มือหนาสอดล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเท้าพาร่างแกร่งเดินวนไปเวียนมาด้วยความอึดอัดจากยายจอมจุ้นที่ได้แรงยุจากคนใกล้ชิดคอยพาตัวเองมาวอแววนเวียนเอาใจแทนที่จะทำให้เขารู้สึกดีกับการมีผู้หญิงหน้าตาสะสวยน่ารักมาคอยเอาใจใส่กลับกลายเป็รำคาญเสียมากกว่า
คนที่ไม่ใช่ต่อให้พยายามเท่าไหร่ก็ยังไม่ใช่อยู่ดีจนเขาต้องหาทางเลี่ยงหลบหนีออกมายืนสงบสติอารมณ์กับธารน้ำกว้างใหญ่สีน้ำเงินให้ช่วยผ่อนคลายความเครียดแต่กลับมีภาพร่างบอบบางสะท้อนกับแพน้ำใสแจ๋วที่กำลังลิ่วล้อเล่นกับแสงแห่งพระอาทิตย์คล้ายมีเพชรดาษดื่นเรียกความสนใจให้ต้องเหลียวไปมอง
เธอเป็ใคร?
แปลก...แม้หนทางห่างไกลอะไรก็ไม่ชัดเลยสักนิดเดียว แต่ทำไมหัวใจซึ่งมีกำแพงล้อมรอบอย่างแข็งแกร่งแ่าผู้ซึ่งอยู่ผ่านร้อนผ่านหนาว เพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบอายุสามสิบห้าปีไปหมาดๆ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เองเกิดอาการที่เรียกว่ากระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผลจนผู้เป็เ้าของถึงกับแปลกใจในความรู้สึกที่แล่นลิ่วตรงเข้าหาเหมือนะุตรงเข้าเป้า
“บ้าจริงๆ ไกลจนมองเห็นไม่ชัดเลย”ชายหนุ่มบ่นพึมพำ ขณะเพ่งมองไป แต่ก็เห็นเพียงด้านข้างของร่างบอบบางในเสื้อผ้าบางเบามีเข็มขัดสีขาวเน้นเอวเล็กคอดกิ่วที่คิดว่าใช้สองมือกำรอบ กางเกงผ้าขาสั้นสีน้ำตาลไม่ได้สั้นมากมายเสริมให้น่ารักแต่ก็แอบเซ็กซี่นิดๆเรียกว่าเย้ายวนใจจนในทรวงเขาถึงกับเต้นกระหน่ำรัวเร็ว ไหนจะปลีขาเสลาเรียวยาวเหมือนลำเทียนคู่นั้นอีกเล่า
‘เกิดอะไรขึ้นกับเขานี่?’
คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ทั้งที่รอบตัวเขามีผู้หญิงสวยๆรายล้อมมากมาย แต่ทำไมถึงได้ไปสะดุดใจอยากเห็นหน้าเธอคนนั้นเสียจริงชายหนุ่มพยายามมองลอดหมวกปีกกว้างและแว่นตาสีดำอันใหญ่ที่ปกปิดใบหน้าไปเสียครึ่งหนึ่งมองเห็นก็ไม่ชัด ทำให้เขาอยากรู้จนเป็ร้อนรนกระวนกระวาย แต่ถึงจะร้อนรุ่มพลุ่งพล่านราวกับไฟเผาสักเพียงใดก็ต้องข่มกลั้นไว้เพราะสาวน้อยนางนั้นไม่ได้มาเพียงคนเดียว
เธอ...มากับชายวัยกลางคนที่โอบประคองทะนุถนอมอย่างกับกลัวดอกไม้กลีบบางจะบอบช้ำ ท่าทีหวานซึ่งมีให้กันเหมือน้าประกาศให้กับผู้ชายหลายคนที่เหลียวมองรู้ว่าเธอมีเ้าของและเขาทั้งรักทั้งห่วงอีกทั้งหวงสุดหัวใจ
