกำเนิดจากผู้คนมากมายบนโลกใบนี้ยังถูกดึงดูดเข้าสู่ร่างของ เขอเขอ ทำให้วิญญาณร้ายดูดซับและเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองได้อีกหลายเท่า


    เมื่อมองดู เขอเขอ ที่กำลังนอนหลับพริ้ม ในใจของ เฉิงหยู่ ก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย เขาไม่ได้กลัวว่า เขอเขอ จะทำให้ตนเองเดือดร้อน แต่หวังแค่เพียง เขอเขอ จะมีชีวิตอย่างคนธรรมดา ถึงแม้เขาจะเรียกเธอว่าน้องสาว เพียงแต่เขารู้สึกเจ็บปวดราวกับเป็นลูกสาวของตนเอง


    วันรุ่งขึ้น เพราะว่าไม่มีคนดูแล เขอเขอ ดังนั้น เฉิงหยู่ จึงไม่ได้ไปโรงเรียนช่วงเช้า เพื่ออยู่ดูแล เขอเขอ จนกระทั่งพี่เลี้ยงเด็กมาถึงในตอนบ่าย เฉิงหยู่ ถึงเดินทางไปโรงเรียน


    หลังจากเข้ามาในห้องเรียน เพื่อนร่วมชั้นทุกคนก็มองเขาด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ สิ่งนี้ทำให้ เฉิงหยู่ รู้สึกแปลกใจมาก พลางคิดขึ้นว่าตัวเองน่าสงสารขนาดนั้นเลยหรือ? ดังนั้นเขาจึงเอามือลูบคางของตัวเอง แต่ทุกอย่างก็ยังคงสมบูรณ์แบบนี่!


    หลังจากนั่งลงบนโต๊ะของตัวเอง เขาก็หันไปมอง หลินยวีฮั่น ที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งตอนนี้เธอกำลังทำท่าทางไม่สนใจเขาอยู่


    แล้วในตอนนั้นเองเจ้าอ้วนก็ปรี่เข้ามาหา พร้อมกับถามขึ้นอย่างอย่างระมัดระวังว่า “ลูกพี่ หลายวันมานี่ไปไหนมาเหรอครับ?”


    “มีอะไรรึเปล่า?”


    “ลูกพี่ ครั้งนี้คงซวยจริงๆแน่ ครูเหยา รอพี่ที่ห้องเรียนทุกวันเลย แถมยังทำหน้าอารมณ์ไม่ดีอีกด้วย ลูกพี่โดนฆ่าแน่ๆ ”


    “เรื่องแค่เนี่ย?” เฉิงหยู่ พูดด้วยความผิดหวัง


    “โว้ ลูกพี่ช่างกล้าหาญจริงๆ ผู้น้อยขอคารวะ” เจ้าอ้วนพูดพลางยกนิ้วโป้งให้ พร้อมด้วยใบหน้าชื่นชม หลังจากนั้นก็กลับไปที่นั่งของตัวเอง พร้อมแอบคิดขึ้นในใจว่า หึหึหึลูกพี่ ตอนนี้ยังไม่ได้เจอกับ ครูเหยา รอให้เธอมาก่อนเถอะ ลูกพี่ ต้องหนาวสั่นแน่ๆ


    “ฮั่นฮั่น ไม่เจอกันหลายวัน คิดถึงจังเลย เธอคิดถึงฉันบ้างไหม?” เฉิงหยู่ กล่าวขึ้นพร้อมกับมองไปยังหลินยวีฮั่นที่กำลังอ่านหนังสือด้วยท่าทางไม่สนใจ


    หลินยวีฮั่น ยังคงไม่สนใจ


    “เห้ ไม่เอาน่า หลายวันมานี้ฉันมีเรื่องยุ่งจริงๆ แต่ก็ยังคิดถึงเธอทุกวัน เลยพยายามรีบทำธุระให้เสร็จแล้วกลับมาหาเธอไง แต่คิดไม่ถึงมาเธอจะไม่มีฉันอยู่ในหัวใจเลย ช่างน่าเศร้าจริงๆ เจ็บปวดเหลือเกิน ” เฉิงหยู่ ทำเสียงน้อยใจ แสดงออกอย่างเศร้าสร้อย ดูๆแล้วช่างน่าสงสารจริงๆ


