หลังจากที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันในป่าจันทราผ่านพ้นไปได้ไม่นาน…ระดับน้ำก็เริ่มลดลงอย่างช้าๆเผยให้เห็นสภาพของป่าจันทราที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พื้นดินที่เคยเต็มไปด้วยต้นไม้ผลึกสีฟ้าอ่อนบัดนี้กลายเป็นซากปรักหักพัง
เศษผลึกสีฟ้าอ่อนแตกกระจายกิ่งไม้ ใบไม้ เศษดิน และโคลน ทับถมกันจนกลายเป็นดินโคลนสีน้ำตาลขุ่น แสงแดดอ่อนๆยามเช้า ส่องลอดผ่านหมู่แมกไม้ ส่องกระทบกับกิ่งไม้และใบไม้ที่เปียกชุ่ม
บรรยากาศที่เคยสดชื่นกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นโคลนและความอับชื้น เสียงนกร้องที่เคยดังกังวานกลับเงียบหายไปเหลือไว้เพียงเสียงลมหวีดหวิวและเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ
“จิ๊บๆ”เสียงร้องใสๆ ดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัด มันคือเสียงร้องของวิสเปอร์เบิร์ดตัวน้อยที่เพิ่งได้รับอิสรภาพกำลังบินโฉบไปมาอยู่บนท้องฟ้า ขนสีเทาเงินของมันยังคงเปียกชื้นอยู่เล็กน้อยแต่มันก็ไม่ได้สนใจ ดวงตาสีฟ้าใสราวกับอัญมณีจ้องมองไปยังผืนป่าเบื้องล่างอย่างตื่นเต้นดูเหมือนว่ามันจะสนุกกับอิสรภาพที่เพิ่งได้รับ
กลุ่มผู้เข้าสอบที่เพิ่งรอดชีวิตจากภัยพิบัติน้ำท่วมมองไปยังกรงนกที่ว่างเปล่า ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความตกใจ ความโล่งใจที่เคยฉายแววเมื่อครู่หายไปในทันที
“วิสเปอร์เบิร์ดที่พวกเราจับมา...มันหนีไปหมดแล้ว”เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง พวกเขาพยายามอย่างหนักเพื่อจับวิสเปอร์เบิร์ดให้ได้แต่กลับต้องมาสูญเสียมันไปเพราะภัยพิบัติน้ำท่วม
“บ้าเอ๊ยยยยย!” เสียงตะโกนอย่างโกรธแค้นดังขึ้นจากอีกมุมหนึ่งของป่าชายหนุ่มครึ่งมังกรผมสีแดงกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
“วิสเปอร์เบิร์ดของฉัน!มันหนีไปแล้ว! อ๊าาาาา! ซวยชะมัด!!!” เสียงโวยวาย เสียงสบถ เสียงคร่ำครวญดังระงมไปทั่วทั้งป่าจันทรา เหล่าผู้เข้าสอบต่างพากันออกตามหาสมาชิกในกลุ่มของตัวเองหลังจากที่พลัดหลงกันไปตอนเกิดน้ำท่วม
บางคนวิ่งพล่านไปทั่วอย่างบ้าคลั่งสายตาสอดส่องไปทั่วทุกซอกทุกมุม บางคนทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นยืน บางคนยืนนิ่งราวกับหุ่นไร้วิญญาณดวงตาเหม่อลอยไปไกล
กลุ่มผู้เข้าสอบแต่ละกลุ่มเริ่มทยอยมารวมตัวกันอีกครั้ง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า สิ้นหวังและผิดหวัง ความรู้สึกกดดันถาโถมเข้ามาเมื่อพวกเขารู้ตัวว่าต้องเริ่มต้นตามหาวิสเปอร์เบิร์ดกันใหม่
‘บัดซบ!ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ!’
“นี่เราต้องเริ่มต้นใหม่หมดเลยเหรอเนี่ย?”หนึ่งในกลุ่มผู้เข้าสอบถามด้วยความท้อแท้ เสียงของเขานั้นสั่นเครือ
“บ้าจริง!เสียเวลาไปตั้งเยอะแถมยังเสียคะแนนที่มีไปอีก” อีกเสียงบ่นออกมาอย่างหัวเสียเขากำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
มีเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่สามารถปกป้องวิสเปอร์เบิร์ดของตัวเองเอาไว้ได้ พวกเขายืนมองกลุ่มอื่นๆด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ และเย้ยหยัน
‘พวกเรายังมีโอกาสพวกเรายังได้เปรียบ!’ พวกเขาคิดในใจ ‘ต้องปกป้องคะแนนของเราเอาไว้!’
ตอนนี้...เหมือนกับทุกกลุ่มกลับมานับหนึ่งกันใหม่หมดพวกเขาต้องออกตามหาวิสเปอร์เบิร์ดกันอีกครั้ง สายตาของพวกเขาสอดส่องไปทั่วป่า
การทดสอบเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง.. ท่ามกลางความโกลาหลของป่าจันทราที่บิดเบี้ยวจากภัยพิบัติ
หลังจากที่ระดับน้ำลดลงไปได้สักพักโนวา ไอลีน และฟินน์ ทั้งสามคนก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง บนต้นคริสตัลต้นหนึ่งที่อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ10 เมตร พวกเขาเลือกต้นไม้ต้นนี้เพราะกิ่งก้านของมันหนาและแข็งแรง มั่นคงราวกับขุนเขา ‘อย่างน้อย…มันก็คงจะไม่หักลงง่ายๆ’โนวาคิดในใจพลางมองไปรอบๆ
ผืนป่าจันทราหลังน้ำท่วมนั้นดูเปลี่ยนไปมากราวกับผ่านพ้นสงครามมาอย่างหนักหน่วงต้นไม้คริสตัลจำนวนมากล้มระเนระนาด กิ่งก้านสาขาหักโค่นเศษผลึกสีฟ้าอ่อนกระจัดกระจายเต็มพื้นดินราวกับหยาดน้ำตาของเทพธิดาที่ร่วงหล่นลงมา
โนวามองกลุ่มของเรน่าที่กำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกของป่าอยู่ไม่ไกลพวกเธอเพิ่งแยกกับกลุ่มของเขาไปเมื่อครู่ หลังจากที่พวกเขาแย่งชิงวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองกันไม่สำเร็จและทำให้มันหนีไปได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ทั้งสองกลุ่มจะต้องสู้กันอีก เพราะต่างฝ่ายต่างก็ต้องการคะแนนจากการล่าวิสเปอร์เบิร์ด
‘พวกเธอคงจะไปตามหาวิสเปอร์เบิร์ดกันต่อส่วนพวกเรา…’ โนวามองไปที่กรงนกที่ว่างเปล่า ใบหน้าของเขาซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวังเขานึกถึงคะแนน 50 คะแนนที่พวกเขาอุตส่าห์ฝ่าฟันอันตรายและแย่งชิงมาได้
“น่าเสียดายที่วิสเปอร์เบิร์ดของเรามันหนีไปตอนที่เกิดน้ำท่วม” โนวากล่าวน้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แฝงไปด้วยความผิดหวัง
โนวาถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา
“ช่างมันสิ”ไอลีนกล่าว แม้คำพูดของเธอจะฟังดูห้วนๆ ราวกับไม่ได้สนใจวิสเปอร์เบิร์ดที่หนีไป แต่แววตาสีม่วงของเธอก็ฉายแววเสียดายอยู่บ้างเธอสะบัดน้ำที่เปียกอยู่บนแขนออกอย่างแรง หยดน้ำกระจายไปทั่ว
“บ้าจริง! ชุดนี่เปียกหมดแล้วหนาวชะมัด!” ไอลีนบ่น เธอรู้สึกหนาวจนตัวสั่น เสื้อผ้าที่เปียกชื้นแนบไปกับผิวทำให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว
“ฮัดเช้ยยย!”ฟินน์จามออกมาดังลั่น เขาขยับแว่นที่เลื่อนลงมาปิดบังดวงตาสีฟ้าของเขา ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดจมูกเบา ๆ
โนวาถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกชื้นออกบิดน้ำออกอย่างแรง พลางครุ่นคิดถึงพลังของเหล่านักวิจัย ‘น้ำท่วมเมื่อกี้นี้มันรุนแรงมากอุปกรณ์ของสมาคมนักวิจัยนี่สุดยอดจริงๆ’ เขาคิด ‘พวกเขามีของที่ทำให้เกิดน้ำท่วมป่าได้ด้วยเหรอเนี่ย?’
“เอาล่ะ มาวางแผนกันใหม่ได้แล้ว”ไอลีนพูดขึ้นเสียงดัง เธอกางแผนที่ออกมาจากกระเป๋า วางมันลงบนพื้นหญ้าสีเขียวที่ชื้นแฉะ
“พวกเราต้องรีบหาวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองให้ได้ก่อนที่เวลาจะหมด” ไอลีนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาสีม่วงของเธอ จ้องมองไปที่โนวาและฟินน์“พวกนายคิดว่าไง?”
“แต่ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะตามหาวิสเปอร์เบิร์ดให้ได้อย่างน้อย 50 คะแนน กันก่อนดีกว่า”โนวากล่าวขึ้น สายตาสีฟ้าเข้มของเขามองไปที่กรงนกที่ว่างเปล่า ความรู้สึกผิดหวังยังคงวนเวียนอยู่ในใจ
“เห็นด้วย”ไอลีนกล่าวเสริม “เราเสียเวลากับภัยพิบัติไปเยอะแล้ว ต้องรีบทำคะแนนให้ได้มากที่สุดก่อนที่เวลาจะหมด”เธอมองไปรอบๆ พื้นที่โดยรอบนั้นเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของต้นไม้ผลึก ตัดกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยโคลน
“พวกเราต้องเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติครั้งต่อไปด้วยใครจะไปรู้ว่ารอบต่อไปจะเป็นอะไรอีก”ฟินน์พูดด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อนพลางปัดผมเปียกชื้นที่เลื่อนลงมาปิดบังใบหน้าของเขา“หวังว่าคงไม่ใช่น้ำท่วมอีกนะ”
ทันใดนั้น เสียงประกาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง“!!!!”
เสียงนั้นดังก้องกังวานไปทั่วทั้งป่า สร้างความตกใจให้กับเหล่าผู้เข้าสอบทุกคน พวกเขาต่างพากันหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ทุกสายตาหันไปมองไปที่ท้องฟ้าสีครามอย่างพร้อมเพรียง
“ผู้เข้าสอบทุกกลุ่มโปรดทราบ!”เสียงประกาศของเอเม็ธดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าจันทรา
“หลังจากนี้เป็นต้นไปการทดสอบจะเริ่มรุนแรงและเข้มข้นขึ้น”เอเม็ธกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและหนักแน่น “เราจะเพิ่มความท้าทายเพื่อทดสอบศักยภาพที่แท้จริงของพวกคุณทุกคน!”
“เวลาการทดสอบที่เหลืออีก5 ชั่วโมง นับจากนี้…” เอเม็ธเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะประกาศกฎใหม่ด้วยน้ำเสียงที่ดังและหนักแน่นยิ่งขึ้น “จะมีนักล่ามาออกไล่ล่าพวกคุณ!พวกนักล่าจะตามล่ากลุ่มที่มีวิสเปอร์เบิร์ดอยู่! พวกคุณต้องปกป้อง หรือหลบหนีจากพวกนักล่าให้ได้!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งป่าผู้เข้าสอบต่างพากันวิตกกังวล ใบหน้าซีดเผือด
‘นักล่า? นี่มันบ้าไปแล้ว’ ความคิดเดียวกันวนเวียนอยู่ในหัวของพวกเขา
“นักล่าจะออกล่า 2รอบ โดยรอบแรกจะเป็นนักล่าธรรมดา พวกเขาจะเริ่มออกล่าในช่วง 3ชั่วโมงสุดท้ายของการทดสอบ ส่วนรอบที่สองจะเป็นนักล่าอันตรายพิเศษ!พวกเขาจะเริ่มออกล่าในช่วง 1 ชั่วโมงสุดท้าย! และที่สำคัญ…”
“ถ้าผู้เข้าสอบกลุ่มไหนที่สามารถจัดการนักล่าในรอบแรกได้กลุ่มนั้นจะได้รับคะแนนพิเศษ 100 คะแนน! ส่วนนักล่าในรอบที่สองนั้นพวกเขาคือนักล่าอันตรายพิเศษ! ถ้าจัดการพวกเขาได้ จะได้คะแนนพิเศษ 200 คะแนน! คะแนนพิเศษนี้จะทำให้ผู้เข้าสอบกลุ่มนั้นผ่านการทดสอบทันทีต่อให้ไม่มีคะแนนจากวิสเปอร์เบิร์ดก็ตาม!” เอเม็ธประกาศจบ
“ขอให้ทุกคน…โชคดีนะครับ”เสียงประกาศของเอเม็ธ เงียบหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและความตึงเครียดที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งป่า
“ด่านนี้มันบ้าไปแล้ว!ยากเกินไปแล้ว! แบบนี้ฉันได้เหนื่อยตายก่อนแน่ๆ มันเกินไปแล้ว!”เสียงโวยวายดังขึ้นจากเหล่าผู้เข้าสอบที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งป่าจันทรา พวกเขาต่างพากันสบถออกมาอย่างหัวเสียใบหน้าแดงก่ำ แววตาเต็มไปด้วยความท้อแท้และหมดหวัง
การทดสอบรอบที่สามนี้มันหนักหนาสาหัสกว่าที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้ หลายคนทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นยืนบาดแผลมากมายจากการต่อสู้กับสัตว์ร้ายและภัยพิบัติ รวมถึงความเหนื่อยล้าจากการตามล่าวิสเปอร์เบิร์ดกัดกินร่างกายและจิตใจของพวกเขา พวกเขาแต่ละคนต่างยกมือขึ้นมากุมขมับอย่างเหนื่อยใจ
‘การทดสอบอะไรกันเนี่ย...’โนวาที่กำลังนั่งฟังอยู่บนต้นคริสตัล กุมขมับแน่น หัวใจของเขาเต้นระรัว ‘เข้าใจแล้วว่าทำไมผู้เข้าสอบสองรอบแรกถึงได้ดูเหนื่อยกันขนาดนั้น การทดสอบด่านนี้มันโหดร้ายเกินไปแล้ว!’
“เฮ้อ เอาจริงดิ?นี่มัน...” ฟินน์ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะส่ายหน้าใบหน้าคมคายที่มักจะแฝงความขี้เล่น ดูซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด “พวกเราต้องตามล่าวิสเปอร์เบิร์ด ปกป้องวิสเปอร์เบิร์ดจากกลุ่มอื่น รับมือกับภัยพิบัติแถมยังต้องเอาตัวรอดจากนักล่าอีก” เขาบ่นอุบอิบ
“ชิ วุ่นวายจริงๆ”ไอลีนสบถออกมา ดวงตาสีม่วงของเธอจ้องมองไปยังแผนที่ในมือ “ทำไมกฎมันถึงได้เยอะขนาดนี้!?น่ารำคาญชะมัด! แต่ยังไงสิ่งที่เราต้องทำก็ยังไม่เปลี่ยนไปต้องรีบวางแผนกันใหม่แล้ว”
โนวาหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มก่อนจะมองไปยังนาฬิกาจับเวลาที่เขาพกติดตัว “เหลือเวลาอีกแค่5 ชั่วโมงเอง แต่ตอนนี้พวกเราไม่มีวิสเปอร์เบิร์ดสักตัวเลย”โนวากล่าวออกมาอย่างกังวล ดวงตาสีฟ้าเข้มฉายแววเครียด เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
“คะแนนจากการจับวิสเปอร์เบิร์ดมันสำคัญมาก ฉันต้องได้คะแนนจากวิสเปอร์เบิร์ดอย่างน้อย 60 คะแนนและคะแนนจากการประเมินของเจ้าหน้าที่อีก 80 คะแนนถึงจะผ่านการทดสอบนี้ได้” โนวาครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง พลางมองไปยังแผนที่ในมือ
“เอาอย่างนี้เป็นไง?”โนวากล่าวขึ้น เสนอแผนการของเขาออกมา ดวงตาสีฟ้าเข้มของเขามองไปยังไอลีนและฟินน์รอคอยการตอบรับ
ไอลีน ฟินน์ และโนวา พวกเขาทั้งสามคนเริ่มปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความจริงจังเพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงการทดสอบก็จะจบลงแล้ว เวลาเหลือน้อยลงทุกที
...
“เรน่า เซลีน พวกเรารีบไปหาวิสเปอร์เบิร์ดกันเถอะเราเหลือเวลาไม่มากแล้ว! ถ้าเราไม่รีบ…เราอาจจะไม่ผ่านการทดสอบก็ได้”ยูนะกล่าวอย่างร้อนรน เธอหยุดเดิน และหันไปมองเรน่าและเซลีนที่กำลังเดินตามหลังมาติดๆใบหน้าเรียวของเธอเปื้อนไปด้วยคราบโคลน แต่แววตาแดงของเธอนั้นกลับมุ่งมั่น
“ฉัน… ฉันเห็นด้วย เวลาเหลือน้อยลงทุกทีระ...เราคงต้องรีบแล้วล่ะ” เรน่าตอบรับ น้ำเสียงของเธอสั่นเทาเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววหวาดกลัวเล็กน้อยภาพของภัยพิบัติน้ำท่วม และสัตว์ร้ายอื่นๆ ที่พวกเธอพบเจอระหว่างทาง ยังคงทำให้เธอกังวลอยู่บ้าง
“อืม”เซลีนพยักหน้ารับ ท่าทางของเธอดูราบเรียบและมั่นคงราวกับสถานการณ์ที่ผ่านๆ มาไม่ได้ส่งผลอะไรมากกับตัวเธอ
“เอาล่ะ!งั้นเราไปกันเถอะ!” ยูนะกำหมัดแน่น ประกาศกร้าวออกมาอย่างมุ่งมั่น “เราจะต้องหามันให้เจอวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง! แล้วฉันจะต้องผ่านการทดสอบนี้ให้ได้!”
‘ต้องได้วิสเปอร์เบิร์ด60 คะแนน และคะแนนจากเจ้าหน้าที่อีก 80 คะแนน’ ยูนะคิดในใจ
“ฉัน…จะพยายาม”เรน่าพยายามข่มความกังวลที่ก่อตัวขึ้นในใจ ‘อย่างน้อย…ฉันก็ต้องผ่านการทดสอบนี้ให้ได้’
...
“ฉัน...ฉันเหนื่อย…”ฟาเบียนพูดขึ้น เสียงของเขาแผ่วเบา เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาทรุดตัวลงกับพื้น มือข้างหนึ่งกุมที่ท้อง“เราพักก่อนได้ไหม?”
