นักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    เลือดหยดที่ 51 ความจริงที่แสนน่ากลัว

            หลังจากแก๊งปราบผีจอมป่วนสงบลงได้  อัลเบิร์ตผู้เป็นหัวหน้าก็เปิดฉากกล่าว 


    “ ในเมื่อท่านหรั่งกล้าหาญชาญชัยถึงขนาดนี้  ไม่คิดจะมาร่วมขบวนการกับพวกข้าหรือ จะได้ช่วยกันปราบอมนุษย์เหล่านั้น ”


     

                หรั่งอึ้งกิมกี่ในบัดดล เพราะสิ่งที่บุรุษตาสีเหล็กร้องขอ มันเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะรับไหว  ด้วยที่ผ่านมา  เขาอยากวิ่งหนีปีศาจกระหายเลือดใจจะขาด และจะย้อนกลับมาเสี่ยงตายอีกทำไม มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย  แต่พอจะปฏิเสธ  ยูมิโกะก็รีบดักคอตามสไตค์เด็กแสบ 


    “ ถึงพี่หรั่งจะเซย์โน  ก็ต้องยอมเข้าร่วมกับพวกเรา เพราะถูกนังปีศาจสาวนั่นหมายหัวเอาไว้แล้ว ต่อให้หนีไกลจนสุดขอบโลก  มันก็ตามตัวพี่ได้ ” 


    “ เดี๋ยวนะ  ชั้นนี่นะจะถูกนังผีบ้านั่นหมายหัว มันจะไปรู้ชื่อแซ่  ที่อยู่ของชั้นได้ยังไง  เป็นไปไม่ได้หรอก ” หรั่งเถียงกลับ ท่าทางหัวเสียเล็กน้อย เพราะคิดว่าตนกำลังถูกบลัฟให้หวาดกลัว แต่อัลเบิร์ตกลับชี้แจงอย่างใจเย็น 


    “เป็นไปได้สูงเลยที่ปีศาจสาวนั่นจะหมายหัวท่าน เพราะมันได้ฝากกลิ่นอายไว้บนร่างของท่านแล้ว  อีกประการ  ยังมีหลายสิ่งที่ท่านไม่รู้เกี่ยวกับโลกของพวกมัน ” 


    “ ยังไง ว่ามา ” หรั่งกอดอก  ในใจพยายามนับหนึ่งถึงสิบ  อัลเบิร์ตเลยสนองตอบด้วยสิ่งที่ผู้คนทั่วไปคิดว่าเป็น…….นิทานลวงโลก  ซึ่งมีเนื้อหาสรุปได้ดังนี้


     

                 (ปีศาจที่หรั่งได้เจอ ถูกมนุษย์โลกเรียกขานว่า…แวมไพร์ จุดกำเนิดของพวกมันไม่แน่ชัด แต่น่าจะดำรงอยู่ในโลกนี้มานับหมื่นปี แรกเริ่มเหล่าอมนุษย์อาศัยพละกำลัง อำนาจจิตที่เหนือกว่า  กดมนุษย์ให้กลายเป็นทาส  คอยช่วยเหลือพวกมันในยามเช้า และเอามาเป็นอาหารในยามที่หิว)


     

               (แต่ต่อมา  มนุษย์ฉลาดและกล้าหาญขึ้น  เลยหาทางปลดแอกตัวเอง ศึกสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์จึงเริ่มต้นขึ้น สุดท้ายปีศาจกระหายเลือดก็พ่ายแพ้ยับเยิน เพราะต้านทานความน่ากลัวของมนุษย์ไม่ได้) 


    “ มนุษย์นี่นะน่ากลัวกว่าพวกปีศาจ  พี่ชายตาสีเหล็กคงละเมอตดอยู่ล่ะมั้ง ” ถึงตรงนี้  หรั่งรู้สึกไม่เชื่ออย่างรุนแรง ภาพปีศาจสาวที่เคยเผชิญ  ปรากฏขึ้นมาในสมอง  มันมีพลังอำนาจที่ยากจะต้านทาน  แต่เพื่อให้เรื่องราวทั้งหมดได้กระจ่าง เขาจึงไม่ขัด  และรับฟังต่อ


                 