แวบหนึ่งในหัวใจปวดหนึบราวกับถูกคมหินตะปุ่มตะป่ำบาดเฉือนทำไมเขาถึงเป็อย่างนี้...ไม่เข้าใจกับความรู้สึกแปลกๆ นี่เสียจริงทว่าชายหนุ่มก็รีบสลัดทิ้งไปอย่างเร็ว ถึงแม้รูปกายภายนอกของหญิงสาวถูกใจเขามากโขแต่ถ้าต้องทำศึกแย่งผู้หญิงจากผู้ชายคนอื่นเขาไม่นิยม
“เฮ้อ! ดันมีเื่ทำให้เสียอารมณ์อีกจนได้”จากที่คิดว่าจะยืนรับลมผ่อนคลายความเครียดและกังวลอยู่อีกสักครู่ แต่สิ่งที่เห็นเป็อะไรที่ชวนขัดลูกหูลูกตาพานให้หงุดหงิดร้อนรนไปทั้งใจจนทนยืนอยู่ไม่ได้
ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกจากปอดแรงๆสอดมือล้วงเข้าในกระเป๋ากางเกงเมื่อหมดอารมณ์ดูความสวยงามของสถานที่และคิดเื่งานที่มีปัญหาค้างคาไม่จบ...
แก้ไขเื่หนึ่งเสร็จสิ้นก็มีอีกเื่ให้ต้องตามแก้ไขอีกถ้ามีแค่ปัญหาเดียวเขาก็ไม่ต้องมายืนกลุ้มอย่างนี้ แต่นี่รุมเร้าเข้ามาในคราวเดียวจนไม่รู้ว่าจะตั้งหลักอย่างไร ควรเริ่มแก้ไขปัญหาไหนก่อนดีแล้วก็มีอะไรบางอย่างแวบเข้ามา แม้ต้องคิดเพิ่มเติมแต่ก็น่าจะพอใช้ได้อยู่
ร่างหนาด้วยไหล่กว้างได้มาตรฐานหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องทำงานขณะนั้นเองก็มีหมวกใบโตปลิวมาทำให้ต้องยกมือขึ้นรับโดยอัตโนมัติ
“อุ๊ย!!!”เพราะเธอวิ่งด้วยความเร็ว สายตาก็มองแต่หมวก เลยไม่ทันได้เห็นสิ่งกีดขวางเป็ร่างใหญ่ราวกับแท่งหินั์ที่อยู่เบื้องหน้ากว่าจะรู้ตัวว่าวิ่งมาปะทะเข้ากับกำแพงหนาแกร่งก็เมื่อจวนตัว จนเบรกไม่ทัน ร่างอรชรจึงถลาเข้าไปสู่อ้อมแขนใหญ่ซึ่งก็ยกขึ้นโอบแขนรวบรอบเอวเล็กคอดกิ่วอย่างว่องไว
“โอ๊ะ!!”เตรียมตัวรับความเจ็บเต็มๆ แต่แปลกที่ไม่เจ็บตรงส่วนอื่น ยกเว้นปลายจมูกซึ่งได้ปะทะเข้ากับกำแพงเนื้อนุ่มเข้าเต็มเปานั่นเอง
“อูย...”มธุรสหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ มือเล็กยกขึ้นจับปลายจมูกโด่งอัตโนมัติ พร้อมแพขนตายาวงอนกะพริบปริบๆแหงนหน้าขึ้นมองกำแพงหนาที่รองรับร่างอย่างเร็วไว
‘อ้าว...ตายจริง’ เธอเข้าใจผิดไปถนัดเลย ที่ชนไม่ใช่กำแพงแต่เป็คน...ฝรั่งร่างยังกับตึกห้าชั้นเต็มๆเลย
เมื่อความสูงของเธอเพียงแค่หนึ่งร้อยหกสิบเิเเท่านั้นส่วนกำแพงหนาความสูงเกือบสองเมตรเห็นจะได้ เมื่ออีกฝ่ายก้มหน้าลงมาในขณะที่เธอก็แหงนหน้าขึ้นไป ผลที่ได้คือ...
