ใช้เวลาหลายวันปรับพลังปราณสถิตขั้นรวบรวมระดับสามจนเสถียรสาวใช้คนนั้นกลับมาและออกไปเที่ยวอีกรอบ
ฉีซินอี๋รู้สึกว่าคราวนี้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมากไม่ใช่แค่พลังปราณสถิตยังรวมถึงวรยุทธ์ที่พอจะรับมือผู้ฝึกตนระดับเดียวกันได้จึงคิดจะเข้าไปสำรวจในป่าเซินหลินชั้นนอก
“ท่านดวงจิตจากขอบเขตการตรวจจับของท่านป่าชั้นนอกของป่าเซินหลินมีสัตว์ิญญาขั้นสูงอาศัยอยู่หรือไม่”
“แน่นอนว่าย่อมเป็ไปไม่ได้หากมีสัตว์ิญญาขั้นสูงอยู่จริงเกรงว่าสัตว์ิญญาขั้นต่ำคงจะหนีเตลิดออกมาคุกคามชาวบ้านละแวกนี้ไปแล้ว”ดวงจิตแห่งหยก
สรุปได้ว่าบริเวณป่าชั้นนอกปลอดภัยคิดคำนวณดูนอกจากเคยลงมือกับชายฉกรรจ์ไปไม่กี่คนเท่านั้นแต่ยังไม่เคยลงมือกับคนจริงๆ เลยสักครั้ง
เช้าวันหนึ่งหลังล้างหน้าบ้วนปากเสร็จฉีซินอี๋ประกาศก้องทั่วลานหน้าบ้าน
“วันนี้เราจะไปสำรวจสัตว์ิญญาในเขตป่าเซินหลิน!”
โครม!
เฟิ่งเสี่ยวที่ยังถือถาดน้ำใจนถาดหลุดมือใบหน้าซีดเผือด แววตาสั่นระริก
“ปะป่าเซินหลิน ปะ ป่าที่อยู่ถัดจากตรงนี้ไปหรือเ้าคะ”
“แน่นอน!”เอามือไพล่หลังก้าวเดินไปข้างหน้า“เ้าก็รีบไปเตรียมตัวซะเราจะออกเดินทางภายในครึ่งชั่วยาม”
เฟิ่งเสี่ยวช้อนแววตาขลาดๆ มองนาง “แล้วเื่พี่สาวท่านนั้น...”
ฉีซินอี๋ชะงักก่อนจะมุ่นหัวคิ้วเข้าหากันดูเหมือนนางจะยังไม่เคยใคร่ครวญถึงเื่นี้มาก่อนต้องโทษปกติที่สาวใช้นางนั้นชอบทิ้งนางไว้ให้อยู่คนเดียวตามลำพัง
“ไม่ต้องห่วง”น้ำเสียงเรียบรื่นยิ่ง
ดวงตาของเฟิ่งเสี่ยวเป็ประกายรู้สึกว่าคุณหนูของตนเฉลียวฉลาดมากขึ้นทุกวัน“คุณหนูคิดหาทางออกได้แล้วหรือเ้าคะ”
“แน่นอน!”คำพูดคำจาดังกล่าวเต็มไปด้วยพละกำลัง ทว่าประโยคต่อมา“แน่นอนว่ากลับมาแล้วค่อยคิด”
เฟิ่งเสี่ยว“...”
ดวงจิตแห่งหยก“...”
