หนานหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ถอนหายใจออกมา
“ อวี้เซียงเจ้าไปบอกหนิงขวงด้วยว่าให้พวกเขาดูแลเทือกเขาเฟิงหลงให้ดี ถ้าหากใครที่กล้าสร้างปัญหาฆ่าทิ้งทั้งหมด ต่อให้พวกมันมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม! ” หนานหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
แม้ว่าความจริงแล้วดินแดนศักดิ์สิทธิ์อาจจะสนใจเส้นเลือดมังกร แต่ทว่ามันก็อยู่ในดินแดนเล็กๆที่พวกเขาไม่ได้สนใจ เพราะฉะนั้นต่อให้รู้มันก็ไม่มีค่าพอที่จะให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มายึดครอง
“ รับคำสั่งนายท่าน! ” อวี้เซียงตอบรับ
“ แล้วก็ถ้าทางที่ดีก็ให้หนิงขวงสร้างเมืองให้อยู่ห่างจากเทือกเขาเฟิงหลงเล็กน้อยแล้วกัน เพราะถ้าหากสถานที่แห่งนั้นมีแค่ศาลาชุนหมิงและตระกูลหนานก็คงจะเงียบเหงาเกินไปและข้าก็ไม่รู้ด้วยว่าเมืองที่อยู่ใกล้กับเทือกเขาเฟิงหลงมากที่สุดคือที่ไหนและอยู่ห่างไกลเท่าไหร่ ” หนานหมิงกล่าวขึ้น
“ เรื่องนั้นคนของเราได้จัดการส่งข้อมูลมาให้แล้วขอรับ เมืองที่อยู่ใกล้กับเทือกเขาเฟิงหลงมากที่สุดก็คือเมืองเฟิงหลง ห่างจากเทือกเขาเฟิงหลงไปประมาณห้าพันลี้ขอรับ ” อวี้เซียงตอบ
สำหรับยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์และจักรพรดิยุทธ์แล้วพวกเขาสามารถเดินทางไกลกว่าแสนลี้ในหนึ่งวัน เพราะฉะนั้นแล้วระยะทางหนึ่งพันลี้ก็เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามสำหรับพวกเขาเท่านั้น
“ เรื่องนั้นข้าเองก็คิดที่จะรายงานนายท่านพอดี หนิงขวงเองก็คิดว่าจะสร้างเมืองขึ้นใกล้ๆกับเทือกเขาเฟิงหลง เพราะถ้าหากสามารถสร้างเมืองขนาดใหญ่ขึ้นได้ก็จะทำให้พวกเขาสามารถจัดงานประมูลหรือแม้กระทั้งหากองกำลังมาเป็นกองกำลังผู้ติดตามก็ยังได้ ” อวี้เซียงกล่าวขึ้น
กองกำลังผู้ติดตามคือกองกำลังที่ติดตามกองกำลังใหญ่หรือก็คือกองกำลังเหล่านั้นจะขอพึ่งพากองกำลังใหญ่ให้มีชีวิตรอดท่ามกลางความโหดร้ายนี้ แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องจ่ายค่าคุ้มครองเช่นกันซึ่งค่าคุ้มครองก็อยู่ที่ว่าจะตกลงกันอย่างไร
สำหรับกองกำลังใหญ่ๆพวกเขาก็มีกองกำลังผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก อย่างเช่นนิกายเทียนซูสาขาอาณาจักรต้าโจว พวกเขาก็มีกองกำลังผู้ติดตามไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยกองกำลังด้วยกัน
หนานหมิงยิ้มและรู้สึกพึงพอใจที่ให้หนิงขวงเป็นผู้ดูแลศาลาชุนหมิงจริงๆ เพราะทุกความคิดของหนิงขวงมักจะมองภาพรวมและประโยชน์ของศาลาชุนหมิงเป็นหลัก
“ เช่นนั้นก็บอกหนิงขวงด้วยว่า ที่เหลือก็ฝากจัดการให้เรียบร้อย ถ้าหากมีอะไรสำคัญก็ค่อยมารายงานข้า แต่ถ้้าหากไม่สำคัญก็ให้ตัดสินใจด้วยตัวเองไปเลย ” หนานหมิงกล่าว
“ รับคำสั่งนายท่าน ” อวี้เซียงตอบรับก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่อวี้เซียงจากไป หนานหมิงก็ครุ่นคิดเล็กน้อยและพึมพำขึ้นว่า “ ดูเหมือนว่าอีกไม่นานจะต้องย้ายที่อยู่อีกแล้วสินะ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เพราะเส้นเลือดมังกรมีผลประโยชน์ต่อผู้ฝึกตนเป็นอย่างมากและมันจะทำให้ตระกูลหนานรุ่งเรือง!…แต่กว่าที่จะจัดการกับทุกอย่างเสร็จก็น่าจะต้องใช้เวลาหลายปี ”
การสร้างศูนย์บัญชาการของศาลาชุนหมิงให้เสร็จก็น่าจะใช้เวลาเป็นปีและกว่าจะสร้างเมืองเสร็จก็น่าจะหลายปี อย่างต่ำๆก็ห้าปีขึ้นไป
ต้องไม่ลืมว่าศาลาชุนหมิงในตอนนี้มีจำนวนคนแค่เจ็ดถึงแปดหมื่นคนทำให้ศูนย์บัญชาการที่หมู่บ้านชุนหมิงจึงไม่ได้ใหญ่มากนัก เพราะพวกเขาได้กระจายกำลังคนไปทั่วอาณาจักร แต่กว่าจะถึงตอนนั้นศาลาชุนหมิงคงมีจำนวนคนไม่ต่ำกว่าหลักล้าน เพราะฉะนั้นเวลาสร้างศูนย์บัญชาการจึงต้องคิดเผื่อถึงจำนวนคนในอนาคตด้วย และอีกอย่างเมืองที่จะสร้างเป็นเมืองขนาดใหญ่และต้องรองรับประชากรได้มากกว่าหนึ่งพันล้านคนเป็นอย่างน้อย
สาเหตุที่ต้องรองรับประชากรมากกว่าหนึ่งร้อยล้านคนก็เพราะ เพียงแค่อาณาจักรเล็กๆอย่างอาณาจักรต้าเหยียนก็มีประชากรไม่ต่ำกว่าสามหมื่นล้านคนแล้วและเมืองหลวงต้าเหยียนเพียงแห่งเดียวก็มีประชากรไม่ต่ำกว่าแปดสิบล้านคนแล้ว
แถมเมืองหลวงต้าเหยียนก็กินพื้นที่นับพันลี้ การที่จะเดินทางจากเหนือไปใต้ถ้าหากเป็นคนธรรมดาก็ต้องใช้เวลานานถึงเจ็ดวัน
ส่วนเมืองหลวงของอาณาจักรต้าโจว พวกเขามีขนาดใหญ่และกินพื้นที่หลายพันลี้ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าอาณาจักรต้าเหยียนหลายเท่า และประชากรของพวกเขาก็มีไม่ต่ำกว่าเจ็ดร้อยล้านคน ถือได้ว่าเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของทวีปฮุ้ยตวนก็ว่าได้
เมืองที่หนานหมิงจะสร้างนั้นติดอยู่กับเทือกเขาเฟิงหลงและอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะต้องมีพลังวิญญาณที่หนาแน่นเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ การที่จะมีผู้ฝึกยุทธ์มาตั้งถิ่นฐานก็ไม่ใช่เรื่องแปลกและอาจจะมีมากเกินกว่าที่ใครๆจะจินตนาการได้เลย
เพราะฉะนั้นแล้วทางที่ดีคือเมืองที่เขาจะสร้างในอนาคตจะต้องรองรับผู้คนให้ได้มากกว่าหนึ่งพันล้านคนเป็นอย่างต่ำ
***
ก่อนหน้านี้สามวัน ณ อาณาจักรต้าโจว
เทือกเขาเฟิงหลงเป็นเทือกเขาขนาดใหญ่กินพื้นที่ยาวกว่าแสนลี้ ภายในเต็มไปด้วยป่าไม้และสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งจำนวนมาก ซึ่งสัตว์อสูรที่อ่อนแอที่สุดก็อยู่ในระดับสามแล้ว ส่วนสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือระดับแปดขั้นสมบูรณ์ ซึ่งเทียบเท่ากับระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ของเผ่ามนุษย์