ริมฝีปากหนาร้อนประทับบนหน้าผากเนียนนุ่มทำเอาใจสาวน้อยที่ไม่เคยได้แนบชิดชายคนไหนมากไปกว่าคุณป๋าภาวัติสุดใจดี ถึงกับสั่นะเืเหมือนแผ่นดินซึ่งเหยียบย่างอยู่ไหวแยกแตกตัวอย่างรุนแรง
“คุณ!” รัศมีแห่งอำนาจและกลิ่นกายของบุรุษเพศทรงพลังมาพร้อมโคโลญกลิ่นหอมอ่อนๆ ยิ่งทำให้หัวใจเล็กๆ ของสาวน้อยไม่ประสา สั่นไหวเหมือนเรือลำน้อยลอยละล่องอยู่ในลำนาวาที่มีคลื่นพายุโหมกระหน่ำเปลวไฟร้อนผ่าวไม่รู้ว่ามาจากไหนวิ่งไหลวนในกระแสเืไปรวมกันอยู่ที่จุดเดียวคือใบหน้าซึ่งมองคนให้ความช่วยเหลืออย่างตื่นตะลึง
เพียงแค่ได้สบกับสายตาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำและคมกริบราวกับดวงตาพญาเหยี่ยวล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนก็เหมือนกับเธอถูกสะกดจิต โลกทั้งโลกหยุดเคลื่อนไหวกายอรชรอ้อนแอ้นอ่อนระทวยเหมือนถูกไฟช็อต ได้แต่ยืนนิ่งในอ้อมแขนใหญ่ เสียงในหัวใจเต้นตึกตักๆดังเข้ามาในหู ในลำคอแห้งผากพอๆกับริมฝีปากที่ต้องยื่นปลายลิ้นเล็กออกมาไล้เลียอย่างไม่รู้ตัว
“เธอนี่มัน!” เมื่อได้ยลหน้าผุดผ่องขาวนวลเนียนใสจนเห็นเส้นเืฝาดล้อมกรอบด้วยเส้นผมหนาสีดำสนิทดูนุ่มน่าัั ทำเอาเขามองอย่างตะลึงงัน
“ทำไมผู้หญิงถึงได้ชอบผู้ชายแก่คราวพ่อกันนักฮึ!” ความเกรี้ยวกราดไม่รู้มาจากไหนทำให้ชายหนุ่มเผลอใส่อารมณ์กับคนตัวเล็กที่มาพร้อมกับความรู้สึกอยากจะจับเธอมากดกอดและ...จูบ!
ยิ่งได้เห็นดวงตากลมโตเหมือนดวงตาสมันน้อยล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนจมูกเล็กโด่งได้รูปเชิดขึ้น ริมฝีปากจิ้มลิ้มอิ่มเต็มออกสีน้ำผึ้งระเรื่อน่าจูบ!กลิ่นเนื้อกายนางหอมกรุ่นเช่นดอกไม้แรกแย้มบานอย่างเป็ธรรมชาติซึ่งน่าจะเป็แป้งที่ลอยเข้าจมูกจนต้องสูดดมเต็มปอด ไหนจะเรือนกายนิ่มน่าจับต้องไปเสียทุกส่วนเพลิงโทสะในกายก็ยิ่งลุกโชน
“ทำไมฮึ!ผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันไม่มีแล้วหรือไง ถึงได้คั่วไอ้แก่คราวพ่อน่ะ”
มธุรสงุนงงจนอ้าปากค้างที่อยู่ดีๆก็ถูกต่อว่าโดยไม่รู้เื่อะไรเลย “คุณ! ทำไม...ฉันจะรักจะชอบใครมันหนักส่วนไหนของคุณล่ะ”
