เงาร่างทะยานผ่านป่าอันหนาทึบ
และในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็โยนเม็ดโอสถทิพย์เข้าปากแล้วเคี้ยวกลืนมันลงอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ร่างกายของเฟยอวิ๋นเริ่มอ่อนแรงและเหนื่อยล้าเป็อย่างมาก
ขณะเดียวกันก็พลางหันกลับไปมองด้านหลังเป็ระยะทว่าก็ต้องใสะดุ้งเฮือก จนอดไม่ได้ที่ใบหน้าจะเปลี่ยนสีฉับพลัน
เนื่องจากว่าเสือดาวเข็มบิน กำลังทะยานวิ่งกวาดไล่ล่าไม่ยอมลดละแบบชนิดที่ว่า กัดไม่ปล่อยเลยเช่นเดียวกัน กระทั่งตอนนี้เหลือระยะทางแค่ไม่ถึงครึ่งลี้และเริ่มขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกันนั้น มันก็ปลดปล่อยเข็มบินออกมาพุ่งแหวกอากาศเสียงหวีดแหลมตามติดทางด้านหลังของเขาเช่นกันแต่ด้วยโชควาสนาเล็กน้อยของเฟยอวิ๋น ที่อย่างน้อยก็ยังมีอุปสรรคของต้นไม้น้อยใหญ่ซึ่งพอใช้เป็ที่กำบังบ้างเป็ครั้งคราว มันจึงทำให้เป้าหมายของเข็มบินดูผิดเพี้ยนออกไปเล็กน้อย แต่ถึงยังงั้นมันก็สามารถเฉือนแผ่นหลังของเขาให้เกิดเป็แผลไปหลายแห่ง
“บัดซบเอ๊ย!...นี่มันจะรวดเร็วเกินไปแล้ว! บิดามันเถอะร่างของข้าพรุนแน่ๆ คราวนี้” เฟยอวิ๋นขมวดคิ้ว คำรามลั่นอย่างโมโห
เด็กหนุ่มกัดฟันแน่นพยายามฝืนทน ทะยานห้อเหยียดสุดกำลังเท่าที่มีถึงแม้ตอนนี้พลังปราณิญญาของเขา จะอยู่ในระดับ ‘ขั้นที่แปด’! แต่ทว่าความหนาแน่นของพลังปราณิญญาก็ยังคงดูน้อยนิดจนเกินไป ในการที่จะเหนี่ยวนำมาใช้กับเคล็ดวิชาท่าร่าง ‘เหยียบเมฆาท่องวายุ’ จึงทำให้ขบวนท่านั้นยังคงไม่อาจที่จะสมบูรณ์มากเท่าใดนัก
การไล่ล่าผ่านพ้นมาเกือบห้าร้อยลี้
จนกระทั่งเริ่มทะยานเข้าใกล้ถึงระยะเขตแดนสิ้นสุดของอสูรร้ายทว่ามันเองก็ใไม่น้อย ที่เด็กหนุ่มจะสามารถทิ้งระยะห่างจากมันจนกระทั่งทะยานมาได้ไกลถึงเพียงนี้
เพราะนี้คือ! การหนีตายอย่างไม่คิดชีวิตของเฟยอวิ๋นนั้นเอง
เมื่อ ‘ห้าปีก่อน’ ที่พวกเขาได้ต่อสู้กันมันแค่ยืนอยู่ตรงหน้าปากถ้ำเพราะขี้คร้านที่จะตามไล่ล่าเฟยอวิ๋นก็โดนไปหลายแผลแล้ว และมันคิดว่า เ้าเด็กหนุ่มคนนั้นคงหลาบจำจนไม่กล้าที่จะมาตอแยกับมันอีก
แต่ทว่ามันคิดผิดอย่างมหันต์! เพราะเ้าเด็กแสบคนนี้กลับหน้าด้านหน้าทนหวนย้อนคืนมาอีก จนทำให้มันเสียอารมณ์จนได้
ผ่านไปราวกาน้ำเดือด
ในที่สุดเสือดาวเข็มบิน มันก็ควบเร่งตะกุยฝีเท้าถี่มากยิ่งขึ้นจนแทบจะเกินขีดความสามารถของพลัง ก่อนจะขยับเข้าใกล้ในระยะเพียงไม่ถึงสิบจั้ง
แต่แล้ว!...มันก็รีบหยุดฝีเท้าลงแทบหัวทิ่มพื้น!...?
โดยที่เท้าทั้งสี่ไถลลื่นราวกับยืนอยู่บนลานน้ำแข็งลากกวาดเอาพื้นดินหินทราย กลายเป็ร่องลึกอยู่หลายชุ่นพลางมองดูเฟยอวิ๋นอย่างมึนงงและสงสัย เมื่อเห็นเด็กหนุ่มนอนหมอบราบต่ำติดกับพื้นพลางสงสัย...‘หรือว่าวิ่งจนเหนื่อยตาย’
แล้วถ้าไม่ตาย เหตุไฉน?...เ้าเด็กคนนี้ถึงไม่คิดจะวิ่งหลบหนีอีกต่อไป?
บนนภากาศเบื้องหน้าของเฟยอวิ๋น
เสียงของอากาศที่ถูกแหวกออกจากกัน พลันดังสะท้อนก้องมาจากระยะไกล ซึ่งอยู่ห่างออกไปราวสิบลี้พร้อมกับเสียงแตกดังเปรี๊ยะของสายฟ้า กำลังส่งเสียงครืนครั่นไล่ตามหลังมาอีกระลอกหนึ่ง
เฟยอวิ๋นซึ่งก่อนหน้านั้นในขณะที่เขากำลังทะยานหนีการไล่ล่าของเสือดาวเข็มบิน
เขามองเห็นสัตว์อสูริญญาตัวนั้นแล้ว ขณะที่มันบินตรงมาแต่ไกลด้วยความเร็วเหนือล้ำกว่าเข็มบินเสียอีกพร้อมกับสัตว์อสูริญญาอีกตัว ที่มีปีกกว้างขนาดใหญ่แทบจะปิดบังยอดเขาให้มืดครึมลงได้ชั่วขณะ กำลังทะยานบินตามมาติดๆ โดยไม่ลดละ
ไม่ต้องคาดเดาให้เสียเวลา เมื่ออยู่ในระยะสายตาของ ‘เนตริญญาเทวะ’ อันเฉียบแหลมต่อให้อยู่ไกลถึงร้อยลี้เขาก็มองออก ว่าเ้าวิหคขนาดเล็กซึ่งดูแล้วไม่เล็กตัวนั้นกำลังทะยานบินนำโด่งหมายเข้าเส้นชัยอยู่ด้านหน้า มันก็คือ สัตว์อสูริญญาทั่วไป ‘เหยี่ยววายุอัสนี’
วายุอัสนีชื่อนี้ที่ได้มา ก็เนื่องเพราะความเร็วปานสายฟ้าในการทะยานบินของมันพร้อมกับเมื่อเวลาต้องทำความเร็วสูงสุด มันจะปลดปล่อยพลังอัสนีออกมาจากร่างกายซึ่งนับได้ว่า ความเร็วในการบินของมันนั้น หาตัวจับได้ยากมากหากเมื่อเทียบกับเหล่าสัตว์อสูริญญาด้วยกันแล้ว
และระดับขั้นของมันเอง ก็อยู่ที่ระดับสี่เลยทีเดียวนั้นก็คือระดับอสูรปฐี ซึ่งอยู่ในขั้นระดับเดียวกันกับเสือดาวเข็มบิน
แต่ทว่าเ้าวิหคตัวั์ ที่กำลังบินตามหลังมานั้นเฟยอวิ๋นถึงกับอยากจะหายตัวได้ แล้วแทรกแผ่นดินหนีเสียั้แ่ตอนนี้โดยไวเพราะมันเป็จ้าวเวหา ในบรรดาสัตว์อสูริญญาสังหารระดับต้นๆ
ซึ่งมันก็คือ!...สัตว์อสูริญญาชีวิน ‘ปักษาปราณอัสนี’!ที่ระดับขั้นของมันอยู่ในระดับราชันย์อสูร!ซึ่งแม้แต่ผู้ที่มีพลังปราณิญญาในระดับสามดารายังต้องตกตายลงเพราะมันมาไม่น้อยเลยทีเดียว
“แย่แล้ว!!!...ข้าตายแน่ล่ะคราวนี้”เด็กหนุ่มตัวสั่นเทิ้มสะท้านไปทั่งร่างกาย นี่มันหนีเสือแต่ไม่ได้ปะจระเข้แต่ทว่ามันดันเป็วิหคที่โหดร้ายที่สุด ไม่เป็สองรองใครในน่านฟ้า!
ส่วนเสือดาวเข็มบินก่อนหน้านั้น หลังจากที่มันหยุดฝีเท้าลงอย่างมั่นคงเผยสีหน้าด้วยความสงสัย พร้อมกับร่างของมันลื่นไถลไปตามแรงเฉื่อยของน้ำหนักตัวก่อนที่จะมาหยุดอยู่ด้านหลังของเฟยอวิ๋น ยืนห่างเด็กหนุ่มออกไปเพียงไม่กี่จั้ง
แต่แล้วดวงตาสีแดงก่ำที่สว่างวาบราวกับอัญมณีของมันก็ต้องเบิกกว้างขึ้นอย่างใด้วยเช่นกัน
เพราะสิ่งที่มันมองเห็นในตอนนี้ ก็คือเช่นเดียวกันกับเฟยอวิ๋น
สถานการณ์ตรงหน้าของทั้งสอง รู้สึกได้ถึงความตรึงเครียดมากขึ้นเมื่อเหยี่ยววายุอัสนีที่บินอยู่ด้านหน้าสุด เพราะถึงแม้มันจะมีความเร็วอันสูงส่งเพียงใดก็ตามและการหลบหลีกที่น่าเหลือเชื่ออัศจรรย์
แต่ทว่ามันก็ยังไม่วายที่จะถูก ‘มีดบินอัสนี’ อันเกิดจากขนเพียงเส้นเดียวของปักษาปราณอัสนี แฉลบพุ่งเฉือนเข้าไปที่ลำตัวและถึงแม้มันเฉียดผ่านไปแค่เพียงเล็กน้อย ไม่สามารถทำให้เกิดแผลลึกถึงกระดูกได้แต่เหยี่ยววายุอัสนี ก็ตัวสั่นสะท้านไหวร่างชาหนึบเกร็งไปชั่วขณะราวกับถูกไฟฟ้าช็อตเข้าอย่างจัง ก่อนร่างของมันจะถลาร่วงกราวลงมาจากท้องฟ้าปลิวตกลงมาอยู่ใกล้ด้านหน้าของเฟยอวิ๋น แล้วไถลกลิ้งหลุนๆมาหยุดตรงปลายจมูกเขาพอดี
พร้อมกันนั้น มันก็ส่งเสียงร้องแหลมอันแหบแห้งออกมาแล้วควันสีขาวก็ถูกพ่นออกมาจากปากราวกับกาต้มน้ำส่วนร่างกายก็กระตุกเกร็งชักดิ้นชักงอไปมาไม่หยุด
เฟยอวิ๋นเห็นเช่นนั้น ก็รีบคลานเร็วถอยหลังห่างออกไปหลายฉื่อเพราะกระแสไฟฟ้าในตัวมันถึงจะไม่รุนแรงมากนักและอาจเทียบไม่ได้กับอัสนีของปักษาั์ แต่ก็เป็รองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ร่างกายของเด็กหนุ่มถึงกับมอดไหม้ได้เช่นเดียวกัน
มีดบินอัสนีเล่มเมื่อครู่ เมื่อมันสังหารศัตรูไม่ได้ก็บินวนลอยเคว้งกลับไปหายังเ้าของ ก่อนส่งเสียงดังวิ้งๆ หยุดลอยอยู่ด้านหน้าปักษาั์
เสือดาวเข็มบินเห็นเช่นนั้น ก็โก่งคอคำรามลั่นขู่ออกไปเพราะนี่คืออาณาเขตของมัน เ้านกกระจอกตัวนี้ช่างกล้าดีเพียงใดถึงมาอวดเบ่งในดินแดนแห่งนี้ หลังจากพลังปราณที่ปลดปล่อยพุ่งออกไปทักทายกระเพื่อมไหวส่งไปยังปักษาปราณอัสนี ขณะกำลังกระพือปีกลอยตัวสงบอยู่บนท้องฟ้า
สายลมแห่งปราณพัดแ่กระแทกใบหน้า
ปักษาปราณอัสนีั์ตาวูบไหวเพ่งมองลงมายังเบื้องล่างด้วยแววตาเหยียดหยาม ก่อนจะร้องเสียงแหลมออกมา
‘ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เ้าหุบเขาปากเหม็น!’
เสียงเยาะเย้ยถากถางส่งผ่านทางจิตเสียบแทงทะลุเข้ารูหูของเสือดาวเข็มบินก้องกังวาน
เสือดาวเข็มบินสะดุ้งเฮือกั์ตาเข้มขึง ก่อนขบฟันเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยวและไม่คิดจะส่งเสียงทางจิตเพื่อโต้ตอบ ดวงตาสีแดงก่ำพลางหดแคบหรี่ลงเป็แหลมคมก่อนที่เข็มบินสามเล่ม จะถูกปลดปล่อยพุ่งตรงออกไปทักทายยังนกกระจอกที่อยู่บนท้องฟ้า
และแล้วเสียงะเิปังก็ดังสนั่นก้องขึ้น
มีดบินขนนกยังคงอยู่ในสภาพดีเยี่ยมไร้รอยขีดข่วน แต่ทว่าขนเข็มบินทั้งสามเล่มมันกับแตกละเอียดกลายเป็ฝุ่นละอองสีเทา หายลับไปในอากาศ
เสือดาวเข็มบินแยกเขี้ยวยิงฟันคำรามเสียงต่ำ อารมณ์ตอนนี้พลันเกรี้ยวโกรธกระพือถึงที่สุดแบบนี้มันหยามกันชัดๆ นี้หว่า พลังเหนือกว่าแล้วยังไง?คิดเหรอว่าข้าจะมีของเล่นอยู่เพียงแค่นี้
ว่าแล้วทันใดนั้น!
ขนเข็มบินอีกร้อยเล่ม ก็ลอยเคว้งสั่นกระเพื่อมส่งเสียงหึ่มๆ อยู่เหนือร่างของมันแต่ในครั้งนี้มันมีพลังปราณิญญามากมาย แฝงเร้นมาพร้อมกับไอสังหารเข้มข้นครอบคลุมล้อมรอบขนเข็มบินทั้งหมด
เฟยอวิ๋นเหลือบตามองผวาใ เพราะไม่คาดคิดว่าเสือดาวเข็มบินจะเผยเคล็ดลับของมันออกมา
“หากข้าโดนไปเข็มเดียว ร่างะเิเป็ผงฝุ่นแน่!”
ปักษาปราณอัสนีเห็นเช่นนั้น มันไม่มีรีรอแม้แต่น้อย พลางกระพือปีกขึ้นสามครั้งก่อนขนมีดบินสามเล่มก็พลันปรากฏเช่นกันลอยอยู่เบื้องหน้าของมัน พร้อมกับมีแสงสว่างสีม่วงของกระแสไฟฟ้าที่แลบแปลบปลาบออกมาหลายริ้ว โอบล้อมขนมีดบินเ่าั้เอาไว้
หลังจากนั้น ‘ขนเข็มบิน’ ก็พุ่งเข้าปะทะกับ ‘ขนมีดบิน’
เฟยอวิ๋นรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลไร้รูปของพลังปราณิญญาทั้งสองสาย ที่เริ่มบีบรัดอัดแน่นแผ่กระจายออกมา
“งานนี้ซวยแล้ว!...มารดามันเถอะข้า...ข้าจะหลบตรงไหนดี?!”
เด็กหนุ่มนอนราบแนบติดอยู่กับพื้นดิน จนแทบจะกลั้นลมหายใจจิตใจเองก็สับสนยุ่งเหยิง เหตุการณ์เช่นนี้ ดูเหมือนจะตรึงเครียดกับเขาเป็อย่างมากเพราะมันเกิดขึ้นจวนตัวจนเกินไป มันไม่ได้อยู่ในแผนการที่ได้ตระเตรียมเอาไว้เลยแม้แต่น้อยหากว่าเขาคิดจะหนีในตอนนี้ มันก็เป็ได้เพียงแค่เื่เพ้อฝันเท่านั้นแล้ว
“คิดสิ...คิดๆ ข้าจะเอายังไงดี!”
เมื่อมองหน้ามองหลัง เห็นสัตว์อสูรปราณชีวินทั้งสองกำลังเปิดศึกตบตีกันขึ้นเฟยอวิ๋นตัดสินใจฉับพลัน แล้วรีบคลานเข่าเข้าไปหาเหยี่ยววายุอัสนีในทันที เพราะอย่างน้อยๆมันก็เป็ที่กำบังให้เขาชั่วคราวได้ล่ะในเวลาเช่นนี้
แต่ว่าเหยี่ยววายุอัสนีในเวลานี้ มันเองสภาพก็ดูย่ำแย่ยับเยินเกินทนเป็อย่างมาก
ถึงแม้จะโดนมีดบินปราณอัสนีแค่เฉียดๆ ถากๆ อาการยังดูร่อแร่ จวนเจียนกระทั่งจะตายแหล่มิตายแหล่และหากโดนเข้าเต็มๆ ไปล่ะก็ มันเตรียมตัวกลายร่างเป็นกย่างได้เลย
เฟยอวิ๋นขมวดคิ้วแน่น เขามองดูสภาพของมันก็อดน่าสงสารไม่น้อยแต่ก็ไม่วายคล้ายจะรู้สึกหิวขึ้นมาอย่างฉับพลัน เพราะรอยแผลนั้นเมื่อถูกเฉือนออกไปที่ปรากฏเกิดรอยไหม้เป็ทางยาว และมีเื ‘สีเขียวเข้ม’ ไหลซึมออกมาเป็บางครั้งส่วนปากาแก็ไหม้เกรียมเล็กน้อย ดูเหมือนว่ามันกำลังถูกย่างมาใหม่ๆพร้อมกับกลิ่นของมันหอมโชยออกมาเตะจมูก เมื่อสูดเข้าไปช่างหอมหวนชวนยั่วน้ำลายของเขายิ่งนักแต่เสี้ยวเวลาแห่งความเป็ความตายเช่นนี้เขาเองก็ไม่สามารถที่จะห่วงเื่กินอันไร้สาระนั้นได้
เฟยอวิ๋นสบตาประสาน กับสายตาอันแหลมคมของเหยี่ยววายุอัสนี
ซึ่งเ้าวิหคตัวนี้ ก็จ้องมองดูเขาไม่วางตาเช่นกัน ก่อนจะพิจารณาว่าเ้าเด็กหนุ่มคนนี้คงไม่ใช่คนโง่เขลามากนัก และพลังปราณิญญาคงไม่ต่ำต้อยจนเกินไปหากไม่เช่นนั้น เขาคงถูกเสือดาวเข็มบินสังหารไปก่อนหน้านี้แล้ว และอาจเป็ไปได้ว่าคงมีโอสถทิพย์ช่วยรักษาาแติดไม้ติดมือมาด้วยเป็แน่
เมื่อมันชั่งใจครุ่นคิดตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งเฟยอวิ๋นก็ได้ยินเสียงพูดแว่วแ่เบาผ่านเข้ามาที่รูหูของเขา
“หากเ้าสามารถรักษาข้าให้หายได้ตอนนี้ ข้าจะยอมทำ ‘พันธสัญญาปราณิญญา’ กับเ้าและคอยเป็ทาสรับใช้เ้าแต่โดยดีไม่มีข้อแม้ และจะพาเ้าหนีออกจากที่นี่โดยเร็วเ้าตกลงหรือไม่?”
.
.
.
.
.
………………………………