[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    160 วางแผนอนาคต

    “หือ ฆ่าไปเป็นหมื่นเลยเหรอ” ซิงเยียนทำสีหน้าตกใจพลางเบิกตากว้างหลังจากฟังเรื่องเล่าการเดินทางไปทำภารกิจที่หมู่บ้านไป๋ มันมีทั้งความสนุก ลุ้นระทึกกับการรักษาชาวบ้าน ระหว่างนี้เองตงฟางก็แอบเดินทางไปเก็บกล้วยไม้วิญญาณเจ็ดกลีบจนเจอเข้ากับงูยักษ์ 3 หัวตัวใหญ่ แล้วยังเปลี่ยนตัวเองเป็นระดับ 8 ได้อีกด้วยแต่ก็ต้องมาตายเพราะถูกลอบโจมตีด้วยพลังเกือบทั้งหมดของตงฟาง โดยการเล่าเรื่องของตงฟางจบลงตรงที่เขาช่วยชาวบ้านจากโรคแล้วถูกไล่ล่าไปจนถึงหน้าผา 


    “ใช่  พวกเขาจะฆ่าผมเองนี่ ว่าแต่พี่ซิงเยียนรู้จักมารทั้ง 9 ไหม”


    ตงฟางสงสัยเกี่ยวกับมารทั้ง 9 ที่มีมารกลืนกินวิญญาณเป็นหนึ่งในนั้น เขาอยากรู้จักสถานที่ที่พวกมันถูกผนึกจึงถามพี่ซิงเยียนผู้ที่น่าจะมีความรู้กว้างขวาง การมีคนมากหน้าหลายตาเข้าใช้งานหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอาจจะมีเรื่องเล่าก็เป็นได้


    “ไม่จ้ะ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”


    “งั้นเหรอครับ แล้วหลังจากที่ผมตกหน้าผาไปเรื่องของผมเป็นยังไงบ้าง”


    ตงฟางถามพี่ซิงเยียน  เขาเล่าทุกอย่างจนหมดแล้วไม่มีอะไรจะต้องเล่าอีก ทันใดนั้นเขากลับต้องอ้าปากเมื่อซิงเยียนถือถาดผลไม้มาใกล้ๆเขาแล้วเริ่มป้อนองุ่นโดยปล่อยให้เขานั่งอยู่บนเตียงนอนพลางมีเชือกมัดไปตามตัวกลัวเขาจะหนีไป


    “เรื่องของตงฟางเหรอ ก็มีอยู่หลายเรื่องมากๆ งั้นพี่สาวจะเล่าเรื่องที่ทุกคนรู้จักดีก่อนก็แล้วกัน เรื่องนั้นคือเรื่องการใช้พิษฆ่าคนของตงฟาง”

    ตงฟางนั่งฟังเงียบๆพลางคิดตาม จากการเล่าเรื่องการใช้พิษของตงฟางทำให้ผู้คนมองเขาเป็นพวกที่ชั่วช้าเป็นอย่างมาก ใครต่างประนามเขาว่าเป็นพวกขี้ขลาดตาขาว ไม่เพียงเท่านั้นทุกคนยังเห็นพ้องร่วมกันว่าเขามันเป็นแค่คนอ่อนแอ หากไม่พึ่งพิษตัวของเขาก็เหมือนกับเด็กทารกคนหนึ่ง ไม่สามารถสู้ศิษย์สายในได้เลยสักนิด 


    ทั้งระดับพลังที่อ่อนกว่าศิษย์สายหลักคนอื่นๆแม้จะกลายเป็นศิษย์หลัก ทำให้เขาฉีกยิ้มกับชื่อเสียงความอ่อนแอของตัวเอง ความแข็งแกร่งแท้จริงของเขาไม่มีเลย หากเขาไม่มีพิษเขาก็แค่มดตัวหนึ่งในสายตาของผู้คน


    “ตอนนี้ทุกคนกล่าวหาว่าผมอ่อนแอ”


    “ใช่แล้วจ้ะ พวกเขาเนี๊ยตาไม่ถึงเลยนะ มองยังไงพี่สาวก็ยังไม่เห็นมุมอ่อนแอจากตงฟางเลย พี่เห็นแต่ความชั่ว”


    “พี่ซิงเยียน ชมหรือหลอกด่าเนี๊ย” ตงฟางยกมือกุมขมับ


    “ฮิฮิ ล้อเล่นจ้ะ ตงฟางทำถูกแล้ว พวกที่คิดจะฆ่าเราต้องทำให้พูดไม่ได้อีกจะได้ไม่มาสร้างปัญหาให้กับเรา ส่วนเรื่องต่อไปพี่สาวจะพูดคือเรื่องพิษ เลือด และอาวุธหลายอย่างที่ตงฟางฝากซื้อจากเมืองหลวง”


    การเล่าเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง 1 ปีที่ผ่านมาตงฟางคิดว่าเลือดและพิษระดับ 7 หรือสูงกว่าจะต้องถูกซื้อเก็บไว้มากมายแน่นอน เขาจะเริ่มใช้พวกมันพัฒนาตัวเองเพื่อจะแข็งแกร่งกว่านี้ แต่เมื่อพี่ซิงเยียนบอกความจริงตงฟางทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ  เขาลืมไปว่าคนที่ไล่ล่าเขามีคนของเมืองหลวง จึงไม่แปลกที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น


    โดยเรื่องที่เกิดขึ้นจากการเล่าเรื่องของพี่ซิงเยียน ทำให้ตงฟางรู้ว่าเลือด พิษ สิ่งต่างๆที่ระดับ 7 ขึ้นไปจะไม่ถูกส่งออกมาจากเมืองหลวงอีก ด้วยกฎบางอย่างที่พวกเขาตั้งขึ้นหลังจากข่าวของตงฟางดังไปถึงที่นั่น


    เหล่าคนที่อยู่เมืองหลวงเริ่มต่อต้านการส่งพิษไปขายยังเมืองใหญ่ทั้ง 4 เนื่องจากว่ามันจะให้กำเนิดคนที่คิดเลียนแบบแนวคิดของตงฟาง ด้วยระดับพลังเพียงแค่จารึกวิญญาณกลับฆ่าระดับผันแปรวิญญาณไปเป็นหมื่น ยังมีระดับราชาวิญญาณ ทำให้พิษไม่ใช่สิ่งที่ซื้อขายถูกกฎหมายอีกต่อไปหากต้องการส่งมันมาขายยังเมืองใหญ่  ตลอดระยะเวลาที่เขาหายไปพี่ซิงเยียนจึงมีเพียงแค่พิษและเลือดระดับ 6 เท่านั้น


    “ไม่เป็นไรครับ ยกเลิกการซื้อไปเลยก็ได้ แต่ผมอยากให้พี่ซิงเยียนเปลี่ยนสิ่งที่ต้องซื้อ”


    “อะไรเหรอจ๊ะ”


    “ผมอยากได้สมุนไพรหรืออะไรก็ได้มาใช้ฟื้นฟูหรือรักษาวิญญาณยุทธ์ ของที่ใช้แลกเปลี่ยนคือยาเพิ่มพลังระดับ 7 2 เม็ด”


    “หือ ราคานี้สูงมากๆเลยนะ”


    “ยิ่งสูงยิ่งดีครับ หากมีสมุนไพรระดับ 7 ยาระดับ 7 ก็ไม่ใช่เรื่องยากในการหลอม” 


    ซิงเยียนวางถาดผลไม้หลังจากเห็นตงฟางอิ่มแล้วเธอจึงขึ้นมาปูเตียงนุ่มๆนอนข้างตงฟาง


    “เอาล่ะ เรื่องสุดท้าย”


    ตงฟางต้องยอมนอนคืนนี้เขาคงถูกมัดไว้บนเตียงเป็นหมอนข้างให้พี่ซิงเยียน แม้เขาจะปลดเชือกออกง่ายๆเขากลับไม่อยากทำเพราะไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร แบบนี้เขาก็คิดว่ามันดี อย่างน้อยๆก็มีอะไรให้พี่ซิงเยียนทำ หากเขาปลดเชือกออกจะต้องมีเรื่องประหลาดใจใหม่ๆเกิดขึ้นแน่นอน เขาจึงยอม


    “หลังจากตงฟางหายไป สถาบันเฟยเทียนก็ถูกโจมตี”


    “หือ”


    ตงฟางย่นคิ้ว เขาลืมไปว่าสถาบันเฟยเทียนเป็นสถาบันของเขา การที่เขาพลาดในการฆ่าคนที่ไล่ล่าทั้งหมด สถาบันจะตกที่นั่งลำบากกับเขาด้วย เขามัวแต่คิดว่าคนรอบข้างจะซวย กลับลืมคิดถึงสถาบัน


    “การบุกโจมตีเกิดขึ้นนานนับเดือน ทำให้สถาบันเฟยเทียนได้รับความเสียหายหนักเลยล่ะถึงขั้นที่ศิษย์ทั่วไปและศิษย์สายนอกลาออกไปจนหมด”