“เพราะฉันไม่ชอบ”โต้กลับเสียงกระด้างดุ
“เอ้า...คุณไม่ชอบแล้วเกี่ยวอะไรด้วยล่ะนี่มันชีวิตของฉันนะ จะรักชอบใครเกี่ยวอะไรกับคุณเล่า ปล่อยฉันนะ”
“จะสะบัดสะบิ้งทำไม”แขนแกร่งโอบรัดรอบร่างเล็กที่ขยุกขยิกอยู่ไม่นิ่ง จากตอนแรกที่บอกว่าไม่สนใจ แต่เมื่อถูกท้าทายด้วยการไม่สนใจก็ยิ่งทำให้เขาอยากสั่งสอนให้รู้สำนึก!มาล้อเล่นกับความรู้สึกของเขาแล้วควรจะต้องเจออะไร
‘แค่...นิดๆ หน่อยๆยังไงก็เคยผ่านสมรภูมิมาแล้ว ยังไงก็ไม่สึกไม่หรอ ก่อนจากกันเขาค่อยให้เงินสักก้อนเป็ค่าทำขวัญขี้คร้านจะพอใจละไม่ว่า’
ไม่ใช่จะดูถูกเพศที่ให้กำเนิดแต่ผู้หญิงที่พาตัวเข้ามาใกล้ชิดเขาส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่หวังในทรัพย์สินเงินทอง มากกว่าความรู้สึกของกันและกันแม้กระทั่งคนที่มีสามีแล้วก็ยังยอมเอาเรือนร่างเข้าแลกเพื่อให้ได้ในสิ่งที่้าโดยไม่สนใจผลที่ตามมา แล้วกับผู้หญิงที่มากับคนที่อายุมากกว่ารอบแบบนี้ไม่ให้เขาคิดว่าเธอเป็พวกไล่จับผู้ชายรวยๆจะให้เชื่อว่าเธอรักกับตาอ้วนพุงพลุ้ยนั่นจริงหรือไง
“นี่คุณ! ขอบคุณที่ช่วยไม่ให้ล้มและเก็บของให้ตอนนี้ช่วยปล่อยฉันด้วยค่ะ” จากตอนแรกเอ่ยเป็ภาษาไทย แต่เพราะนึกได้ว่าอยู่ที่ไหนมธุรสจึงรีบเปลี่ยนเป็ภาษาอังกฤษที่พ่วงด้วยความไม่พอใจ แต่...
‘จะมองหาพระแสงอะไรนี่...จ้องอยู่ได้’สายตาคมกริบราวกับจะซอกซอนไปให้ลึกไปสุดซอกหัวใจทำเอามธุรสถึงกับร้อนผ่าวไปทั้งแก้มที่คิดว่าคงแดงระเรื่อราวกับดอกไม้แรกแย้มบานหัวใจเต้นเป็จังหวะจนน่ากลัวเมื่อได้อยู่ในอ้อมแขนแกร่งของชายที่มีเสน่ห์เหลือล้นจนต้องรีบเร่งรุดจับแขนล่ำสันดันออกช้าๆ
“ขอโทษค่ะคุณช่วยปล่อยฉันด้วยค่ะ” ทาบมือบนแขนกำยำ ทั้งผลักทั้งดันและเบี่ยงกายออกแต่ดูเหมือนจะยิ่งจมหายกายอรชรแนบชิดอกกว้างจนเธอรับรู้ถึงความแข็งกระด้างของกล้ามเนื้อ
ตอนแรกเป็ห่วงกลัวคุณป๋าเดินตามมาเห็นเข้าคนใจดีที่ช่วยจะเดือดร้อน เพราะความหวงเกินเหตุไปนิดหนึ่งของภาวัติ แต่มาตอนนี้คิดว่าเธอกำลังเจอดีดวงตากลมโตเริ่มเปล่งแสงระเรื่อทีละน้อย
“ปล่อยฉันดีกว่าคุณ” ข่มกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟันด้วยขุ่นเคืองใจกับมารยาทอันเลวทรามที่ได้รับทว่านอกจากจะไม่ถูกปล่อยตัว ฝ่ามือหนายังลูบไล้แผ่นหลังกว้างก่อเกิดความร้อน พร้อมหัวใจที่เต้นไม่เป็จังหวะ
‘บ้าจริง!’ เขาว่าฝรั่งไม่ถือเนื้อถือตัว การแตะเนื้อต้องตัวกอดจูบกันในที่สาธารณะไม่ใช่เื่ผิดแปลกสังคมที่แตกต่างเป็เื่ธรรมดาซึ่งเธอเข้าใจดี เขาคงไม่ตั้งใจแต่เป็อย่างนี้...เธอคงเข้าใจผิดเสียแล้วล่ะ ไอ้ฝรั่งร่างั์ใช้ความได้เปรียบทางด้านร่างกายฉวยโอกาสลวนลามเธอหน้าด้านๆ
“ถ้าฉันไม่ปล่อยล่ะ”ถามพลางยิ้มใส่ดวงตากลมโตสุกใสที่ฉายแววสีเพลิง
ความโกรธพุ่งขึ้นดั่งเธอก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนปล่องูเาไฟแต่ต้องกัดฟันข่มใจเอาไว้ก่อนเมื่อรู้ว่าตัวเองเสียเปรียบ “แล้วคุณจะเอายังไงกับฉัน!”
แม้โกรธจนหน้าแดงแต่เสียงของเธอก็ยังกังวานหวานใส จนอยากได้ยินซ้ำหลายครั้ง เขาเลยโปรยเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มทั้งปากและดวงตาฝ่ามือหนานวดคลึงไต่ไล่บนแผ่นหลังบางอย่างแ่เบา เมื่อหญิงสาวขัดขืนเขาก็โอบกระชับรัดร่างเพรียวบางแนบชิดจนรับรู้ถึงกล้ามเนื้อที่ไหวกระเพื่อม ใบหน้าแกร่งโน้มลงไปบนแก้มนุ่ม
“อืม...หอม”
มธุรสข่มกลั้นความโกรธกรุ่นไว้ภายในด้วยเทียบกันด้านรูปร่าง ลางแพ้ของเธอลอยมาแต่ไกลแต่ก็ยังไม่ละความพยายามทำให้ตัวเองหลุดออกจากคีมเหล็กที่รัดแน่นจนหายใจติดขัด
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อจอมฉวยโอกาสดึงรั้งชายเสื้อที่หลุดลุ่ยอยู่ออกจากขอบกางเกงสอดแทรกปลายนิ้วยาวร้อนผ่าวล่วงล้ำเข้าไปลูบไล้ผิวเนื้อนวลเนียนนุ่มกายสาวสั่นสะท้านไหววูบจากััที่ร้อนผ่าวซึ่งไม่เคยจะพานพบเจอ
“ปล่อยฉันดีกว่านะคุณ!”ข่มกัดฟันบอกเสียงขุ่น ดวงตาเขียวปั้ด แก้มนุ่มใสแดงปลั่งด้วยเพลิงอารมณ์โทสะที่พุ่งลิ่วเหมือนกับลูกโป่งลอยขึ้นฟ้าควันแทบออกจากใบหู เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมทำตามคำสั่ง มิหนำซ้ำยังยิ้มตาวาววาดมือลากไล้เคลื่อนไหวหนักขึ้น ไหนจะหมวกใบโปรดที่คนเก็บได้ไม่คิดมอบคืนปล่อยให้ลอยปลิวไปตามกระแสลมแรงและค้างอยู่บนต้นไม้ที่เธอเก็บไม่ถึง
“คุณ...!!”
“โอ๊ะโอ...มือไวไปหน่อยมั้งสาวน้อย”ดวงตาเข้มเป็ประกาย ขณะจับมือนุ่มนิ่มเอาไว้และบีบกระชับเบาๆก่อนนำมาแนบที่ริมฝีปากซึ่งคลี่ยิ้ม
“รู้ไหมคนที่คิดทำร้ายฉันจะต้องเจอกับอะไร”แนบจมูกโด่งคลอเคลียแก้มใสซับสีเืฝาดอย่างไม่สนใจอาการขัดขืนเบือนหน้าหนีของสาวเ้าแล้วยังขบเม้มจูบซับเรื่อยไปจนถึงปากอิ่ม
“ตัวเธอหอมจัง” กลิ่นกายก็หอมจรุงใจจนอยากสูดดมให้ชุ่มฉ่ำใจหลังนิ้วไกล่เกลี่ยร่องแก้ม “จนฉันอดใจไม่ไหว ขอจูบหน่อยนะ”ทั้งที่รอบกายเขามีผู้หญิงเสนอตัวมาให้ลิ้มลองมากมาย แต่ทำไมถึงได้มาติดใจผู้หญิงที่วิ่งเข้ามาในอ้อมกอดคนนี้นักก็ไม่รู้ชักแปลกใจตัวเองเสียแล้วสิ...
แต่ก็ไม่แปลกด้วยแม่เนื้อนุ่ม ช่างน่ารักน่าใคร่ แก้มใสเป็สีชมพูระเรื่อด้วยเืฝาดสาวไล่ลงไปถึงลำคอระหงดวงตายามโกรธจัดเหมือนดวงตาแมวสะท้อนกับแสงไฟชวนมอง รูปกายอรชรอ้อนแอ้นที่น่ากลัวจะปลิวจนหาไม่เจอหากเจอลมพัดแรงแต่พอแตะต้องจริงๆ กลับรับรู้ถึงส่วนเว้าส่วนโค้งเต็มไม้เต็มมือ
กลิ่นกายเธอหอมจรุงใจที่เพียงััแนบชิดกายแกร่งก็สำแดงเดชแห่งความปรารถนาขึ้นมาอย่างฉับพลัน เืในกายเดือดพล่านราวกับลาวาใต้พื้นดินจนแทบกักเก็บเอาไว้ไม่ได้แต่ถึงทำได้เขาก็ไม่อยากทำอยู่ดีนั่นแหละ ด้วยใคร่อยากลิ้มรสปากอิ่มจะนุ่มหวานสักเพียงใดแวบหนึ่งรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนมุมปากหนา ในดวงตาคมเข้มกลับเฉยเมย เมื่อเขาอยากได้แล้วจะรออะไรเล่า...
ไม่ทันได้ตั้งตัวห้าม ไอ้คนฉวยโอกาสจับรั้งปลายคางให้หน้านวลแหงนขึ้นและฉกปากร้อนลงมาบนเรียวปากอวบอิ่มนุ่มอย่างรวดเร็ว ราวกับจะช็อตเธอด้วยไฟหมื่นโวลต์ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หัวใจสั่นไหววูบราวกับเรือลำน้อยที่ลอยล่องอยู่ในนที เจอกับคลื่นพายุลมแรงโหมกระหน่ำพัดจนสั่นสะท้านไหวไปทั่วทั้งร่างความอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาทำให้รับมือกับความช่ำชองไม่ได้ กลายเป็โอกาสให้ถูกเอาเปรียบโดยโต้ตอบไม่ได้
“อือ...” อยากห้ามปรามแต่มธุรสก็ทำได้เพียงแค่เปล่งเสียงกระอึกกระอักออกมามือเล็กระดมทุบไปบนกายแกร่งแรงๆ ก็เหมือนทุบหิน ด้วยชายหนุ่มไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนและเธอก็เจ็บมือด้วย
