ข่าวที่เฟยหลง ศิษย์สายหลักหน้าใหม่ รับภารกิจระดับเจ็ดดาวแต่เพียงผู้เดียวได้สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งสำนัก ฝ่ายยุทธศาสตร์ของผู้อาวุโสหลินต่างยิ้มเยาะและรอคอยข่าวความล้มเหลวของเขา ในขณะที่ฝ่ายยุทธ์วิถีของผู้อาวุโสจินก็เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ไม่อาจทัดทานการตัดสินใจของเขาได้
เฟยหลงใช้เวลาหนึ่งวันเต็มในการเตรียมตัว เขาศึกษาแผนที่และข้อมูลของหุบเขาอสรพิษเหมันต์จากหอคัมภีร์อย่างละเอียด และเตรียมยาถอนพิษและยาฟื้นฟูที่จำเป็นตามที่ท่านหมอฟางเคยสอนไว้
เช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็เดินทางไปยังประตูใหญ่ของสำนักซึ่งเป็นจุดนัดพบ...
ณ ที่นั้น มีคณะเดินทางกลุ่มหนึ่งรออยู่แล้ว พวกเขาคือคณะนักปรุงยาจาก "ตำหนักโอสถเทวะ"
กลุ่มเดินทางประกอบด้วยคนสามคน ผู้นำคือสตรีสูงวัยในอาภรณ์สีเขียวเข้มปักลายสมุนไพรทองอย่างงดงาม แม้จะดูสูงวัยแต่แววตาของนางกลับคมกริบและแฝงไว้ด้วยอำนาจ นางคือ ผู้อาวุโสซูเหยา ปรมาจารย์ด้านการปรุงยาผู้มีชื่อเสียง ข้างกายนางคือศิษย์สองคน คนหนึ่งเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแต่มีแววตาเย่อหยิ่งชื่อ เฉินจิน และอีกคนเป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักดูสงบเสงี่ยมชื่อ เสี่ยวเหลียน
เมื่อผู้อาวุโสซูเหยาเห็นเฟยหลงเดินเข้ามาเพียงลำพัง นางก็ขมวดคิ้วมุ่น "เจ้าคือผู้คุ้มกันที่สำนักมังกรครามส่งมางั้นรึ? มาเพียงคนเดียว?" น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจและเคลือบแคลงสงสัย
"ท่านอาจารย์" เฉินจินกล่าวเสริมด้วยรอยยิ้มเยาะ "ดูท่าสำนักมังกรครามคงจะไม่เห็นความสำคัญของภารกิจเราเท่าใดนัก ถึงได้ส่งแค่เด็กเมื่อวานซืนมาคนเดียวเช่นนี้"
เฟยหลงไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา เขาเพียงแค่โค้งคำนับอย่างสุภาพ "ข้าชื่อเฟยหลง ข้าเป็นผู้รับภารกิจนี้แต่เพียงผู้เดียว และข้าจะรับผิดชอบในความปลอดภัยของพวกท่านจนถึงที่สุด"
ความสงบนิ่งและมั่นใจของเขาทำให้ผู้อาวุโสซูเหยาประหลาดใจเล็กน้อย แต่นางก็ยังคงไม่ไว้วางใจ "ก็ได้...ในเมื่อสำนักของเจ้ากล้าส่งมา ข้าก็จะลองดู...ออกเดินทางได้!"
คณะเดินทางสี่คนจึงได้เริ่มต้นการเดินทางมุ่งหน้าไปยังหุบเขาอสรพิษเหมันต์
ตลอดเส้นทาง เฉินจินคอยหาเรื่องและตั้งแง่กับเฟยหลงอยู่เสมอ เขาคอยตั้งคำถามและวิจารณ์การตัดสินใจของเฟยหลงในการเลือกเส้นทางหรือจุดพักแรม ในขณะที่เสี่ยวเหลียนจะคอยชวนเฟยหลงคุยเรื่องสมุนไพรต่างๆ ที่พบเจอระหว่างทางด้วยความอยากรู้อยากเห็น ส่วนผู้อาวุโสซูเหยาก็เอาแต่นั่งหลับตาทำสมาธิอยู่บนรถม้า ไม่ได้สนใจการกระทำของเฟยหลงเลยแม้แต่น้อย
เฟยหลงอดทนต่อการยั่วยุของเฉินจิน เขาทำหน้าที่ของตนเองอย่างเงียบๆ...คอยลาดตระเวนล่วงหน้า...ตรวจสอบร่องรอยของสัตว์อสูร...และระแวดระวังภัยอยู่ตลอดเวลา
จนกระทั่งบ่ายวันที่สามของการเดินทาง...ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางผ่านช่องเขาที่เปลี่ยวร้าง...
"หยุด!" เสียงตะโกนห้าวหาญดังขึ้น พร้อมกับร่างของกลุ่มโจรภูเขาเจ็ดแปดคนที่กระโดดออกมาจากที่ซ่อนบนโขดหิน!
"ฮ่าๆๆๆ ส่งของมีค่าและเสบียงทั้งหมดมาซะ! แล้วพวกข้าจะไว้ชีวิต!" หัวหน้าโจรหัวเราะลั่นเมื่อเห็นว่ากลุ่มเดินทางมีผู้คุ้มกันเพียงคนเดียว
เฉินจินและเสี่ยวเหลียนหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ ผู้อาวุโสซูเหยาลืมตาขึ้นมามองสถานการณ์ด้วยสายตาเย็นชา
แต่ก่อนที่ใครจะได้ทำอะไร...ร่างของเฟยหลงก็พลันหายไปจากจุดที่เขายืนอยู่!
วิชาก้าวเงา!
เขาปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของหัวหน้าโจรราวกับภูตพราย!
ปึ้ก!
สันมือของเขาฟาดลงไปที่หลังคอของหัวหน้าโจรอย่างรวดเร็วและแม่นยำจนมันล้มลงไปนอนหมดสติโดยไม่มีโอกาสได้ร้องออกมา!
เหล่าลูกสมุนโจรที่เหลือต่างตกตะลึง!
เฟยหลงไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ตั้งตัว เขาใช้เท้าเตะก้อนหินบนพื้นให้กระเด็นไปกระทบมือของโจรที่กำลังจะชักดาบ...เคลื่อนตัวเข้าไปใช้ฝ่ามือผลักโจรอีกคนให้เสียหลักล้มลง...แล้วดีดตัวหลบขวานที่ฟาดเข้ามาพร้อมกับใช้ปลายนิ้วจี้สกัดจุดที่แขนของโจรอีกคนจนแขนของมันชาและทำขวานหลุดมือ!
ทุกการเคลื่อนไหวของเขาราบรื่น...รวดเร็ว...และเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ! เขาไม่ได้ฆ่าใครเลยแม้แต่คนเดียว แต่กลับทำให้กลุ่มโจรทั้งหมดสิ้นสภาพการต่อสู้ภายในเวลาไม่ถึงสิบห้าลมหายใจ!
เหล่าโจรที่เหลือรอดเมื่อเห็นว่าเจอเข้ากับตอไม้แข็งก็พากันวิ่งหนีหางจุกตูดหายเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต
ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน...และความตกตะลึงของคณะเดินทางจากตำหนักโอสถเทวะ...
เฉินจินยืนอ้าปากค้าง ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ซีดขาวราวกับไก่ต้ม เสี่ยวเหลียนมองเฟยหลงด้วยดวงตาที่เป็นประกายเต็มไปด้วยความชื่นชมและตื่นเต้น
ผู้อาวุโสซูเหยาก้าวลงมาจากรถม้า นางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฟยหลง แล้วมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง...ความเคลือบแคลงสงสัยได้หายไปหมดสิ้น...ถูกแทนที่ด้วยความทึ่งและความประเมินค่าใหม่อย่างจริงจัง
นางถอนหายใจยาว...แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมมาก...
"คุณชายเฟยหลง...ดูเหมือนว่า...ข้าจะประเมินท่านต่ำไปจริงๆ"