               (หลังจากสงครามครั้งใหญ่ปิดฉากลง ปีศาจร้ายที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก็หลบซ่อนในเงามืด  พร้อมตั้งปณิธานว่าจะไม่ออกมาต่อสู้กับมนุษย์อีก  เพื่อหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้  และการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์)


     

               ทันทีที่หรั่งรับรู้เรื่องราว  ก็แอบยินดี  เพราะรู้ชัดว่าไอ้ปีศาจกระหายเลือดคงไม่กล้าออกมารบกับมนุษย์ซึ่งหน้า  แต่สิ่งที่เขาจะได้รับฟังในเวลาต่อมา  ก็ทำให้หนุ่มหล่อรู้สึกมวลท้องขึ้นมาทันที  ด้วยมันคือเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัว


     

               (แต่พอโลกเดินทางเข้าสู่ยุคใหม่ แวมไพร์รุ่นถัดไปก็ถือกำเนิดมากมาย ด้วยปีศาจเหล่านั้นจะคอยแฝงตัวอยู่ในเงามืด  และแอบแพร่เชื้อทีละนิด  โดยเลือกกลายพันธุ์เฉพาะมนุษย์ที่เข้มแข็ง มีความสามารถสูง  เป็นผู้นำทางสังคม  ทำให้พวกมันทรงอำนาจขึ้นเรื่อยๆ)


     

                (และการที่พวกมันทำแบบนี้  เพราะแวมไพร์มีเจตจำนงจะทำให้เผ่าพันธุ์ของตัวเองเจริญรุ่งเรือง  มีชัยเหนือมนุษย์คู่อาฆาต และกลับมายึดครองโลก  ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำแบบนั้นได้  ด้วยพวกมันบางตนมีสถานะเป็นถึงผู้นำดินแดน) 


    “ เดี๋ยวนะครับ  ผู้นำดินแดนที่ว่า  หมายถึงประธานาธิบดี  นายกรัฐมนตรี  ผู้นำประเทศรึเปล่า ” หรั่งรีบแทรกโดยเร็ว  เพราะถ้าพวกปีศาจเข้าถึงตำแหน่งนั้นได้ โลกมนุษย์คงป่นปี้ 


    “ถ้าท่านหมายถึงตำแหน่งของชนเผ่ามนุษย์ในปัจจุบัน  ก็คงใช่  ทว่าพวกมันไม่ได้ถือครองโดยตรง  แต่เป็นการครอบงำมากกว่า ” อัลเบิร์ตนิ่งไปชั่วขณะ  ก่อนจะตอบกลับ


     

               หรั่งรู้สึกแปลกใจ เพราะอัลเบิร์ตใช้คำพูดที่โบราณสุดๆ ทำให้เขาต้องเค้นสมองออกมาตีความอีกรอบ แต่วาจาสุดท้ายที่กล่าวมา  ชวนให้แคลงใจยิ่งกว่าเดิม  จึงลองไถ่ถามในประเด็นนั้น 


    “แล้วที่คุณอัลเบิร์ตพูดว่าพวกมันไม่ได้ถือครองโดยตรง  แต่เป็นการครอบงำ  หมายความว่ายังไง ”         


    “หมายความว่าพวกปีศาจจะใช้ผลประโยชน์หลอกล่อมนุษย์ที่แสนละโมบ  ไม่ว่าจะเป็นเงินตรา หรือไม่ก็ช่วยสังหารคู่แข่ง เพื่อก้าวสู่อำนาจและความสำเร็จ  แต่เลวร้ายที่สุด  เห็นจะเป็น….การสะกดจิต ” อัลเบิร์ตแจงด้วยเสียงโมโนโทน  อันชวนให้สงสัยเหลือเกินว่าหัวใจของเขาเป็นเช่นไร  เพราะได้พูดถึงเรื่องที่น่ากลัวสุดๆ แต่กลับสงบจิตเอาไว้ได้ 


    “ เดี๋ยวนะ  คุณอัลเบิร์ตจะบอกว่าเจ้าปีศาจพวกนั้นสะกดจิตผู้คน  จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง ” หรั่งรีบแย้ง  เพราะเขาผจญปีศาจสาวแสนสวยอยู่นานพอดู แต่ไม่เห็นว่าตัวเองจะโดนสะกดจิตเลย 


    “ ได้สิ แต่พวกมันครอบงำได้แต่ผู้ที่มีขวัญกำลังใจต่ำ นอกจากนี้  อมนุษย์ยังมีพลังพิเศษอีกมากมาย  อย่างเช่น…แปลงเป็นควัน  อ่านใจ  ล่องหนหายตัว ส่วนด้านพละกำลังก็มหาศาลเท่ากับผู้ชายซักสิบคนขึ้นไป ” อัลเบิร์ตกล่าวต่อไปอีก  ทำให้ขนทั่วกายของหรั่งเริ่มลุกชูชัน เพราะทุกสกิลที่ได้ยิน ล้วนไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะรับมือได้


       

                เหมือนอัลเบิร์ตจะอ่านออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไร เขาจึงทิ้งช่วงให้ทำใจอยู่ครู่นึง  ก่อนจะสรุป 


    “ ด้วยเหตุนี้  สมาคมของพวกข้าก็เลยมีความสำคัญต่อโลก และหน้าที่หลักก็คือ….ตามสังหารอมนุษย์เหล่านั้น ”


     

                 หรั่งมองซ้ายทีขวาที  ท่าทางไม่แน่ใจ  เพราะทั้งสามคนมีเพียงอัลเบิร์ตที่มีหน่วยก้านพอจะเป็นนักรบได้  ส่วนยูมิโกะกับวอนจอง  ดูยังไง  ก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงร่างเล็กกับสาวสวยเท่านั้น  แต่ไม่ทันจะอ้าปาก จอมแสบวัยกระเตาะก็ชิงกล่าว 


    “ พี่ชายอย่าเพิ่งดูถูกพวกเราสองคน  เห็นพี่วอนจองสวยใสแบบนี้  แต่เธอก็มีดีกรีเป็นถึงด็อกเตอร์ทางด้านชีววิทยาเลยนะ  ส่วนชั้น  แม้จะน่ารักสุดๆ  แต่ก็มีความสามารถรอบด้านเลยทีเดียว ”


     

               หรั่งตกตะลึงนิดนึง เพราะถ้าเรื่องที่ยูมิโกะพูดมา  เป็นความจริง  มันก็ชวนให้อึ้งอยู่เหมือนกัน ด้วยไม่เคยเจอด็อกเตอร์ที่อายุน้อยขนาดนี้ แถมเจ้าเด็กหญิงจอมแสบดันรู้ความคิดของเขาอีก   


    “ เอ…ก็แค่บังเอิญเดาถูก  หรืออ่านจากสีหน้าของเราออกล่ะมั้ง ” 


    “ เหอ  เหอ  เหอ  ใช่ซะที่ไหนเล่า  ตาพี่ชายบ้องตื้น  สิ่งที่ชั้นทำได้  มันมาจากพลังของชั้นล้วนๆเลยนะ ” ทว่ายูมิโกะกลับสวนต่อ  ด้วยคำพูดที่ดูเจ็บแสบ ทำให้หรั่งตกใจจนแทบจะร่วงจากเตียง 


    “ เฮ้ย! นี่เธอทำได้ยังไง ” 


    “ ท่านหรั่งใจเย็นๆก่อน  เด็กสาวนางนี้ไม่ได้ใช้เวทมนตร์หรือเป็นแม่มดอย่างที่ท่านเข้าใจ  แต่นางคือผู้ใช้พลังจิตที่สามารถอ่านความคิดของผู้อื่นได้ ”อัลเบิร์ตอธิบายอย่างใจเย็น  หวังให้หรั่งหายตื่นตระหนก  แต่ยูมิโกะกลับค้อนใส่เสียยกใหญ่ 


    “ เชอะ แล้วลุงไปบอกความสามารถของชั้นให้พี่ชายรู้ทำไม มันไม่ฉลาดเลยนะที่ทำแบบนี้ ” 


    “ บอกเขาไปเถอะ  เพราะอีกไม่นาน  ท่านหรั่งก็จะต้องเข้าร่วมกับพวกเรา” อัลเบิร์ตกล่าว  ท่วงท่ายังดูเข้มขรึมดุจเดิม 


    “ ใช่แล้ว  เพราะลองเจอหมายหัวแบบนี้  ไม่นาน  พวกมันก็จะใช้เส้นสายทางตำรวจที่ตัวเองคุม ควานหาที่อยู่ของคุณหรั่งจนเจอ  ทางเดียวที่เขาจะรอดได้  มีเพียงร่วมทีม  เอ่อ  สมาคมของพวกเรา ” วอนจองเสนอแนะบ้าง แต่เพราะเกรงใจอัลเบิร์ต  จึงเปลี่ยนจากคำว่า “ทีม”มาเป็น “สมาคม” 


    “ เฮ้อ….พี่วอนจองไม่ต้องใช้คำพูดที่ดูโบราณแบบลุงอัลเบิร์ตหรอก  เรียก”ทีม”เหมือนเดิมเถอะ  ว่าแต่จะย้ายมาอยู่กับพวกเราวันไหนล่ะ  ถ้ามีพี่ชายอยู่ด้วย  ทีมเราคงสนุกพิลึก ”สาวน้อยจอมแก่นแขวะอัลเบิร์ต  ก่อนจะหันมาถามหนุ่มหล่อ 


    “ นั่นสิ  เรามีหลายอย่างที่อยากแนะนำคุณหรั่ง ” วอนจองพยายามเก็บอาการ  แต่ใครๆก็ดูออกว่าเธอกำลังดีใจ 


    “ ยังไงก็อยู่ซะวันนี้เลยมั้ย  แค่เก็บข้าวของเครื่องใช้ที่สำคัญ แล้วขนย้ายมาที่รังของพวกเรา ” ยูมิโกะเร่งเร้าอีกคน รายนี้รู้สึกว่าชอบแบบถึงเนื้อถึงตัว เพราะกำลังกุมแขนล่ำๆของหรั่ง 


    “ เอ่อ…อ่า….” หรั่งรู้สึกปวดหัวสุดเดช  เพราะข้อมูลที่เข้ามามีมากมายเหลือเกิน แถมแต่ละอย่างก็สุดแสนประหลาด  พิสดารและแฟนตาซี  ในที่สุด  ทำนบกั้นอารมณ์ของเขาก็พังทลาย  จึงเริ่มโวยดัง พร้อมสะบัดแขนให้หลุดจากสองมือของสาวน้อย 


    “ โว้ย…อะไรกันนักหนาฟะ  ใครบอกว่าจะเข้าร่วมกับพวกคุณ ผมไม่สนใจเรื่องพวกนี้หรอก  และจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ”


     

                สามสหายพากันนิ่งอึ้ง  แต่ชั่วขณะ  ยูมิโกะก็เริ่มยิ้มกรุ้มกริ่ม  ส่วนอัลเบิร์ตได้กลับมาสงบดังเดิม  มีเพียงวอนจองที่แสดงอาการร้อนรน และทำท่าจะร้องห้ามหนุ่มหล่อ 


    “ คุณหรั่งอย่าเพิ่งไปจากเราในตอนนี้เลย  เพราะจะไม่ปลอดภัย  แถมคุณยังบาดเจ็บสาหัส  ต้องพักรักษาตัวก่อน ” 


    “ ฮะ  ฮะ  ฮะ  อาการของผมก็แย่พอดู  แต่หนักกว่านี้  ก็เคยเจอมาแล้ว  ดังนั้นขอเสื้อผ้าให้ผมด้วย ” หรั่งยังยืนยันคำเดิม  พร้อมกัดฟันข่มความเจ็บปวดทางร่างกาย เพื่อลุกขึ้นยืน


     

               สีหน้าของวอนจองดูอึดอัด เพราะรู้ชัดว่าหรั่งไม่ยอมฟังเธอแน่ จึงหันไปทางอัลเบิร์ต  หวังให้หัวหน้าทีมลองทัดทาน  แต่บุรุษตาสีเหล็กกลับเลือกปล่อยตัว 


    “ ในเมื่อยืนกรานเช่นนั้น  ข้าก็ไม่รั้งท่านเอาไว้  วอนจอง  เจ้าช่วยหาอาภรณ์ให้ท่านหรั่งด้วย ” สิ้นคำกล่าว  อัลเบิร์ตก็ลุกขึ้นยืน  แล้วเดินจากไป 


    “ ฮะ  ฮะ  ฮะ  ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของพี่วอนจอง  ฝากด้วยนะคะ ” ยูมิโกะก็เป็นอีกรายที่บ๊ายบาย เธอจากไปพร้อมเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงสองหนุ่มสาวและความเงียบงันที่รายล้อมรอบตัว



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2

        

    คล้ายกับเรื่องนักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน