ผลลัพธ์ของการทดสอบทำให้ใครหลายๆคนเริ่มที่จะถอดใจ
แม้หวู่ซุนฉายจะรับกระบวนท่าแรกไว้ได้ แต่ร่างกายของเขาก็ไม่สามารถลดทอนผลกระทบที่ถูกส่งผ่านจากฝ่ามือของหนี่เหอได้ ส่งผลให้เขาไม่สามารถเตรียมตัวรับกระบวนท่าที่สองได้ทัน
หากเป็นเช่นนี้แล้ว พวกเขาจะใช้วิธีการใดในการรับกระบวนท่าของหนี่เหอให้ครบถึงสามกระบวนท่า?
นั่นคือสิ่งที่ใครหลายๆคนกำลังตั้งคำถามอยู่ในใจ
ทว่าชายในอาภรณ์สีชาดนามหงเสี้ยวเทียนกลับขดริมฝีปากอย่างดูถูก “พวกขยะ!”
น้ำเสียงที่เหยียดหยามของชายผู้นี้ ทำให้หางตาของจางหลินเหลือบมามองโดยไม่ได้ตั้งใจ
จากนั้นหนี่ซุนฉิงก็เรียกรายชื่อต่อไป “ลั่วหลาน ก้าวออกมาข้างหน้า”
แต่ชายที่มีนามว่าลั่วหลานกลับก้าวออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ และประสานมืออย่างนอบน้อม “ท่านผู้เฒ่า ลั่วหลานขอสละสิทธิ์”
หนี่ซุนฉิงดูไม่ได้แปลกใจนักกับคำขอของลั่วหลาน เขาเพียงแค่พยักหน้าเบาๆและมองไปยังชายหนุ่มที่เหลือ “มีใครต้องการจะสละสิทธิ์อีกหรือไม่? หากเจ้าไม่ต้องการเข้ารับการทดสอบ เจ้าสามารถออกไปได้ในตอนนี้”
ประโยคนั้นเปรียบดั่งสัญญาณการเคาะระฆัง ทำให้ชายหนุ่มหลายสิบคนเดินออกมาและประสานมือไปยังทิศทางของผู้อาวุโสทั้งสามก่อนจะหันหลังจากไป
หนี่หุนลั่วที่ยืนมองจากด้านบนก็ทำได้เพียงถอนหายใจอย่างหมดหนทาง “หนี่เหอคิดจะไม่ให้ตำแหน่งผู้ติดตามกับซวงซวงเลยหรืออย่างไร?”
หนี่เหิงเหยียนแสดงความคิดเห็นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ “การที่จะเป็นผู้ติดตามของซวงซวงได้ อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติที่คนอื่นไม่มี ข้าคิดว่าผู้เฒ่าเหออาจจะกำลังค้นหาชายที่มีคุณสมบัติเฉพาะอยู่”
“สิ่งแรกที่ต้องมีสำหรับผู้ติดตามคือสัญชาตญาณที่เฉียบแหลมต่อภยันตราย และการตอบสนองที่ว่องไวในสถานการณ์ที่ดูปกติเหมือนจะไม่มีอะไร”
“หากพวกเขายังไม่สามารถรับกระบวนท่าของผู้เฒ่าเหอไว้ได้และยังไม่ผ่านเงื่อนไขข้อแรก การจะมาเป็นผู้ติดตามของซวงซวงก็เท่ากับว่าชีวิตของซวงซวงจะไม่ได้รับการดูแลคุ้มครองที่ดีพอ และนั่นจะเป็นหายนะครั้งใหญ่สำหรับตระกูลหนี่”
หลังจากนั้นหนี่ซุนฉิงก็ได้ใช้พู่กันขีดฆ่ารายชื่อคนที่ถอนตัวออกไป พลันเงยหน้าขึ้นและขานชื่อ “หงเสี้ยวเทียน ก้าวออกมาข้างหน้า”
มุมปากของหงเสี้ยวเทียนโค้งขึ้น เขาก้าวออกจากแถวด้วยฝีเท้าที่หนักหน่วงและดุร้าย
รัศมีและบุคลิกที่แสดงออกมาโดยหงเสี้ยวเทียนทำให้บรรยากาศโดยรอบเริ่มที่จะครึกครื้นขึ้นมา
“นายน้อยเสี้ยวเทียน นายน้อยเสี้ยวเทียนออกมาสู้แล้ว”
“คุณชายหงสู้ๆ”
“คุณชายน้อย ท่านทำได้”
“.....”