ทำไมก่อนหน้านี้ตัวเองถึงได้หลงคิดไปว่าคุณหนูช่างปราดเปรื่องเกินใครไปได้
เมื่อถึงยามออกเดินทางทั้งคู่เปลี่ยนมาสวมชุดทะมัดทะแมงไม่มีข้าวของจำเป็อะไรให้ต้องตระเตรียม เพราะค่อยไปหาอาหารเอาดาบหน้ายังดีกว่ากินอาหารใส่ยาพิษ
ั้แ่วันนั้นที่ย้อนกลับมานางไม่เคยแตะต้องพิษดับชีพจรอีกเลยเวลาสาวใช้เอามาให้นางดื่มนางจะแสร้งยกแขนเสื้อขึ้นบังแล้วเทใส่ลงไปในนั้นก่อนจะฉวยจังหวะชั่วพริบตาใช้พลังปราณสถิตตัวเองระเหยกลายเป็ไอ
ส่วนสำรับอาหารปกติสาวใช้ไม่ได้นั่งมองนางทานอยู่แล้วดังนั้นพอลับสายตาอีกฝ่ายนางจึงรีบยัดเข้ามาในแหวนค่อยเอาไปทิ้งที่อื่นทีหลัง
ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ทำให้เสียเปล่าแถมยังส่งผลประโยชน์ต่อนางไม่น้อยจนตอนนี้เวลาจะย้ายข้าวของเข้าไปในแหวนไม้เลื้อยสีแดงเลื่อมทองเพียงกวาดผ่านเบา ๆสิ่งนั้นก็หายเข้ามาข้างในแล้ว ไม่ได้ลำบากลำบนเพ่งจิตให้เสียเวลาเหมือนเก่าแต่แน่นอนว่าย่อมมีข้อจำกัด นางไม่สามารถย้ายสิ่งของใหญ่เท่าบ้านเรือนได้
“คุณหนู...ทะท่านแน่ใจแล้วหรือเ้าคะ” เงยใบหน้าเล็กน่ารักขึ้นมาฉีซินอี๋อดใจไม่ให้ยื่นมือไปหยิกแก้มเนียนนุ่มนั่นไม่ไหว
หมับ!ขยับไปมาจนใบหน้าเล็กบู้บี้
คิดถูกจริงด้วยที่เอาเฟิ่งเสี่ยวมาเลี้ยงข้างกายคันไม้คันมือยามใดจะได้มีทางแก้
“คะคุณหนู ข้าเจ็บ”
“ขี้กลัวเช่นนี้ยิ่งต้องพาไปเปิดหูเปิดตา”
แต่ไอ้เปิดหูเปิดตาที่ว่าคือสถานที่อย่างป้าเซินหลินแค่คิดแผ่นหลังของเฟิ่งเสี่ยวพลันเย็นวาบเสี้ยววินาทีต่อมาขณะยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกคุณหนูพาะโขึ้นไปบนต้นไม้ก่อนจะพุ่งทะยานไปตามกิ่งก้านแต่ละต้นล่วงล้ำเข้าไปในเขตป่าเซินหลินชั้นนอกอย่างรวดเร็ว
ตลอดทางเฟิ่งเสี่ยวกำสาบเสื้อฉีซินอี๋จนเหงื่อโชกกระทั่งลงจอดบนพื้นขาสองข้างยังสั่นพั่บไม่หายถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ยังนับว่าเป็เด็กน้อยคนหนึ่งฉีซินอี๋จึงอ่อนข้อให้ทุกครั้ง
“จากนี้ไปเราจะเปลี่ยนเป็เดินเสียวเสี่ยวน้อยจงจำไว้ว่าต้องระวังทุกฝีก้าวเข้าใจหรือไม่”
พูดยังไม่ทันจบฝูงสัตว์ิญญาขั้นหนึ่งทั้งหนูตะเภากวาง ช้าง ม้า และสัตว์น้อยใหญ่ที่อยู่ในขั้นต่ำวิ่งตะบึงมาทางนี้
เฟิ่งเสี่ยวเบิกตาใจนไม่อาจขยับเขยื้อนฉีซินอี๋รีบรวบเอวนางทะยานไปบนยอดไม้คอยท่าคิดหาทางจัดการฝูงสัตว์ิญญามากมายเบื้องหน้าด้วยความเคร่งเครียด
แต่ใครเล่าจะรู้ว่าฝูงสัตว์เพียงวิ่งผ่านเลยไปไม่คิดจะแยแสมนุษย์ทั้งสองบนต้นไม้สักนิดแม้จะงุนงงทว่าอย่างน้อยก็ถือว่าเอาตัวรอดในภาวะคับขัน
อืมต่อให้รอดมาได้เพราะโชคช่วยแต่ว่านี่
หมับ!
