ตอนที่78 :เจ้าหมอนี่มันบ้าไปแล้ว
“ต่อให้เหล่าผู้ชมจะไม่สนใจแต่ทีมงานต้องหาทางจับตัวเขาไว้ให้ได้ ! ”
เมื่ออยู่ในสตูดิโอแห่งนี้ หลี่ตงรู้ว่าตัวเองเป็นแค่คนตัวเล็กๆ เท่านั้น บรรดาผู้ชมทำอะไรเขาไม่ได้ แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ของรายการย่อมต่างกัน
โลกสมัยนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องลิขสิทธิ์มากถ้าเซียเยว่ตามเอาเรื่อง รายการจะต้องลบเทปที่บันทึกช่วงของหลิวจือเซียออกไปส่วนหลิวจือเซียก็ต้องเจอกับค่าเสียหายจำนวนมหาศาล
อย่างน้อย หลี่ตงก็คิดแบบนี้ !
“เหล่าผู้ชมทุกท่าน ต้องขอโทษด้วยจริง ๆแต่ผมอยากจะขอรบกวนเวลาทุกคนสักสองนาที”
หลิวจือเซียไม่สนใจหลี่ตงแต่โค้งตัวไปยังบรรดาผู้ชมและนักวิจารณ์เหล่านั้น จากนั้นภายใต้สายตาที่จับจ้องมาเป็นตาเดียวเขาก็ได้ล้วงโทรศัพท์ออกมา
“นายไม่คิดว่ามันสายเกินไปหน่อยหรือที่จะเริ่มตอนนี้ ? ”
เมื่อเห็นหลิวจือเซียล้วงโทรศัพท์ออกมาหลี่ตงก็อดยิ้มอย่างเยือกเย็นไม่ได้ เขารอเวลานี้มานานมากไม่เสียดายแม้กระทั่งเงินที่ต้องเสียเพื่อให้ได้เข้ามาในสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงเพื่อแก้แค้นเมนเทอร์หลิวเยว่และคนอื่น ๆ แก้แค้นหลิวจือเซีย กระทั่งแก้แค้นรายการ
ถ้ารายการต้องยุติลงเพราะเหตุนี้ เขาจะยิ่งดีใจมาก !
“นายรอดูเถอะ ! ” หลิวจือเซียชำเลืองมองหลี่ตงแวบหนึ่งเพราะขี้เกียจจะสนใจสินค้ามือสองไร้น้ำยาอย่างเขา
เหล่าผู้ชมไม่รู้ว่าหลิวจือเซียจะทำอะไรเช่นกัน แต่พวกเขาเข้าข้างหลิวจือเซียโดยสัญชาตญาณไม่มีใครมีความประทับที่ดีต่อชายหัวล้านคนนี้แต่อย่างใด
ผ่านไปสองนาทีหลิวจือเซียก็ยื่นโทรศัพท์ให้เฉียวเฉี่ยวที่ยืนอยู่ด้านข้าง แล้วพูดว่า“เฉียวเฉี่ยว รบกวนคุณช่วยแจ้งให้ทุกคนทราบโดยทั่วกันเอาเนื้อหาในเวยป๋อบนโทรศัพท์ของผมขึ้นหน้าจอใหญ่ด้วยครับ”
ความจริงแล้วเมื่อครู่เฉียวเฉี่ยวก็ได้รับคำสั่งมาจากหวงเคอซินให้เขาสัมภาษณ์หลี่ตง
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลี่ตงที่พรวดพราดขึ้นมาบนเวทีคนนี้เฉียวเฉี่ยวก็เกิดความรังเกียจ ถึงแม้ว่าหวงเคอซินจะเป็นผู้อำนวยการของ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ แต่ในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมดูแลสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงเฉียวเฉี่ยวจึงยังพอที่จะขัดคำสั่งเขาได้บ้าง
ดังนั้น หลังจากที่หลี่ตงขึ้นมาบนเวทีแล้วเฉียวฉี่ยวก็เงียบมาตลอด ไม่พูดอะไร
จู่ ๆ หลิวจือเซียก็พูดกับเฉียวเฉี่ยวในทันทีทำให้เฉียวเฉี่ยวตกตะลึงจนนิ่งงันไป
หลังจากที่หลิวจือเซียพูดย้ำอีกรอบ เฉียวเฉี่ยวจึงได้สติกลับมา“อ่า ? ครับ ฝ่ายภาพ ฝ่ายภาพ...”
เมื่อโทรศัพท์มาถึงมือของฝ่ายภาพทางฝ่ายภาพก็รีบฉายเนื้อหาในโทรศัพท์ขยายบนจอมอนิเตอร์ทันที
โพสต์ของเวยป๋อ จากเซียเยว่
“วันนี้จู่ ๆ ก็ได้รับข้อความจากนักร้อง @หลิวจือเซียแจ้งให้ทราบว่าตัวละครนิทานจากหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’จะถูกนำมาเขียนเป็นเพลง ‘เมืองแห่งเทพนิยาย’ ระหว่างที่กำลังตกใจอยู่นั้นก็เพิ่งนึกได้ว่าเมื่อสองวันก่อน ได้รับตัวอย่างเพลงส่วนหนึ่งแล้วแต่ตอนนั้นผมยุ่งมาก เลยไม่ได้ฟัง”
“วันนี้ผมได้มีโอกาสนำตัวอย่างเพลงออกมาฟังทำให้รู้ว่าตัวละครมากมายในนิทานของผม ถูกเขียนออกมาเป็นเนื้อเพลงได้อย่างไม่น่าเชื่อระหว่างที่กำลังดีใจนั้น ก็อดซาบซึ้งใจกับนักร้องหลิวจือเซียไม่ได้ ! ”
“เลยถือโอกาสนี้ ผมในนามของนักเขียนหนังสือ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ ขอมอบลิขสิทธิ์ให้แก่นักร้องหลิวจือเซียอย่างเป็นทางการเชิญใช้ตัวละครในนิทานในหนังสือมาแต่เป็นเพลงได้ตามสบาย ! ”
“ขอให้ทราบโดยทั่วกัน ! @ หลิวจือเซีย ! ”
หลังจากนั้น ก็เกิดการแชร์จากเพจเวยป๋อระดับ V กลุ่มหนึ่งไม่นานแฟนคลับจำนวนมากต่างก็ทำการแชร์และคอมเมนต์กันสนั่นหวั่นไหว
ข้อมูลบนหน้าจอทำให้ผู้ชมและนักวิจารณ์ทั่วทั้งสตูดิโอตกอยู่ในอาการตื่นตระหนกตกใจ จากนั้นก็ทยอยกันโห่ร้อง
“กดไลค์ให้เซียเยว่เลย ! ”
“พี่เซีย ฉันรู้ว่าพี่ไม่มีทางก๊อปปี้แน่นอนที่แท้พี่ก็ส่งตัวอย่างเพลงไปให้เซียเยว่แล้วนี่เอง ! ”
“ไอ้หัวล้านนั่นกล้ากล่าวหาพี่เซียว่าก๊อปปี้และละเมิดลิขสิทธิ์ได้ยังไงกัน ! ”
“นายนั่นแหละก๊อปปี้ ลืมไปแล้วหรือ ? ”
บรรดาผู้ชมต่างพากันคลุ้มคลั่งเมื่อรู้ว่าหลี่ตงคือคนที่เข้าร่วมออดิชั่นรอบแรก จึงเริ่มซักไซ้เขาทันที
และหลังจากได้เห็นโพสต์นั้นของเซียเยว่บนจอมอนิเตอร์หลี่ตงก็ยิ่งร้อนรน เขาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “เป็นไปไม่ได้เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ! เซียเยว่จะให้ลิขสิทธิ์กับนายได้ยังไงกัน ? ”
“ดูผลลัพธ์สิ ? ” หลิวจือเซียมองไปทางเขาด้วยสายตาเย็นชา“ผลลัพธ์นี้ นายพอใจไหม ? ”
“เป็นไปไม่ได้ นายแฮ๊คเวยป๋อของเซียเยว่ไปใช่ไหม ? ”หลี่ตงหันขวับทันใด จากนั้นก็จ้องเขม็งไปยังหลิวจือเซียอย่างโหดร้าย “ฉันรู้แล้วนายจะต้องแฮ๊คชื่อเวยป๋อของเซียเยว่ไปโพสแน่เลยใช่ไหม ? ”
เมื่อหลิวจือเซียเห็นหลี่ตงเหมือนกับคนขาดสติ จึงไม่พูดอะไร
“หลี่ตง ใช่ไหม ? ” หลิวเยว่ไม่ทนอีกต่อไป“นายคิดว่าจือเซียมีความสามารถรอบด้าน ถึงขนาดมีทักษะการแฮกข้อมูล ขโมยรหัสเลยหรือ? นายอ่านนิยายมากไปหรือเปล่า ? ”
“นั่นน่ะสิ เด็กฝึกจือเซียได้รับลิขสิทธิ์จากเซียเยว่นั่นหมายความเขามีความสามารถ” อู๋อิงแสยะยิ้มจากนั้นก็มองไปยังหลี่ตงด้วยความเย้นหยัน “ถ้านายเก่งจริงนายทำได้อย่างเขาหรือเปล่า ? ”
“อีกอย่าง นายเข้ามาในรายการได้ยังไง ? ”เฉินอี้เจี๋ยจ้องเขม็งไปทางหลี่ตง “เราจะให้หน่วยรักษาความปลอดภัยคุมตัวของนายไว้รอให้ทางตำรวจมาดำเนินคดีแล้วกัน”
“บ้าไปแล้วหรือไง ? เซียเยว่ยอมให้ลิขสิทธิ์ นั่นเพราะเนื้อเพลงของพี่เซียกินใจเซียเยว่ต่างหากเล่า! ”
“คนชื่อหลี่ตงอะไรนั่น ขอโทษพี่เซียของเราด้วย ! ”
“ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่ต้องขอโทษทางรายการก็ต้องอธิบายเรื่องนี้ออกไปให้ชัดเจนด้วย ! ”
บรรดาผู้ชมทนดูไม่ไหวอีกต่อไปพวกเขากำลังดูการแข่งขันอย่างสนุกสนาน จู่ ๆก็มีชายปริศนาคนไหนไม่รู้ขึ้นมาทำลายบรรยากาศของการประกวดจนพังยับเยินแล้วรายการจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน ?
“หุบปาก ! ”
ทั้งคำพูดที่ตรงไปตรงมาของเหล่าเมนเทอร์ คำตำหนิของเหล่าผู้ชมทำให้หลี่ตงที่กำลังร้อนรน จู่ ๆ ก็คลุ้มคลั่ง ดวงตาของเขาแดงก่ำพร้อมกับตะโกนออกไป
“พวกนาย เพราะพวกนายทุกคน ! ทำให้ฉันอับอายต่อหน้าผู้ชมทุกคนบาร์ของฉันก็หายวับไปกับตา ภรรยาก็หนีไป ! ทุกสิ่งทุกอย่างทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะพวกนาย ! ”
เหมือนอย่างที่หลี่ตงพูด เพราะรอบคัดเลือกของหลิวเยว่และคนอื่นๆ ในตอนที่จับได้ว่าหลี่ตงก๊อปปี้ผลงานของคนอื่น เขาได้กลับมายังเมืองเหอปินและพบว่าทุกอย่างในบ้านล้วนว่างเปล่า ภรรยาหายตัวไป บาร์ของตัวเองก็ถูกภรรยาขายทิ้งไปหมดแล้ว
พูดได้ว่า หลี่ตงที่ต้องตกระกำลำบากมานานกว่า 10 ปีต้องกลับไปสู่เหตุการณ์นั้นอีกครั้ง
ประกอบกับเรื่องที่หลิวจือเซียข่มขู่เขาก่อนหน้านั้นบอกว่าเขาต้องรอหมายศาลจากทนายของมาร์ ซึ่งนั่นทำให้หลี่ตงเกิดความแค้น
หลี่ตงที่ตัดสินใจจะแก้แค้นได้ติดสินบนโปรดิวเซอร์คนหนึ่งในสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงจึงได้มีโอกาสเข้ามาปะปนอยู่ในช่วงบันทึกเทปของ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’
“รปภ. รปภ. ! ”เดิมทีหวงเคอซินอยากจะสร้างกระแสจากเหตุการณ์ที่ร้อนฉ่านี้แต่เมื่อเห็นท่าทางในตอนนี้ของหลี่ตงแล้ว เขาจึงเริ่มเรียกรปภ. ทันที“คุมตัวเขาไว้ ! ”
“อย่าเข้ามา อย่าเข้ามานะ ! ”หลี่ตงที่เดิมทีมีแต่ความอยากแก้แค้น จู่ ๆ ก็หยิบมีดด้ามหนึ่งออกมาจากตัวแล้วตวัดวาดไปมาบนอากาศ
“เจ้าหมอนี้มันบ้าไปแล้ว ทำไมถึงได้พกมีดติดตัวกัน ? ”
“นายยังมองไม่ออกอีกหรือ ? เขาวางแผนมาแล้ว ! ”
“พี่เซีย เคอซิน หนีเร็ว ! ”
ฉากที่สะเทือนขวัญนี้ ทำให้ทุกคนทั้งสตูดิโอพากันกระวนกระวายใจผู้ชมบางคนที่มีร่างกายแข็งแรงและรักในความยุติธรรมก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้ววิ่งตรงไปยังทิศทางของเวทีทันที
หลิวจือเซียคาดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนี้จะคลุ้มคลั่งได้ขนาดนี้ถึงขั้นพกมีดติดตัว
“ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ หลิวจือเซีย หลิวเยว่...พวกนายคือต้นเหตุของปัญหาทุกอย่าง ในเมื่อไม่สามารถทำให้หลิวจือเซียตกรอบได้งั้นฉันจะทำลายรายการนี้เอง ! ”
หลี่ตงโกรธจนเลือดขึ้นหน้าร่างทั้งร่างตกอยู่ในสภาวะขาดสติเหมือนคนบ้า
ตอนนี้เองเฉียวเคอซินที่อยู่ใกล้หลี่ตงที่สุดเขาเหมือนกับหมาป่า สายตาจับจ้องไปยังเฉียวเคอซินจากนั้นก็ยกมีดเตรียมแทงบนหน้าอกของเธอ
เฉียวเคอซินเป็นแค่หญิงสาววัย 20 ต้น ๆ คนหนึ่งไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน เธอจึงหวาดกลัวหลี่ตงอย่างมาก
“เคอซิน ระวัง ! ”
เมนเทอร์ทั้งสี่ที่ประจำที่ของตัวเองต่างตื่นตกใจกลัวจนเหงื่อเย็นผุดซึมจากนั้นก็ร้องตะโกนด้วยความตกใจ
ด้านล่างเวที หวงเคอซินเกิดรู้สึกเสียใจในทันที ในตอนแรก เขาแค่อยากสร้างกระแสเท่านั้นคาดไม่ถึงว่ามันจะเป็นกระแสที่รุนแรงเกินไปขนาดนี้
ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นแค่การบันทึกเทป ไม่ได้ถ่ายทอดสด แต่ถ้าเรื่องนี้เผยแพร่ออกไปอย่างว่าแต่รายการ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’จะต้องถูกยุติการถ่ายทอดบนสถานีโทรทัศน์เท่านั้นแม้แต่ผู้ควบคุมรายการก็ยังต้องถูกตรวจสอบ ถ้ามันพัง แม้แต่ชามข้าวเขาก็ไม่มีเหลือ
“หลบไป ! ”
หลิวจือเซียที่ยืนอยู่อีกด้านของเฉียวเฉี่ยว ได้สาวเท้าก้าวใหญ่สองก้าวตรงไปยังทิศทางอุปกรณ์ยกเครนเวทีทันที
เมื่อเห็นหลี่ตงยกมีดขึ้นซึ่งห่างจากเฉียวเคอซินไม่กี่เซนติเมตรในตอนนี้เองหลิวจือเซียได้ย่อสะโพกข้างซ้ายลงจากนั้นก็ก้าวเท้าข้างซ้ายออกไปข้างหน้า ในขณะเดียวกันลำตัวข้างซ้ายและแขนก็เหมือนกับหมี ค่อย ๆ เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆจากนั้นก็สะบัดไปทางหลี่ตงอย่างรวดเร็ว
“พลั่ก ! ”
การสะบัดที่ดูเหมือนไร้เรี่ยวแรงของหลิวจือเซียได้กระแทกใส่ร่างของหลี่ตงในชั่วพริบตาส่งผลให้ร่างกายของหลี่ตงหยุดชะงักทันที จากนั้นก็เหมือนถูกรถที่วิ่งด้วยความเร็ว 40 ไมล์ต่อชั่วโมงพุ่งชนอย่างแรงจนร่างทั้งร่างถอยร่นไปกว่า 4-5 เมตร จากนั้นก็นอนหงายหน้ามองฟ้า
“เกร๊ง ! ”
บรรยากาศทั่วทั้งสตูดิโอหยุดชะงักลงการเคลื่อนไหวของทุกคนสงบนิ่งในชั่วพริบตาเดียว
แม้แต่มีดก็ร่วงตกพื้น จนเกิดเสียงสะท้อนกังวานทุกคนพากันได้สติกลับมา
ก่อนจะอ้าปากตาค้างด้วยความตกใจ จากนั้นก็เดินไปข้างหน้าเบิกตากว้าง ชี้มือชี้ไม้ออกไป... วินาทีต่อจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นชูขึ้นสูงแล้วพร้อมใจกันโห่ร้อง !
“ให้ตายเถอะ เมื่อกี้พี่เซียของฉันทำอะไรนะ ? ”
“พี่เซียเคลื่อนไหวช้ามากนะ เหมือนกับรำไทเก๊กเลยแหละ ? ”
“ที่แท้พี่เซียก็มีทักษะการต่อสู้นี่เอง ! ”
เมื่อครู่ความเร็วในการช่วยชีวิตคนนั้นไม่เร็วนักทุกการเคลื่อนไหวล้วนดำเนินไปอย่างเชื่องช้า แต่มันทำให้คู่ต่อสู้ตกตะลึงอย่างมาก
เมื่อเปรียบเทียบกับทุกคน ณ ที่แห่งนี้รูปร่างซูบผอมของหลิวจือเซีย เดิมทีเหมือนไม่ใช่ผู้ชายที่มีพละกำลังมากนักแล้วทำไมรูปร่างนั้นถึงได้มีพลังรุนแรงแบบนั้นได้
“เร็วเข้า กดเขาไว้ ! ” หวงเคอซินพุ่งออกมาจากหลังเวทีตามมมาด้วยรปภ. อีกสองสามคน
รปภ. เหล่านั้นพุ่งไปข้างหน้า จากนั้นก็ทำการล็อกตัวของหลี่ตงที่นอนอยู่บนพื้นไว้
ความจริงแล้วหลี่ตงในตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้อีกแล้วการสะบัดของหลิวจือเซียเมื่อสักครู่ กระแทกเจ้าหมอนี่จนจุกไปชั่วคราว
“พวกแก พวกแกปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ฉัน ฉันจะทำลายรายการบ้านี่ซะ !” หลี่ตงตะโกนด้วยน้ำเสียงอ่อนแอ จากนั้นก็พยายามออกแรงดิ้น
“ผู้ชมทุกท่านและสื่อมวลชนทุกคน ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ! ”
หวงเคอซินสั่งการให้รปภ.จับตัวหลี่ตงไปจากนั้นก็โค้งตัวแสดงความขอโทษต่อนักวิจารณ์และผู้ชมที่อยู่ ณ ที่นี่“แม้ว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น แต่รายการของเรายังดำเนินการต่อ ดำเนินการต่อ !”
พูดจบ หวงเคอซินก็ลงจากเวทีไป
“เดี๋ยวก่อน นายกลับมานี่ก่อน ! “
“ทางรายการ ต้องอธิบายให้เราเข้าใจ ! ”
“ผู้กำกับหวง คุณจะไม่อธิบายให้เราเข้าใจหน่อยหรือ ? ”
ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมหรือนักวิจารณ์แม้แต่เฉินอี้เจี๋ยและเมนเทอร์ทั้งสี่ก็ยังไม่เข้าใจ