    การที่ศิษย์ทั่วไปและศิษย์สายนอกลาออกไปจนหมด สำหรับตงฟางสถาบันเฟยเทียนน่าจะเหลือคนเพียงแค่ 1 ใน 5 เท่านั้นเพราะศิษย์สายในที่เหลืออยู่พวกเขามีจำนวนน้อยที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มศิษย์ที่ใช้คุณภาพในการคัด ไม่ใช่จำนวนเหมือนศิษย์ทั่วไป


    “ส่วนศิษย์สายในก็ลาออกไปหลายคน พวกเขาเหล่านั้นบางคนเข้าร่วมกับสถาบันอื่นๆ ”


    “ศิษย์หลักล่ะครับ”


    “ยังคงเท่าเดิม อาจารย์ยังคงเท่าเดิม” ตงฟางรู้สึกอุ่นใจเล็กน้อยที่อาจารย์สถาบันยังคงอยู่ การบุกโจมตีสถาบันเฟยเทียนหากอาจารย์ยังอยู่ไม่มีทางที่สถาบันจะถูกทำลายจนย่อยยับได้ ถ้าอีกฝ่ายไม่มีระดับราชันวิญญาณก็ยากจะกวาดล้างสถาบันเฟยเทียนของเขา


    “แล้วได้ข่าวศิษย์พี่เยว่สือไหม”


    “ไม่จ้ะ  ข่าวของศิษย์หลักนับได้ว่าหายากมากๆ  หลังจากที่สถาบันถูกโจมตีข้อมูลของศิษย์หลักก็ถือเป็นความลับเพราะพวกเขาถูกจ้องเล่นงานจากภายนอก”


    ตงฟางพยักหน้าปล่อยให้พี่ซิงเยียนนอนกอดเขาต่อไป พลางคิดเกี่ยวกับชีวิตของเขาต่อจากนี้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรต่อ เนื่องจากตัวของเขาสร้างศัตรูไว้มาก หากเขาปรากฎตัวจะทำให้สถาบันเดือดร้อนอย่างแน่นอน



    ตงฟางเริ่มวางแผนชีวิต การปรากฎตัวของเขาอีกครั้งมันจะต้องมากับความพร้อมเพื่อให้เขารับมือกับอันตรายได้ทั้งหมด เขายังไม่สามารถจากสถาบันเฟยเทียนไปได้เพราะมันยังมีสิ่งที่เขาต้องการอยู่ ซึ่งสิ่งนั้นคือสิทธิการเข้าถึงพื้นที่ลึกลับต่างๆ ไม่เพียงเท่านั้นมันอาจจะมีตั๋วส่งเขาไปเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัย ตงฟางจึงเริ่มวางแผนการปรากฎตัวใหม่อีกครั้ง การโผล่หัวออกมาจากความตายของเขาจะต้องมั่นใจว่าคนที่ตรวจสอบและคิดจะไล่ล่าเขา พวกมันจะหายไปโดยไม่มีใครตามสืบได้


    “คงได้เวลาแล้วสินะ”


    สำหรับการเดินทางไปเมืองหลวง เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในอนาคตได้ ตงฟางจึงคิดว่าเขาจะต้องทำอะไรสักอย่างรองรับเอาไว้ หากเขาพ่ายแพ้จนต้องหลบหนี เขาจะต้องมีที่กบดาน ไม่เพียงเท่านั้นเขาจะต้องมีแหล่งที่สามารถหาข่าวสารได้รวดเร็วและลึกลับกว่าหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า


    ตงฟางจึงเริ่มวางแผนชีวิตสร้างมือและเท้าให้เขาเอง หากเขาต้องการไปเมืองหลวงจริงและทำทุกอย่างได้ง่ายขึ้น ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แล้วการหาข้อมูลคนที่ลงมือจะต้องแข็งแกร่งอีกด้วย มันจะทำให้ข้อมูลที่ได้มีความจริงมากขึ้นแล้วเขายังใช้คนเหล่านี้ปกป้องเขาได้ในช่วงที่อ่อนแอ ตงฟางจึงอยากสร้างกองกำลังขึ้นมาช่วยเขาทำงาน 


    โดยกองกำลังที่เขาอยากจะสร้างในความคิดของเขาตอนนี้มี 2 ทางเลือกด้วยกัน หนึ่ง เขาคิดจะใช้ทักษะตุ๊กตาโลหิตของนิกายโลหิตสร้างอสูรโลหิตขึ้นมาใช้งาน พวกมันมีทั้งพลังมหาศาลเหมาะกับงานใช้พละกำลัง แต่การหาข้อมูลดูจะด้อยอยู่บ้าง เขาจึงสร้างทางเลือกที่สองให้ตัวเอง คือการใช้งานทาส 