หันไปหยิกแก้มคนที่ยืนนิ่งเป็ตอไม้เมื่อสักครู่“ข้าเคยสอนเข้าไว้ว่าอย่างไร”
“คะคุณหนู” เฟิ่งเสี่ยวครางทั้งน้ำตาไหลพลั่กหัวใจยังเต้นตุบ ๆใจากการเตลิดของฝูงสัตว์ิญญา ชาวบ้านธรรมดาอย่างนางเคยเห็นสัตว์ิญญามากมายทั้งฝูงเช่นนี้ที่ไหนเล่า!
ดังนั้นเมื่อสายตาสบเข้ากับความน่ากลัวและเศษฝุ่นฟุ้งกระจายบนอากาศขาทั้งสองข้างพลันแข็งค้างไปทันที
“ว่ายังไงหรือต้องให้ข้าทวน” เขย่าแก้มนวลทั้งฉุนทั้งขำกับสาวใช้ตัวน้อย
“ข้าผิดไปแล้วคะ คุณหนู ฮึก” น้ำตาเม็ดโตเอ่อล้นออกมาทำท่าจะหลั่งริน
“คิดว่าครั้งนี้ข้าจะปล่อยเ้าไปง่ายๆ?”
ไม่...ดูจากท่าทางแล้วคงไม่มีทางปล่อยแน่นอน
“ข้าข้าผิดต่อคุณหนู ฮึก ผะ ผิดต่อคำสั่งสอนของคุณหนู” เฟิ่งเสี่ยว
“เช่นนั้น?”เลิกคิ้วขึ้นโทสะถูกหยาดน้ำตาของสาวใช้ชะล้างไปเหลือแต่ความมันเขี้ยว
“ชะเช่นนั้น...ชะ เชิญคุณได้โปรด มะ มอบบท ละ ลง ฮึก ลงโทษให้ข้า” คำพูดนี้จำใจพูดออกมาแต่หากให้เทียบกับอันตรายที่จะได้รับเพราะความสะเพร่าแสนโง่เขลาย่อมสมเหตุสมผล
มุมปากของฉีซินอี๋แย้มขึ้นอย่างน่ากลัว“ได้...ข้าจะลงโทษเ้าเดี๋ยวนี้แหละ”สิ้นคำมืออีกข้างที่ยังเหลือเอื้อมขึ้นมาหยิกแก้มข้างที่เหลือของเฟิ่งเสี่ยวจนใบหน้าเล็กยับย่นไปคนละทาง
เฟิ่งเสี่ยว“...”
ทุกข์ทรมานอยู่บนต้นไม้เกือบหนึ่งก้านธูปสุดท้ายถึงได้รับอิสระความรู้สึกชาเหน็บยังติดหนึบอยู่บนไปหน้ากระทั่งลงมาเหยียบบนพื้นยังไม่อาจลบเลือนััดังกล่าวออกไปได้เฟิ่งเสี่ยวรู้สึกว่ายามนี้แก้มสองข้างถูกดึงจนขาดไปแล้ว
“อยู่กลางป่ากลางเขาเ้าต้องรู้จักระมัดระวังตลอดเวลาเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นเดียวกับเมื่อสักครู่ เข้าใจหรือไม่”
สาวใช้ตัวน้อยพยักหน้าต่อให้คุณหนูไม่กำชับเฟิ่งเสี่ยวไม่มีทางลดเกราะป้องกันลงอยู่แล้วเจอประสบการณ์เฉียดตายใครที่ไหนจะกล้าเล่า!
เดินไปได้ไม่กี่ก้าวร่างกายมักเขยิบมาชิดแขนเสื้อของคุณหนูเรือนร่างสูงโปร่งเริ่มมีเค้าโครงของหญิงสาววัยแรกรุ่นกลิ่นอายสดชื่นจากลำตัวฉีซินอี๋โชยเข้าจมูกนางตลอดเวลาทว่าประสาททุกเส้นของเฟิ่งเสี่ยวยังตึงขมวด
“ใจเย็นๆ ข้าไม่ได้หมายความว่าให้เ้าเคร่งเครียดขนาดนี้”
“ถึงยังไง...”เฟิ่งเสี่ยวอ้าปากพะงาบ ดวงตาใบหลิวกลิ้งไปมาคล้ายจะคั้นน้ำเป็ถังอีกแล้ว
ฉีซินอี๋ถอนหายใจลูบศีรษะสาวใช้ตัวน้อย“ไม่ต้องกลัว ยังมีข้าอยู่ทั้งคนหากเกิดเหตุร้ายอันตรายอะไรขอเพียงมีข้าอยู่รับรองว่าเ้าต้องปลอดภัยหายห่วง”
ความจริงเป็สาวใช้ต้องปกป้องเ้านายทว่าที่ผ่านมามีแต่ตัวเองให้เ้านายปกป้องแค่ไม่เอาผิดที่นางไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติระหว่างเ้านายกับสาวใช้คุณหนูไม่ถือสาไม่พอยังบอกให้นางเรียกคุณหนูตามที่สะดวก
เฟิ่งเสี่ยวเม้มปากแน่นรู้สึกผิดจ้องใบหน้ามีรอยปื้นเป็ทางบนพวงแก้มภายในเจ็บแปลบขึ้นมาพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายคุณหนูดีกับนางถึงเพียงนี้นางจะต้องปกป้องคุณหนูให้ดีต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม!
“เช่นนั้นที่เราเข้ามาในป่าคุณหนู้าเสาะหาอะไรหรือเ้าคะ”เฟิ่งเสี่ยว
ฉีซินอี๋ยิ้มดวงตามองตรงไปข้างหน้า“ในใจกลางป่าลึกมีสิ่งหนึ่งที่ข้า้ามาก ๆ อยู่”
เฟิ่งเสี่ยวเบิกตากว้าง“ขะ ข้างในหรือเ้าคะ” แค่ฝูงสัตว์ิญญาที่อาศัยอยู่บริเวณป่าเซินหลินชั้นนอกยังน่ากลัวขนาดนั้นแล้วถ้าสัตว์ิญญาที่อยู่ลึกเข้าไป...
เฮือก!
เฟิ่งเสี่ยวไม่กล้าจินตนาการต่อเอื้อมมือไปกำแขนเสื้อฉีซินอี๋แน่น
“อืมข้างใน แต่เพราะตอนนี้เรายังมีกำลังไม่เพียงพอย่อมต้องสำรวจไปทีละนิดก่อน”
“ขะข้า ข้าก็จะช่วยคุณหนูอีกแรง!” คำพูดมุ่งมั่นแต่แววตาขลาดกลัว ไหล่บางสั่นระริก
ฉีซินอี๋มองแล้วอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ยื่นมือไปหมายจะจับแก้มนุ่มนั่นเฟิ่งเสี่ยวที่มีประสบการณ์โชกโชนเบี่ยงตัวหลบอย่างว่องไวกระทั่งฉีซินอี๋ยังแปลกใจเลิกคิ้วขึ้น“เ้าไม่กลัวสัตว์ิญญาแล้ว?” คำพูดหวังดีแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายอันตราย
เฟิ่งเสี่ยวส่ายหัวปฏิเสธดวงตาสุกใสราวกับดวงดาราบนฟ้า “มีคุณหนูอยู่ทั้งคน!”
“แต่สัตว์ิญญาอาจจะพุ่งเข้ามาหาเ้าเมื่อไรก็ได้”รีบ ๆ งับเหงื่อเข้าสิ นางคันไม้คันมือจะแย่
“มะไม่ล่ะเ้าค่ะ ข้า...” เม้มปากแน่นทำท่าจะร้องไห้เพราะกลัวจับใจจะแย่ทว่าหากเทียบกับความกลัวที่ยังมาไม่ถึงกับรอยยิ้มประหลาดบนใบหน้าของคุณหนูแล้วเฟิ่งเสี่ยวตัดสินใจรับฟังสัญชาตญาณระวังภัยของตัวเองนึกย้อนไปยังไม่กี่ก้านธูปก่อนหน้าความเจ็บแปลบปรากฏสองข้างแก้มจนอดยกมือลูบคลำแ่เบาไม่ได้
ดวงจิตแห่งหยกกลอกตา“สีหน้าอยากรังแกคนใจจะขาดของท่าน ข้าเห็นข้ายังอยากจะเผ่นหนีไปให้ไกล”
ฉีซินอี๋พ่นลมออกทางปากทำท่าเบื่อหน่ายที่คราวนี้สาวใช้ตัวน้อยไม่หลงกล“ต่อให้ท่านอยากจะหนีไปไกลสุดหล้าฟ้าเขียวยังไงข้าเพียงเรียกคำเดียวท่านก็ยังต้องมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าข้าอยู่ดี”
“ฮึ!”ดวงจิตแห่งหยกสะบัดหน้างอง้ำ
ฉีซินอี๋“...”