“ถ้าอ่อนแอนักก็ไสหัวไปซะ”ธอร์นกล่าวอย่างเย็นชา เขามองฟาเบียนด้วยสายตาเหยียดหยาม “รีบหาวิสเปอร์เบิร์ดต่อ”
“ฉันรู้สึกได้ว่า…ข้างหน้าต้องมีเหยื่อตัวใหญ่แน่นอนฉันได้ยินชัดเจนเลยล่ะ เสียงร้องของวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง มันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่”ธอร์นแสยะยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว ดวงตาสีแดงก่ำเป็นประกาย ความกระหายในคะแนน ความอยากเอาชนะแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
‘เฮ้อหมอนี่มันเอาจริงเอาจังเกินไปแล้ว’ ฮงคิดในใจ ‘ฉันต้องได้คะแนนจากวิสเปอร์เบิร์ดอย่างน้อยสัก50 คะแนน แล้วก็ต้องได้คะแนนจากเจ้าหน้าที่อีก 80 คะแนน ถึงจะผ่านการทดสอบนี้ได้’
เวลาในป่าจันทราลดน้อยลงทุกทีเหลือเวลาอีกเพียง 5 ชั่วโมง บททดสอบด่านที่ 3 ก็จะสิ้นสุดลง ตอนนี้กลุ่มของจิน พวกเขากำลังเดินทางลัดเลาะไปตามซอกหินขนาดใหญ่
“ครืนนนนน!”ทันใดนั้น พื้นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ต้นไม้ใหญ่รอบข้างโยกไหว ใบไม้ร่วงหล่นลงมา“นี่มันอะไรกัน!?” ลูนาเรียร้องออกมาด้วยความตกใจเธอรีบหันไปมองรอบๆ เห็นรอยแยกขนาดใหญ่กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นบนพื้นดิน มันค่อยๆ ขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวกับปากของอสุรกายที่กำลังอ้ารอจะกลืนกินทุกสิ่ง
“แผ่นดินไหว! ภัยพิบัติรอบที่สองมาแล้วเหรอ!?”
“แรงสั่นสะเทือนพวกนี้มันมาจากไหนกันเนี่ย!?”คาร์ลร้องตะโกนขึ้นมา ใบหน้าคมคายของเขาซีดเผือด มือข้างหนึ่งกำดาบแน่น
“ช่างเรื่องนั้นเถอะน่า!รีบหนีกันเร็วเข้า!” จินตะโกนบอกลูนาเรีย เขาหันไปมองรอยแยกที่กำลังใกล้เข้ามา “ถ้าชักช้า เราโดนมันกลืนหายไปแน่”
ลูนาเรีย จินและคาร์ล รีบวิ่งหนีสุดชีวิต มุ่งหน้าไปยังหน้าผาสูงชันข้างหน้า
“กรรรรรรรรร” เสียงคำรามของกลูมฮาวด์ดังก้องไปทั่วบริเวณพวกเขามองเห็นฝูงกลูมฮาวด์ขนดำขลับ ดวงตาสีแดงก่ำ กำลังวิ่งหนีฝุ่นควันที่ลอยคลุ้งมาจากรอยแยก
“พวกมันเองก็โดนผลกระทบจากแผ่นดินไหว…ไม่ต่างจากพวกเราสินะ”คาร์ลพูดขึ้นขณะกำลังวิ่งอย่างสุดแรง
จินมองไปข้างหน้าเห็นหน้าผาสูงชันอยู่ไม่ไกล “ลูนาเรีย! พวกเรารีบไปทางนั้น! เร็ว!”รอยแยกจากแผ่นดินไหวกำลังไล่ตามพวกเขามาอย่างรวดเร็ว มันขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ
“รอยแยกมันใกล้จะมาถึงแล้ว!”ลูนาเรียตะโกนบอกจิน แววตาสีฟ้าอมเทาของเธอ เต็มไปด้วยความตื่นตัว
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหน้าผาสูงชัน
‘ไม่มีเวลาแล้ว!’ ลูนาเรียคิดเธอไม่รอช้า กระโดดขึ้นไปบนก้อนหินขนาดใหญ่ ใช้ตะขอเกี่ยวเข้ากับต้นไม้คริสตัลขนาดใหญ่เหวี่ยงตัวขึ้นไป เธอใช้เท้าข้างหนึ่งยันผนังหน้าผาอย่างรวดเร็ว
ตอนนั้นเอง…แสงสีส้มเจิดจ้าก็สว่างวาบขึ้น!
“แสงนำทาง!?”ลูนาเรียตกใจ เธอรีบมองไปรอบ ๆ และเห็นแสงสีส้ม 3 ดวงลอยนำสายตาเธอไปยังบางสิ่ง “วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง!”
มันกำลังบินวนไปวนมาอยู่บนต้นไม้สูงขนสีเทาเงินส่องประกายระยิบระยับ ดวงตาสีฟ้าใสราวกับอัญมณีจ้องมองไปรอบๆ อย่างตื่นตกใจจากภัยพิบัติ
“จิ๊บๆๆๆ”
“มันกำลังจะบินหนี!”ลูนาเรียตัดสินใจ ใช้ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากพลัง “ประกายวาบ!” และไหวพริบในการปีนป่ายที่เธอฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงลูนาเรียใช้มือขวายันผนังหน้าผา ใช้เท้าถีบกิ่งไม้อีกครั้งเพื่อส่งตัวเองไปข้างหน้าและคว้าวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองที่กำลังบินหนีเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว
‘สำเร็จแล้ว!’
“ได้แล้ว!!!”ลูนาเรียดีใจจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ “พวกนาย! รีบขึ้นมา!” เธอตะโกนบอกจินและคาร์ลที่อยู่ข้างล่าง
“อืม! รอแปปนึง!”จินกับคาร์ลพยักหน้ารับ “รากแห่งความเชื่อมั่น!” พวกเขาร่ายพลังพร้อมกัน
“ฟิ้ว! ฟิ้ว!”จินกับคาร์ลกระโดด และปีนขึ้นมาบนหน้าผาอย่างรวดเร็ว
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ สนุกชะมัดเลย!พวกนายเห็นไหม? ฉันพลิกวิกฤติเป็นโอกาสพวกเราได้วิสเปอร์เบิร์ด 50 คะแนนมาแล้ว!”ลูนาเรียหัวเราะเสียงดัง เธอรีบเก็บวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองเข้าไปในกรง และเก็บไว้กับตัวอย่างดี
“50 คะแนน! เยี่ยมไปเลย!ฉันนี่โชคดีจริงๆ ฮ่าๆๆ” ลูนาเรียตื่นเต้นจนตัวสั่น แววตาเป็นประกาย
‘วิสเปอร์เบิร์ด 50คะแนน ทีนี้ก็รอดแล้ว! ถ้านับรวมกับวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีแดง 40คะแนน ก็แปลว่าพวกเรามี 90 คะแนนแล้วสินะ’จินครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ‘เพราะเราต้องได้คะแนนจากวิสเปอร์เบิร์ดอย่างน้อย 60คะแนน และคะแนนจากเจ้าหน้าที่อีก 80 คะแนน’
“เอาล่ะ!พวกเราต้องรีบปีนขึ้นไปข้างบนกันต่อแล้ว” ลูนาเรียพูดกับจินและคาร์ล
“อืม” คาร์ลพยักหน้ารับ
หลังจากนั้นลูนาเรีย จิน และคาร์ล ก็ปีนขึ้นหน้าผามาได้สำเร็จ แต่หลังจากที่ดีใจได้สักพัก พวกเขาก็ออกเดินทางกันต่อ
...
“พวกเราต้องรีบหาที่ซ่อนตัว...ก่อนที่กลุ่มอื่นจะตามเสียงวิสเปอร์เบิร์ดของเรามาแล้วแย่งชิงวิสเปอร์เบิร์ดของเราไป” จินกล่าว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังแม้พวกเขาจะมีคะแนนเยอะแล้ว แต่เขาก็ไม่อยากประมาท สายตาของเขามองไปยังลูนาเรียที่กำลังถือกรงนกที่เก็บวิสเปอร์เบิร์ดเอาไว้“ตอนนี้พวกเรามีคะแนนมากพอแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสี่ยงอะไรอีก”
“ใช่ คะแนนขนาดนี้…มันเกินพอต่อการผ่านการทดสอบแล้วล่ะ”คาร์ลเสริม พวกเขาทั้งสามคนตัดสินใจเดินลึกเข้าไปในป่าจันทรา แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลอดผ่านแมกไม้ลงมาทิ้งเงายาวลงบนพื้นดินที่ชุ่มฉ่ำและแตกร้าว จากทั้งภัยพิบัติน้ำท่วมและแผ่นดินไหว
‘อีกไม่กี่ชั่วโมงการทดสอบก็จะจบลงแล้ว หวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกนะ’ จินคิดในใจเขาเหลือบมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง สายตาจับจ้องไปยังเงาต้นไม้ที่ทอดยาว และเงาของพุ่มไม้หนาทึบที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ...
“ฟุบ!”
ทันใดนั้น ร่างของฮงและฟาเบียนก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้ข้างทางราวกับเงา!
“รากแห่งความเชื่อมั่น!บานสะพรั่ง!” เสียงตะโกนของทั้งสองดังขึ้นพร้อมกับการปลดปล่อยพลังอารมณ์สีเขียวอ่อนและสีเหลืองเจิดจ้าออกมา!พวกเขาโจมตีเข้าใส่จินและคาร์ลอย่างรวดเร็ว จนทั้งคู่ไม่ทันตั้งตัว!
“บัดซบ! ลอบโจมตีงั้นเหรอ!?เอ๋!? ฮง!” จินสบถออกมาด้วยความตกใจ เขารีบชักดาบออกมาจากฝักอย่างรวดเร็วและใช้พลัง “รากแห่งความเชื่อมั่น!” รับมือกับการโจมตีของฮง ดาบและหอกของทั้งสองคนปะทะกัน“เคร้ง!” เสียงโลหะกระทบกัน ดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ
“คาร์ล!ระวังตัวด้วย!” จินตะโกนเตือนคาร์ล พลางใช้สายตาจับจ้องไปที่ฮงอย่างไม่ลดละ ดาบในมือของเขานั้นสั่นไหว
“บ้าเอ๊ย!ไม่มีเวลาให้เตรียมตัวเลย!” คาร์ลโวยวาย เขากระโดดหลบคมดาบของฟาเบียนที่พุ่งเข้ามาอย่างหวุดหวิดหัวใจของเขาเต้นระรัว เหงื่อเย็นเฉียบไหลอาบหลัง แต่ฟาเบียนที่โจมตีพลาดเขาพยายามโจมตีใส่คาร์ลอีกครั้ง!
“โล่แห่งเมตตา!” คาร์ลร่ายเวทโล่พลังงานสีเขียวอ่อน ปรากฏขึ้น ป้องกันการโจมตีจากฟาเบียนเอาไว้ได้ทัน
ลูนาเรียที่เดินตามหลังมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด‘ลอบโจมตี? มีกลุ่มอื่นมา!?’ เธอตกใจ ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าง ‘ต้องรีบไปช่วยจินกับคาร์ลแล้ว!’
“ประกายวาบ!” ลูนาเรียกระตุ้นพลังเส้นทางประกายแสง‘ฟิ้ว!’ ร่างกายของเธอเบาหวิว ความเร็วของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลลูนาเรียพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังจุดที่จินและคาร์ลกำลังต่อสู้อยู่
‘ต้องรีบไปช่วย!’
แต่ในจังหวะที่ลูนาเรียกำลังพุ่งตัวไปช่วยจินและคาร์ลธอร์นที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็พุ่งตัวออกมาจากพุ่มไม้ “รากแห่งความเชื่อมั่น!”เขาเรียกใช้พลัง สายตาสีแดงเข้มคมกริบจ้องมองไปยังลูนาเรียที่กำลังวิ่งเข้าไปหาเพื่อนของเธอ
เขามองลูนาเรียที่กำลังวิ่งผ่านไปร่างกายบอบบางของเธอเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ เสื้อผ้าของเธอนั้นเปียกชื้น ผมสีเงินยาวสลวยของเธอปลิวสะบัดตามแรงลมธอร์นเหยียดยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม ‘วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองมันจะเป็นของฉัน!’
ลูนาเรียได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง‘อีกคนสินะ!’ หัวใจของเธอเต้นระรัว ความรู้สึกไม่ปลอดภัยแล่นริ้วไปทั่วร่างกาย
“ส่งวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองมาซะดีๆยัยกวางโง่!” ธอร์นตะโกน เขาพุ่งเข้าหาลูนาเรียอย่างรวดเร็ว ยื่นมือออกไป หวังจะแย่งกรงนกจากมือของเธอ
“บ้าจริง!”ลูนาเรียสบถออกมาอย่างลืมตัว
“ประกายวาบ!”เธอเรียกใช้พลังเส้นทางประกายแสง หลบการโจมตีของธอร์นไปอย่างหวุดหวิด ‘ฟิ้ว!’ ร่างกายของเธอเบาหวิว เคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือมนุษย์
“ไหวตัวทันงั้นเหรอ!แต่แกหนีไม่พ้นหรอก!” ธอร์นตะโกนไล่หลัง
ลูนาเรียหยุดวิ่งเธอหันหน้ากลับไปเผชิญหน้ากับธอร์น ดวงตาสีฟ้าอมเทาสบตากับธอร์นอย่างไม่เกรงกลัว
‘ต้องจัดการเขาซะ’เธอคิดในใจ ดาบคู่ของลูนาเรียปะทะเข้ากับกริชคู่ของธอร์น “เคร้ง!”เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วป่า
ลูนาเรียใช้ดาบคู่ในมือของเธอฟาดฟันใส่ธอร์นอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ‘ต้องหาจังหวะ…แล้วโจมตี!’
ธอร์นรับมือกับการโจมตีของเธออย่างคล่องแคล่วแม้จะเสียเปรียบเรื่องระยะอาวุธ แต่เขาก็ใช้ประสบการณ์ในการต่อสู้ที่เหนือกว่า รับมือกับการโจมตีของเธออย่างไม่ยากเย็น
‘เขาโจมตีรุนแรงและดุดันมาก...’ลูนาเรียวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของธอร์น ‘ต้องใช้ความเร็วของเราเข้าสู้!’
“รากแห่งความเชื่อมั่น!”ธอร์นร่ายพลังเส้นทางพันธสัญญาอีกครั้งหนึ่ง “ยัยกวางนี่ไวชะมัด!”เขาสบถออกมา ใบหน้าคมคายของเขาบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด “ต้องแย่งวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองมา!ไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็ตาม!”
“กรรรรรรรร!” ธอร์นคำรามเขาพุ่งเข้าใส่ลูนาเรีย กริชคู่ในมือของเขาฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง
ลูนาเรียใช้ดาบคู่ในมือของเธอปัดป้องการโจมตีของธอร์นอย่างรวดเร็ว เธอสบตากับธอร์น เห็นความกระหายและความบ้าคลั่งในดวงตาของธอร์น ‘เขากำลังประมาท...’
‘โอกาสนี้ล่ะ!’ลูนาเรียใช้จังหวะนั้น พุ่งเข้าหาธอร์น ดาบในมือเล็งไปที่จุดอ่อนของธอร์น ‘ที่แขนซ้าย!’
“ฉัวะ!”ดาบของลูนาเรียฟาดฟันลงไปที่แขนซ้ายของธอร์นอย่างรวดเร็ว “อ๊าาาาก!!!”ธอร์นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลที่ลึก
ลูนาเรียมองธอร์นที่ชะงักไป‘เขาพลาดท่าแล้ว! บาดแผลมันลึก เขาคงจะต้องถอยแน่…’
“ยังไม่หยุดหรอ!?” ลูนาเรียอุทานออกมาอย่างตกใจ ดวงตาสีฟ้าอมเทาเบิกกว้าง มือข้างที่กำดาบแน่นจนขึ้นข้อขาวเธอมองธอร์นที่ยื่นแขนซ้ายที่บาดเจ็บออกไป เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลที่ลึกเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาจนกลายเป็นสีแดงชาด หยดเลือดไหลลงมาตามปลายนิ้ว
‘เขาไม่ได้ชักแขนซ้ายกลับ!?’ลูนาเรียคิดอย่างไม่เชื่อสายตา ‘นี่มัน…เขา…’ ความตกตะลึงแล่นริ้วไปทั่วร่างกายราวกับถูกสายฟ้าฟาด
“ฮ่า! คิดว่าแค่นี้จะหยุดฉันได้เหรอ?”เสียงหัวเราะแหบพร่าของธอร์นดังขึ้น ใบหน้าคมคายของเขาบิดเบี้ยวด้วยความบ้าคลั่ง
ธอร์นยังคงยื่นแขนซ้ายออกไปพยายามจะแย่งชิงกรงนกจากมือของลูนาเรีย ราวกับว่าความเจ็บปวดนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
“!!!”
‘บ้าไปแล้ว! เขายอมเจ็บตัวขนาดนี้แค่เพื่อแย่งกรงนก!’ลูนาเรียตกตะลึง เธอนั้นไม่ทันได้ตั้งตัว “ต้องจับกรงนกเอาไว้…”เธอพยายามจะใช้มือขวาคว้าจับกรงนกเอาไว้แน่น
ร
แต่ทว่า...ธอร์นนั้นเร็วกว่า!เขาใช้มือซ้ายที่เปื้อนเลือด คว้ากรงนกไปจากมือของเธอได้สำเร็จ!
“หึ! ในที่สุด! วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง…”ธอร์นจ้องมองลูนาเรีย ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความสะใจ “ขอบคุณสำหรับวิสเปอร์เบิร์ดนะยัยกวางโง่” เขาแสยะยิ้มก่อนจะหันหลังและวิ่งหนีไปทางฮงและฟาเบียน ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและลูนาเรียที่ยืนอยู่ตรงนั้น...
ลูนาเรียรู้สึกหงุดหงิดที่เธอพลาดท่าให้กับธอร์นสายตาสีฟ้าอมเทาของเธอมองธอร์นที่กำลังวิ่งหนีไปพร้อมกับกรงนกบรรจุวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง‘ฉันจะไม่มีวันยอมให้มันจบแบบนี้! วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง…ต้องเอากลับคืนมา!’เธอคิด
“ประกายวาบ!”ลูนาเรียเรียกใช้พลังทั้งสองอย่างพร้อมกัน แสงสีส้มเจิดจ้าแผ่ซ่านออกไปทั่วร่างกายของเธอ‘ฟิ้ว!’ ความเร็วและความคล่องตัวของเธอเพิ่มขึ้น “ฉันจะต้องแย่งมันคืนมาให้ได้!”