อย่างที่รู้กันดีว่าสัตว์อสูรจะแข็งแกร่งกว่าเผ่ามนุษย์ในระดับเดียวกันมาก นอกจากอัจฉริยะเท่านั้นจึงจะสามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรในระดับเดียวกันได้หรืออาจจะต่อสู้ข้ามระดับของสัตว์อสูรได้
ด้วยเหตุนี้ทำให้เทือกเขาเฟิงหลงจึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่อันตรายสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ภายอาณาจักรต้าโจว แต่ถึงแม้ว่ามันจะอันตรายแต่มันก็มาพร้อมกับโอกาส เพราะถ้าหากสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับสูงได้ก็สามารถนำพวกมันไปขายแลกผลึกวิญญาณได้จำนวนมาก
ผู้ปกครองเทือกเขาเฟิงหลงก็คือพญาราชสีห์เพลิงโลกันต์ ซึ่งเป็นราชสีห์ที่มีสายเลือดของสัตว์เทวะในบรรพกาล ทำให้ความแข็งแกร่งของมันสูงกว่าสัตว์อสูรในระดับเดียวกันมาก
ในอดีตเคยมียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นต้นสองคนและจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์อีกห้าคนช่วยกันสังหารกับพญาราชสีห์เพลิงโลกันต์ตอนที่มันอยู่ในระดับแปดขั้นสูงหรือก็เทียบเท่ากับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูง
ซึ่งผลสุดท้ายก็คือยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์เสียชีวิตหนึ่งคน อีกคนบาดเจ็บสาหัสพลังยุทธ์ถดถอยกลายเหลือเพียงแค่ราชันยุทธ์เท่านั้น สำหรับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ทั้งห้าคนตายทั้งหมด
เหตุการณ์นี้ทำให้กองกำลังทั้งหมดในอาณาจักรต้าโจวถึงกับหวาดกลัว ต้องรู้ก่อนว่ายอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์คือระดับสูงสุดในอาณาจักรต้าโจวแล้ว แม้ว่าจะเป็นเหนือยุทธ์ที่อ่อนแอแค่ไหนก็ยังแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิยุทธ์มาก การที่เหนือยุทธ์ขั้นต้นสองคนบาดเจ็บสาหัสจนพลังยุทธ์ถดถอยและเสียชีวิตหนึ่งคน รวมไปถึงจักรพรรดิยุทธ์ห้าคนทำให้ชื่อเสียงของพญาราชสีห์เพลิงโลกันต์มีชื่อเสียงอย่างมาก
จนถึงปัจจุบันก็ไม่มียอดฝีมือคนไหนในอาณาจักรต้าโจวกล้าไปยังใจกลางของเทือกเขาเฟิงหลง
ทางด้านของสมาชิกของศาลาชุนหมิง เวลานี้พวกเขากำลังนั่งพูดคุยกันอย่างสบายใจอยู่ที่ใจกลางเทือกเขาหมื่นอสูรโดยที่ไม่ได้หวาดกลัวพญาราชสีห์เพลิงโลกันต์แม้แต่น้อย เพราะสำหรับพวกเขาแม้ว่าพญาราชสีห์เพลิงโลกันต์จะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับพวกเขาได้
หัวหน้ากลุ่มของศาลาชุนหมิงมีชื่อว่า หานชิงลู่ เขาคือตัวละครที่หนานหมิงอัญเชิญออกมาและมีความแข็งแกร่งระดับเทพยุทธ์ขั้นปลายห
ในอดีตหานชิงลู่ตอนอัญเชิญมาคือระดับจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์แต่หลังจากที่ฝึกฝนอยู่ที่ศาลาชุนหมิงอยู่พักใหญ่เขาก็ทะลวงเข้าสู่ระดับเทพยุทธ์และตอนนี้ก็อยู่ในระดับเทพยุทธ์ขั้นปลายและปัจจุบันหานชิงลู่ก็ยังเป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองที่หนิงขวงส่งมายังอาณาจักรต้าโจว
และก็เป็นหานชิงลู่ที่สัมผัสได้ถึงเส้นเลือดมังกรจากเทือกเขาเฟิงหลงแห่งนี้และเขาก็ได้แจ้งให้กับรองหัวหน้าไป๋จวินตั้งแต่เมื่อหนึ่งวันก่อนแล้ว
ตอนนี้หานชิงลู่ได้รับคำสั่งจากหนิงขวงให้เฝ้าอยู่ที่เทือกเขาเฟิงหลงและถ้าหากใครก็ตามที่คิดที่จะยึดครองเทือกเขาเฟิงหลงก็ให้จัดการตามความเหมาะสม อย่างเช่นให้พูดคุยกันก่อน ถ้าหากการพูดคุยไม่ใช่ทางออกเช่นนั้นก็จัดการพวกมันทั้งหมดโดยการใช้กำลัง
ส่วนคนอื่นๆที่อยู่รอบๆหานชิงลู่มีอีกสองคนที่เป็นตัวละครที่ถูกอัญเชิญมาเหมือนกัน ซึ่งทั้งสองคนมีชื่อว่าจ้าวสือหลงและชุยเหวิน ซึ่งทั้งสองเป็นยอดฝีมือระดับจ้าวยุทธ์ขั้นกลาง
ส่วนคนอื่นๆเป็นคนที่ศาลาชุนหมิงฝึกฝนมาตั้งแต่แรก ซึ่งความแข็งแกร่งของพวกเขาก็อยู่ในระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลางและขั้นต้น
สำหรับความแข็งแกร่งระดับนี้ก็เพียงพอที่จะไปยังพื้นที่ต่างๆของอาณาจักรต้าโจวได้อย่างสบายๆแล้ว
“ หัวหน้าหานคนของเรารายงานมาว่าอีกไม่นานผู้อาวุโสสอง ผู้อาวุโสสามและผู้อาวุโสสี่ของนิกายเทียนซูได้เดินทางมาที่นี้แล้ว คาดว่าอีกห้าถึงหกวันก็น่าจะมาถึงที่นี้แล้ว ส่วนราชวงศ์โจวและกองกำลังระดับหนึ่งอื่นๆเองก็เคลื่อนไหวแล้ว กองกำลังที่น่าจะมาถึงก่อนก็น่าจะเป็นสำนักบัวเพลิง ส่วนกองกำลังอื่นๆก็น่าจะใช้เวลาใกล้เคียงกัน ” จิวหยงยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพ
หานชิงลู่พยักหน้ารับเพราะเทือกเขาชิงหลงอยู่ห่างจากนิกายเทียนซูกว่าสองล้านลี้ การที่พวกเขาเดินทางมาที่นี้โดยใช้เวลาเพียงแค่ห้าถึงหกก็ถือว่ารวดเร็วมากแล้ว
อีกอย่างการที่พวกเขาส่งผู้อาวุโสทั้งสามมาก็เห็นได้ชัดว่าพวกเขาหวาดกลัวพญาราชสีห์เพลิงโลกันต์อยู่บ้าง เพราะผู้อาวุโสทั้งสามคนของนิกายเทียนซูต่างก็เป็นยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลาง และยังเป็นยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงอย่างมากในอาณาจักรต้าโจวอีกด้วย
ผู้อาวุโสสองแห่งนิกายเทียนซูมีชื่อว่า ผานเช่อ
ผู้อาวุโสสามแห่งนิกายเทียนซูมีชื่อว่า เถียนหวัง
ผู้อาวุโสสี่แห่งนิกายเทียนซูมีชื่อว่า ไน่เสวียนเหอ
การส่งผู้อาวุโสหลักทั้งสามมาแบบนี้เห็นได้ชัดว่านิกายเทียนซูจริงจังกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ
“ โอ้ว ดูเหมือนว่านิกายเทียนซูจะให้ความสำคัญกับเส้นเลือดมังกรนี้จริงๆ ถึงขนาดที่ส่งตาแก่สามคนนี้มา ไม่สิถ้าหากไม่ส่งตาแก่เหล่านี้มาเกรงว่าคงถูกเจ้าสิงโตนั้นฆ่าอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ความแข็งแกร่งของมันเกือบจะทะลวงเข้าสู่ระดับเก้าแล้ว จริงสิแล้วทางฝั่งของราชวงศ์โจวส่งใครมา? ” หานชิงลู่ถามขึ้น
เนื่องจากหานชิงลู่เป็นถึงยอดฝีมือระดับเทพยุทธ์ เขาย่อมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพญาราชสีห์เพลิงโลกันต์ได้อย่างชัดเจน ตอนนี้มันใกล้ที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับเก้าแล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะทะลวงสำเร็จ เพราะตอนนี้พลังวิญญาณรอบๆเทือกเขาเฟิงหลงเพิ่มขึ้นทีละนิดในทุกๆวัน
ตอนนี้พญาราชสีห์เพลิงโลกันต์กำลังเก็บตัวเพื่อที่จะรวบรวมพลังและจะทะลวงไปยังระดับเก้าในครั้งเดียว เพราะฉะนั้นตอนนี้มันจึงยังไม่ปรากฏตัวออกมาให้เห็นง่ายๆ นอกเสียจากจะมีคนไปรบกวนมันจริงๆ
ภายในอาณาจักรต้าโจว นิกายเทียนซูคือผู้ปกครอง ราชวงศ์โจวเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดรองลงมาจากนิกายเทียนซู
ถัดจากราชวงศ์โจวก็คือกองกำลังระดับหนึ่ง สอง และสามตามลำดับ
กองกำลังระดับหนึ่งจะต้องมียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์อยู่ในกองกำลังแม้ว่าจะมีเพียงแค่คนเดียวก็ถือว่าเป็นกองกำลังระดับหนึ่ง
ส่วนกองกำลังระดับสองจะต้องมีจักรพรรดิยุทธ์เป็นเสาหลัก ส่วนกองกำลังระดับสามจะต้องมีราชันยุทธ์เป็นเสาหลัก
สำหรับราชวงศ์โจวพวกเขามียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์อยู่ในกองกำลังมากถึงสิบคน ซึ่งส่วนมากจะอยู่ในระดับเหนือยุทธ์ขั้นต้น มีสามคนที่อยู่ในระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลาง
เพราะแบบนี้ราชวงศ์โจวจึงเป็นรองเพียงแค่นิกายเทียนซู แต่อยู่เหนือกองกำลังทั้งหมดในอาณาจักร
“ ข้าได้ยินมาว่าเป็นบรรพชนสองคน เป็นโจวต้ายและโจวเทียนกัง ” จิวหยงตอบคำถาม
“ อ้อที่แท้ก็เป็นตาแก่สองคนนั้น ” หานชิงลู่กล่าวขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ บรรพชนทั้งสองเป็นยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลาง สำหรับพวกเขาแล้วต่อให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาด้วยตัวเอง ก็ไม่มีค่าพอให้ใส่ใจอยู่ดี
ทันใดนั้นหานชิงลู่และคนอื่นๆก็มองไปยังท้องฟ้าทิศทางหนึ่งด้วยแววตาเรียบเฉย
“ ดูเหมือนว่าจะเริ่มมีคนมาแล้วสินะ ” จ้าวสือหลงกล่าวอย่างเย้ยหยัน
หานชิงลู่และคนอื่นๆก็ไม่ได้แปลกใจมากนัก เพราะถึงอย่างไรกองกำลังชั้นหนึ่งที่อยู่แถวนี้มีอยู่หลายกองกำลังด้วยกัน การที่จะมีกองกำลังระดับหนึ่งมาถึงก่อนจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด
จากนั้นหานชิงลู่และคนอื่นๆก็ลบพลังของตัวเองให้กลมกลืนกับธรรมชาติ พวกเขาไม่รีบที่จะเผยตัวในตอนนี้ เพราะหานชิงลู่คิดว่าถ้าหากจะเปิดตัวก็ควรที่จะเปิดตัวอย่างอลังการที่สุด ซึ่งก็คือการที่รอให้กองกำลังทั้งหมดมาถึงก่อน
นอกจากนี้หนิงขวงก็บอกกับพวกเขาแล้วว่าได้ส่งกำลังเสริมมาแล้ว ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาคงใช้เวลาไม่นานก็น่าจะมาถึงแล้ว