แล้วท่านยังมาบอกว่าเป็ดวงจิตผู้ยิ่งใหญ่เฮ้อ กิริยาท่าทางไม่มีความน่ายำเกรงเลยสักนิด
ไม่รู้ว่าเพราะแถวนี้มีสัตว์ิญญาชุกชุมจนชาวบ้านไม่กล้าเฉียดเข้ามาใกล้หรือสมุนไพรระดับขั้นต่ำเกินไปจนไม่ต้องตาเหล่าผู้ฝึกตนฉีซินอี๋ย่ำเท้าไปที่ใดก็เห็นสมุนไพรขึ้นเรียงรายอยู่เต็มไปหมด
ั้แ่รักษาาแขนาดเล็กไปจนช่วยห้ามเืแน่นอนว่าสำหรับนางที่มีพื้นที่ไม่จำกัดในการปลุกพวกนี้ หึ หึ เหล่าสมุนไพรนี่เป็ส่วนผสมชั้นดีในการหลอมยาลูกกลอนในอนาคต
วาดแขนผ่านไปแห่งหนใดต้นสมุนไพรเ่าั้ล้วนหายวับไปกับตาเฟิ่งเสี่ยวน้อยตกอยู่ในความพรั่นพรึงมานานกระทั่งเห็นอัศจรรย์ที่คุณหนูทำกลายเป็ตื่นเต้นยินดีแทน
พอเห็นอะไรเตะตาเข้าหน่อยก็รีบกระตุกแขนเสื้อฉีซินอี๋พร้อมกับชี้ไม้ชี้มือไปทางนั้น
“คุณหนูนั่น ท่านดูต้นนั้นสิ ยามต้องกับแสงอาทิตย์ใบจะเปล่งแสงหลากสีแวววาวท่านช่วยเก็บเอาไว้ให้ข้าดูเล่นได้หรือไม่เ้าคะ”
สิ้นคำพูดออดอ้อนของเฟิ่งเสี่ยวฉีซินอี๋หันขวับไปดูั์ตาเมล็ดซิ่งเบิกกว้าง
“นั่นมัน...ต้นเซียงเหวย!มาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”กลิ่นหอมที่อบอวลทั่วบริเวณสร้างความหนักอึ้งเมื่อสักครู่มาจากต้นนี้นี่เอง
ฉีซินอี๋ค่อยๆ เข้าไปใกล้ ต้นดังกล่าวสูงเพียงหนึ่งฉื่อ ลำตัวลู่ไหวไปตามแรงลมราวกับอยู่ในเวลารื่นเริงใบทรงกลมบิดพลิ้วราวกับจะพลิกไปมาดังนั้นแสงหลากสีที่เฟิ่งเสี่ยวพูดถึงน่าจะเป็แสงวิบวับใต้ใบซึ่งเป็แหล่งกักเก็บกลิ่นหอมประหลาด
แต่น่าแปลกนักนางเข้าใกล้ขนาดนี้ยังไม่เห็นสัตว์ิญญาสักตัวโผล่มา กวาดมองรอบข้างประสาทรับรู้ทั้งห้าเปิดกว้าง
รอแล้วรอเล่าเมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ นางรีบวาดฝ่ามือผ่านต้นเซียงเหวย
ตู้ม!!!
ทันใดนั้นเองเกิดเสียงปะทะกันใจกลางป่าเซินหลินทั้งสองตกตะลึง เฟิ่งเสี่ยวทำท่าจะหลุดเสียงกรีดร้องออกมาฉีซินอี๋รีบยื่นมือไปปิดปากเอาไว้แน่นก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาแตะริมฝีปากส่งสัญญาณให้เงียบ
ตู้มตู้ม!
“อย่าให้มันหลบหนีไปได้”เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวปลิวมาตามลม ทำให้ความตึงเครียดของฉีซินอี๋ยิ่งพุ่งขึ้นสูงขอให้เป็สัตว์ิญญาขั้นสูงยังจะดีซะกว่าเจอะเจอผู้ฝึกตน
สำหรับผู้อื่นอาจจะคิดว่าสัตว์ิญญาอันตรายแต่สำหรับฉีซินอี๋มนุษย์น่ากลัวกว่าสัตว์ิญญาตั้งหลายเท่าเพียงแค่ขัดผลประโยชน์เท่าขี้เล็บย่อมทำให้เกิดาขนาดใหญ่
หลังคุณหนูดึงมือกลับเฟิ่งเสี่ยวอุดปากตัวเองแน่นจนแทบหายใจไม่ออกความหวาดกลัวฉายไปทั่วร่างกาย ไหล่บางสั่นระริกเม็ดเหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัวเพียงจินตนาการถึงยามได้เผชิญหน้ากับผู้ทรงพลังที่อยู่ลึกเข้าไปเข่าสองข้างพลางทรุดลงไปกองกับพื้น
จู่ๆ เสียงปะทะรุนแรงเมื่อสักครู่กลับเงียบลงป่าที่เคยครื้นเครงคล้ายตกอยู่ในห้วงแห่งความนิ่งสงบไม่มีแม้กระทั่งความเคลื่อนไหวลมพัดสบายจางหายไปั้แ่เมื่อไรไม่รู้
เฟิ่งเสี่ยวน้อยไม่มีประสบการณ์กับผู้ฝึกตนคิดว่าทุกอย่างเงียบย่อมหมายความว่าปลอดภัยแล้ว จึงกล้าดึงมือตัวเองออกยื่นนิ้วสั่นระริกไปกระตุกแขนเสื้อคุณหนูที่นั่งหลบด้วยกันหลังต้นไม้ใหญ่
“คะคุณหนูเกิดอะ...”
“จุ๊ๆ” ฉีซินอี๋หันขวับมาส่งสัญญาณ
กรอบ!
ทันใดนั้นเสียงย่ำเท้าบนใบไม้แห้งดังสนั่นทั่วบริเวณสีหน้าของเฟิ่งเสี่ยวซีดเผือดร่างกายเกร็งขมวดไปทุกส่วน หัวใจเต้นอย่างรวดเร็วราวกับจะทะลุออกมานอกอก
กรอบแกร็บ!
เสียงกึ่งเดินกึ่งวิ่งหากลองฟังดีๆ แล้วกลับพบว่าไม่สม่ำเสมอกันคาดเดาจากรอบข้างไม่มีวี่แววอย่างอื่นนอกจากคนคนเดียว
แสดงว่านั่นต้องเป็ผู้หลบหนีที่หนีมาจากบรรดาผู้ฝึกตนเ่าั้ฉีซินอี๋คว้าหมับตรงบ่าของสาวใช้คิดว่าจะฉวยโอกาสที่ผู้คนเ่าั้ยังมาไม่ถึงหลบหนีไปทว่าจังหวะที่กระโจนขึ้นไปข้างบนสายตากลับสบประสานกับเด็กน้อยคนหนึ่งทั้งร่างเป็สีขาว
นางไม่ได้ดูผิดทั้งร่างของเขาเป็สีขาว กลิ่นอายบริสุทธิ์คละเคล้ากับกลิ่นเื ผิวกายขาวราวกับหิมะทุกอย่างล้วนเป็สีขาวยันเส้นผมจรดปลายเท้ายิ่งทำให้เืสีแดงฉาดเปรอะเปื้อนเป็วงกว้างบนชุดเขาดูบาดตา
ภาพตรงหน้าทำให้นางไม่อาจตัดใจจากไปได้เพียงหยุดนิ่งจ้องตากับอีกฝ่ายเด็กชุดขาวหยุดชะงักจ้องมองมาทางนางอย่างเฝ้าระวัง แม้ความเ็ปจากาแผาดผ่านสีหน้าจนแทบจะครองสติไม่อยู่กระนั้นกลับไม่ยินยอมละสายตาจากนางเพราะเข้าใจว่านางคือมือสังหารที่ผู้ไล่ล่าส่งมา
ชั่วพริบตาที่นางหยุดนิ่งแหวนไม้เลื้อยหรือหยกแห่งจันทรานิรันดร์พลันรัดแน่นขึ้นแวบหนึ่งความเจ็บพุ่งเข้ามาในหัวดึงสติฉีซินอี๋กลับมาจากการจดจ่อกับเด็กชุดขาว
นางนิ่วหน้าเอ่ยถาม“ท่านดวงจิตเกิดอะไรขึ้น”
ดวงจิตแห่งหยกในแหวนกระสับกระส่าย“ท่าน...ข้ารู้สึกว่าไม่อาจปล่อยให้คุณชายท่านนั้นเอาไว้เช่นนี้”
คุณชาย?เด็กน้อยรูปงามในรูปลักษณ์สีขาวดูสะดุดตาท่ามกลางป่าไม้เขาเขียวเป็บุรุษ?
“ไม่มีเวลาแล้วขืนชักช้ากว่านี้ผู้ฝึกตนที่อยู่ในป่าต้องตามทันแน่” เสียงกรีดร้องของดวงจิตแห่งหยกดังขึ้นมาฉีซินอี๋กระโจนลงไปตรงหน้าเด็กชายสีขาวนั่นทันที
เด็กชายตกตะลึงถอยหลังจนเกือบจะล้มคะมำใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกจากความเ็ป สองมือกำลังตั้งท่าจะใช้พลังปราณสถิตใส่นางทว่าฉีซินอี๋ชิงพูดขึ้นมา
“ถ้าเ้าไม่กลัวว่าคนเ่าั้จะตามมาทันก็ซัดพลังมาได้เลย”
เขาชะงักแพขนตางามงอนยาวยิ่งกว่าสตรีกะพริบไหวเอนคล้ายกำลังปัดผ่านหัวใจของนางไปด้วยเพียงเท่านั้นความแข็งกร้าวที่ฉีซินอี๋แสดงออกมาพลันอ่อนยวบ ค่อย ๆก้าวไปประชิดตัวเขา
“ไปกับข้าข้ารับรองว่าไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาจับเ้าได้แน่”ส่งมือไปอย่างเชื่องช้าและใจเย็น ทั้งที่ความจริงข้างในกระวนกระวายแทบตายขืนไม่รีบมีหวังได้ตายกันหมดแน่
เด็กชายยืนเหม่อใช้ดวงตาสีขาวจ้องเข้ามาในดวงตาของนางราวกับกำลังชั่งใจว่าเป็คำโกหกหลอกลวงหรือไม่
“เชื่อข้า!”นางเอ่ย ขมับเริ่มชื้นแฉะ ส่วนเฟิ่งเสี่ยวบนต้นไม้กำชายกระโปรงคอยลุ้นไปด้วย ทางหนึ่งจองคุณหนูอีกทางมองเข้าไปในป่าลึกคล้ายจะเห็นนกกลุ่มใหญ่บินหนีเตลิดขึ้นฟ้าไล่มาทางนี้แล้ว
“คุณหนู!พวกนั้น...” เรียกฉีซินอี๋ ชี้นิ้วไปยังใจกลางป่า
ฉีซินอี๋กัดฟันตรงเข้าไปคว้าแขนของเด็กชุดขาว“ข้าให้คำสัตย์ว่านอกจากข้าแล้วไม่มีทางปล่อยให้ผู้ใดทำอันตรายเ้าได้”สิ้นคำพุ่งทะยานออกไป
น่าแปลกนักเด็กชายชุดขาวกลับยินยอมให้นางจับจูงหนีอย่างง่ายดาย