‘อืม...หวานจริงๆหวานกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก’ ชายหนุ่มร้องครางในลำคอเมื่อได้ลิ้มรสหวานปานน้ำค้างเกาะอยู่บนปลายยอดหญ้าปากหนาบดคลึงพลางเม้มกัดปากบนล่าง สลับกับซอกซอนเรียวลิ้นไปเที่ยวท่องในโพรงปากนุ่มกวาดไล้ไปถ้วนทั่วเกี่ยวกระหวัดพลิกพลิ้วกับปลายลิ้นเล็กนุ่มที่พยายามขับไล่ผลักไสสิ่งแปลกปลอมออกไป
“อือ...อื้อ...”เบี่ยงศีรษะหนีแต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อมือใหญ่ลูบไล้จากแผ่นหลังเคลื่อนขึ้นมาจับรั้งท้ายทอยให้รองรับจุมพิตหวานแผดร้อนแผดเผาอารมณ์ทำเอาสาวน้อยไม่ประสาถึงกับตัวอ่อนระทวยกลายเป็ขี้ผึ้งถูกลนไฟ แต่ถึงจะเป็อย่างนั้นมธุรสก็ไม่คิดยอมแพ้ให้ถูกลวนลามง่ายๆ ยังต่อต้านและขัดขืนอย่างสุดความสามารถทว่าไฟร้อนผ่าวที่ลามเลียเผาไหม้เรือนกายอยู่ทำให้กายสั่นสะท้านสองขาสั่นเทาและอ่อนแรงลงเรื่อยๆ
ประกายในดวงตาคมกริบไหวระริกอย่างพึงพอใจสอดแทรกมือลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเนียนนุ่ม เคลื่อนลงไปขยำนวดบั้นท้ายกลมกลึงแ่เบาสลับหนักหน่วงลากย้อนกลับขึ้นลากไล้ไปตามสีข้าง หน้าท้องแบนราบเรียบไร้ไขมันส่วนเกินเรื่อยไปจนได้พบเจอกับทรวงอกกลมกลึงที่เมื่อแรกเห็นคิดว่าเล็กกะทัดรัด ทว่าพอได้จับต้องเข้าจริงๆ กลับอวบอัดและเต็มไม้เต็มมือที่ตอบสนองอย่างดีด้วยสิ
“อ๊ะ...”ขนตายาวงอนไม่กระดิก ดวงตาเบิกกว้างสติและอาการขัดขืนต่อต้านเริ่มจางหายจากพิษเพลิงไฟที่นำเอาความเสียวซ่านวาบหวามไหลพล่านปั่นป่วนในช่องท้องแรงบดเบียดเว้าวอนเรียกร้องให้ตอบสนองด้วยความไม่ประสาก็ทำให้มธุรสเผลอตัวจูบตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ
นิ้วยาวเรียวทาบบนอกกว้างเผลอขยำดึงทึ้งเสื้อผ้า พร้อมศีรษะทุยแหงนหงายไปด้านหลังใจอยากขัดขืนแต่ร่างกายกลับโอนอ่อนตามเพลิงไฟร้ายที่เหมือนจะเผากายให้มอดไหม้มธุรสรู้สึกเหมือนตัวเองก้าวลงไปเล่นในคุ้งน้ำวน ที่ดูดเอาร่างกายให้ค่อยๆจมลงไปทีละน้อย ลึกลงไป...
“อือ...” ปากอิ่มอ้ากว้างเพื่อสูดเอาลมหายใจเข้าปอด แต่สิ่งที่ทำลงไปกลับผิดมหันต์กายาสั่นสะท้านไหววูบเหมือนนั่งรถไปบนถนนที่มีลูกคลื่นสูงต่ำลดหลั่นกันไป ชวนให้วาบหวามปั่นป่วนกึ่งกลางท้องน้อย
เสียงหวานพร่าหลุดจากกลีบปากบวมเป่งลำตัวกลมกลึงแอ่นโค้งให้ได้ัักับฝ่ามือร้อนผ่าวที่คลึงเคล้นปทุมอวบอิ่มอย่างหนักหน่วงจนผลิบานเหมือนดอกไม้ชูช่อรับแสงตะวัน ลำขากลมกลึงสั่นและอ่อนยวบ จำใจใช้กายใหญ่เป็หลักพึ่งพิงไม่ให้ร่วงลงไปกองกับพื้น
เพลิงฤษณามืดมิดถูกปลุกเร้าทำให้มธุรสเริ่มเคลื่อนไหวฝ่ามือนุ่มไปบนกล้ามเนื้ออกล่ำสันอย่างเงอะๆ งะๆ และเกาะเกี่ยวพลิกพลิ้วปลายลิ้นเล็กกับลิ้นอุ่นชื้นอย่างกล้าๆกลัวๆ
อืม...ปากอิ่มเหมือนดอกไม้แรกแย้มบานก็ให้น่าสงสัยเป็ยิ่งนักทำไมเธอถึงได้บริสุทธิ์หวานและหอมราวกับไม่เคยถูกภมรชอนไชทำเอาหนุ่มมากความ้าถึงกับปวดร้าวไปทั้งกายา แม่นกน้อยสนองตอบอย่างไม่ประสา พัดพาความปรารถนาโหมกระหน่ำสาดซัดมาจนแทบควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่ได้
“หวาน...หวานที่สุดเลย”ชายหนุ่มงึมงำขณะปากหนาขบเม้มจุมพิตอย่างหนักหน่วง ดูดดื่มความหวานจากปากอิ่มเต็มอย่างหลงใหลเพลิดเพลินแต่ยังไม่พอ เขาอยากได้มากกว่านี้อีก
แขนกำยำกอดกระชับกายเล็กแนบชิดอกกว้างจากหยอกล้อกลายเป็เพิ่มแรงจับต้องอย่างหนักหน่วง พลิกพลิ้วดื่มด่ำปากอิ่มนุ่มอย่างสำเริงสำราญแต่แล้วหูแว่วได้ยินเสียงบางอย่างดังมา ทำให้นึกได้ว่ายืนอยู่ตรงจุดใดเลยจำต้องระงับความ้าเอาไว้ แต่ก็ให้สัญญากับตัวเอง…
ไม่ว่ายังไงเขาต้องพาแม่สาวแสนหวานขึ้นหม่ำบนเตียงให้ได้!แต่กว่าชายหนุ่มจะตัดใจจากการดื่มด่ำน้ำผึ้งแสนหวานได้ก็เป็นาน
“อืม...เธอนี่หวานกว่าที่คิดเลยนะสาวน้อย”ปลายนิ้วยาวร้อนผ่าวป่ายปัดพวงแก้มนุ่มแดงปลั่งอยากเปลี่ยนที่ตรงนี้ให้เป็ห้องนอนมีตั่งเตียงใหญ่ให้เขาปลุกเร้าแม่สาวน้อยไม่ประสา โลดแล่นไปกับเพลิงพิศวาสปรารถนาจนยากถอนกายถอนใจ...เพียงแค่ความคิดเท่านั้นเองกายแกร่งก็ร้อนรุ่มราวกับถูกเผา
“ทำให้ฉันอยากจูบไปจนหมดทั้งตัวเลยรู้ไหม”
แม้จะแปลกใจ ทำไมแม่สาวตรงหน้าเป็เมียชายวัยคราวพ่อ ถึงได้จูบไม่เป็สับปะรดเลย ถ้าบอกว่าเธอยังไม่เคยถูกจูบมาก่อนเขาก็เชื่อนะ แต่ก็ไม่ควรลืม สาวบางคนแสดงท่าทางบริสุทธิ์ได้เก่งฉกาจชนิดจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน กว่าจะล่วงรู้อะไรเป็อะไร ก็สายเกินแก้ไขแล้ว แต่ไม่ว่าเหตุผลจะเป็เช่นไรเขาก็พร้อมเสี่ยงค้นหาความจริงที่อยากรู้
“ฉันอยากเห็นเธอและจูบไปทั้งตัวไปต่อห้องฉันดีกว่าไหม...สาวน้อย”