    การที่เขาเลือกทาสก็เพราะว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นจุดต่ำสุดของการใช้ชีวิต แล้วพวกเขาไม่สามารถขัดคำสั่งผู้เป็นนายได้ ตงฟางจึงคิดว่าเขาจะซื้อคนกลุ่มนี้มาสร้างผู้แข็งแกร่งด้วยทักษะนิกายโลหิต เพื่อให้เขามีกองกำลังของตัวเองไว้ทำงานในช่วงที่เขาไม่ว่าง รวมไปถึงให้คนเหล่านี้สืบหาข่าวมารทั้ง 9 เพราะเขาต้องการใช้พลังของสายเลือดโดยไม่มีข้อจำกัด


    “ต้องยืมมือพี่ซิงเยียนสินะ”


    การซื้อทาสจำนวนมากสำหรับตงฟางเขาไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมดเพราะมันน่าสงสัย การให้พี่ซิงเยียนช่วยซื้อจึงดูสมเหตุสมผลที่สุด การที่หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าต้องการทาสเป็นจำนวนมาก ทุกคนจะไม่เกิดความสงสัยเลย ด้วยธุรกิจที่ใหญ่แรงงานทาสจึงจำเป็น 


    แต่ตงฟางไม่ได้คิดจะสร้างกองกำลังของเขาไว้แค่เมืองหลงไห่เท่านั้น เขาต้องการหูและตารวมไปถึงสถานที่กบดานทั้ง 4 เมืองใหญ่ที่อยู่รอบๆเมืองหลวง 


    ในระยะเวลา 4 ปีนี้เขาจะต้องทำให้กองกำลังของเขามีระดับต่ำสุดคือผันแปรวิญญาณ ซึ่งการจะสร้างที่กบดานทั้ง 4 เมืองตงฟางวางแผนเอาไว้ว่าตัวของเขาจะต้องมีฉากบังหน้า เพื่อให้กองกำลังของเขาเป็นความลับที่สุด โดยฉากบังหน้าเขาคิดเอาไว้แล้ว มันจะเป็นทั้งแหล่งทำงาน แห่งหาข้อมูลอีกแหล่งของเขาด้วยเช่นกัน แต่เขาต้องปรึกษาพี่ซิงเยียนที่เป็นหุ้นส่วนของตัวเอง


    “พี่ซิงเยียน หลับแล้วเหรอ”


    “อือ” ตงฟางมองไปยังพี่ซิงเยียนที่หลับอยู่ข้างๆ เธอที่ถูกปลุกจึงพยายามลุกขึ้นมาโน้มตัวลงไปหอมแก้มจนตงฟางมีลิปสติกติดบนหน้าเต็มไปหมด


    “พี่ซิงเยียนหยุดก่อน! ผมมีอะไรจะพูดด้วย”


    “หือ จะไปไหนเหรอ” ซิงเยียนสะลึมสะลือแต่ยังคงพยายามจะพูดกับตงฟาง


    “ผมว่าจะเดินทางแอบเข้าไปในสถาบันนิดหน่อย”


    “จะออกมาอีกไหม”


    “ออกสิ ผมจะออกมาอยู่กับพี่ซิงเยียนยาวๆ แต่จะขอเข้าไปตรวจสอบเรื่องพี่เยว่สือก่อน แล้วตอนนี้บ้านของผมก็ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง ไว้ผมกลับมาเราจะคุยกันเรื่องเปิดร้านที่เมืองอื่น พี่คิดว่าไง”


    “หืม พอดีเลยพี่สาวก็กำลังคิดจะขยายตัวไปยังเมืองอื่นพอดี งั้นเรามาทำร่วมกันว่าไง”


    “ได้ครับ”


    “ข้อตกลงเหมือนเดิม 50 - 50 แต่ถ้าอยากได้ร้อยต้องแต่งกับพี่สาวก่อน”


    “ฮะฮะฮ่า เอา 50 ไปก่อนนะครับ แล้วผมจะรีบกลับมาก่อนฟ้าสาง”


    ตงฟางแกะเชือกแล้วเดินลงจากเตียงนอนพร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็นเสื้อของศิษย์สายใน ไม่เพียงเท่านั้นเขายังปรับเปลี่ยนใบหน้าใหม่ให้กลายเป็นศิษย์สายในคนหนึ่งที่เขาพอจำหน้าได้


    พรึ่บ~!


    สองเท้าก้าวกระโดดออกไปจากหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ามุ่งหน้าสู่สถาบันเฟยเทียน ตงฟางรู้สึกเป็นห่วงศิษย์พี่เยว่สือมาก กลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงที่เขาไม่อยู่ แม้บ้านของเขาจะลงค่ายกลไว้ให้หลบซ่อน หากมันถูกระดับผันแปรโจมตีก็ระเบิดเสียหายได้เช่นเดียวกัน





    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน