ตอนที่ 4 นี้คือความตายงั้นเหรออ?
ร่างของเด็กชายกระแทกเข้ากับลาดหินตะไคร่และกลิ้งไถลหล่นลงไปตามความลาดชันอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วทั้งตัวก่อนที่ร่างจะดิ่งร่วงทะลุผิวน้ำ จมมิดลงไปในแอ่งน้ำขนาดใหญ่เบื้องล่าง กระแสน้ำอันเย็นเฉียบและเชี่ยวกรากเข้าโอบล้อมและกลืนกินร่างของเขาไปในทันที
ในขณะเดียวกัน บนยอดหน้าผา ต้นไม้ใหญ่ที่เป็ฐานของเถาวัลย์ซึ่งรากไม่แข็งแรงอยู่แล้ว เมื่อโดนแรงฉุดกระชากบวกกับโครงสร้างหน้าดินที่ทรุดตัวจากการวิ่งของช้างป่า ก็เกิดเสียงหักโค่นดัง ต้นไม้ขนาดั์ล้มครืนลงมาปะทะเข้ากับพื้นดินและหน้าผาอย่างรุนแรง ห่างจากตัวช้างป่าแม่ลูกอ่อนไปเพียงไม่กี่ฟุต
เสียงไม้หักและแรงสั่นะเืโครมคราม ทำให้สัตว์ใหญ่ที่กำลังโกรธจัดเกิดอาการใกลัวอย่างรุนแรงตามสัญชาตญาณ มันหยุดชะงัก ชูงวงขึ้นฟ้าแล้วร้องเสียงหลง ก่อนจะหันหลังกลับและวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงตัดเข้าป่าลึกไปอีกทางเพื่อเอาชีวิตรอด
บรรยากาศในป่าเหลือเพียงความเงียบงันสลับกับเสียงซัดสาดของกระแสน้ำวนเบื้องล่าง... และเสียงร้องไห้โฮของน้าหลินที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมาถึงขอบหน้าผา
“ริวววววว!!! อยู่ไหน! ริวววว!” เสียงหวีดร้องอย่างเสียสติของน้าสาวดังสะท้อนไปทั่วหุบเขาร่องผาเสือ ทว่าไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมาจากแอ่งน้ำวนสีเขียวเข้มเบื้องล่างนั้นเลย
สายตาของน้าหลินพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตาและภาพความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ร่างของริว—หลานชายตัวน้อยที่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจ—หลุดลอยจากเส้นเถาวัลย์และดิ่งร่วงลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างก่อนจะถูกกระแสน้ำวนกลืนหายไป
สัญชาตญาณของความเป็แม่และผู้ปกครองขจัดความกลัวช้างป่าไปจนหมดสิ้น สองเท้าของหญิงสาววัยสามสิบห้าก้าวพรวดหมายจะะโลงไปตามทางลาดชันของร่องผาเพื่อเหวี่ยงตัวเองลงไปในแอ่งน้ำนั้น หวังเพียงจะคว้าข้อมือของหลานชายขึ้นมาให้ได้
“ปล่อย! ปล่อยกู! ริวมันตกน้ำ! ริวมันอยู่ข้างล่าง!” น้าหลินกรีดร้องเสียงหลง ร่างกายดิ้นรนสุดชีวิตเมื่อจู่ๆ มีวงแขนกำยำของชายฉกรรจ์สองคนพุ่งเข้ามาล็อกตัวเธอจากทางด้านหลังไว้แน่น
พวกเขาคือผู้ใหญ่มาและลุงแก้ว ชาวบ้านในระแวกนั้นที่ขึ้นมาหาของป่าใกล้ๆ และได้ยินเสียงร้องแปร๋นของช้างป่ากับเสียงต้นไม้ขนาดั์หักโค่น จึงรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์
“ตั้งสติก่อนหลิน! ลงไปตอนนี้ก็ตายตกไปตามกัน น้ำมันลึกแถมหมุนเชี่ยวขนาดนั้น มึงว่ายน้ำแข็งแค่ไหนก็ต้านไม่ไหวหรอก!”
ผู้ใหญ่มาะโสู้เสียงน้ำหลาก พลางออกแรงกอดรั้งร่างของหญิงสาวที่แทบจะหมดสติให้ถอยห่างจากขอบหน้าผา
“ไอ้แก้ว! รีบวิ่งลงไปในหมู่บ้าน ไปเกณฑ์พวกผู้ชายที่มีเชือกมีไฟฉายขึ้นมาด่วน! บอกว่าไอ้ริวตกแอ่งน้ำวนร่องผาเสือ!”
เวลาผ่านไปอย่างทรมานราวกับแต่ละนาทีคือการลงทัณฑ์ จาก่เย็นย่ำเข้าสู่พลบค่ำ ลานหินร่องผาเสือที่เคยเงียบเหงาบัดนี้เต็มไปด้วยแสงไฟวับแวมจากกระบอกไฟฉายตราเสือและคบเพลิง ชาวบ้านนับสิบชีวิตรวมถึงผู้ใหญ่บ้านและสัปเหร่อที่เจนจัดเื่ลำน้ำต่างมารวมตัวกันพร้อมเชือกเส้นหนาและไม้ไผ่ยาว
พวกเขาพยายามส่องไฟลงไปบนผิวน้ำสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟเป็ประกายระยิบระยับอย่างน่ากลัว มีการส่งคนใจกล้าขี่เชือกหย่อนตัวลงไปสำรวจริมตลิ่ง ทว่าความพยายามหลายชั่วโมงกลับสูญเปล่า ความมืดมิดของคืนเดือนมืดประกอบกับกระแสน้ำที่เชี่ยวจัด เกินกว่ากำลังคนธรรมดาจะต้านทานได้
ทำให้ไม่มีใครสามารถดำดิ่งลงไปถึงก้นแอ่งได้เลย เมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาเกือบสี่ทุ่ม แสงแดดหมดไปนานแล้ว อุปกรณ์บ้านๆ เท่าที่มีในยุคปี 2543 ไม่เอื้ออำนวยให้ทำการค้นหาในความมืดได้อีกต่อไป
ผู้ใหญ่มาเดินเข้ามาจับไหล่น้าหลินที่นั่งกอดเข่าร้องไห้จนเสียงแหบแห้งอยู่ริมโขดหิน สภาพของเธอใจสลายจนแทบไม่รับรู้อะไรอีก
“หลิน... คืนนี้ต้องพักก่อน อุปกรณ์เราไม่พร้อม ขืนฝืนลงไปชาวบ้านจะจมหายไปอีกคน” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักใจ
“น้าส่งคนปั่นจักรยานไปโทรศัพท์ที่ตู้สาธารณะแจ้งตำรวจอำเภอแล้ว ตอนนี้เขากำลังประสานงานเรียกทีมกู้ภัยและนักประดาน้ำจากในตัวเมืองเชียงใหม่ ขี่รถลุยทางต่างระดับขึ้นมา คาดว่าเช้ามืดพรุ่งนี้พวกเขาจะมาถึงพร้อมถังออกซิเจนและไฟส่องสว่างใต้น้ำ... ตอนนี้เราต้องกั้นใจรออย่างเดียว”
น้าหลินไม่ได้ตอบคำถามใดๆ เธอทำได้เพียงหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลพราก อาการสะอื้นไห้จนตัวโยนสะท้อนความเ็ปถึงขีดสุดในหัวใจ หัวใจของผู้เป็น้าแทบแตกสลายเมื่อคิดถึงสภาพของหลานชายที่ต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บอยู่เบื้องล่างตามลำพัง
ในเวลาเดียวกัน... ลึกลงไปใต้ผิวน้ำอันมืดมิดและเย็นเยียบ
โลก้าที่มีเสียงกรีดร้องและเสียงหักโค่นของต้นไม้พลันดับวูบลง ทันทีที่ร่างของริวกระแทกทะลุผิวน้ำ สติสัมปชัญญะของเด็กชายวัยสิบขวบก็ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเฉียบที่เกาะกุมไปถึงกระดูก มวลน้ำมหาศาลพุ่งเข้าปะทะร่างกายส่วนต่างๆ ความรู้สึกแสบร้อนแล่นขึ้นมาที่จมูกและลำคอเมื่อเขาเผลอสูดเอาน้ำเข้าปอดตามสัญชาตญาณของการขาดอากาศหายใจ
‘ทรมาน... หายใจไม่ออก...’ จิตสำนึกอันเลือนรางของริวรำพึงอยู่ในความมืด
ร่างของเขาหมุนคว้างไปตามแรงเหวี่ยงของน้ำวนใต้น้ำ แสงสว่างจางๆ จากดวงอาทิตย์ที่ส่องผ่านผิวน้ำค่อยๆ ห่างไกลออกไปทุกที รอบตัวมีเพียงความมืดมิดและเสียงวิ้งในหู ในความลึกล้ำนั้น ริวรู้สึกได้ถึงััแ่เบาของฝูงปลาซิวปลาสร้อยตัวเล็กๆ ที่พากันแตกตื่นว่ายมาตอดตามิัและาแที่หน้าแข้งของเขา
ัันั้นแ่เบาราวกับเป็การร่ำลาจากธรรมชาติอันสงบสุขที่เขาหลงรัก ความเ็ปจากการขาดอากาศหายใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความชาหนา ร่างกายเล็กลงเรื่อยๆ ตามแรงกดดันของน้ำ ท่ามกลางความโดดเดี่ยวใต้ก้นแอ่งน้ำลึก
สมองที่เคยฉลาดเฉลียวเริ่มหมุนช้าลง ภาพใบหน้าของน้าหลิน รสชาติของแกงเห็ดป่า และความทรงจำอันแสนอบอุ่นในบ้านไม้หลังเก่าลอยเด่นขึ้นมาเป็ฉากสุดท้าย
ริวไม่ได้รู้สึกทรมานอีกต่อไป ความเย็นเยือกกลับกลายเป็ความอุ่นสบายอย่างประหลาด เปลือกตาอันหนักอึ้งของเด็กชายค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ จมดิ่งสู่ห้วงนิทราอันลึกล้ำ พร้อมกับร่างที่นิ่งสนิทและปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาไปสู่จุดสิ้นสุด... หรือบางที อาจเป็จุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ที่ในโลกที่ยังไม่เคยรู้จัก