สืบสู้ผี ภาค 1-3

    67 อัณยาวีร์ สตรีแห่งความแค้น

    ยังไม่ทันที่ท่านจ้าวและมูติชาห์จะกล่าวสิ่งใดออกมา เสียงฝีเท้าของทหารที่มีจำนวนหลายสิบคนก็ดังกระทบพื้นขึ้นอย่างเอ็ดอึง พร้อมๆ กับที่ปรากฏเงาร่างของพวกเขาขึ้นที่ด้านหน้าบันไดทางลงห้องขังใต้ดิน

    จากนั้นทหารที่ตั้งแถวเรียงเดี่ยวสองแถวก็ค่อยๆ เปิดทางให้สตรีนางหนึ่งเดินออกมาด้านหน้า

    สตรีผู้นี้แต่งกายด้วยชุดที่สวยงามอย่างวิจิตรราวกับเป็นพระนางคลีโอพัตรากลับชาติมาเกิด ดวงตาของนางทั้งคู่คมกริบ และริมฝีปากของนางก็แดงเข้มราวกับโลหิตสดๆ ที่มุมปากทั้งสองข้างของนางในตอนนี้ก็ปรากฏรอยยิ้มอันเหยียดหยันออกมา ขณะที่ดวงตาของนางก็มองเขม็งมายังท่านจ้าวแห่งมิตทราห์และมูติชาห์

    "อัณยาวีร์..." มูติชาห์เรียกชื่อออกมาราวกับไม่ตั้งใจ และก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่า สตรีที่ได้ปรากฏกายพร้อมกับทหารที่แต่งกายเหมือนกับทหารของท่านจ้าวนี้ก็คือ อัณยาวีร์ นั่นเอง

    "ในที่สุดพวกท่านก็กลับมา..." อัณยาวีร์เอ่ยขึ้นกับท่านจ้าว "ถึงแม้ว่าพวกท่านจะไม่กลับมาในทางด้านหน้า แต่ก็ยังอุตส่าห์กลับมาในทางอ้อมๆ ซึ่งเป็นทางลับที่ท่านกับมูติชาห์ได้อุตส่าห์แอบไปสำรวจกันไว้เมื่อก่อนหน้านี้โดยที่คาดคำนวณกันไปเองว่าจะไม่มีใครล่วงรู้ได้ ฮิฮิ" หางเสียงของอัณยาวีร์ดูจะขบขันอยู่ไม่น้อย

    แล้วท่านจ้าวก็ก้าวขึ้นมาอยู่ด้านหน้าพวกเราทุกคน

    "อัณยาวีร์ เจ้าหักหลังเราในครั้งนี้เพื่อสิ่งใดกันแน่ เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วอะไรมันจะดีขึ้นเหรอ และบรรดาทหารที่เจ้าเปลี่ยนพวกเขาให้ไปเป็นทาสปิศาจนั้น เจ้าไม่คิดว่าจะเป็นการกระทำที่เกินเลยไปหรืออย่างไร เจ้าอย่าลืมสิว่า พวกเขาก็เป็นชาวมิตทราห์เหมือนกับเจ้านะ? " ท่านจ้าวระดมคำพูดถามอัณยาวีร์ไปทันที

    ดวงตาของอัณยาวีร์ถึงกับแข็งกร้าวขึ้นมาอีกเล็กน้อย "สิ่งที่ข้าทำมาทั้งหมดนี้มันจะไม่มีอะไรดีขึ้นสำหรับพวกท่านหรือชาวมิตทราห์ที่เหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่ข้าทำนี้ท่านก็น่าจะพอเดาได้ว่ามันเป็นการชำระแค้นของข้าที่ท่านได้บังอาจทำให้คนที่ข้ารักที่สุดและเป็นความหวังและอนาคตทุกอย่างของข้าต้องมามลายหายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ! "

    แล้วอัณยาวีร์ก็ก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิมพลางยกนิ้วขึ้นชี้หน้าของท่านจ้าว

    "ข้าเกลียดท่านและทุกอย่างที่เป็นของท่าน ไม่เว้นแต่ทหารที่เป็นเผ่าพันธ์ุของท่านทั้งหมด เเละข้าไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่ข้าทำในครั้งนี้ เพราะจะอย่างไรแล้วข้าเองก็มีสายเลือดของชาวมิตทราห์อยู่แค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น! "

    เมื่ออัณยาวีร์พูดอย่างนี้แล้ว พวกเราก็ถึงกับอึ้งกันไปหมด แล้วผมก็เห็นว่ามูติชาห์ได้ขยับขึ้นไปยืนเคียงข้างท่านจ้าวอีกครั้ง

    "ถ้างั้นก็ดี! " มูติชาห์ยกนิ้วขึ้นชี้หน้าอัณยาวีร์บ้าง "ในเมื่อเจ้าได้กลายเป็นคนทรยศต่อพวกเราชาวมิตทราห์โดยสมบูรณ์อย่างนี้แล้ว ข้าก็จะไม่นับว่าเจ้าเป็นชาวมิตทราห์อีกต่อไป และโทษทัณฑ์ของคนทรยศแบบร้ายแรงแบบนี้ มันก็คือความตายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น! "

    อัณยาวีร์กลับหัวเราะคิกออกมา

    "มูติชาห์ ท่านยังคิดว่าท่านจะมีโอกาสหยิบยื่นความตายให้กับข้าอีกอย่างนั้นเหรอ ทำไมท่านไม่ดูสถานะของตัวเองในตอนนี้ว่าเป็นยังไง ตอนนี้พวกท่านทุกคนได้ติดอยู่ในอีกฝั่งของลูกกรง และมีสภาพที่ไม่ได้แตกต่างกับนักโทษที่อยู่ในกรงขังของข้าเลยเเม้แต่น้อย ข้าจะบีบจะตายจะคลายก็รอด หากแต่ข้านั้นยินดีที่จะเห็นพวกเจ้าได้ตายกันอยู่ในที่นี้ซะมากกว่านะ ฮ่าฮ่าฮ่า" อัณยาวีร์เงยหน้าขึ้นหัวเราะราวกับจะคุ้มคลั่ง

    "อัณยาวีร์! " เสียงของพยัคฆ์ดังขึัน "ก่อนที่เจ้าจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรในตอนนี้ ก็ขอให้เจ้าปลดปล่อยสิงห์ออกมาก่อน เจ้าอย่าลืมว่าเราได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ว่า เมื่อข้าได้ปลอมตัวเป็นมหาดาบสเพื่อลวงให้พวกเขาเข้ามาติดอยู่ในกรงแบบนี้แล้ว เจ้าจะยอมปล่อยสิงห์ออกมา เพื่อที่จะให้เขาดวลกับข้าที่ข้างนอก"

    อัณยาวีร์เชิดหน้ามองพยัคฆ์ สีหน้าของนางก็เหมือนกับจะประเมินสถานการณ์บางอย่างในขณะนี้

    "ก็ได้ เปิดประตูลูกกรงทางฝั่งท่าน และนำสิงห์นั่นไปกับท่าน ส่วนเรื่องราวที่เหลือทางนี้ท่านอย่าได้ยุ่งเกี่ยวใดๆ อีกทั้งสิ้น! "

    สีหน้าแห่งความพึงพอใจฉายวาบขึันมาบนใบหน้าของพยัคฆ์ เขารีบเดินไปปลดกุญแจลูกกรงของทางฝั่งเขาเพื่อที่จะให้สิงห์ออกไปกับเขาเพียงคนเดียว

    "พี่ชาย..." พยัคฆ์เงยหน้าขึ้นมองสิงห์ "การดวลครั้งนี้สำคัญกับเราทั้งสองคนมาก ไม่ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ ข้าก็จะยอมรับ ข้าจะไม่เสียใจเลย หากข้าจะต้องตายด้วยน้ำมือของท่าน" พยัคฆ์พูดจบขณะที่ได้ปลดกุญแจเสร็จพอดี

    แต่ว่า สิงห์กลับไม่ได้ขยับตัวตามพยัคฆ์ออกไป หางตาของเขาเหลียวกลับมามองพวกเราวูบหนึ่ง จากนั้นก็ชำเลืองไปมองทางอัณยาวีร์ก่อนที่จะหันไปสบตากับพยัคฆ์อีกครั้ง

    พยัคฆ์เองเมื่อเห็นว่าสิงห์ยังไม่ขยับตัว เขาก็ผายมือเพื่อกระตุ้นให้สิงห์เดินตามออกไป

    "พยัคฆ์..." สิงห์ผู้อยู่ในร่างของสาวน้อยเรียกเบาๆ "ข้าจะไม่ออกไป และจะไม่ดวลกับเจ้า หากเจ้าไม่ช่วยพวกของข้าที่ติดอยู่ทางด้านนี้ออกไปด้วย หากเจ้าจะไม่ฟังสตรีนางนั้น และทำตามที่ข้าขอร้องนี้ ข้าก็จะยินดีดวลกับเจ้าอย่างสุดฝีมือ..."

    "เจ้า...! " พยัคฆ์อดจะขบกรามไม่ได้

    อา... สิ่งที่สิงห์ได้พูดกับพยัคฆ์นี้ ผมและคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ต่างก็ได้ยินกันอย่างชัดเจน

    น้ำใจของสิงห์ช่างน่ายกย่องนัก เขากลับไม่คิดจะออกจากที่แห่งนี้ไปโดยลำพังโดยที่ไม่มีพวกเราอยู่ด้วย แม้ว่าอนาคตอันใกล้ของเขาอาจจะต้องสังเวยให้กับอาวุธของพยัคฆ์ก็ตาม

    พยัคฆ์หลับตาราวกับจะข่มอารมณ์บางอย่างอยู่ชั่ววูบ ก่อนที่จะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยประกายตาที่เหมือนจะเห็นใจในคำขอร้องของสิงห์

    "พวกเจ้ามัวลังเลอะไรกันอยู่...?! " น้ำเสียงอันกรีดก้องของอัณยาวีร์ดังขึ้นทันที "ทหาร...! "

    เสียงเรียกอันดุดันของนาง ราวกับจะตระหนักรู้ขึ้นมาในเวลานี้ถึงสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล และนั่นก็ทำให้ทหารมิตทราห์ที่กลายพันธ์เป็นทหารปิศาจของนางรีบยกคันธนูเล็งตรงไปที่ทุกคนที่ติดอยู่อีกด้านของลูกกรงทันที!

    "ท่านจะยิงข้าด้วยงั้นรึ อัณยาวีร์?! " พยัคฆ์ตวาดเสียงดัง

    อัณยาวีร์ชงักไปชั่วขณะ แต่แล้วก็ยิ้มหยันขึ้นมา

    "อาการลังเลของท่าน อย่าคิดว่าข้ามองไม่ออก และที่จริงท่านก็คงจะกำลังลงมือช่วยพวกมันทั้งหมด ท่านกำลังจะผิดข้อตกลงกับข้า ก็ถือว่าเป็นการทรยศหักหลังกันแบบหนึ่ง และมาคิดดูอีกที ท่านเองก็ไม่ได้มีประโยชน์กับข้าอีกต่อไป ดังนั้นถ้าท่านตายไปอีกคน ข้าก็ไม่ได้สูญเสียสิ่งใดนี่ จริงไม๊? "

    "ทหาร...! " อัณยาวีร์ยกมือจะให้สัญญาณระดมยิงอีกครั้ง

    จันที่มีสีหน้าซีดเผือดมาก่อนหน้านี้ก็ถึงกับเอาหน้าเข้ามาเบียดอยู่บนต้นแขนของผมอย่างตัวสั่นเทิ้ม

    "พี่... พี่กิต งานนี้เราจะตายกันด้วยสภาพที่ไม่ต่างจากตัวเม่นกันแล้วสินะ... อึ๋ย" จันครวญครางพร้อมกับหลับตาปี๋

    ขณะที่อัณยาวีร์จะยกมือลงเป็นสัญญาณให้ยิงลูกธนู และขณะที่่พวกท่านจ้าวก็กำลังเตรียมตั้งรับอยู่ในจุดที่เสียเปรียบเพราะอยู่ในที่แคบและมีลูกกรงล้อมรอบ เสียงปริศนาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

    "หยุดก่อน อัณยาวีร์ อย่าเพิ่งลงมือ หากว่าเจ้าฝืนลงมือในครั้งนี้ ก็ไม่แน่นักว่าจะฆ่าพวกมันได้หมด แถมอาจจะเป็นภัยย้อนมาหาเจ้าในเวลาอันรวดเร็วได้อีกด้วย..."

    เสียงปริศนานี้ช่างฟังดูคุ้นหูผมอยู่ไม่น้อย เอ๊ะ... นี่มันเสียงใครกัน

    และเมื่อผมเงยหน้าขึ้นมองอัณยาวีร์ ก็เห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนสีไปไม่น้อยเลยทีเดียว

    หรือว่าเจ้าของเสียงนี้จะมีอิทธพลต่ออัณยาวีร์อยู่ไม่น้อยกันล่ะนี่...?!



    (โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆ นี้นะครับ)







    คล้ายกับเรื่องสืบสู้ผี ภาค 1-3 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390