    “เฉิงหยู่ ออกมาเดี๋ยวนี้!” พอเห็นเฉิงหยู่แสดงท่าทางเศร้าสร้อยขนาดนั้น หลินยวีฮั่น ก็เริ่มรู้สึกเห็นใจ ระหว่างที่กำลังจะเปิดปากพูดกับเขา ทันใดนั้นเอง เหยาน่า ที่ยืนอยู่หน้าห้องเรียน ตะโกนเรียกชื่อของ เฉิงหยู่ ด้วยท่าทางเคร่งขรึม


    ออกไปหรือ ผู้หญิงคนนี้จะมาตอนไหนไม่มา ดันมาตอนที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับ หลินยวีฮั่น ทำแบบนี้เท่ากับจงใจฆ่ากันชัดๆ


    เฉิงหยู่ ทำท่าเซ็งๆ แล้วเดินออกไปจากห้องเรียน นักเรียนในห้องต่างมองตามแผ่นหลังของเขา ได้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งวีรบุรุษที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา ราวกับว่าเขากำลังก้าวไปเผชิญหน้ากับความตายอย่างกล้าหาญ ทุกคนในห้องต่างยกมือขึ้นมาพนม และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่เขาอย่างเงียบๆ


    ครั้งนี้ เหยาน่า ไม่ได้พาไปที่ห้องพักครู แต่กลับพาไปที่สนามของโรงเรียน


    “บอกมา เธอหายไปตั้งหลายวันไปไหน?” เหยาน่า พูดขึ้นด้วยสีหน้าบูดบึ้ง


    “อ๋อ ผมไม่ค่อยสบายน่ะครับ ก็เลยอยู่บ้านพักผ่อน” พอเห็นสายตาของ เหยานา แล้ว เฉิงหยู่ ก็รู้สึกกลัวนิดๆ


    “ไม่สบาย? แล้วทำไมไม่ลาป่วยกับฉัน? ยังมีมือถืออีกทำไมถึงโทรไม่ติด?” เหยาน่า ขมวดคิ้ว เห็นชัดว่าไม่เชื่อที่ เฉิงหยู่ พูด


    “มือถือผมไม่มีแบตน่ะครับ หลายวันมานี้เบลอๆนิดหน่อยน่ะครับ เลยไม่ได้ชาร์จแบตมือถือ ” มือถือ? เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท คราวที่แล้วชาร์จไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ยังไม่ได้ใช้โทรเลย


    “นี่เธอไม่สบายนอนอยู่บ้านจริงๆ ใช่ไหม?” เหยาน่า ยังคงถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ


    “แน่นอนสิครับ อยู่ต่อหน้าคุณครูสุดสวยผมจะกล้าโกหกได้ยังไง ถ้าโกหกขอให้ฟ้าผ่าเลย” เฉิงหยู่ สาบานอย่างจริงจัง


    “ เปรี๊ยง〜เปรี๊ยง〜! ” ทันใดนั้นเองท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นดำมืด แล้วฟ้าก็ผ่าลงมาหลายสาย


    เฉิงหยู่ หน้าซีดเผือด บ้าเอ๊ย แค่พูดออกมาแปปเดียว มาจริงๆเลยหรือเนี่ย วันไหนไม่ผ่าดันมาผ่าวันนี้ บังอาจมามันหาเรื่องฉันงั้นเหรอ


    “เปรี๊ยง〜เปรี๊ยง〜” เหมือนกับรู้ว่า เฉิงหยู่ คิดอะไรในใจ ก็บังเกิดฟ้าร้องขึ้นมาอีกครั้ง


    “เห็นไหมล่ะ แม้แต่สวรรค์ก็ยังไม่เชื่อเธอเลย แล้วจะให้ฉันเชื่อเธอได้ยังไง” เหยาน่า พูดพลางแสยะยิ้ม แล้วมองใบหน้าของ เฉิงหยู่ ที่กำลังทำหน้าเจื่อนๆในตอนนี้


    “เหอะๆ นี่มันบังเอิญหรอกน่า ผมพักผ่อนอยู่ที่บ้านจริงๆ ถ้าไม่เชื่อผมสาบานอีกก็ได้”


    “ไม่ต้องแล้ว ฉันกลัวว่าเธอจะถูกฟ้าผ่าตายจริงๆ ซะก่อน ต่อให้สาบานฉันก็ไม่เชื่อหรอก เธอรู้ไหมว่าการสอบมหาลัยใกล้เข้ามาแล้ว?” เหยาน่า จ้องตา เฉิงหยู่ แล้วพูด


    “เอ่อ… น่าจะอีกไม่กี่วันสินะครับ” เฉิงหยู่ ไม่รู้ว่าวันไหนเป็นวันสอบเข้ามหาลัย


    “อีกไม่กี่วัน? อีกไม่กี่วันแล้วมันนานแค่ไหน? เธอรู้หรือเปล่าเนี่ย เลยพูดออกมาแบบนี้ ช่วงเวลาที่เหลือเธอต้องตั้งใจให้มากกว่านี้แล้ว ไม่ใช่มีอารมณ์ออกไปเที่ยวเล่นแบบนี้ ” เหยาน่า พูดกับ เฉิงหยู่ ด้วยอารมณ์เดือดดาล เธอรู้สึกเป็นห่วงนักเรียนคนนี้มาก ทั้งๆที่ใกล้สอบแล้ว แต่ยังไม่กระตือรือร้นไม่พยายามขวนขวาย เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนว่าตนเองเป็นขันทีที่ต้องมาคอยห่วงหน้าพะวงหลังให้กับฮ่องเต้ไม่เอาไหน ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห


    ไม่ว่าจะเป็นชาตินี้ หรือชาติก่อน เฉิงหยู่ ก็ไม่เคยเรียนหนังสืออย่างจริงจัง เขารู้ว่าคุณครูจะปฏิบัติต่อนักเรียนอย่างไร แต่ว่าเขารู้อย่างหนึ่งว่าครูสุดสวยที่อยู่เบื้องหน้าเขานั้นเป็นครูที่ดี เขาก็เลยไม่อยากที่จะทำให้เธอเป็นลำบากใจ


    “วางใจนะครับ ครูเหยา สองวันนี้ผมยังมีเรื่องต้องสะสาง ผมสัญญาว่าจะสอบเข้ามหาลัยดีๆให้ได้อย่างแน่นอน ขอบคุณนะครับที่เตือนผม” ครั้งนี้ เฉิงหยู่ พูดด้วยใจจริง เขารู้สึกประทับใจอาจารย์คนนี้มาก


    “ถ้ารู้ก็ดีแล้ว อย่าทะนงตัวว่าตนเองฉลาดจนมองข้ามการสอบเข้ามหาลัยซะล่ะ สอบเอ็นทรานซ์ไม่ได้สำคัญเฉพาะตัวนักเรียนเท่านั้น แต่มันก็สำคัญกับคุณครูด้วยเช่นกัน ฉะนั้นอย่าได้ดูถูกมันเด็ดขาด” เมื่อเห็นว่า เฉิงหยู่ มีทัศนคติที่ดีขึ้น เหยาน่า ก็อธิบายให้เขาฟังต่อ


    “คร้าบๆ ผมจะตั้งใจเรียน ไม่ทำให้ครูคนสวยของผมต้องผิดหวัง ”


    “ฉันจะบอกอะไรอย่าง ตอนนี้ยังเหลืออีก 58 วันก็จะถึงวันสอบเข้ามหาลัย ทางที่ดีเธอควรจะขยันกว่านี้หน่อย ใช้เวลาเหลือตั้งใจเรียน แล้วคืนนี้ก็อย่าลืมมาติวพิเศษเด็ดขาด ลองเบี้ยวดูอีกสิ เดี๋ยวได้รู้แน่ว่าจะเจออะไร ” เหยานา ตักเตือนเสร็จก็เดินเข้าอาคารเรียนไป


    เฉิงหยู่ มองตามหลังคุณครูสุดสวย แล้วใช้มือถูจมูก ครูคนนี้ช่างมีกลิ่นหอมเย้ายวนจริงๆ เขายิ้มแล้วก็เดินกลับห้องเรียน


    พอเข้าไปที่ห้องเรียน ทุกคนต่างเงยหน้ามอง เฉิงหยู่ คิดไม่ถึงว่าเขาจะกลับมาเร็วขนาดนี้ แน่นอนว่า หลินยวีฮั่น ที่กำลังกระสับกระส่ายเพราะเขายังเป็นห่วงด้วยเช่นกัน พอเห็นว่าเขากลับมาโดยไม่บุบสลายก็รีบก้มหน้าลงไปอ่านหนังสือต่อ


    เฉิงหยู่ เพิ่งนั่งลง เจ้าอ้วนก็ปรี่เข้ามา พร้อมกับพูดกระซิบกระซาบอีกครั้ง “ลูกพี่ ครูเหยาไม่ได้ทำอะไรพี่เลยหรอครับ?”


    พอเห็นหน้าตาอยากรู้อยากเห็นของเจ้าอ้วน เฉิงหยู่ ก็เอาปากกาของ หลินยวีฮั่น ขึ้นมาเล่น แล้วก็พูดว่า “เจ้าอ้วน นี่นายกำลังดูถูกลูกพี่คนนี้หรือ?”


    “อะไรกัน? ลูกพี่ ทำไมพูดแบบนี้ล่ะครับ ผมเสียใจนะเนี่ย ความเคารพที่ผมมีต่อลูกพี่กว้างยิ่งกว่ามหาสมุทรสูงยิ่งกว่าภูเขาไท่ซ่านอีกนะครับ ลูกพี่สัมผัสไม่ได้ถึงความจริงใจของผม ผมอยากตาย!” เจ้าอ้วน เกิดอาการน้อยอกน้อยใจ


    “จะเว่อร์ไปหน่อยมั้ง จะบอกอะไรให้นะ ครั้งหน้านายต้องถามว่า ครูเหยา ทำดีกับฉันยังไงบ้าง”


    “แล้วจะให้ผมพูดอะไรต่อล่ะครับ?”


    “แน่นอนต้องบอกว่าฉันทำอะไร ครูเหยา หรือเปล่า? ไม่ใช่ว่า ครูเหยาจะมาทำอะไรฉัน?”


    “.....” เจ้าอ้วน ถึงกับใบ้รับประทานเลยทีเดียว ลูกพี่ของมันช่างไร้ยางอายยิ่งนัก พอคิดได้แบบนั้น ก็สะบัดตูดกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองทันที


    “ฮั่นฮั่น เป็นห่วงฉันหรือเปล่า〜 ” เฉิงหยู่ พูดคุณได้รอยยิ้มขณะมองไปยัง หลินยวีฮั่น ที่กำลังก้มอ่านหนังสือ


    “ใครเป็นห่วงนายกัน? นายจะสำคัญตัวเองมากไปมั้ง?”


    “นั้นไงล่ะ? เมื่อกี้ดูก็รู้แล้ว ฮั่นฮั่น เป็นห่วงฉันจริงๆ ด้วย”


    “หึ”


    “ฮั่นฮั่น หลังเลิกเรียนเราไปกินข้าวเย็นกันเถอะ?”


    “ไม่ไป!”


    “ฮั่นฮั่น เธอรู้หรือเปล่า? หลายวันมานี้ฉันกินไม่ได้ นอนไม่หลับเลย คิดแต่อยากจะไปกินข้าวกับเธอ น่านะไปกินกันเถอะ จะได้บรรเทาความรักและคิดถึงที่ฉันมีกับเธอ ” เฉิงหยู่ ทำหน้าตาทะเล้นออดอ้อน พร้อมกับพูดขึ้นด้วยอารมณ์ความรักอย่างลึกซึ้ง


    “หึ น้อยๆหน่อย ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะเชื่อคนผีทะเลอย่างนายได้ยังไง ฉันไม่ไปเด็ดขาด ” หลินยวีฮั่น หน้าแดงพร้อมกับพูดขึ้นด้วยเสียงเบาหวิว


    “เอางี้ไหม วันหยุดพวกเราไปดูหนังกัน! เห็นว่าคู่รักชอบไปกันนี่นะ พวกเราไปลองดูไหมล่ะ ” เฉิงหยู่ ยังไม่ยอมแพ้


    “ใครเป็นคนรักของนายกัน นอกจากนี้ฉันยังจะต้องทบทวนบทเรียนอีก ถ้ามัวแต่เที่ยวเล่นไม่ยอมตั้งใจอ่านหนังสือ แล้วแบบนี้จะสอบเข้า มหาลัยหยุ่นไห่ ได้ยังไง?” อันที่จริงแล้ว หลินยวีฮั่น ค่อนข้างขี้อาย แต่พอพูดเรื่องการเรียนทีไรเธอก็จริงจังทุกที


    เจ้าบ้านี่ไม่มาเรียนตั้งหลายวัน นอกจากนี้ยังทำให้ตัวเองเป็นกังวลอีก มือถือก็โทรไม่ติด พอมาถึงก็ทำตัวทะลึ่งตึงตัง แล้วยังจะมีหน้ามาพูดว่าจะเข้า มหาลัยหยุ่นไห่ พร้อมกับเธออีก ถ้าทำตัวแบบนี้จะสอบเข้า มหาลัยหยุ่นไห่ ได้ยังไง แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยตั้งใจเรียนหนังสือเลย ถ้าชอบเธอจริงทำไมไม่ตั้งใจเรียน แล้วสอบเข้า มหาลัยหยุ่นไห่ ไปด้วยกัน


    พอเห็นว่าขอบตาของ หลินยวีฮั่น เริ่มแดงๆ เขาก็รีบพูดขึ้นด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนทันทีว่า “ฮั่นฮั่น เธอเป็นห่วงว่าฉันจะสอบเข้ามหาลัยไม่ได้ใช่ไหม อย่ากังวลไปเลยนะ ฉันเคยโกหกเธอเมื่อไหร่ล่ะ เชื่อฉันเถอะ ฉันจะเข้า มหาลัยหยุ่นไห่ ไปพร้อมกับเธอให้ได้”


    “ถ้าอย่างนั้นนายจะตั้งใจเรียนไหม?”


    “อืมๆ ฉันจะต้องตั้งใจเรียนแน่ เอาแบบนี้ไหมล่ะ เวลาอีก 58 วันที่เหลือก่อนสอบเข้ามหาลัย ฉันจะไม่ขาดเรียนเด็ดขาด?”


    “จริงเหรอ?”


    “จริงยิ่งกว่าจริงอีก เธอก็รู้ว่าฉันรักเธอที่สุด แล้วจะโกหกได้ยังไง?”


    “ตกลง นายห้ามโกหกฉันเด็ดขาด นายต้องสาบานว่าจะไม่โดดเรียนอีกต่อไปแล้ว! ”


    บัดซบ เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งสาบานไป ฟ้าก็ขานรับด้วยกันผ่าเปรี้ยงลงมา แล้วตอนนี้ยังต้องมาสาบานอีกเหรอ เฉิงหยู่ คิดตอนนี้เรื่องต่างๆที่ต้องจัดการก็เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ดังนั้นเขาไม่น่าจะต้องโดดเรียนอีก เมื่อคิดได้ก็พูดตอบต่อไปว่า “ ตกลง ถ้าฉันโดดเรียนอีก ขอให้อายุขัยลดลง 50 ปี! ” เขาแอบหัวเราะยังสะใจอยู่ภายใน แค่นี้ไม่ใช่ปัญหา! ท่านปู่ผู้นี้มีอายุได้ตั้ง 200 ปี แถมในอนาคตกันก็น่าจะเพิ่มเป็นหลายหมื่นปี อายุขัยแค่ 50 ปีมันก็แค่ผายลมจึ๋งเดี๋ยวเท่านั้น


    “หึ ระวังไว้ให้ดีล่ะ ถ้าโดนเรียนอีกจะกลายเป็นผีอายุสั้น ” พอเห็น เฉิงหยู่ ให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจัง เธอก็อารมณ์ดีขึ้นมาก


    “แหะๆ จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ? เพราะฉันจะอยู่กับเธอไปชั่วนิรันดร์”


    “ใครจะอยู่กับนายชั่วนิรันดร์ หน้าไม่อาย” หลินยวีฮั่น หน้าแดงจนรีบยกหนังสือขึ้นมาบังหน้า


    คืนนี้ เฉิงหยู่ ก็ไปที่ห้องของ เหยาน่า เพื่อติวพิเศษกว่าสามชั่วโมง แล้วยังพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว นั้นทำให้ เหยาน่า รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย


    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ ที่คุณอ่าน