ธอร์นรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากพลังของลูนาเรียที่แผ่ซ่านเข้ามาเขาหันหลังกลับ มองเห็นลูนาเรียที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์
“ชิ รากแห่งความเชื่อมั่น!”ธอร์นสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขารีบเรียกใช้พลังเส้นทางพันธสัญญาเพื่อเสริมกำลังกาย และวิ่งหนีสุดชีวิต“พวกแก! รีบไปได้แล้ว!”ธอร์นตะโกนบอกฮงและฟาเบียนที่กำลังต่อสู้อยู่
ฮงและฟาเบียนสบตากัน“ไปก่อนเลย! ธอร์น! ฉันจะถ่วงเวลาให้เอง!” ฮงตะโกนกลับไปหาธอร์น มือข้างหนึ่งกำหอกแน่นเขาพยายามใช้พลังทั้งหมดที่มี รับมือกับการโจมตีของจิน
“ไม่! แกไม่ต้องทำอะไรไร้สาระแบบนั้น!ฉันก็หนีเองได้!” ธอร์นหันไปตะโกนบอกฮง เขาไม่สนใจเพื่อนร่วมทีม เปิดกรงนกของกลุ่มจิน“ฟิ้ว!” วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีแดงบินหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ธอร์นหยิบวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองออกมาจากกรงและรีบเก็บมันเข้าไปในกรงนกของตัวเอง
“ลาล่ะ! พวกโง่!” ธอร์นตะโกนใส่ลูนาเรียและจินแล้วโยนกรงนกของกลุ่มจินทิ้งไป
ธอร์นหันหลังกลับ วิ่งหนีเข้าไปในป่าลึกเขากระโดดข้ามต้นไม้ใหญ่ ผ่านซากปรักหักพัง และแอ่งน้ำที่เกิดจากน้ำท่วมอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับผืนป่า เขามองแผนที่ในมือ ‘เส้นทางหลบหนี…’
ฮงและฟาเบียนแยกกันหนีไปคนละทาง ฮงวิ่งไปคนละทางกับธอร์น “รากแห่งความเชื่อมั่น!”เขาเรียกใช้พลัง เสริมพลังให้กับกำลังกาย
ส่วนฟาเบียนเขาวิ่งไปคนละทางกับฮงและธอร์น “บานสะพรั่ง!”เขาเรียกใช้พลัง ฟื้นฟูแรงและพละกำลังให้กับร่างกาย
“บัดซบ!พวกฮงหนีไปแล้ว!” จินสบถออกมา เขาหันไปมองลูนาเรียที่เพิ่งวิ่งมาถึง “ฉันจะตามไปเอง!”
“ไม่ทันหรอก”ลูนาเรียกล่าวอย่างใจเย็น เธอส่ายหน้า “พวกเขาวางแผนหลบหนีเอาไว้แล้วเราไม่มีทางตามทันพวกเขาหรอก”
‘พวกเขาวางแผนกันมาดีมาก’คาร์ลที่ยืนอยู่ข้างๆ จิน คิดในใจ
“บ้าเอ๊ย” จินสบถออกมาอย่างหัวเสียเขามองกรงที่ว่างเปล่าที่ตกอยู่บนพื้นดินอย่างสิ้นหวัง ‘90 คะแนน…หายไปแล้ว’
“ลูนาเรีย พวกเราล้มเหลวสินะ”จินพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
‘ไม่ใช่พวกนายหรอก…’ลูนาเรียคิดในใจ ดวงตาสีฟ้าอมเทาจ้องมองไปยังทิศทางที่ธอร์นหายตัวไป ‘เป็นฉันต่างหากที่ล้มเหลว...ฉันประมาทเขามากเกินไป’
เหลือเวลาอีก 3ชั่วโมง 5 นาที ก่อนจบบททดสอบ เกิดภัยพิบัติขึ้นมาแล้ว3 ครั้ง
“เอาล่ะ!พวกเราไปกันต่อเถอะ! ไม่ต้องเสียเวลามัวแต่ยืนบ่นกันอยู่ตรงนี้ เราเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วนะ”ยูนะพูด ใบหน้าเรียวของเธอเปื้อนไปด้วยคราบโคลน แต่แววตาสีแดงก่ำกลับเปล่งประกาย เธอสะบัดหอกจันทราเสี้ยวในมือเลือดสีดำข้นคลั่กของสัตว์ร้ายกระเด็นออกไป เปรอะเปื้อนกิ่งไม้และใบไม้ที่เปียกชื้น
เรน่าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเลือดสัตว์ร้าย เธอกำลังพยายามตั้งสมาธิ ข่มความกลัวที่ก่อตัวขึ้นในใจ ‘ต้องมีสติ ฉันจะต้องผ่านการทดสอบนี้ให้ได้!’
“ถึงพวกเราน่าจะผ่านอยู่แล้ว...แต่ถ้าได้คะแนนเพิ่มอีกก็ย่อมดีกว่า ตอนนี้พวกเรามีวิสเปอร์เบิร์ด 2 ตัว คะแนนรวมกัน 70 คะแนน ถ้าได้คะแนนจากวิสเปอร์เบิร์ด50 คะแนน พวกเราก็จะผ่านการทดสอบนี้ได้อย่างสบายใจ”ยูนะกล่าวอย่างมุ่งมั่น
“ฉัน…ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ”เรน่าพยายามรวบรวมสมาธิ แต่ทว่าความกังวลก็ยังคงเกาะกุมหัวใจของเธอเอาไว้
“ป่าจันทรามันใหญ่ขนาดนี้…แล้วพวกมันจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันล่ะ?เรา…จะหามันเจออีกได้ยังไง? วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง…”
“ใช่ พวกเราจะหามันเจอได้ยังไง…”ยูนะพยักหน้าเห็นด้วย เธอก็จนปัญญาเช่นกัน ป่าจันทรามันกว้างใหญ่ แถมยังถูกทำลายจากภัยพิบัติการจะหาวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองให้เจออีกครั้ง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เรน่าถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา“แถมพวกเรายังต้องเจอกับนักล่าอีก แล้วก็ภัยพิบัติอีก…”เธอนึกถึงตอนที่เจอภัยพิบัติผ่านมา “น้ำท่วม แผ่นดินไหวพายุสายฟ้า ฉันเกือบถูกสายฟ้าฟาดใส่ไปหลายที ทำเอาเกือบแย่เลย…” เรน่าเริ่มตัวสั่นมือข้างหนึ่งกำแน่น “อึก”
“ไม่เป็นไรน่า!อย่างน้อยเราก็ผ่านมันมาได้แล้ว” ยูนะตบบ่าเรน่าเบาๆ “แถมเรายังมีวิสเปอร์เบิร์ดตั้ง2 ตัวแล้วด้วย”
“นะ...นั่นสินะ” เรน่าพยักหน้ารับ“ฉันแค่…กังวลนิดหน่อย ว่าพวกเราจะผ่านด่านนี้ได้รึเปล่า…”
ยูนะหันไปมองเซลีนที่กำลังเงียบอยู่“แล้วเซลีนล่ะ เธอคิดว่ายังไง?”
เซลีนเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ใบหน้าสวยเฉียบภายใต้ผมสีเหลืองทองนั้นดูจริงจัง “ฉันไม่คิดว่าวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง...มันจะหายากขนาดนั้น พวกมันต้องมีที่อยู่ของพวกมันต้องมีบางอย่างที่มันดึงดูด เราแค่ต้องหาสิ่งนั้นให้เจอ” น้ำเสียงของเธอราบเรียบและแฝงไปด้วยความเยือกเย็น
“ฉัน...ฉันคิดว่าคุณเซลีนพูดถูก”เรน่าพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “พวกเราต้องหาอะไรบางอย่างที่ดึงดูดพวกมันมาให้เจอ”
...
พวกเธอทั้งสามคนมุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึกทิวทัศน์รอบข้างเต็มไปด้วยซากปรักหักพังจากภัยพิบัติ พวกเธอลัดเลาะไปตามต้นไม้ใหญ่ผ่านซากปรักหักพังของต้นไม้ที่เคยตั้งตระหง่าน และแอ่งน้ำที่เกิดจากน้ำท่วม รอยแตกของพื้นดินจากแผ่นดินไหวหรือแม้แต่รอยไหม้ตามต้นไม้จากพายุสายฟ้าที่ฝ่าลงมา
“แฮ่ก ๆ ๆ เหนื่อยจัง”เรน่ากล่าว น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า
“อีกนิดเดียวก็ถึงแล้วล่ะเรน่า” ยูนะพูดปลอบใจ “ข้างหน้ามีลำธาร พวกเราไปพักกันที่นั่นก่อนเถอะ”
พวกเธอเดินต่อไปได้ไม่นาน...
“ตูม!!!” ทันใดนั้นท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวก็มืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว ลมแรงพัดต้นไม้โค่นล้ม “บ้าเอ๊ย! นี่มัน…”
“ลูกเห็บยักษ์!!!รีบหาที่กำบัง! เร็ว!” ยูนะตะโกนเสียงดัง
“ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!”ลูกเห็บขนาดใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้า เสียงดังสนั่นหวั่นไหว มันพุ่งเข้าชนต้นไม้เสียงดัง“โครม!” กิ่งไม้หักโค่น เศษดินและหินแตกกระจาย ลูกเห็บยักษ์บางก้อนตกกระทบพื้นดิน “ตู้ม!” จนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่
พวกเธอมองไปรอบๆอย่างรวดเร็ว ‘ต้องหาที่กำบัง!’ ทุกคนคิดในใจ
“ทางนั้น!เห็นถ้ำนั่นไหม!?” เซลีนชี้นิ้วไปที่ถ้ำขนาดเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเธอ
พวกเธอไม่รอช้า รีบวิ่งไปยังถ้ำขนาดเล็กมุดตัวเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลูกเห็บยักษ์จะตกลงมาใส่ “ตู้ม!”เสียงลูกเห็บกระทบกับพื้นดินหน้าถ้ำดังสนั่นหวั่นไหว
“รอดตัวไป”เรน่าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“พวกเราโชคดีมากที่เจอถ้ำนี้” ยูนะกล่าว เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก “ถ้าเราไม่ได้หลบเข้ามา พวกเราคงได้เจ็บหนักแน่”
“อืม…”เซลีนพยักหน้าเห็นด้วย ใบหน้าสวยเฉียบของเธอเปื้อนไปความโล่งใจที่รอดพ้นจากภัยพิบัติมาได้เธอหยิบแผนที่ออกมา มองเส้นทางที่พวกเธอเพิ่งผ่านมา...
...
“ฉันว่าเรากันพักนานพอแล้วล่ะ”ยูนะกล่าวขึ้น หลังจากที่พวกเธอนั่งหลบภัยพิบัติลูกเห็บยักษ์อยู่ภายในถ้ำเป็นเวลานานจนกระทั่งเสียงลูกเห็บหยุดตก และท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้น “พวกเราควรจะรีบออกไปตามหาวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองกันต่อก่อนที่เวลาจะหมด” เธอรู้สึกได้ถึงเวลาที่กำลังผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ยูนะลุกขึ้นยืนและบิดขี้เกียจเล็กน้อย “ถ้ามัวแต่นั่งพักอยู่แบบนี้…วิสเปอร์เบิร์ดคงไม่บินมาหาเราเองแน่ๆ”
เรน่าค่อย ๆลุกขึ้นยืน ใบหน้าของเธอซีดเซียว “นะ…นั่นสินะ” เธอพึมพำเบาๆพลางยกมือขึ้นมาลูบแขนของตัวเองอย่างลืมตัว “ฉัน...ไม่ชอบลูกเห็บยักษ์เลยมันน่ากลัวมาก ทำเอาฉันเกือบตาย...” เธอนึกถึงตอนที่ลูกเห็บยักษ์ ตกลงมาจากท้องฟ้าเสียง “โครม!” ดังสนั่นหวั่นไหว มันใกล้มากจนเธอรู้สึกได้ถึงลมที่มันพัดผ่าน
“แล้วก่อนหน้านั้น ที่เป็นแผ่นดินไหวน่ะ...ฉันก็เกือบตกลงไปในเหวลึก…”เรน่าพูดต่อ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ ภาพของรอยแยกขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ แผ่ขยายเข้ามา ยังคงทำให้เธอหวาดกลัว
“ฉันก็เหมือนกัน”ยูนะพยักหน้าเห็นด้วย เธอนึกถึงตอนที่แผ่นดินไหว เธอพยายามวิ่งหนีรอยแยกขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว“ถ้าไม่ติดว่าฉันใช้หอกปักลงไป…ฉันคงร่วงลงไปในเหวลึกแล้ว”
“ออกเดินทางกันต่อเถอะ”เซลีนกล่าว เธอมองไปที่เรน่าและยูนะ ก่อนจะเดินนำหน้าออกจากถ้ำไป มุ่งหน้าเข้าไปในป่าจันทราที่บัดนี้เต็มไปด้วยซากปรักหักพังจากการถูกลูกเห็บยักษ์ตกใส่
“เราต้องพยายาม”เรน่าพึมพำกับตัวเอง
พวกเธอทั้งสามคนออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึก ลัดเลาะไปตามต้นไม้ใหญ่ ผ่านซากต้นไม้คริสตัลมากมายที่เคยตั้งตระหง่าน‘ต้องหาวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองให้เจอ’ พวกเธอคิดในใจ
...
“อืม…พวกมันน่าจะอยู่แถวๆ แหล่งน้ำ” เซลีนพยักหน้าเห็นด้วย เธอสำรวจไปรอบๆ “วิสเปอร์เบิร์ด…พวกมันน่าจะชอบดื่มน้ำหวานจากดอกไม้ เราควรจะไปที่...” นิ้วเรียวยาวของเธอชี้ไปที่ลำธารเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลนัก “เราควรจะเดินตามลำธารนั่นไป”
“เห็นด้วย”ยูนะพยักหน้า เธอเห็นด้วยกับความคิดของเซลีน พวกเธอทั้งสามคนออกเดินไปตามลำธารเล็กๆ ที่ไหลผ่านป่าจันทรา ลำธารนั้นใสสะอาด สะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ ต้นไม้ผลึกสีฟ้าอ่อนมากมายขึ้นอยู่ริมลำธารกิ่งก้านสาขาที่เปียกชื้นทอดตัวลงมา ใบไม้สีเขียวมรกตสั่นไหวไปตามแรงลม
เซลีนเดินนำหน้า เธอสำรวจไปรอบๆอย่างระมัดระวัง สายตาสีเหลืองอ่อนคมกริบ จ้องมองไปยังทุกซอกทุกมุม
และแล้วหลังจากที่พวกเธอเดินมาได้เกือบชั่วโมง…
“นั่นไง!เจอตัวแล้ว! รีบไปจับมันกันเถอะ!” ยูนะร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความดีใจ ดวงตาสีฟ้าสดใสของเธอเป็นประกายเธอชี้นิ้วไปที่วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง มันกำลังเกาะอยู่บนกิ่งไม้ ใกล้ๆกับดอกไม้สีขาว ดอกไม้นั้น มันมีกลิ่นหอมหวาน
พวกเธอทั้งสามคนกำลังจะพุ่งเข้าไปหา…
“!!!”
เซลีนหยุดชะงักเธอหรี่ตาลง มองไปยังเงาของกลุ่มคนใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก “พวกนั้น...อีกแล้ว?”เซลีนพึมพำเบาๆ ความรู้สึกสับสนผสมกับความกังวลแล่นริ้วไปทั่วร่างกาย
“โนวาน...พวกนายอีกแล้วเหรอ!?”ยูนะอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา พวกเธอมองเห็น โนวา ไอลีนและฟินน์กำลังยืนอยู่ไม่ไกล สายตาของพวกเขาจ้องมองไปที่วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองเช่นกันใบหน้าของพวกเขานั้นเคร่งเครียด ‘ต้องรีบไปแย่งชิงมันมาให้ได้!’พวกเขาทั้งหกคนคิดในใจพร้อมกัน
‘เหมือนกับเหตุการณ์ถูกฉายซ้ำเลย…’เรน่าคิดในใจ
“คราวนี้…ฉันจะเป็นคนไปจับวิสเปอร์เบิร์ดเองพวกนายสองคนไปจัดการยัยครึ่งมังกรกับยัยผมทองนั่นซะ ส่วนวิสเปอร์เบิร์ดตัวนั้น...ฉันจะไปจับมาเอง!”ไอลีนประกาศกร้าว ดวงตาสีม่วงของเธอเปล่งประกาย เธอหันไปมองโนวาและฟินน์ พลางกระชับดาบคริสตัลในมือทั้งสองข้างแน่น
โนวาพยักหน้าตอบรับอย่างเงียบๆสายตาสีฟ้าเข้มจ้องมองไปที่ไอลีน และกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
ฟินน์หัวเราะเบาๆ “ฮะๆๆศึกรอบสองเริ่มขึ้นแล้วสินะ!” เขายกธนูสีเงินประดับอัญมณีสีเขียวขึ้นมาเล็งไปที่เซลีน “คุณคนสวย…เจอกันอีกแล้วนะครับ รับลูกศรจากผมไปเป็นของขวัญก่อนแล้วกัน”
ฟินน์ปล่อยลูกศรสีเงินออกไป“ฟิ้ว!” ลูกศรสีเงินพุ่งตัดผ่านอากาศ พุ่งเข้าหาเซลีนอย่างรวดเร็ว
เซลีนหรี่ตาลงเล็กน้อยและเบี่ยงตัวหลบลูกศรได้อย่างรวดเร็ว! เสียงลมของลูกศรที่พุ่งเข้ามาเฉียดผ่านหูของเธอไป“ฉึก!!!” ลูกศรสีเงินพุ่งเข้าปักกับต้นไม้ข้างๆ ตัวเธอ
“โอ้แหมๆ…หลบไวใช้ได้เลยนะครับ”ฟินน์ยิ้ม เขาหัวเราะเบาๆ
เซลีนหันมามองฟินน์ด้วยสายตาเย็นชา‘ทำไม…เขาถึงได้น่ารำคาญแบบนี้นะ?’ เธอคิดในใจ
“แสงศักดิ์สิทธิ์” เซลีนร่ายพลังของธนูลูกศรแสงสีทองสว่างวาบ พุ่งเข้าหาฟินน์อย่างรวดเร็ว ‘ฟิ้ว!’
“บานสะพรั่ง!”ฟินน์เรียกใช้พลังเส้นทางรุ่งอรุณ แสงสีเหลืองนวลแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขาเพิ่มพลังชีวิตและฟื้นฟูพละกำลัง เขากระโดดหลบลูกศรแสงสีทองได้อย่างง่ายดาย
“เรน่า! รีบไป!ไปจับวิสเปอร์เบิร์ดมาให้ได้! พวกเราจะยื้อพวกโนวาเอาไว้ให้!” ยูนะตะโกนบอกเรน่า
“อืม! เข้าใจแล้ว!”เรน่าพยักหน้ารับ เรน่ากระชับมีดสั้นทั้งสองเล่มในมือ “ประกายวาบ!”เธอเรียกใช้พลัง เส้นแสงสีส้มเจิดจ้าแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเธอ ‘ฟิ้ว!’ ความเร็วของเธอพุ่งสูงขึ้น เรน่าพุ่งตัวไปหาต้นไม้ใหญ่ที่วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองเกาะอยู่ร่างกายบอบบางของเธอ เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ว่องไวราวกับสายลม
“คราวนี้แหละ! ฉันจะต้อง…เอาวิสเปอร์เบิร์ดมาให้ได้!”เรน่าพึมพำกับตัวเอง
เธอเริ่มปีนขึ้นไปบนต้นไม้มือเรียวเล็กจับกิ่งไม้แน่น เท้าของเธอเหยียบย่ำไปตามกิ่งไม้อย่างมั่นคง ‘ต้องรีบขึ้นไปให้ถึง!’
“รากแห่งความเชื่อมั่น!”เสียงของไอลีนดังขึ้น ไอลีนเองก็เรียกใช้พลังเส้นทางพันธสัญญา ร่างกายของเธอเปล่งประกายสีเขียวอ่อนเธอกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ ‘ฟิ้ว!’ ร่างกายของเธอเบาหวิว
“ฉันจะไม่ยอมให้เธอไปเด็ดขาด!”ยูนะตะโกนขึ้น มือข้างหนึ่งกำหอกจันทราเสี้ยวแน่น “รากแห่งความเชื่อมั่น!”เธอกระตุ้นพลังพุ่งเข้าใส่ไอลีน หมายจะขัดขวางไม่ให้ไอลีนตามเรน่าไป
หอกจันทราเสี้ยวในมือของยูนะส่องประกายสีเงิน “ฟิ้ว!”
“หยุดซะ ยูนะ! ฉันจะไม่ยอมให้เธอเข้าไปขวางไอลีนหรอก!”โนวาตะโกนขัด เขาพุ่งเข้ามาขวางทางยูนะ
“เคร้ง!”ดาบของโนวาปะทะเข้ากับหอกของยูนะ เสียงดังกังวานไปทั่วบริเวณ
“เธอต้องอยู่กับฉันตรงนี้นี่แหละ!”โนวาตะโกนบอกอย่างหนักแน่น พลางกระชับดาบแสงจันทราในมือแน่น ใบหน้าของเขาจริงจัง ดวงตาสีฟ้าเข้มจ้องมองไปที่ยูนะ
“จะมาขวางกันงั้นหรอโนวาน! ครั้งนี้กลุ่มของฉันจะต้องจับวิสเปอร์เบิร์ดให้ได้!” ยูนะประกาศกร้าว ดวงตาสีแดงก่ำของเธอจ้องมองโนวาใบหน้าเรียวคมของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอพยายามหาจังหวะโจมตีโนวา ดาบและหอกปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นประกายไฟ
“ไม่หรอก ครั้งนี้กลุ่มของฉันต่างหากที่จะได้วิสเปอร์เบิร์ดมา”โนวาตอบกลับอย่างมั่นใจ ขณะเดียวกันก็รับมือกับการโจมตีของยูนะ
“หึ! งั้นก็มาดูกันว่าใครจะคิดถูก!” ยูนะแสยะยิ้ม เธอกระชับหอกจันทราเสี้ยวในมือแน่น “รากแห่งความเชื่อมั่น!” ยูนะเรียกใช้พลังเส้นทางพันธสัญญา พลังงานสีเขียวอ่อนสว่างวาบขึ้นรอบกายร่างกายของเธอแข็งแกร่งขึ้น
“ฟิ้ว!” ยูนะพุ่งเข้าใส่โนวาอย่างรวดเร็วหอกจันทราเสี้ยวในมือของเธอพุ่งเข้าใส่ เล็งไปที่ไหล่ของโนวา
“ฉัวะ!”
โนวารีบยกดาบขึ้นป้องกันการโจมตีของยูนะ“เคร้ง!” เสียงโลหะกระทบกันอีกครั้ง เกิดประกายไฟจากการปะทะกันของอาวุธ
“ประกายวาบ!” โนวาเรียกใช้พลังเส้นทางประกายแสงแสงสีส้มเจิดจ้า ห่อหุ้มร่างกายของเขา ร่างกายของเขาเบาหวิว ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
“คิดจะใช้ความเร็วสู้กับฉันงั้นเหรอ?” ยูนะแสยะยิ้ม เธอสบตากับโนวาที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่ยูนะก็ไม่หวั่นไหวพลางพุ่งเข้าหาโนวาอีกครั้ง
“ฉัวะ! ฉึก!”หอกจันทราเสี้ยวในมือของเธอนั้น ฟาดฟันเข้าใส่โนวาอย่างรวดเร็วและรุนแรง โนวารีบยกดาบขึ้นป้องกันการโจมตีของยูนะอย่างยากลำบาก
“เธอ…แข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก”โนวาสบถออกมา เขารู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นของยูนะ ‘แถมเธอยังโจมตีได้แม่นยำขึ้นด้วยบ้าจริง!’
ทางด้านเซลีน เธอจ้องมองฟินน์ที่กำลังยืนยิ้มอยู่‘น่ารำคาญจริงๆ เลย’ เธอคิดในใจ มือเรียวของเธอจับคันธนูเอาไว้แน่น“แสงศักดิ์สิทธิ์!” เธอเรียกใช้พลังของธนู ปล่อยลูกศรแสงสีทองออกไปอีกครั้ง“ฟิ้ว!”
“บานสะพรั่ง!” ฟินน์ร่ายเวทเสริมพลังชีวิตให้กับร่างกาย เขากระโดดหลบลูกศรแสงสีทองอีกครั้ง แต่คราวนี้…วิถีลูกศรแสงนั้นกลับโค้งและเฉียดแขนขวาของเขาไป
‘แผล…’ แม้จะเป็นเพียงรอยขีดข่วนเล็กๆ แต่ฟินน์ก็สัมผัสได้ถึงพลังอันร้อนแรงของมัน ‘เธอเริ่มจับทางฉันได้แล้วสินะ...ฮะๆบ้าจริง’ ฟินน์ยกมือขึ้นลูบรอยแผลเบาๆ
“อย่าหวัง…ว่าจะแย่งวิสเปอร์เบิร์ดไปจากฉันง่ายๆยัยโง่!” ไอลีนตะโกนบอกเรน่าด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เธอมองเรน่าที่กำลังนำหน้าเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ฉันจะไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ!”เรน่าตอบกลับ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอมองไอลีนอย่างไม่เกรงกลัว
เรน่ากระโดดขึ้นไปบนต้นไม้“ใกล้ถึงแล้ว… อีกนิดเดียว…”
ไอลีนเองก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ตามหลังเรน่าไปติด ๆ เธอกระโดดตามกิ่งไม้ “ฟิ้ว! ฟิ้ว!” ด้วยความรวดเร็วและคล่องแคล่วราวกับลิงเธอใช้สองแขนด้านหลัง ผลัก ขัดขวาง โจมตี และฟาดฟันดาบใส่เรน่าอย่างไม่ลดละ ดาบคริสตัลสีฟ้าอ่อนส่องประกายส่วนแขนสองข้างด้านหน้า ก็พยายามเอื้อมมือออกไปจับวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง
“ฉันจะต้องได้วิสเปอร์เบิร์ดตัวนี้มาให้ได้!”ไอลีนสบถออกมา
“ฉันก็เหมือนกัน! ฉัน…ฉันเองก็ไม่ยอมแพ้คุณสี่แขนหรอกนะ!”เรน่าตะโกนตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เธอกระชับมีดสั้นในมือแน่น
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเรน่าจ้องมองวิสเปอร์เบิร์ดที่กำลังบินหนีอยู่ด้านหน้าใบหน้าซีดเผือดของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ‘ฉันจะต้องจับมันให้ได้!’
เธอพุ่งตัวขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็วหลบหลีกการโจมตีจากดาบและแขนของไอลีน ‘ฉัวะ! ฉึก!’เสียงดาบคริสตัลสีฟ้าอ่อน ฟาดฟันเข้าใส่ เรน่าใช้ความเร็วและความคล่องแคล่ว หลบหลีกการโจมตีของไอลีนอย่างหวุดหวิด
“อีกนิดเดียว…” เรน่าพยายามปีนขึ้นไปบนต้นไม้มือเรียวเล็กของเธอจับกิ่งไม้แน่น เท้าของเธอเหยียบย่ำไปตามกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว
เรน่านึกถึงวันที่เธอฝึกซ้อมวันที่เธอต้องเผชิญหน้ากับความกลัวของเธอ วันที่เธอต้องล้มลุกคลุกคลานและฝึกฝนตัวเองอย่างหนักหน่วง ‘ฉันจะต้องจับให้ได้! วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง!’
“ใกล้ถึงแล้ว…”
เรน่าพุ่งตัวขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็วเธอใช้ความเร็วและความคล่องแคล่ว หลบหลีกการโจมตีของไอลีน “ฉัวะ!ฉึก!” เสียงดาบคริสตัลสีฟ้าอ่อนฟาดฟันเข้าใส่ตัวเรน่า
มือเรียวเล็กของเธอ เอื้อมมือออกไป‘วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง… ใกล้แล้ว!’
และในที่สุด…เรน่าก็คว้าวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองที่กำลังบินหนีเอาไว้ได้!ขนสีเทาเงินนุ่มสลวยของมัน สั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าใสราวกับอัญมณี จ้องมองเรน่าอย่างหวาดกลัว
“สำเร็จ ฉันทำได้แล้ว!”เรน่ายิ้มออกมา ใบหน้าซีดเซียวของเธอ มีรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ความรู้สึกโล่งอกและดีใจแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
“บัดซบ!” ไอลีนสบถออกมาอย่างหัวเสีย‘ทำไม…ทำไมเธอถึงได้จับมันไปได้ก่อนกัน!’ เธอกำหมัดแน่น ดวงตาสีม่วงของเธอจ้องมองไปที่เรน่า
เรน่าไม่สนใจไอลีนอีกต่อไปเธอรีบกระโดดลงมาจากต้นไม้ “ฟิ้ว!” “ประกายวาบ!” เธอเรียกใช้พลัง เสริมความเร็วและวิ่งกลับไปหายูนะและเซลีน
“ยูนะ! เซลีน! ดูสิ!ฉันจับวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองมาได้แล้ว!” เรน่าตะโกนเรียกเพื่อนร่วมทีมของเธอ
“เรน่า! เธอทำได้แล้วเหรอ!?”ยูนะมองเห็นเรน่าที่กำลังวิ่งเข้ามาหา ดวงตาสีฟ้าสดใสของเธอเบิกกว้าง
“ใช่! ฉันจับมันมาได้แล้ว!”เรน่าพยักหน้า เธอยื่นกรงนกให้กับยูนะ
“วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง!”ยูนะรับกรงนกมา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “เยี่ยมมาก เรน่า!”
ไอลีนกระโดดลงมาจากต้นไม้เธอเดินเข้ามารวมตัวกับโนวาและฟินน์ เธอมองไปที่เรน่า ยูนะ และเซลีน ดวงตาสีฟ้าครามของเธอฉายแววผิดหวัง
“บ้าจริง ขอโทษ…ฉันพลาด”เธอพูดออกมาอย่างแผ่วเบา
“ไม่เป็นไร” โนวายิ้มให้“ตอนนี้พวกเราแค่ต้อง…แย่งวิสเปอร์เบิร์ดกลับมาให้ได้”
“เหลือเวลาอีกประมาณ2 ชั่วโมง บททดสอบก็จะจบลง” โนวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางมองไปที่นาฬิกานับถอยหลังที่เขาพกติดตัวมาด้วยเขานึกถึงสิ่งที่เอเม็ธได้ประกาศเอาไว้ ‘นักล่ารอบแรกน่าจะเริ่มออกล่าไปได้สักพักแล้วสินะและอีกไม่กี่นาที ภัยพิบัติรอบที่ 5 ก็คงจะมาถึง’ ความรู้สึกกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
“วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองนั่นฉันจะต้องแย่งมันกลับมาให้ได้” ไอลีนกล่าวออกมา ดวงตาสีม่วงของเธอจ้องมองไปที่ยูนะที่กำลังยืนถือกรงนกบรรจุวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองอยู่
“ฮ่า ๆ ไม่มีทางซะหรอกไอลีน!พวกเราจะไม่มีวันยอมให้เธอแย่งวิสเปอร์เบิร์ดไปจากพวกเราแน่!”ยูนะหัวเราะลั่น เธอมองไอลีนด้วยแววตาที่ท้าทาย “จริงไหม?เรน่า” ยูนะหันไปถามเรน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ
“เอ่อ…อืม! ใช่แล้ว!”เรน่าพยักหน้ารับ เธอหลบสายตาของไอลีนที่ดูน่ากลัว
“เอาล่ะ เรน่า! เตรียมตัวสู้ได้เลย!”ยูนะกล่าว
“อืม! เข้าใจแล้ว!” เรน่าพยักหน้ารับเธอกระชับมีดสั้นทั้งสองเล่มในมือแน่น ‘ฉันจะไม่ทำให้ทั้งสองคนผิดหวัง!ต้องปกป้องวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองเอาไว้ให้ได้!’
“ถ้างั้นก็มาเริ่ม…”โนวากำลังจะพูด แต่ทว่ามีเสียงบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวก็ดังขึ้นมาจากด้านข้างของพวกเข...
“!!!!” โนวา ไอลีน ฟินน์ยูนะ เรน่า และเซลีน พวกเขาทั้งหมดต่างพากันหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ และหันไปมองยังต้นเสียงด้วยความประหลาดใจใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยคำถาม ‘ใครกัน? ทำไมถึงเข้ามาใกล้พวกเราได้ขนาดนี้?’
“ตึก ตึก ตึก ตึก”เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีม่วงเข้ม ผมสีดำสนิท สวมแว่นกรอบเงินเดินออกมาจากพุ่มไม้ ใบหน้าคมคายของเขาดูเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ
“คุณเอเม็ธ!?”โนวา ยูนะ และเรน่า อุทานออกมาพร้อมกัน ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้าง ‘ทำไม…ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้!?’
เอเม็ธหยุดเดิน มองไปยังกลุ่มของโนวาและเรน่าเขายกมือขึ้นดันแว่น “พวกคุณคงจะสับสนสินะครับ ที่เห็นผมมาอยู่ที่นี่”เขายิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย “ผมมาในฐานะ…นักล่าไงล่ะครับ”
‘นักล่า!?’ โนวา ยูนะ และเรน่า พวกเขาคิดในใจพร้อมกัน ความตกตะลึงแล่นริ้วไปทั่วร่างกาย
เอเม็ธยกมือขวาขึ้นมาดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาเยือกเย็น ไร้อารมณ์ราวกับคนละคนกับเอเม็ธที่พวกเขารู้จัก
“เอาล่ะครับทุกคนถึงเวลาที่พวกคุณจะต้องถูกตัวผมไล่ล่ากันแล้วล่ะครับ” เอเม็ธแสยะยิ้มออกมา ร่างกายที่สูงใหญ่ของเขายิ่งทำให้เขาดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น
โนวา ไอลีน ฟินน์ยูนะ เรน่า และ เซลีน พวกเขาทั้งหมดต่างรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเอเม็ธ
“หนี! เร็วเข้า! ต้องรีบหนีจากที่นี่!”เสียงตะโกนของยูนะดังขึ้น เหมือนกับเป็นสัญญาณให้ทุกคนเริ่มหลบหนีพวกเขาทั้งสองกลุ่มต่างพยายามวิ่งหนีไปคนละทิศทาง
“พวกคุณ…ไม่มีทางหนีพ้นจากผมไปได้หรอกนะครับ”เอเม็ธแสยะยิ้ม ‘หึๆ… จะไปทางไหนดีนะ?’ เอเม็ธมองไปยังทั้งสองกลุ่ม ‘กลุ่มหนึ่ง พวกเธอมี 90คะแนน วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง…ส่วนกลุ่มอีกกลุ่มมี 80 คะแนน’
“เอาล่ะ...ผมขอตามกลุ่ม90 คะแนนไปแล้วกัน” เอเม็ธพูดจบก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่กลุ่มของเรน่าหนีไป
...
โนวา ไอลีน และฟินน์ พวกเขากำลังนั่งพักอยู่บนรากไม้ขนาดใหญ่ หลังจากที่หลบหนีจากเอเม็ธไปได้สักพักและสังเกตเห็นว่าเอเม็ธไม่ได้ไล่ตามกลุ่มของพวกเขามาใบไม้สีเขียวมรกตเปียกชื้น ยังคงมีหยดน้ำเกาะ ร่องรอยของน้ำท่วม หรือร่องรอยจากภัยพิบัติที่ผ่านๆมาปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วบริเวณ
“เวลามันผ่านไปช้าชะมัดเลย”โนวามองไปยังนาฬิกาจับเวลาที่เขาพกติดตัวอีกครั้ง “เหลือเวลาอีก1 ชั่วโมง 30 นาที บททดสอบด่านที่ 3ก็จะสิ้นสุดลงแล้ว” เขาพูดขึ้น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“ฉันว่า…พวกเราพอแค่นี้เถอะไอลีน ตอนนี้พวกเรามี 80 คะแนน ก็น่าจะพอแล้วล่ะ” โนวากล่าวขึ้นสายตาสีฟ้าเข้มของเขามองไปยังไอลีนและฟินน์
“อืม...” ไอลีนแค่นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจเธอยังไม่ยอมแพ้ ‘วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง…ฉันจะต้องได้มันมา’
“แต่ว่า...สถานการณ์ตอนนี้มันอันตรายเกินไปนะไอลีน ถ้าให้ฉันเดา นักล่าคงจะไม่ได้มีแค่เอเม็ธคนเดียวหรอก แถมพวกเขาน่าจะมีฝีมือพอๆกับเอเม็ธด้วย” ฟินน์พูดขึ้น น้ำเสียงของเขาจริงจัง เขามองไปยังไอลีน “ถ้าพวกเราออกไปตอนนี้ เราอาจจะไปเจอกับนักล่าคนอื่นแล้วโดนแย่งวิสเปอร์เบิร์ดทั้งหมดที่เรามีไปก็ได้”
“ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันพวกเราต้องระวังตัวเอาไว้” โนวาพยักหน้าเห็นด้วย ‘ถ้าเจอนักล่าอีก...พวกเราคงแย่แน่’เขาคิดในใจ
ไอลีนเงียบไป เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างไม่เต็มใจนัก “เฮ้อ…เข้าใจแล้ว งั้นพวกเราไปหาที่ซ่อนตัวเถอะ”
โนวา ไอลีน และฟินน์เดินลึกเข้าไปในป่า แสงแดดยามเย็นส่องลอดผ่านแมกไม้ ทิ้งเงายาวลงบนพื้นดินที่ชุ่มฉ่ำพวกเขาต้องหาที่ที่ปลอดภัย และพักผ่อนกันก่อน
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงถ้ำขนาดเล็กมันซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตก ที่ที่เขาเคยใช้ซ่อนตัวจากอารากอส ‘ที่นี่น่าจะปลอดภัย...’ โนวาคิดในใจพลางนึกย้อนถึงตอนที่เขาใช้ที่นี่เป็นที่ซ่อนตัวจากอารากอส
โนวา ไอลีน และฟินน์ทรุดตัวลงนั่งพิงผนังถ้ำ
“แฮ่ก ๆ ๆ”พวกเขาหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ‘ในที่สุดก็ได้พักสักที’โนวาคิดในใจ เขามองไปที่น้ำตกเบื้องหน้า สายน้ำใสสะอาด ไหลรินลงมาจากหน้าผาสูงชัน เสียงน้ำตก“ซ่า ซ่า” ช่วยกลบเสียงกลบเสียงของวิสเปอร์เบิร์ดที่พวกเขามีทำให้คนที่อยู่ด้านนอกถ้ำได้ยินแต่เสียงน้ำตกดังเท่านั้น
‘อย่างน้อยเราก็มี 80คะแนนแล้ว จากวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีแดง 2 ตัวเหลือแค่รอเวลา…’ โนวาคิดในใจ เขามองไปยังนาฬิกา ‘เหลืออีก 1 ชั่วโมง 30 นาที การทดสอบก็จะจบลงแล้ว แต่พวกเรายังต้องวางแผนรับมือกับนักล่าอันตรายพิเศษด้วยพวกเขาจะเริ่มออกล่าในอีกครึ่งชั่วโมง’
...
หลังจากพักไปได้ไม่นาน…
“แกร๊กๆๆ”เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเข้าถ้ำ ‘ใคร!?’ หัวใจของโนวาเต้นระรัว ไอลีน และ ฟินน์ พวกเขาทั้งหมดหันไปมองที่ทางเข้าถ้ำอย่างตึงเครียดเหงื่อเย็น ๆ ไหลลงมาตามใบหน้าและฝ่ามือ ‘นักล่ารึเปล่า? แต่ไม่น่าจะมีใครได้ยินเสียงวิสเปอร์เบิร์ดของเรานี่’ ความคิดนั้นแล่นริ้วไปทั่วร่างกาย
โนวารีบชักดาบแสงจันทราออกมาจากฝักไอลีนชักดาบคริสตัลสีฟ้าออกมาจากฝัก ส่วนฟินน์ เขานั้นหยิบธนูขึ้นมา เล็งไปที่ทางเข้าถ้ำร่างกายของพวกเขาทั้งหมด ตึงเครียดราวกับสายธนูที่ถูกดึงจนสุด
“!!!”
“โซเฟีย!” โนวา ไอลีนและ ฟินน์ อุทานออกมาพร้อมกัน เมื่อเห็นหญิงสาวครึ่งสัตว์ร่างสูง ผมสีน้ำตาลยาวถึงกลางหลังสวมชุดเกราะหนังสีเขียวเข้ม ยืนอยู่ที่ปากถ้ำ ใบหน้าของเธอเคร่งขรึม แววตาสีฟ้าของเธอจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างเยือกเย็น มือขวาของเธอ กำขวานคู่ใจเอาไว้แน่น
“พวกนายน่ะ รีบส่งวิสเปอร์เบิร์ดมาให้ฉันซะ!”โซเฟียกล่าว เสียงของเธอหนักแน่น ใบหน้าของเธอแสยะยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมโหด
“บัดซบ!”
โนวา ไอลีน และฟินน์พวกเขารู้ดีว่าถ้าต่อสู้กับโซเฟียตรงๆ พวกเขาไม่มีทางชนะ พวกเขาทั้งสามคนต่างลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและพุ่งตัวออกจากถ้ำวิ่งหนีสุดชีวิต!
...
“พวกเราต้องรีบแล้วล่ะ!เหลือเวลาอีกแค่ 1 ชั่วโมง 15 นาที…ใกล้จะถึงเวลาที่นักล่าอันตรายพิเศษเริ่มออกล่าแล้ว!”จินกล่าวอย่างร้อนรน เขาพยายามเร่งฝีเท้า แม้จะรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งร่างกาย
“อืม! รีบไปตามหาวิสเปอร์เบิร์ดกันต่อเถอะต้องหาคะแนนเพิ่ม” ลูนาเรียพยักหน้าเห็นด้วย แววตาสีฟ้าอมเทาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
กลุ่มของจินออกเดินทางอีกครั้งมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าจันทรา เส้นทางที่พวกเขาเดินผ่านเต็มไปด้วยซากปรักหักพังจากภัยพิบัติ ต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มลง เศษหินกระจัดกระจาย แอ่งน้ำขังกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
‘อย่างน้อย…ถ้าหานกวิสเปอร์เบิร์ดเพิ่มไม่พอก็ต้องได้คะแนนประเมินจากเจ้าหน้าที่เกิน 80 คะแนนให้ได้’ จินคิดในใจ‘ฉันต้องผ่านด่านนี้ให้ได้!’
“แฮ่ก ๆ ๆ”จินหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน
“อีกนิดเดียว...จุดหมายของพวกเราอยู่ไม่ไกลแล้ว”คาร์ลหันไปพูดกับจินและลูนาเรีย เขาพยายามให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีม
“จริงสิ ลูนาเรีย” จินหันไปมองลูนาเรีย“เธอใช้พลังแสงนำทางได้บ่อยจังนะ ทั้งๆ ที่ปกติผู้ใช้เส้นทางประกายแสง นานๆ ทีถึงจะใช้ได้แท้ๆ”
ลูนาเรียที่ได้ยินดังนั้นเธอก็ทำหน้าครุ่นคิดบางอย่าง “อืม…ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” เธอตอบความจริงแล้วเธอก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน ‘ทำไม…ทำไมฉันถึงใช้มันได้บ่อยขนาดนี้นะ?’
“ถึงแล้ว! นั่นไง! วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง!”ลูนาเรียชี้ไปข้างหน้า ดวงตาสีฟ้าอมเทาของเธอเป็นประกาย
พวกเขามองเห็นวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองมันกำลังเกาะอยู่บนกิ่งไม้ อยู่ไม่ไกลจากพวกเขา ขนสีเทาเงินของมันส่องประกายระยิบระยับดวงตาสีฟ้าใสราวกับอัญมณีจ้องมองมาที่พวกเขา
“ในที่สุด…ก็เจอสักที”ลูนาเรียพึมพำกับตัวเองเบาๆ
แต่ตอนนั้นเอง เสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่ดังขึ้นไปทั่วป่าจันทรา“ผู้เข้าสอบทุกกลุ่มโปรดทราบ!ตอนนี้นักล่าอันตรายพิเศษ…เริ่มออกล่าแล้ว!”
‘นักล่าอันตรายพิเศษมาแล้ว!’จิน ลูนาเรีย และคาร์ล ต่างพากันชะงัก ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจ
‘พวกเขามาแล้ว!’ความรู้สึกกดดันถาโถมเข้ามา หัวใจของพวกเขาเต้นระรัว ‘ต้องรีบไปจับวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองตัวนั้นให้ได้ก่อนที่นักล่าอันตรายพิเศษจะมาถึง!’ พวกเขาทั้งสามคนคิดในใจ
จิน ลูนาเรียและคาร์ล รีบพุ่งตัวเข้าหาต้นไม้ที่วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองเกาะอยู่
“!!!”
พวกเขาทั้งสามคนต้องหยุดชะงักอีกครั้งเมื่อสายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังร่างของชายคนหนึ่ง ที่นอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆกับวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง ‘ใครกัน?’
ชายคนนั้นสวมชุดลำลองสบายๆเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด กางเกงขายาวสีดำ เขาดูผ่อนคลาย หลับตาพริ้ม…ราวกับไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
“วิสเปอร์เบิร์ดทำไมมันถึง…” จินมองไปยังวิสเปอร์เบิร์ดหลายตัว พวกมันกำลังเกาะอยู่บนร่างของชายคนนั้นโดยไม่หนีไปไหนขนสีเทาเงินของมันสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงลม ดวงตาสีฟ้าใสราวกับอัญมณีจ้องมองมาที่พวกเขา ‘ทำไมพวกมันถึง?’
“เซเรียน!?” จิน ลูนาเรีย และคาร์ล พวกเขาทั้งสามคนต่างเบิกตากว้าง ‘หรือว่านักล่าอันตรายพิเศษ....คือผู้นำสมาคมพ่อค้า!’ ความคิดนั้นทำให้พวกเขารู้สึกตกตะลึง
เซเรียนลืมตาขึ้น เผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าอ่อนที่ดูเหนื่อยล้า
“หึ” เขาแสยะยิ้มออกมามองไปยังจิน ลูนาเรีย และคาร์ล “ดูเหมือนเหยื่อ…จะติดเบ็ดแล้วสินะครับ”
“เอาล่ะ! ถ้าอย่างนั้น...ผมก็จะเริ่มไล่ล่าพวกคุณแล้วนะครับ”เซเรียนประกาศกร้าว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มเผ่าเอลฟ์
...
เหลือเวลาอีก 1ชั่วโมง บททดสอบก็จะจบลง ธอร์นมองนาฬิกานับถอยหลังอย่างใจจดจ่อภายใต้ท้องฟ้าสีแดงฉานที่ถูกย้อมไปด้วยเปลวเพลิง ภัยพิบัติครั้งสุดท้ายของการทดสอบได้เริ่มต้นขึ้นแล้วควันสีเทาหนาแน่นพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า บดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด กลิ่นเหม็นไหม้ของต้นไม้ใบหญ้า ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
‘ไฟป่างั้นเหรอ?’ธอร์นแสยะยิ้มออกมาอย่างเย็นชา ‘บรรยากาศแบบนี้…เหมาะกับฉันดีนี่’
ความร้อนจากเปลวเพลิงแผดเผาไปทั่วป่าจันทรา เสียงไม้ลั่นดัง “เปรี๊ยะๆ” ราวกับเสียงกรีดร้องของป่า อากาศรอบข้างร้อนระอุยากลำบากในการหายใจ ความร้อนแผดเผาผิวจนรู้สึกแสบร้อนไปหมด
“แฮ่กๆๆ”ฮงสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก เขากำลังหอบหายใจ เสื้อผ้าของเขาเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าจากไฟป่าใบหน้าคมคายของเขาซีดเซียว “ต้องรีบหาที่ซ่อนตัว ก่อนที่พวกนักล่าอันตรายพิเศษจะออกมา!”
“พวกเรามี 90คะแนนแล้ว มันเยอะเกินพอแล้วล่ะ” ฮงพูดต่อ ดวงตาสีดำสนิทมองไปยังธอร์นที่กำลังยืนกอดอก
“หึ!ต่อให้เจอนักล่า ฉันก็จะเป็นคนจัดการ และรับ 100 คะแนนพิเศษนั่นมาเอง”ธอร์นกล่าวอย่างมั่นใจพลางแสยะยิ้มออกมา
“นายนี่มันไม่กลัวอะไรเลยสินะ…ธอร์น”ฟาเบียนส่ายหน้า เขามองธอร์นอย่างเหนื่อยใจ ‘ทำไมเขาถึงได้เป็นพวกหัวรุนแรงนักนะ’
พวกเขาทั้งสามคนเร่งฝีเท้าวิ่งลึกเข้าไปในป่า มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ปลอดภัย เสียงฝีเท้าของพวกเขาดัง “แกร๊กๆ” บนพื้นดินที่แห้งผากและเต็มไปด้วยเศษหิน
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงถ้ำขนาดเล็กตรงหน้าฝาสูงชัน“เอาล่ะ! พวกเรามาพักตรงนี้แหละ” ฮงพูด “ที่นี่น่าจะปลอดภัย เดินเข้าไปได้ไม่ถึง 20 เมตรก็เจอทางตันแล้ว”
“พวกแกสองคนไปเฝ้ายามอยู่ข้างนอก ส่วนฉันจะเฝ้ากรงนกเอง” ธอร์นออกคำสั่ง “แล้วก็อย่าให้ใครเข้ามาใกล้”
“อืม”ฮงและฟาเบียนตอบรับพร้อมกัน พวกเขาทั้งสองคนพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปเฝ้ายามหน้าถ้ำ
ธอร์นทรุดตัวลง พิงผนังถ้ำหลับตาลง ‘อีก 1 ชั่วโมง การทดสอบก็จะจบลงแล้วฉัน…ฉก็จะได้เข้าร่วมกองกำลังสำรวจ’
ธอร์นลืมตาขึ้น เขามองไปที่กรงนกที่วางอยู่ข้างๆตัวเอง วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีแดงและวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง มันกำลังส่งเสียงร้อง“จิ๊บๆๆ”
“อีกหน่อย…พวกแกก็จะเป็นอิสระ”ธอร์นพึมพำกับตัวเองเบาๆ
...
“!!!”
ธอร์นลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว“ใครกัน?” เสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอกถ้ำ“ตึก ตึก ตึก”
‘บ้าจริง! ไอ้พวกนั้นทำไมถึงปล่อยให้ใครเข้ามาได้!’ ธอร์นสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขารีบคว้ากรงนกและกริชคู่ใจขึ้นมา
“ฉันบอกให้พวกแกเฝ้ายามกันให้ดีไง! แล้วทำไมถึงปล่อยให้…” ธอร์นรีบวิ่งออกไปหน้าถ้ำ สายตาสีฟ้าคมกริบ จ้องมองไปที่ฮงและฟาเบียนที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“ทำไมมัน…ถึงมาอยู่ที่นี่ได้!?”
ธอร์นหายใจติดขัดหัวใจของเขาเต้นระรัว เมื่อเห็นอเล็กซ์ในชุดเกราะสีดำสนิท เดินออกมาจากพุ่มไม้ ‘บัดซบ! ทำไมต้องเป็นเขา’ ร่างกายสูงใหญ่ของอเล็กซ์ดูสง่างาม ดาบในมือของเขาเปล่งประกายสีเขียวอ่อน
ธอร์นรีบคว้ากรงนกและกริชคู่ใจขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือ
“คุณอเล็กซ์!?”ฮงและฟาเบียนอุทานออกมาพร้อมกัน พวกเขาทั้งสองคนต่างก็ตกใจจนตัวแข็งทื่อใบหน้าซีดเผือด “ทำไม…ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้!?”
“พวกเธอคงจะพอเดาได้อยู่แล้วฉันมาในฐานะ “นักล่า” ไงล่ะ” อเล็กซ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม ดวงตาสีเขียวมรกตของเขา มองไปยังธอร์นฮง และฟาเบียน
“บัดซบ!”ธอร์นสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขามองอเล็กซ์ด้วยแววตาที่ตื่นตระหนกในตอนแรกแต่มันก็เปลี่ยนเป็นแววตาที่ดูตื่นเต้นและท้าทายในเวลาเดียวกันเขาขยับมือซ้ายที่ยังคงเจ็บแปลบจากการต่อสู้กับลูนาเรีย ‘แผลบ้าๆนี่’ และกำดาบในมือไว้แน่น
“แกคงตามเสียงของนกพวกนี้มาสินะ”ธอร์นพยายามสงบสติอารมณ์ ‘วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง…มันทำให้มันมาที่นี่’
“ใช่แล้วล่ะฉันตามเสียงวิสเปอร์เบิร์ดของพวกเธอมา” อเล็กซ์พยักหน้ารับ
“หึหึ”ธอร์นแสยะยิ้มออกมา “มาสู้กันหน่อยเป็นไง อเล็กซ์? ฉันอยากจะลองวัดฝีมือกับแกมานานแล้ว!”
“กับฉัน?” อเล็กซ์ตกใจเล็กน้อย เขามองธอร์นด้วยความสงสัย
“ใช่! แกนั่นแหละ มาสู้กันเลย!ฉันจะจัดการแกซะ!” ธอร์นคำรามลั่น ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความบ้าคลั่ง เขาพุ่งเข้าใส่อเล็กซ์อย่างรวดเร็ว
“ได้สิ! ถ้าอย่างนั้นก็...เข้ามาเลย!”อเล็กซ์ตัดสินใจ เขารับคำท้าของธอร์น “ฟิ้ว!” อเล็กซ์พุ่งเข้าใส่ธอร์นเช่นกันดาบในมือของเขาส่องประกายสีเขียวอ่อน
“เคร้ง! ตู้ม!” เสียงดาบปะทะกันดังกึกก้องไปทั่วป่าคลื่นพลังงานสีเขียวอ่อนปะทะกันจนเกิดระเบิดขนาดย่อม ๆ
“รากแห่งความเชื่อมั่น!”ธอร์นคำรามลั่น แสงสีเขียวอ่อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเขา “ฉันจะจัดการแกซะอเล็กซ์!”
“โล่แห่งเมตตา!” อเล็กซ์ตะโกนเขาใช้พลังเส้นทางพันธสัญญา สร้างโล่พลังงานสีเขียวอ่อนขึ้นมา
“บึ้ม!!!” ดาบของธอร์นปะทะเข้ากับโล่พลังงานเกิดระเบิดสะเทือนไปทั่วบริเวณ “อ๊ากกกก!” ธอร์นร้องลั่นเขากระเด็นออกไปหลายเมตร
“ธอร์น!!!”ฮงและฟาเบียนตะโกนเรียกชื่อธอร์นด้วยความเป็นห่วง “รีบหนีไปเถอะ!อีกเดี๋ยว…มันก็จะหมดเวลาแล้ว!”
“ไสหัวไป!พวกแกเอาไอ้นกนั่นไป แล้วก็ไสหัวไปซะ! ส่วนฉันจะสู้กับไอ้เวรนี่เอง!” ธอร์นตวาดใส่ฮงและฟาเบียนแม้ร่างกายของเขาจะบอบช้ำจากแรงระเบิด แต่เขาก็ยังคงยืนหยัด
‘ไอ้บ้าธอร์น…คิดจะสู้กับคุณอเล็กซ์เพียงลำพังงั้นเหรอไม่มีทางชนะหรอก!’ ฮงและฟาเบียนมองหน้ากันอย่างลังเล ‘พวกเราควรจะทิ้งมันเอาไว้ แล้วเอาไอ้นกวิสเปอร์เบิร์ดหนีไปเลยดีไหม…หรือ…จะช่วยธอร์นสู้กับคุณอเล็กซ์?’
พวกเขาคิดอยู่นาน… แต่สุดท้ายฮงก็ตัดสินใจได้ “ไม่! ธอร์น! พวกเราจะช่วยนายเอง! ถึงนายจะนิสัยเสียก็เถอะ…แต่ยังไงพวกเราก็เป็นกลุ่มเดียวกัน!”
“ใช่! แถมเพราะไฟป่านั่น...ต่อให้พวกเราหนีไป…พวกเราก็คงโดนคุณอเล็กซ์ตามทันได้ง่ายๆ”ฟาเบียนเสริม “อย่างน้อย ถ้าพวกเรา 3 คนช่วยกันสู้ยื้อเวลาเอาไว้ น่าจะมีโอกาสที่พวกเราจะปกป้องวิสเปอร์เบิร์ดเอาไว้ได้มากกว่าหนีล่ะนะ”
“...หึ” ธอร์นแค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชาแต่เขาก็ไม่ได้คัดค้านอะไรกับการตัดสินใจของฮงและฟาเบียน
“พวกแกมันโง่จริงๆ”ธอร์นพึมพำเบา ๆ พลางลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า “แต่ฉันเอง...ก็คงโง่ไม่ต่างจากพวกแก”
ธอร์น ฮง และฟาเบียนพวกเขาทั้ง 3 คน ยืนเรียงหน้ากระดาน เผชิญหน้ากับอเล็กซ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“พวกเธอไม่หนีกันงั้นเหรอ?” อเล็กซานเดอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองไปยังธอร์น ฮง และ ฟาเบียน “ทุ่มสุดตัวกันเลยสินะ ถ้าอย่างนั้น…ฉันก็จะไม่ทำให้พวกเธอต้องผิดหวัง!”
“พันธะวิญญาณ!”
แสงสีเขียวเจิดจ้าสว่างวาบขึ้น! หมาป่ากลายพันธุ์ขนสีขาว “ไวท์” ปรากฏตัวขึ้นข้างกายอเล็กซ์“กรรรรรรรรร!” มันคำรามลั่น ขู่คำราม แสดงถึงพลังอันน่าเกรงขาม
การต่อสู้ 1 ต่อ 3 ระหว่างอเล็กซ์และกลุ่มของธอร์น ได้เริ่มต้นขึ้น!
...
“เหลือเวลาอีกแค่ 1ชั่วโมง บททดสอบก็จะจบลงแล้ว” โนวาพึมพำกับตัวเอง พลางยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อที่ไหลอาบใบหน้า“แฮ่ก ๆ”เขารู้สึกเหนื่อยล้าจากการวิ่งหนีโซเฟียมาเป็นเวลานาน
“พวกเราต้องสลัดโซเฟียให้หลุดให้ได้ไอลีน! ฟินน์! เร็วเข้า!” โนวาตะโกนบอกสมาชิกในกลุ่ม “ไม่งั้นพวกเราคงไม่รอดแน่!”
“ภัยพิบัติครั้งสุดท้าย…มันคือไฟป่างั้นเหรอ!?ทำไมถึงได้ดวงซวยแบบนี้!?” โนวามองไปข้างหน้าเห็นเปลวเพลิงสีแดงฉานกำลังลุกโชน ต้นไม้ผลึกสีฟ้าอ่อนล้มระเนระนาด กิ่งก้านสาขาถูกเผาไหม้จนกลายเป็นสีดำควันสีเทาหนาลอยคลุ้งไปทั่ว
“พวกนายคิดว่า…จะหนีฉันพ้นรึไง?ส่งวิสเปอร์เบิร์ดมาซะดีๆ!” เสียงของโซเฟียดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงของเธอดูเยือกเย็นแต่เต็มไปด้วยอำนาจ
พวกเขาทั้งสามคนหันหลังกลับไปมอง
“บัดซบ! โซเฟีย! เธอตามเรามาติดๆ เลย!” ไอลีนสบถออกมาอย่างหัวเสีย เธอมองโซเฟียที่กำลังวิ่งไล่ตามมา โซเฟียอยู่ในชุดเกราะสีเงินขวานเล่มใหม่ในมือของเธอเปล่งประกายสีเขียวอ่อน
โนวา ไอลีน และฟินน์พวกเขาทั้งหมดต่างมองไปยังโซเฟียด้วยความกังวล แววตาของเธอจริงจังและดุดัน
“ข้างหน้าเป็นหน้าผา!แถมรอบๆ ก็มีไฟป่าลุกไหม้!” โนวาตะโกนบอก ใบหน้าซีดเผือดแววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ‘บ้าเอ๊ย! พวกเรา…ไม่มีทางหนีรอดแล้ว!’
ไอลีนกัดฟันกรอด “โนวาน ฟินน์! พวกนายรีบหนีไปก่อน! ฉันจะยื้อโซเฟียเอาไว้เอง!” เธอตัดสินใจพลางหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับโซเฟีย
ไอลีนส่งกรงนกที่ข้างในมีวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีแดง2 ตัวให้กับฟินน์ “ฝากด้วยนะ ฟินน์! รีบไป!”
“ไม่! เธอคนเดียว…ยื้อโซเฟียไว้ไม่ได้นานหรอก!ฉันจะสู้กับเธอด้วย!” โนวาปฏิเสธเสียงแข็ง เขารู้ดีว่าโซเฟียนั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน‘อย่างน้อยๆ…พวกเราก็ต้องยื้อเวลาให้ถึงที่สุด’ เขาคิด
“นั่นสินะ พวกเราสองคนจะช่วยเธอเองไอลีน” ฟินน์พยักหน้าเห็นด้วย เขาหันไปมองไอลีนที่กำลังเผชิญหน้ากับโซเฟีย “พวกเราสามคน…อาจจะพอมีหวังบ้าง”
โซเฟียหยุดวิ่งเธอยืนอยู่ตรงหน้าโนวา ไอลีน และฟินน์ ห่างออกไปไม่ถึง 5 เมตร“หมดทางหนีแล้วเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็…เข้ามาพร้อมกันเลย!”โซเฟียกล่าวท้าทาย น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าว
“รากแห่งความเชื่อมั่น!”โซเฟียร่ายพลังเส้นทางพันธสัญญา แสงสีเขียวอ่อนแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเธอ ร่างกายของเธอแข็งแกร่งขึ้นทนทานขึ้น พร้อมสำหรับการต่อสู้
“มาเริ่มกันเลย!”โนวาตะโกน เขากับไอลีนชักดาบออกมาจากฝักพร้อมกัน โนวานั้น เขากำดาบแสงจันทราสีเงินประดับอัญมณีสีฟ้าเอาไว้แน่น
“ประกายวาบ! รากแห่งความเชื่อมั่น!”โนวาและไอลีนเรียกใช้พลังพร้อมกัน
“บึ้ม!!!” แสงสีเขียวและสีส้มสว่างวาบขึ้นรอบกายของโนวาและไอลีนพวกเขาทั้งสองคน พุ่งเข้าใส่โซเฟียอย่างรวดเร็ว ดาบในมือของทั้งคู่ ส่องประกายเจิดจ้า
“ฉัวะ! ตู้ม!” เสียงดาบปะทะกับขวานดังกึกก้องไปทั่วป่า
“แข็งแกร่ง…เธอแข็งแกร่งมาก”โนวาคิดในใจ ‘บ้าจริง! นี่ใช่คนที่เหลือแขนแค่ข้างเดียวจริงๆงั้นเหรอเนี่ย?’
“บานสะพรั่ง!” ฟินน์ร่ายเวทเส้นทางรุ่งอรุณแสงสีเหลืองทองอบอุ่น แผ่ซ่านออกไปทั่วร่างกายของเขา เขานั้นเล็งธนูสีเงินประดับอัญมณีสีเขียวไปที่โซเฟีย“นี่! รับลูกศรของฉันไปซะ!” ฟินน์ปล่อยลูกศรแสงสีทองออกไปอย่างรวดเร็ว“ฟิ้ว!”
...
เสียงของดาบปะทะกับขวานดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ“แฮ่กๆๆ” โนวา ไอลีน และฟินน์ พวกเขาทั้งสามคนกำลังต่อสู้กับโซเฟียอย่างดุเดือดมาได้สักพักแล้วความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกายของพวกเขา แต่พวกเขาก็ยังคงต่อสู้ต่อไปอย่างไม่ลดละ
‘เวลาบนนาฬิกาเหลืออีกแค่25 นาที... บททดสอบด่านที่ 3 ก็จะสิ้นสุดลงแล้ว’โนวาคิดในใจ ‘ต้องยื้อจนหมดเวลาให้ได้!’
“ประกายวาบ! รากแห่งความเชื่อมั่น!”โนวาและไอลีนเรียกใช้พลังพร้อมกัน แสงสีเขียวอ่อนและแสงสีส้มสลับกันไปมาอย่างสวยงามพวกเขาพุ่งเข้าหาโซเฟียอย่างรวดเร็วและดุดัน
“บึ้ม!!!”
“พวกนายคิดว่าง่ายงั้นเหรอ?ที่จะยื้อเวลาฉันแบบนี้ มันยังไม่พอหรอกนะ!” โซเฟียตะโกน เธอใช้ขวานคู่ใจปัดป้องการโจมตีของโนวาและไอลีนอย่างง่ายดาย
“บานสะพรั่ง!” ฟินน์ร่ายเวทเส้นทางรุ่งอรุณแสงสีเหลืองทองอบอุ่น แผ่ซ่านออกไปทั่วร่างกายของเขา ฟินน์ เล็งธนูไปที่โซเฟีย ลูกศรแสงสีทองพุ่งเข้าหาโซเฟียอย่างรวดเร็ว
“อึก!” โซเฟียเบี่ยงตัวหลบลูกศรของฟินน์“น่ารำคาญจริง!” เธอสบถออกมาอย่างหัวเสีย กระโดดหลบดาบของไอลีนที่พุ่งเข้ามาหมายจะฟันแขนขวาของเธอ“พันธะวิญญาณ!” โซเฟียเรียกใช้พลังเส้นทางพันธสัญญา แสงสีเขียวเจิดจ้าสว่างวาบ
“ซิล!”
“กรรร...!!!!” หมาป่ากลายพันธุ์ขนสีเทาดำคู่หูของโซเฟีย ปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ตัวเธอ “มันคือ…กลูมฮาวด์คู่หูของโซเฟียงั้นเหรอ?นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!” โนวาและไอลีนสบถออกมาพร้อมกัน พวกเขามองไปที่หมาป่าสีเทาดำด้วยความตื่นตระหนก
“ซิล! จัดการพวกนั้นซะ!”โซเฟียออกคำสั่งให้กับซิล และหันไปมองฟินน์ที่กำลังยืนห่างออกไป “ส่วนนาย…ฉันจะจัดการเอง!”
“สัมผัสเยียวยา! เสียงหัวเราะแห่งแสง!”ฟินน์เรียกใช้พลังสองอย่างพร้อมกัน เขาสร้างแสงสว่างสีเหลืองทองอบอุ่น ฟื้นฟูความเหนื่อยล้าและบาดแผลของโนวาและไอลีน“โนวาน ไอลีน! ฉันจะสนับสนุนพวกนายเอง!”
“รากแห่งความเชื่อมั่น!”ไอลีนเรียกใช้พลัง เสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของเธอ “ฉันจะหยุดเธอไว้เอง!ซิล!”
“ฟิ้ว!” ไอลีนกระโดดหลบการโจมตีของซิลซิลพุ่งเข้าใส่เธอ “ฉัวะ!” ดาบของไอลีนปะทะกับคมเขี้ยวของซิล“บ้าเอ๊ย! มันเคลื่อนที่ไวมาก! แถมยังฉลาดมากด้วย!” ไอลีนพยายามต่อสู้กับซิลอย่างยากลำบาก‘ฉันต้องหาทางจัดการมัน! ถ้าปล่อยไว้แบบนี้…ฉันคงจะพลาดท่าให้กับมันแน่ๆ!’
“รับไปซะ โซเฟีย!”โนวาพุ่งเข้าหาโซเฟีย ดาบแสงจันทราในมือของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า เขาฟันดาบเข้าใส่โซเฟียอย่างสุดกำลัง
โซเฟียมองการเคลื่อนไหวของโนวาดวงตาสีฟ้าคมกริบเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “โนวาน…นายดูเก่งขึ้นมาหน่อยนะ!”เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบดาบของโนวาได้อย่างสบายๆ
โซเฟียหันไปมองฟินน์ที่กำลังเล็งธนูมาที่เธอลูกศรแสงสีทองพุ่งเข้าหาโซเฟียอย่างรวดเร็ว
โซเฟียเบี่ยงตัวหลบลูกศรได้อย่างง่ายดายก่อนจะพุ่งตัวไปหาฟินน์ด้วยความรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด!
“บ้าจริง!” ฟินน์สบถออกมาเขามองโซเฟียที่พุ่งเข้ามาหา ‘บ้าเอ๊ย! ไม่ได้การแล้ว ต้องหนี!’
ฟินน์พยายามวิ่งหนีแต่ทว่า…
“กรรรรรรรรร” ซิลที่กำลังต่อสู้อยู่กับไอลีนก็หยุดสู้ และกระโดดเข้ามาขวางทางฟินน์เอาไว้ มันคำรามลั่น แสดงเขี้ยวที่แหลมคม
“บัดซบ!”โนวานสบถออกมา เขาพยายามวิ่งไปช่วยฟินน์ แต่…ทั้งเขาและไอลีนก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง “แค่พวกเราสองคน คงจะสู้ไม่ไหวแน่” ฟินน์คิดในใจ
“นายหนีไม่พ้นหรอก!”โซเฟียตะโกน เธอกระโดดข้ามซิลไปพุ่งเข้าหาฟินน์ ขวานเล่มใหญ่ในมือของเธอฟาดฟันเข้าใส่ฟินน์อย่างรุนแรง“ตู้ม!”
“อึก!” ฟินน์ทรุดลงกับพื้น
“ส่งกรงนกมาซะดีๆ ฟินน์”โซเฟียมองไปที่ฟินน์ที่ล้มอยู่บนพื้น
“…” ฟินน์ไม่ตอบอะไร
โซเฟียไม่รอช้า เธอใช้กำลังแย่งชิงกรงนกมาจากฟินน์มาได้!“เอาล่ะ! ทีนี้วิสเปอร์เบิร์ดพวกนี้…ก็เป็นอิสระแล้ว!”
โซเฟียแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมโหดเธอเปิดประตูกรง “ฟิ้ว! ฟิ้ว!” วิสเปอร์เบิร์ดทั้งสองตัวบินหนีออกจากกรงไป
“บ๊ายบาย”
คะแนนของกลุ่มโนวากลับมาเป็น0 อีกครั้ง ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถมเข้ามา พวกเขามองไปยังวิสเปอร์เบิร์ดที่บินหายไปในท้องฟ้า‘บ้าเอ๊ย!’ โนวา ไอลีน และ ฟินน์ พวกเขาทั้งสามคนมองหน้ากัน
‘ทำไมมันถึงได้…เป็นแบบนี้…’
“อึก” ไอลีนทรุดลงกับพื้นแขนข้างที่ถูกซิลกัดไป ส่งความเจ็บปวดแปลบๆ “แฮ่ก ๆๆ บ้าจริง!”น้ำตาไหลรินลงมาอาบใบหน้าของเธอ
ฟินน์นิ่งเงียบ ‘บ้าจริง! ฉันประมาทเกินไป’ เขากำหมัดแน่น สีหน้าของเขาจริงจังและเครียด ‘นี่มัน…ยากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เยอะเลย เอาแต่เล่นสนุกจนลืมไปว่านี่คือบททดสอบ…’ ฟินน์คิด ‘ฉันไม่น่าประมาทเลย…’
โนวากำหมัดแน่น ‘ทำไมฉันถึงได้อ่อนแอขนาดนี้? ทำไม… ทำไมฉันถึงไม่ใช้“ค่าความชอบ” ช่วยพวกเรา!’
เขามองไปที่หน้าต่างโปร่งแสงของระบบที่ลอยอยู่ตรงหน้า‘ไม่สิ…ฉันยังพอมีโอกาสอยู่...’
“ระบบ! แสดงสถานะ!”
“สถานะบทปัจจุบัน: 34จำนวนผู้อ่าน: 432 คน ค่าความชอบ: 20 คะแนน” ตัวอักษรสีขาวปรากฏขึ้นบนหน้าต่างโปร่งแสง
‘20 คะแนน…’ โนวามองไปที่โซเฟียที่ยืนอยู่ไม่ไกล“ไอลีน! ฟินน์! ถึงจะแทบจะไม่มีโอกาสชนะก็เถอะ...แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้พวกเราแพ้ไปแล้วสักหน่อย”
“ใช่ไหมล่ะ?”โนวาลุกขึ้นยืน ดวงตาสีฟ้าฉายแววเด็ดเดี่ยวจ้องมองโซเฟียอย่างไม่ละสายตา
ทั้งไอลีนและฟินน์ที่ตกอยู่ในความสิ้นหวังเมื่อครู่ ก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่โนวาคิดและนั่นทำให้พวกเขาเริ่มกลับมามีหวังอีกครั้ง
“อืม...ฉันจะสู้!” ไอลีนกัดฟันแน่น“ฉันจะไม่ยอมแพ้!” เธอลุกขึ้นยืน
ฟินน์เองก็ลุกขึ้นยืนเช่นกันเขายกธนูขึ้นเล็งไปที่โซเฟีย เขาเรียกใช้พลังสองอย่างพร้อมกัน แสงสว่างสีเหลืองทองอบอุ่นแผ่ซ่านออกไป รักษาบาดแผลของโนวาและไอลีน “เอาล่ะ...ฉันคอยจะช่วยทั้งสองคนเองโนวาน! ไอลีน!”
โนวา ไอลีน และฟินน์พวกเขาจ้องมองไปที่โซเฟียอย่างมุ่งมั่น “มาสู้กันอีกครั้ง! จะแพ้หรือชนะ…ต้องวัดกันตรงนี้แหละ!”
การประจันหน้าระหว่างโนวาไอลีน และฟินน์ กับโซเฟียกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง!
...
“แฮ่กๆๆๆ” เสียงหายใจหอบถี่ของยูนะเรน่า และเซลีน ดังสะท้อนไปมาท่ามกลางเสียงลม เสียงใบไม้ไหว และเสียงนกร้อง พวกเธอกำลังวิ่งหนีเอเม็ธที่กำลังไล่ตามมาติดๆ เหงื่อไหลอาบร่างกาย เสื้อผ้าเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าและขี้เถ้าของต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกไฟป่าแผดเผาแต่พวกเธอก็ไม่มีเวลาหยุดพัก
“เอเม็ธเขากำลังตามมาแล้ว! นี่เราต้องวิ่งหนีเขาไปจนกว่าจะหมดเวลาเลยรึไงเนี่ย!?” ยูนะสบถออกมาด้วยความเหนื่อยล้า เธอหันไปมองเรน่าที่กำลังวิ่งตามหลังมาติดๆดวงตาสีฟ้าคมกริบของยูนะเต็มไปด้วยความกังวล
“ต้องหาทางสลัดเขาให้หลุด”เซลีนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เธอมองไปข้างหน้า สายตาสีเหลืองทองของเธอจ้องมองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่น
‘พวกเราจะต้องปกป้องคะแนนของพวกเราเอาไว้ให้ได้!’เรน่าคิดในใจ เธอกระชับกรงนกในมือแน่น
พวกเธอวิ่งลัดเลาะไปตามต้นไม้ใหญ่ผ่านต้นไม้ที่กำลังลุกไหม้จากไฟป่า “ระวัง! เรน่า!” ยูนะตะโกนเตือนเมื่อพวกเธอวิ่งผ่านเปลวเพลิงจากภัยพิบัติไฟป่า ความร้อนจากเปลวเพลิงแผดเผา ราวกับจะแผดเผาพวกเธอให้มอดไหม้ไปด้วย“แฮ่ก ๆ ๆ”
“ไม่มีทางไปต่อแล้ว!บัดซบ!” ยูนะหยุดวิ่ง เธอสบถออกมาด้วยความตกใจ “ข้างหน้า…เป็นหน้าผา!”
“แล้ว…พวกเราจะทำยังไงดี?ในเมื่อพวกเราหนีไม่ได้แล้ว!” เรน่าถาม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเบิกกว้าง ใบหน้าซีดเผือด
“ในเมื่อหนีไม่ได้…พวกเราก็เหลือแค่วิธีเดียว!”ยูนะกล่าวอย่างหนักแน่น ดวงตาสีฟ้าคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยว “ต้องสู้กับเอเม็ธ!”
“อืม…ดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”เซลีนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
พวกเธอหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับเอเม็ธที่กำลังตามมา
เอเม็ธที่เห็นว่ากลุ่มของยูนะเลิกที่จะหนีเขาก็วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเธอร่างกายสูงใหญ่ในชุดคลุมสีม่วงเข้มของเขานั้นดูน่าเกรงขาม “หยุดที่จะวิ่งหนีกันแล้วสินะครับ”เอเม็ธกล่าว น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่กลับแฝงไปด้วยความกดดัน
“ทีนี้ก็ส่งวิสเปอร์เบิร์ดมาให้ผมแล้วผมจะปล่อยพวกคุณไป” เอเม็ธพูดต่อ เขาเลื่อนมือขึ้นดันแว่น “ยังเหลือเวลาอีกหน่อย ถ้าพวกคุณโชคดีพอ ก็อาจจะหาวิสเปอร์เบิร์ดกันใหม่ได้ก่อนที่จะหมดเวลานะครับ” เอเม็ธปล่อยให้คำพูดนั้นกดดันพวกเธอทั้งสาม
ยูนะ เซลีน และเรน่าต่างพากันกระชับอาวุธแน่น “พวกเราจะไม่ยกวิสเปอร์เบิร์ดที่พวกเราอุตส่าห์ลำบากกว่าจะหามาได้…ให้คุณไปง่ายๆ หรอกนะ เอเม็ธ!”ยูนะประกาศกร้าว
“รากแห่งความเชื่อมั่น!ประกายวาบ! สัมผัสเยียวยา!” ยูนะ เรน่า และเซลีน พวกเธอเรียกใช้พลังของตนเองพร้อมกัน
ยูนะและเซลีนพวกเธอพุ่งเข้าใส่เอเม็ธ! หอกจันทราเสี้ยวในมือของยูนะฟาดฟันเข้าใส่เอเม็ธอย่างรวดเร็วส่วนเซลีนนั้น เธอยิงธนูแสงสีทองเข้าใส่อย่างแม่นยำ ลูกศรสีทองพุ่งตัดผ่านอากาศ มุ่งตรงไปยังจุดตายของเอเม็ธ
“บึ้ม!!!” พลังงานสีเขียวอ่อนสีเหลืองทอง และสีส้ม ปะทะเข้ากับร่างกายของเอเม็ธ เกิดระเบิดแสงสว่างวาบขึ้น พื้นดินสั่นสะเทือนต้นไม้ใหญ่รอบข้างสั่นไหว จนทำให้ใบไม้ร่วงหล่นลงมา
“พวกเธอค่อนข้างประสานงานกันได้ดีเลย”เอเม็ธพูดขึ้น เขายืนหยัดมั่นคงราวกับภูผา แม้ร่างกายจะถูกพลังงานโจมตีเข้าใส่แต่เขาก็ยังคงยืนหยัด ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ
“แต่มันก็ยังไม่พอที่จะเอาชนะผมหรอก”เอเม็ธแสยะยิ้มออกมา “ฮึ่ม!” เขาตะโกนเตือน พลางกระชากขวานยักษ์ออกจากฝักและเหวี่ยงมันเข้าใส่ยูนะอย่างรวดเร็ว
“ฉัน...ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง!”เรน่าสบถออกมา เธอรู้สึกกังวล ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอมองไปที่กรงนกในมือแน่น ‘ฉัน…จะต้องปกป้องมัน!’
...
“แฮ่ก ๆ ๆ”เสียงหายใจหอบถี่ของจิน ลูนาเรีย และคาร์ล ดังก้องไปทั่วป่า พวกเขากำลังวิ่งหนีเซเรียนที่กำลังไล่ตามมาติดๆ เหงื่อไหลอาบร่างกาย เสื้อผ้าเปื้อนไปด้วยคราบเขม่า ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด
“ทำไม...ทำไมเขาถึงได้ตามติดพวกเราขนาดนี้!?”จินหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมงบททดสอบก็จะจบลงแล้ว เขามองไปที่เซเรียนที่วิ่งตามพวกเขามา ‘บ้าจริง!เขามันกัดไม่ปล่อยเกินไปแล้ว! พวกเราไม่มีทางหนีเขาพ้นแน่ๆ ทำไม…ทำไมเขาถึงต้องตามล่าพวกเราอยู่กลุ่มเดียวด้วย?ทั้งที่คะแนนกลุ่มของเราก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น…’ จินคิดในใจ
“แถมเขาวิ่งตามเรามาสักพักแล้ว…แต่ก็ยังดูไม่เหนื่อยเลยสักนิดเหมือนมาเดินเล่นมากกว่า” คาร์ลพยักหน้าเห็นด้วย เขามองไปที่เซเรียนที่ดูสบายๆ ‘น่ากลัวชะมัด’
“หึหึ พวกคุณช่วยหนีต่อไปด้วยนะครับ”เสียงทุ้มนุ่มของเซเรียนดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขา ทำให้จิน ลูนาเรีย และคาร์ลสะดุ้งโหยงพวกเขาหันกลับไปมอง
เซเรียนกำลังเดินตามพวกเขามาอย่างสบายๆ‘ตามกลุ่มนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเวลาจะหมดก็น่าจะพอแล้วล่ะนะ…อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องไปวิ่งไล่จับพวกกลุ่มอื่นๆให้ยุ่งยาก วุ่นวาย’ เซเรียนคิดในใจ
เซเรียนยิ้มให้กับกลุ่มของจิน“ไม่ต้องรีบร้อนกันก็ได้นะครับ…ผมเองก็ไม่ได้รีบอะไร” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลาย‘พวกเขาคงเหนื่อยมากสินะ? แต่ขอโทษด้วย…พวกคุณต้องวิ่งหนีแบบนี้ไปจนกว่าจะหมดเวลา’
...
“ครืนนนนน! ตู้ม!” เสียงของการต่อสู้ระหว่างอเล็กซ์กับกลุ่มของฮงดังสะท้อนไปมาท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชนพื้นดินสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว สะเก็ดไฟกระจายไปทั่ว
“แกร๊ก!”เสียงฝีเท้าหนักแน่นของอเล็กซ์กระทบกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยขี้เถ้า “พวกเธอเก่งมาก ที่สามารถต่อสู้กับฉันได้ถึงขนาดนี้” อเล็กซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแฝงไปด้วยความชื่นชม ดวงตาสีเขียวมรกตของเขามองไปยังร่างของธอร์น ฮง และ ฟาเบียน ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
“แฮ่กๆๆ”ฮงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลมากมาย ‘บ้าจริง…ฉันไม่ไหวแล้ว…’ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจากการต่อสู้ “อึก!”
“แขนมันชาไปหมดแล้ว”ฟาเบียนพึมพำออกมาอย่างยากลำบาก ร่างกายของเขานั้นบอบช้ำจากการโจมตีของอเล็กซ์ “แฮ่กๆๆๆ” ฟาเบียนนอนแผ่อยู่บนพื้น ‘แข็งแกร่งเกินไป…คุณอเล็กซ์…เขาแข็งแกร่งเกินไป…’
ส่วนธอร์น เขาล้มลงอยู่บนพื้นดินร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล “บ้าจริง…ฉัน…ฉันแพ้แล้ว” เขากล่าวน้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แฝงไปด้วยความผิดหวัง
ฮง ฟาเบียน และธอร์นพวกเขาทั้งสามคนนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดิน พวกเขาพ่ายแพ้ต่ออเล็กซ์อย่างราบคาบ
“ถึงจะน่าเสียดาย แต่กฎก็คือกฎ…ฉันคงต้องทำตามหน้าที่”อเล็กซ์กล่าว พลางเดินเข้าไปหยิบกรงนกที่วางอยู่ใกล้ๆ “ถึงเวลาที่จะได้เป็นอิสระแล้ว”
อเล็กซ์หยิบกรงนกขึ้นมา“ฟิ้ว!” เขาเปิดประตูกรงนกออก วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีแดงจึงบินออกไปอย่างรวดเร็ว และในจังหวะที่นกวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองกำลังจะบินตามออกไป“จิ๊บๆ” มันส่งเสียงร้องอย่างแผ่วเบา ดวงตาสีฟ้าใสราวกับอัญมณีของมันมองไปที่อเล็กซ์ด้วยความเคารพ
“บัดซบ!” ธอร์นลืมตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าคมกริบเบิกกว้าง จ้องมองไปยังอเล็กซ์ที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้า‘ไม่! ฉัน...ฉันจะไม่ยอมแพ้! ต้องแย่งมันกลับมาให้ได้!’
“รากแห่งความเชื่อมั่น!”ธอร์นคำรามลั่น เขากระตุ้นพลังเส้นทางพันธสัญญาออกมา พลังงานสีเขียวอ่อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเขาเสริมกำลังกายของเขาให้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ขณะเดียวกันบาดแผลตามร่างกายของเขาก็เริ่มปริแตกและรุนแรงขึ้นจากการฝืนใช้ “รากแห่งความเชื่อมั่น!” เสริมพลัง
“!!!”
อเล็กซ์ประหลาดใจ เขามองธอร์นที่กำลังลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า“ยังไม่ยอมสินะ…”
“ตายซะ!” ธอร์นพุ่งตัวเข้าหาอเล็กซ์อย่างรวดเร็วดาบในมือของเขาฟาดฟันลงมาใส่อเล็กซ์อย่างรวดเร็วและรุนแรง
“ฉัวะ!”
ในจังหวะที่อเล็กซ์ยกมืออีกข้างที่ว่างอยู่ขึ้นมาป้องกันการโจมตีของธอร์น“เคร้ง!” เสียงโลหะกระทบกัน ดังก้องไปทั่วป่า ธอร์นอาศัยจังหวะนี้…แย่งชิงกรงนกที่ยังมีวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทองอยู่ในกรงมาได้สำเร็จ!
“ฮ่าๆ แย่งกลับมาได้แล้ว!”ธอร์นหัวเราะลั่น เขาหันหลังกลับและวิ่งหนีสุดชีวิต! ‘ต้องรีบหนี!’
“พยายามได้ดี แต่อย่าชะล่าใจล่ะ”อเล็กซ์ยืนมองธอร์นที่กำลังวิ่งหนีไป “ฉันจะ…ตามไปเล่นด้วย” เขาแสยะยิ้มก่อนจะเริ่มไล่ล่าธอร์นอย่างรวดเร็วและดุเดือด
...
“เคร้ง! ฉัวะ! โครม!”เสียงดาบปะทะกับขวานดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย พื้นดินสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวเปลวเพลิงสีแดงฉานจากภัยพิบัติไฟป่า ที่ล้อมรอบพวกเขา ถูกคลื่นพลังอัดกระแทกจนกระจายออกไป
“กรรรร!!!” เสียงร้องของเหล่าสัตว์ร้ายที่โดนลูกหลงดังแว่วมาพวกมันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
แสงสีเขียว สีเหลืองและสีส้ม สลับกันไปมา ราวกับมังกรสามเศียรกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด โนวา ไอลีนและฟินน์ พวกเขากำลังต่อสู้กับโซเฟียอย่างรุนแรงท่ามกลางซากปรักหักพังของต้นไม้ผลึก เศษหิน และแอ่งน้ำที่เกิดจากน้ำท่วม
โนวา เขาใช้พลังเส้นทางพันธสัญญา“รากแห่งความเชื่อมั่น!” เสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย กล้ามเนื้อของเขาตึงแน่นพร้อมสำหรับการต่อสู้
“ประกายวาบ!” เขาร่ายเวทอีกครั้งแสงสีส้มเจิดจ้าห่อหุ้มร่างกาย ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลโนวากระหน่ำฟาดฟันดาบแสงจันทราสีเงินประดับอัญมณีสีฟ้าเข้าใส่โซเฟียอย่างไม่ลดละ
ไอลีนเองก็เช่นกัน “รากแห่งความเชื่อมั่น!” เธอเรียกใช้พลัง เสริมพละกำลังให้กับร่างกาย เธอใช้ดาบคริสตัลสีฟ้าทั้งสองเล่มฟาดฟันเข้าใส่โซเฟียอย่างรวดเร็ว
“ฉันน่ะ…จะก้าวข้ามเธอไปซะ!โซเฟีย!” ไอลีนตะโกนท้าทาย
โซเฟียหลบหลีกการโจมตีของพวกเขาอย่างง่ายดายแม้พวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้น เร็วขึ้น แต่ก็ยังไม่มากพอสำหรับเธอ “เอาไว้ชนะฉันให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาพูดเถอะ!”
ฟินน์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลเล็งธนูไปที่โซเฟีย ดวงตาสีฟ้าคมกริบจ้องมองไปยังโซเฟีย “ถึงตาฉันบ้างแล้ว!”ลูกศรแสงสีทองพุ่งเข้าหาโซเฟียอย่างรวดเร็ว
“ฟิ้ว!”
“หึ!”โซเฟียใช้ขวานคู่ใจ ปัดป้องการโจมตีของทั้งสามคนได้อย่างง่ายดาย ใบหน้าคมคายของเธอเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม‘พวกเขา เริ่มเข้าขากันมากขึ้นแล้ว แต่...’
“พวกเธอ…ยังขาดความเชื่อใจ!”โซเฟียกล่าว น้ำเสียงของเธอหนักแน่นราวกับกำลังตักเตือนเด็กน้อย
“ประกายวาบ!” โนวาเรียกใช้พลังเขาพุ่งเข้าหาโซเฟียอย่างรวดเร็ว ดาบแสงจันทราในมือของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า ‘ต้องโจมตีเธอให้ได้!’ โนวาคิดในใจ
“บึ้ม!” โซเฟียยกขวานขึ้นมาป้องกันการโจมตีของโนวาดาบแสงจันทราปะทะเข้ากับขวานคู่ใจของโซเฟีย เกิดระเบิดแสงสว่างสีเขียวและสีส้ม สลับกันไปมาพื้นดินรอบข้างแตกระแหง ต้นไม้ใหญ่ล้มระเนระนาด ฝุ่นควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเริ่มบดบังการมองเห็น
“อึก!” โนวากระเด็นออกไป“แฮ่กๆๆ” เขาทรุดลงกับพื้นทราย ร่างกายปวดร้าว ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามา‘เวลา…ใกล้จะหมดลงเรื่อยๆ ไม่ได้การแล้ว! ต้องทำอะไรสักอย่าง!ถึงเวลาต้องใช้แล้ว…’
“ระบบ!” โนวาตะโกนเรียกระบบในใจ“แสดงรายการขึ้นมา!”
หน้าต่างโปร่งแสงของระบบปรากฏขึ้น “รายการไอเทม รายการความสามารถพิเศษ รายการข้อมูล รายการอื่นๆ”
‘ฉันจะใช้ “ค่าความชอบ”ช่วยพวกเรา!’ โนวากวาดตามองรายการต่างๆ ‘ต้องมีอะไรสักอย่าง…ที่มันจะช่วยพวกเราได้’
“ฉันจะใช้ 25คะแนน! แลกกับการใช้พลังขั้นที่ 4 ของเส้นทางประกายแสง!10 นาที!” โนวาตัดสินใจ
“ไอลีน! ฟินน์!” โนวาใช้พลังขั้นที่2 ของเส้นทางพันธสัญญา “สะพานเชื่อมใจ”สื่อสารกับไอลีนและฟินน์ผ่านความคิด “ช่วยเปิดโอกาสให้ฉันที!”
“เดี๋ยวก่อน! นายคิดจะทำอะไรกัน!?”ไอลีนและฟินน์ร้องถามออกมาอย่างตกใจ พวกเขามองหน้ากัน
‘เชื่อใจฉัน’เสียงของโนวาดังขึ้นในหัวของไอลีนและฟินน์ โดยสื่อสารผ่าน “สะพานเชื่อมใจ”
“ตกลง! โนวาน! ฉันเชื่อใจนาย!ฉันจะช่วยนายเอง!” ฟินน์พยักหน้ารับ เขาเชื่อมั่นในตัวของโนวา แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าโนวานตั้งใจจะทำอะไร
ฟินน์โยนผลึกแสงออกไปสร้างแสงสว่างเจิดจ้า บดบังการมองเห็นของโซเฟีย ‘แสงสว่างแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณรบกวนการมองเห็นของเธอ!’
“โซเฟีย! มาสู้กับฉัน!”ไอลีนเรียกใช้พลัง “รากแห่งความเชื่อมั่น!” ร่างกายของเธอแข็งแกร่งขึ้น พุ่งตัวออกไปจากจุดที่โนวายืนอยู่
“!!” โซเฟียหันไปสนใจกับไอลีนที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาหาเธอ
‘โอกาสนี้แหละ!’ โนวาคิดในใจเขารีบพุ่งเข้าหาโซเฟีย “รัศมีกระตุ้น!” พลังงานสีส้มเจิดจ้าแผ่ขยายออกไป ห่อหุ้มตัวเขาและดาบแสงจันทราเอาไว้ พลังงานที่คุกรุ่นมันไหลเวียนเข้าสู่ดาบแสงจันทราทำให้มันเปล่งประกายเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์
“ประกายวาบ!” โนวาเรียกใช้พลัง“ฟิ้ว!” ร่างกายของเขาหายวับไปในพริบตา!
เขากระโดดข้ามรากไม้ไปมาอย่างรวดเร็วดาบแสงจันทราในมือของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า มุ่งหน้าไปยังโซเฟีย “รับไปซะ!!!” โนวาฟันดาบเข้าใส่โซเฟียสุดแรง!
“!!!”
โซเฟียเบิกตากว้างด้วยความตกใจเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างกายของเธอนั้นช้าลงเล็กน้อย “แย่ละ!”
“ตูม!!!”โนวาฟันดาบแสงจันทราเข้าใส่โซเฟียเต็มแรง!แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้เกิดระเบิดแสงสว่างสีเขียวและสีส้มสลับกันไปมา พื้นดินรอบข้างแตกระแหงต้นไม้ใหญ่รอบข้างล้มระเนระนาด ฝุ่นควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า บดบังการมองเห็น
“หมดเวลา!”
เสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่ดังขึ้นไปทั่วป่าจันทรา“หยุดการต่อสู้! บททดสอบจบลงแล้ว!”
ทุกคนในบริเวณนั้นหยุดการต่อสู้ฝุ่นควันค่อย ๆ จางหายไป เผยให้เห็นร่างของโซเฟียที่ยังคงยืนอยู่!
แต่จากนั้น…เธอก็ทรุดลงกับพื้น“ฉัน…แพ้…” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ‘เป็นไปได้ยังไงเนี่ย?ฉัน…ที่เป็นถึงขั้นที่ 4 …กลับแพ้ให้กับเจ้าพวกนี้?ถึงฉันจะใช้พลังแค่ครึ่งเดียวก็เถอะ…’
“พวกเรา…ชนะแล้ว!” โนวาทรุดตัวลงกับพื้น“แฮ่ก ๆ ๆ” เหงื่อไหลอาบร่างกาย
“ฮะ ๆๆ ใช่…พวกเราผ่านแล้ว!พวกเราผ่านการทดสอบแล้ว!” ไอลีนพยักหน้ารับ เธอหันไปมองโนวา ดวงตาสีม่วงของเธอเป็นประกาย
“เยี่ยมไปเลย! ในที่สุดพวกเราก็ผ่านแล้ว!”ฟินน์ตะโกนออกมาอย่างดีใจ เขายกมือขึ้นชู
กลุ่มของโนวาพวกเขาเอาชนะโซเฟีย และได้รับคะแนนพิเศษ 100 คะแนนไปได้สำเร็จทำให้พวกเขาผ่านเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำของบททดสอบไปได้แม้จะไม่มีคะแนนจากวิสเปอร์เบิร์ดเลยก็ตาม
...
“แฮ่กๆๆ” เสียงหายใจหอบถี่ของยูนะ เรน่า และ เซลีน ดังสะท้อนไปมาท่ามกลางเสียงลม เสียงใบไม้ไหว และเสียงนกร้อง พวกเธอนั้นกำลังต่อสู้กับเอเม็ธอย่างยากลำบากร่างกายของพวกเธอเต็มไปด้วยบาดแผลจากการต่อสู้
“อึก” เรน่ากัดฟันแน่นพลางยกมือขึ้นมาลูบแขนขวาที่บาดเจ็บ เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากบาดแผล เธอกำลังใช้หอกจันทราเสี้ยวปัดป้องการโจมตีของเอเม็ธ“เราจะเอาชนะเขาได้ยังไง?”
“อีกแค่ 10 นาที บทดสอบก็จะจบลงแล้ว” เซลีนกล่าว ใบหน้าสวยคมของเธอซีดเซียว แววตาสีเหลืองทองฉายแววอ่อนล้าจากการที่ต้องรับมือกับเอเม็ธ
“พวกเธอเก่งมากครับ ที่สามารถต่อสู้กับผมมาได้จนถึงตอนนี้”เอเม็ธกล่าวด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบของเขามองไปที่พวกเธอทั้งสามคน เขาคิดในใจ ‘พวกเธอกำลังล่อให้ฉันต่อสู้จนกว่าเวลาจะหมด’
เอเม็ธเหลือบมองไปที่เรน่าที่กำลังยืนหอบหายใจอยู่ไม่ไกล‘คิดจะหนีสินะ? เพราะเธอกำลังถือกรงนกอยู่ฉันต้องไม่ให้เธอหนีไปเด็ดขาด’
เอเม็ธใช้วิธีหลอกล่อหลบหลีก ยั่วยุ และดักทาง พวกเธอทั้งสามคนอย่างแยบยล ทำให้เรน่านั้นไม่มีโอกาสเอากรงนกหนีไป‘ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะพยายามโจมตีฉันเพื่อเปิดโอกาสให้อีกคนหนีไป…แต่พวกเธอก็ยังไม่สามารถประสานงานกันได้ดีพอ’
“บานสะพรั่ง!”เซลีนร่ายเวทเส้นทางรุ่งอรุณ แสงสีเหลืองทองอบอุ่น แผ่ซ่านออกไปทั่วร่างกายของเธอ ‘ต้องเปิดทางให้เรน่าเอากรงนกหนีไป’เธอคิดในใจ “แสงศักดิ์สิทธิ์!” ลูกศรแสงสีทองพุ่งเข้าหาเอเม็ธอย่างรวดเร็ว “ฟิ้ว!”
“ประกายวาบ!” เอเม็ธกระโดดหลบลูกศรแสงสีทองได้อย่างง่ายดาย“การที่พวกเธอคิดจะยื้อเวลาด้วยวิธีแบบนี้…มันคาดเดาได้ง่ายเกินไปครับ”
“รากแห่งความเชื่อมั่น!”ยูนะพุ่งเข้าใส่เอเม็ธอย่างรวดเร็ว หอกจันทราเสี้ยวในมือของเธอส่องประกายสีเงิน “ฉัวะ!” เธอง้างหอกขึ้นเหนือหัว เล็งไปที่ไหล่ของเอเม็ธ “เคร้ง!” เอเม็ธใช้ขวานในมือปัดป้องการโจมตีของยูนะได้อย่างเฉียดฉิว
“ฉันจะไม่ยอมให้คุณแย่งวิสเปอร์เบิร์ดของพวกเราไปหรอก!”ยูนะกล่าว ใบหน้าเรียวคมของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เรน่าที่ยืนอยู่ข้างๆยูนะ เธอกำลังหอบหายใจ แขนขวาของเธอชาไปหมด รอยแผลเป็นสีม่วงจากการต่อสู้กับไอลีนยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ “ฉัน…ฉันจะสู้!” เรน่าตะโกน ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมการต่อสู้หลังจากที่ไม่เห็นโอกาสในการเอากรงนกหนีไป
“ประกายวาบ!” เรน่าเรียกใช้พลังเส้นทางประกายแสงร่างกายของเธอเบาหวิว พุ่งเข้าใส่เอเม็ธอย่างรวดเร็ว
“บึ้ม!” “อ๊าาาา” มีดสั้นของเรน่าปะทะเข้ากับขวานของเอเม็ธเกิดระเบิดแสงสว่างสีฟ้าและสีส้ม
เอเม็ธแสยะยิ้มออกมาแม้จะโดนโจมตีพร้อมกัน แต่เขาก็ยังคงยืนหยัด “ควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้นเยอะเลยนะครับคุณเรน่า”
ยูนะ เรน่า และเซลีนพวกเธอต่างพยายามโจมตีเอเม็ธอย่างสุดความสามารถ เสียงอาวุธปะทะกันดังสะท้อนไปมา พวกเขาทั้งสี่คนต่างผลัดกันรุกและรับ
“แฮ่กๆๆ” “อึก” “เจ็บ…”แต่ไม่ว่าพวกเธอจะพยายามมากแค่ไหน เอเม็ธก็ยังคงสามารถรับมือได้อย่างง่ายดาย
“เอาล่ะ! ถึงเวลาที่ผมต้องจริงจังแล้วล่ะครับ”เอเม็ธเรียกใช้พลังเส้นทางประกายแสงขั้นที่ 4 ‘รัศมีกระตุ้น!’พลังงานสีส้มแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วราวกับดวงอาทิตย์
“!!!”
ยูนะ เซลีน และเรน่าพวกเธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจพวกเธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเอเม็ธ มันรุนแรงกว่าตอนที่เขาต่อสู้กับพวกธอร์นราวกับภูเขาขนาดใหญ่กำลังทับถมลงมา
“นี่มัน…พลังของขั้นที่4!?” ยูนะพยายามยืนหยัด ‘เขาเองก็ทะลวงไปถึงขั้นที่ 4ได้เหมือนโซเฟียแล้วสินะ…’
เอเม็ธพุ่งเข้าใส่พวกเธออย่างรวดเร็วขวานในมือของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า “ฉัวะ!” ขวานของเขานั้นเฉียดผ่านร่างกายของยูนะเซลีน และเรน่าไปเพียงนิดเดียว แต่แรงลมจากขวานก็มากพอที่จะทำให้ทั้งสามคนปลิวไปอย่างง่ายดาย
“อ๊าาาาา!!!” เสียงร้องของยูนะและเรน่าดังขึ้นเมื่อร่างกายของพวกเธอกระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างรุนแรง “อึก!”
“พลังขั้นที่ 4ทำได้ขนาดนี้เลยงั้นหรอ?” เซลีนทรุดตัวลงกับพื้น“แฮ่กๆๆ” เธอกำลังหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน “ร่างกายฉัน…มันไม่ไหวแล้ว…”
เรน่าที่นอนกุมแขนข้างขวาพยายามฝืนลุกขึ้นยืน “พวกเรา...อ่อนแอเกินไป…ทำอะไรเขาไม่ได้เลย”
“บ้าจริง! ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งขนาดนี้!”ยูนะกำหมัดแน่น
พวกเธอพยายามอย่างหนักที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้แต่ร่างกายที่บอบช้ำจากการต่อสู้ และพลังงานที่ใกล้จะหมดลงทำให้พวกเธอไม่สามารถขยับตัวได้อีกต่อไป
พวกเธอก็พ่ายแพ้ต่อเอเม็ธอย่างสมบูรณ์...
เอเม็ธเดินเข้ามาหาพวกเธออย่างเชื่องช้า“พวกคุณทำได้ดีมากเลยนะครับ ที่สามารถต่อสู้กับผมมาได้จนถึงตอนนี้”เอเม็ธกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาก้มลง หยิบกรงนกที่ตกอยู่ข้างๆ เรน่าขึ้นมา
“เดี๋ยว! เอเม็ธ! พวกเรายังไม่ยอมแพ้!”ยูนะพยายามตะโกน เธอพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี พยายามลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายของเธอมันไม่ขยับ!
“…” เอเม็ธมองไปที่นาฬิกาจับเวลา‘เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 นาที…เอาเถอะถือว่าเป็นรางวัลที่พยายามกันมาได้ขนาดนี้’ เอเม็ธเปิดประตูกรงนกออก และปล่อยแค่วิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีแดงให้บินหนีไปและวางกรงที่ยังมีวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีทอง ลงข้างๆ ตัวเรน่า
“ขอให้พวกคุณโชคดีนะครับ”เอเม็ธกล่าวลา เขายิ้มให้กับพวกเธอทั้งสามคน ก่อนจะเดินหายเข้าไปในป่า...
...
เขตป่าทึบใกล้กับชายแดนของป่าจันทรา…ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมหนาแน่น บดบังแสงแดดจนมืดมิด พื้นดินรกครึ้มไปด้วยรากไม้เศษใบไม้ และเถาวัลย์
“แฮ่กๆๆ” จินลูนาเรีย และคาร์ล พวกเขากำลังวิ่งหนีเซเรียนที่กำลังไล่ตามมาติดๆ เหงื่อไหลอาบร่างกายเสื้อผ้าเปื้อนไปด้วยคราบโคลน ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด
“พวกนายสองคนไหวมั้ย? อดทนไว้! อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น!” ลูนาเรียตะโกนบอก และหันไปมองเซเรียนที่กำลังวิ่งไล่ตามมาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
“ฉัน…ฉันเริ่มไม่ไหวแล้ว…”คาร์ลหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนล้าจากการวิ่งหนีเป็นเวลานาน
“บัดซบ! เขากัดไม่ปล่อยเลยจริงๆ!?”จินสบถออกมาอย่างหัวเสีย
เซเรียนเดินตามพวกเขามาอย่างช้าๆ“พวกคุณสามคน…ช่วยหนีต่อไปด้วยนะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลาย
“จิ๊บๆๆๆ”
“บ้าจริง!เสียงนกพวกนี้มันดังเกินไปแล้ว! ลูนาเรียระวังด้วย อย่าทำกรงหล่นล่ะ” จินหันไปมองลูนาเรียที่กำลังถือกรงนกที่ภายในนั้นมีวิสเปอร์เบิร์ดปลอกขาสีแดงและสีขาว “อดทนไว้อีกแค่นิดเดียว!”
พวกเขาเร่งฝีเท้าวิ่งหนีต่อไปอีกพักใหญ่ ความเหนื่อยล้า ความกดดัน และความสิ้นหวัง เริ่มกัดกินจิตใจของพวกเขา
จนในที่สุด…
“หมดเวลา!” เสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งป่า
จิน ลูนาเรีย คาร์ลและเซเรียน ทั้ง 4 คนหยุดวิ่ง และล้มลงไปนอนแผ่อยู่บนพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน“แฮ่กๆๆ”
“ในที่สุด…ก็หมดเวลาซะทีรอดแล้ว” จินพึมพำออกมาอย่างโล่งอก
...
ตัดภาพมาที่อีกฝั่งหนึ่งของป่า...ท้องฟ้าสีแดงฉานถูกย้อมไปด้วยเปลวไฟจากภัยพิบัติไฟป่า ควันสีเทาหนาแน่น ลอยคลุ้งไปทั่วบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด พื้นดินแห้งผาก แตกระแหง และเต็มไปด้วยรอยไหม้
“แฮ่กๆๆ” ธอร์นกำลังหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน“บัดซบ! อีกนิดเดียวเท่านั้น!” เขามองไปที่อเล็กซ์ที่วิ่งตามเขามาติดๆดวงตาสีฟ้าของธอร์น จ้องมองไปยังอเล็กซ์ ‘ใกล้จะหมดเวลาแล้ว! ต้องหนีให้พ้น! ต้องเอา50 คะแนนกลับไปให้ได้!’
“ร่างกายเริ่มไม่ไหวแล้ว...”ธอร์นคิดในใจ เขารู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่กัดกินร่างกาย ขาของเขาเริ่มหนักอึ้ง ลมหายใจติดขัด
“หมดเวลา!” เสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่ดังขึ้นไปทั่วป่าจันทรา
ธอร์นหยุดวิ่ง ร่างกายของเขาทรุดลงกับพื้นเขามองไปที่อเล็กซ์ที่กำลังเดินเข้ามาหา เหงื่อไหลอาบร่างกาย ใบหน้าซีดเผือด ธอร์นพยายามลุกขึ้นยืนแต่เขากลับหมดแรงจนแทบจะล้มลง
“หึหึ...”ธอร์นหัวเราะออกมาอย่างอ่อนล้า “ในที่สุด...ก็รอด!” เขากล่าวก่อนที่จะหมดสติไป...
“ชื่อธอร์นสินะ เธอทำได้ดีมาก…ที่สามารถหนีฉันมาได้จนถึงตอนนี้”อเล็กซ์กล่าวและเดินจากไป
...
“การทดสอบเพื่อเข้าร่วมกองกำลังสำรวจครั้งสุดท้าย...จบลงแล้ว!”เสียงประกาศของเจ้าหน้าที่ดังก้องไปทั่วทั้งป่าจันทรา ราวกับเป็นสัญญาณแห่งการสิ้นสุดของบททดสอบอันยาวนาน
ราเฮ็ล์มเขายืนยิ้มอยู่ท่ามกลางป่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ “หึๆในที่สุดบททดสอบอันแสนน่าเบื่อนี้ก็จบลงสักที” ราเฮ็ล์มพึมพำเบาๆ พลางมองไปรอบๆ ดวงตาสีฟ้าคมกริบฉายแววพอใจเล็กน้อย ‘อย่างน้อย…ฉันก็ไม่ต้องไปวิ่งไล่จับอีกแล้ว’
ลูเซียน่าเธอยืนอยู่ท่ามกลางร่างของกลุ่มผู้เข้าสอบมากมายที่นอนสลบไสลไปกับพื้น “ว้า แย่จัง ฉันกำลังสนุกได้ที่เลยนะ” เธอหัวเราะเบา ๆ ใบหน้าสวยเฉียบเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“เสียดายจริงๆ”
เสียงโห่ร้องของเหล่าผู้เข้าสอบดังก้องไปทั่วบริเวณทั่วทั้งป่าจันทราเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ความโล่งอก ความเหนื่อยล้า ความผิดหวังและความยินดี
“ในที่สุดการทดสอบสุดโหดนี้ก็จบลงสักที!”พวกเขาคิดในใจ ‘พวกเราผ่านมันมาได้แล้ว!’
บางกลุ่ม...ทรุดลงกับพื้นทันทีที่เสียงประกาศดังขึ้นร่างกายของพวกเขาบอบช้ำจากการต่อสู้ พลังงานในกายพร่องไปจนหมด พวกเขาทั้งหมด ต่างหมดสภาพและถูกแย่งชิงวิสเปอร์เบิร์ดไป
บางกลุ่ม…กอดกรงนกในมือแน่นพวกเขานั้นสามารถปกป้องวิสเปอร์เบิร์ดของตัวเองเอาไว้ได้สำเร็จ
บางกลุ่ม…ไร้เรี่ยวแรงทันทีที่หมดเวลาพวกเขาต่างใช้พลังที่มีทั้งหมดไป จนไม่เหลือแรงอีกแล้ว
ภัยพิบัติไฟป่าเริ่มมอดดับลงเจ้าหน้าที่ของบททดสอบต่างเร่งมือดับไฟที่ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว พวกเขายังส่งทีมแพทย์และกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือและติดตามผู้เข้าสอบที่เผชิญหน้ากับภัยพิบัติจนบาดเจ็บสาหัส
ป่าจันทราเริ่มกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้งหนึ่ง
และแล้วการทดสอบด่านที่3 บททดสอบแห่งปีกกระซิบ ก็จบลงอย่างสมบูรณ์…
บทที่ 34 “สิ้นสุดบททดสอบ”
ค่าความชอบปัจจุบัน: 0
ค่าความชอบ: 80
*หมายเหตุ: ค่าความชอบ คือค่าที่ส่งผลต่อการดำเนินเรื่องการตัดสินใจของผู้ดำเนินเรื่องราว
ค่าความชอบจะถูกคำนวณผ่านการมีส่วนร่วมของนักอ่านทั้งการแสดงความคิดเห็น การกดหัวใจ การให้กำลังใจ และอื่นๆทุกการมีส่วนร่วมจะถูกนำมาคำนวณและมอบให้กับผู้ดำเนินเรื่องราวค่าความชอบจะถูกคำนวณในเวลา 12:00 น. ของวันถัดไป และ 1บท จะถูกคำนวณได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น