เสียงโห่ร้องสนับสนุนและให้กำลังใจดังกระหึ่ม ดูเหมือนว่าเขาจะมีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในตระกูลหนี่
หนี่เหอยิ้มเล็กยิ้มน้อย “เสี้ยวเทียน เราเจอกันอีกแล้ว”
หงเสี้ยวเทียนที่กอดกระบี่ก็ยกมือขึ้นมาประสาน “รบกวนผู้เฒ่าเหอแล้ว”
หนี่เหอพยักหน้าเบาๆด้วยรอยยิ้มใจดี ก่อนที่เขาจะวางฝ่ามือไว้ข้างหน้า “เตรียมรับมือ…”
วู้ม!
พริบตานั้นร่างของหนี่เหอก็หายไปจากตำแหน่งเดิมกลายเป็นแสงกระพริบ พุ่งตรงไปยังหงเสี้ยวเทียนราวกับสายฟ้าฟาด!
การแสดงออกของหงเสี้ยวเทียนไม่ได้ดูตื่นตระหนก เขาชักกระบี่ออกจากฝักด้วยความเร็วที่ตามองตามไม่ทัน และฟาดฟันไปข้างหน้าในจังหวะที่สอง พลันถอยเท้ากลับไปสามก้าวด้วยสัญชาตญาณ
วู้ม!
การฟาดฟันกระบี่ในครั้งนี้ทำให้การเคลื่อนไหวของหนี่เหอชะงักไป
เนื่องจากว่าหงเสี้ยวเทียนได้ใช้ระยะห่างในการหยุดยั้งกระบวนท่านี้ไว้ ทำให้หนี่เหอไม่กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อเผชิญหน้ากับความเฉียบคมของกระบี่
ครั้นเห็นว่าหนี่เหอหยุดการเคลื่อนไหวกลางคัน หงเสี้ยวเทียนก็ยกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเบาๆ “กระบวนท่าที่หนึ่ง…”
พรึ่บ!
หนี่เหอหายไปจากตำแหน่งเดิมอีกครั้ง คราวนี้เขามาปรากฏขึ้นด้านหลังหงเสี้ยวเทียนในระนาบที่ต่ำกว่า ก่อนจะกระแทกฝ่ามือเข้าที่จุดซ่านจงอย่างป่าเถื่อน!
สีหน้าของหงเสี้ยวเทียนเริ่มแปรเปลี่ยน เขาฟาดฟันกระบี่เป็นแนวโค้งแต่ก็มิอาจตอบสนองหนี่เหอได้ทัน
ด้วยเสียง “ปัง!” ร่างของหงเสี้ยวเทียนกระเด็นกลับไปถึงสี่ก้าว ทิ้งรอยฝ่ามือไว้ที่กลางหน้าอกของเขาเป็นรอยยุบลงไป
แต่เท้าของเขายังคงห่างจากขอบเขตวงกลมหนึ่งก้าว นั่นหมายความว่าขอเพียงแค่รับอีกหนึ่งกระบวนท่าของหนี่เหอได้ เขาจะได้เข้าสู่รอบถัดไป
“กระบวนท่าที่สอง…” หงเสี้ยวเทียนเค้นเสียงและพยายามระงับความปั่นป่วนไม่ให้กระอักเลือดออกมา
มุมปากของหนี่เหอโค้งขึ้น จู่ๆร่างของเขาก็หายไปราวกับเงาอีกครั้ง
พรึ่บ!
คราวนี้เขาปรากฏขึ้นต่อหน้าด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าเดิม พร้อมกับฝ่ามือที่ตรงไปยังร่างของหงเสี้ยวเทียนด้วยเสียงลมหวน!
ปัง!
หงเสี้ยวเทียนถูกกระแทกอย่างแรงเพราะมิอาจมองตามการเคลื่อนไหวได้ทัน จนเขากระอักเลือดออกมาเต็มปาก!
แต่ด้วยจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ เขากัดฟันอย่างดุเดือดและกระทืบส้นเท้าอยู่กับที่อย่างแรงจนเกิดหลุมลึก!
ตึง!
สิ้นสุดกระบวนท่าที่สาม ทุกคนต่างก็เห็นว่าหงเสี้ยวเทียนยังคงอยู่ในขอบเขตวงกลม และเท้าของเขาอยู่ห่างจากขอบเขตเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น
ฝูงชนเปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจที่หงเสี้ยวเทียนใช้การย่ำส้นเท้าเพื่อไม่ให้กระเด็นออกจากขอบเขตวงกลม
เมื่อเห็นผลลัพธ์ประจักษ์ชัด หนี่ซุนฉิงก็ยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะประกาศ “หงเสี้ยวเทียน ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป”
สิ้นเสียงคำประกาศ เสียงโห่ร้องของหญิงสาวมากหน้าหลายตาก็ดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้ง
“นายน้อยเสี้ยวเทียน”
“นายน้อยเสี้ยวเทียน”
“นายน้อยเสี้ยวเทียน”
“.....”
หงเสี้ยวเทียนพยายามยืนขึ้นอย่างมั่นคง เขาฝืนยิ้มออกมาพลางจ้องมองไปยังหนี่ซวงด้วยความผันผวนในแววตา
เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการทำให้หนี่ซวงประทับใจ และให้นางได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขา
ทว่าดวงตาของหนี่ซวงกลับไม่ได้จดจ้องอยู่กับการทดสอบแม้แต่น้อย หากแต่นางกำลังชายตามองจางหลินด้วยความคาดหวัง
เมื่อเห็นดังนั้นใบหน้าของหงเสี้ยวเทียนเริ่มที่จะบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด เขากัดฟันด้วยความเกลียดชังที่เห็นว่าหนี่ซวงไม่ได้สนใจตนเลย
[ไอ้เด็กเวรนั่นเป็นใครกันแน่!?]
[เหตุใดแม่นางหนี่ถึงได้ให้ความสำคัญกับมันถึงขนาดนั้น?]
หงเสี้ยวเทียนกำลังหมายตาหนี่ซวงอยู่ และเหตุผลที่เขาต้องการจะเป็นผู้ติดตามเพราะอยากใกล้ชิดกับหนี่ซวงตลอดเวลา
แต่กลับกลายเป็นว่าหนี่ซวงไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
หงเสี้ยวเทียนก็พยายามก้าวออกมาจากขอบเขตวงกลม ความริษยาฉายชัดในแววตาขณะจ้องมองจางหลิน ‘ในเมื่อเป็นเช่นนี้...ข้าจะบดขยี้ความมั่นใจเจ้าเอง!’
จางหลินที่กำลังพักสายตาหรี่ตาขึ้นมาเล็กน้อยครั้นสัมผัสได้ถึงจิตมุ่งร้ายที่ส่งตรงมาหาตน
แต่เขาไม่ได้แสดงออกอะไร และหลับตาต่อไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หนี่ซุนฉิงได้ดำเนินการทดสอบต่อไปโดยการเรียกขานชื่อออกมาทีละคน แต่แล้วผู้สมัครที่เหลืออยู่กลับไม่สามารถตั้งรับกระบวนท่าของหนี่เหอไว้ได้ครบสามกระบวนท่าเลยสักคน
เกรงว่าคงมีหงเสี้ยวเทียนเพียงคนเดียวที่สามารถผ่านการทดสอบครั้งนี้ไปได้ และเขาจะได้รับสถานะผู้ติดตามของหนี่ซวงอย่างสมใจหมายอย่างแน่นอน