จูจื้อโหยวใช้ชีวิตในแต่ละวันไปกับการดูแลอาหารของสามี และตัดเย็บเสื้อผ้าให้สามีด้วยความสามารถที่ติดมาจากร่างเดิม ต้องยอมรับว่าจูจื้อโหยวร่างเดิมนั้นมีฝีมือด้านการเย็บปักถักร้อยสูงมากจริงๆ เพราะนอกจากนางจะเย็บผ้าเก่งแล้ว งานปักก็วิจิตรงดงามอย่างมิอาจหาใครเทียบได้ เพราะในโลกอนาคต จูจื้อโหยวใช้ชีวิตภายใต้ความสะดวกสบายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พอได้มาลองทำงานอย่างที่ตนเองไม่เคยทำ จึงทำให้เธอรู้สึกสนุกและหลงลืมบางอย่างไป
“เป็อะไรไป ดูเหมือนเ้าจะไม่มีสมาธิปักผ้าแล้วนะ หรือว่าเบื่องานในมือเสียแล้ว” ฟู่ซีซวนเดินเข้าห้องมาก็เห็นภรรยาทำหน้ายุ่งและมองผ้าในมืออย่างไม่พอใจ “หากยังไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำก็ได้ เสื้อผ้าที่เ้าตัดให้ข้าก่อนหน้านี้ก็มากพอแล้ว”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากทำเ้าค่ะ เพียงแต่ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าข้าลืมอะไรไป แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก”
“เป็เื่เกี่ยวกับอะไร หรือว่าเกี่ยวกับคำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อบุญธรรม เอาอย่างนี้ดีไหม อีกสองวันจะเป็วันหยุดของสำนักศึกษา วันนั้นข้าจะพาเ้าไปเยี่ยมท่านพ่อบุญธรรมที่จวนอ๋อง แต่ว่าขนมแสนอร่อยกับน้ำชาชั้นดีที่เ้าเคยสัญญากับพ่อบุญธรรมไว้ เ้าจะไปหามาจากไหน อืม...หรือจะไปดูที่ร้านขายชาของสกุลเฉียน” ฟู่ซีซวนทำสีหน้าลำบากใจ “แต่บุตรชายสกุลเฉียนกับข้ามีเื่ไม่ลงรอยกันที่สำนักศึกษา เกรงว่าหากข้าพาเ้าไป พวกเขาอาจจะไม่ต้อนรับเราหรือบางทีอาจจะไล่เราออกจากร้านมาก่อน”
“ไม่ต้อนรับก็ไม่จำเป็ต้องไปสนใจพวกเขา ของหายากต่างๆ ข้าหาซื้อได้อยู่แล้วเพราะข้ามี...” จูจื้อโหยวเบิกตาขึ้นทันที ‘ใช่แล้ว! ที่แท้เราก็ลืมหงหลินไปนี่เอง’
“เ้าเป็อะไรไปโหยวเอ๋อ ทำไมทำหน้าใอย่างนั้นเล่า”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพี่ ข้านึกออกแล้วว่าข้าลืมอะไรไป” จูจื้อโหยวหอมแก้มสามีอย่างดีใจ ก่อนที่จะจุมพิตเขาอย่างเร็วอีกครั้งหนึ่ง “เอาไว้ข้าตรวจสอบบางอย่างให้ชัดเจนก่อน แล้วข้าจะบอกท่านทุกเื่อย่างไม่ปิดบังเลยเ้าค่ะ”
“อืม...คำขอบคุณของเ้ามันดูสั้นไปนะ มันต้องอย่างนี้...” ฟู่ซีซวนจูบภรรยาอย่างลึกซึ้งจนเริ่มรู้สึกว่านางใกล้จะหายใจไม่ออกแล้วเขาจึงได้ปล่อยให้ริมฝีปากบางของนางเป็อิสระ
“นับวันท่านยิ่งแสดงความรักเก่งขึ้นทุกวันนะเ้าคะ” จูจื้อโหยวทุบหน้าอกสามีไปเบาๆ
“ก็ใครสอนให้ข้ารู้จักการแสดงความรักแบบนี้กันเล่า พอข้าทำได้เก่งก็มาตำหนิข้าเสียแล้ว”
“ท่านพี่!” จูจื้อโหยวไม่รู้เลยจริงๆ ว่าผู้ชายของนางก็เป็คนปากหวานเหมือนกัน เมื่อเทียบกับ่แรกที่ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน สามีมักจะขี้อายและไม่กล้าเข้าใกล้นาง แต่มาถึงตอนนี้ต้องเรียกได้ว่าสามีของนางนั้นช่างเป็คนที่รู้จักตักตวงความสุขเสียจริง เผลอเป็ไม่ได้ต้องหาโอกาสแสดงความรักกับนางไม่หยุดหย่อน นี่ขนาดยังไม่เข้าหอกันความ้าของเขายังมากขนาดนี้ แล้วถ้าถึงเวลานั้นขึ้นมาจริงๆ เล่า แค่คิดถึงจูจื้อโหยวก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“เ้ากำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงได้หน้าแดงอย่างนั้น” ฟู่ซีซวนยิ้มล้อเลียน
“ข้าไม่พูดกับท่านแล้ว ท่านรีบกลับไปอ่านตำราที่ห้องหนังสือต่อเถอะเ้าค่ะ วันนี้ข้ามีเมนูพิเศษจะให้ท่านลองชิม”
“เมนูหรือ? เ้าหมายถึงอะไร”
“ข้าบอกแล้วอย่างไรเ้าคะว่าข้ายังบอกอะไรกับท่านไม่ได้ รอให้ข้าจัดการบางเื่ให้ชัดเจนก่อน” จูจื้อโหยวขมวดคิ้วเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นบอกความจริงกับสามียังไง รอให้นางเอาเื่นี้ไปปรึกษากับหงหลินก่อน หากพบว่าไม่มีปัญหา นางก็ไม่อยากปิดเื่นี้ไว้เป็ความลับกับเขา เพราะสามีเป็คนที่นางไว้ใจมากที่สุด
“ไม่ต้องทำหน้าเครียดอย่างนั้นหรอก รอให้เ้าพร้อมเมื่อไหร่เ้าค่อยบอกข้าก็ได้ หรือหากเ้ามีความลับที่บอกไม่ได้ เ้าก็ไม่จำเป็ต้องนำมาบอกข้า เพราะข้าเชื่อว่าเ้าจะไม่ทำเื่ไม่ดีลับหลังข้าแน่ เอาล่ะ...ข้าจะกลับไปอ่านหนังสือที่ห้องตำราแล้ว”
“ขอบคุณนะเ้าคะท่านพี่”
จูจื้อโหยวรอให้ฟู่ซีซวนเดินออกจากห้องไป จากนั้นนางก็กลับมานั่งที่เก้าอี้อย่างใจเย็น
‘หงหลิน เ้าได้ยินข้าไหม ั้แ่ที่เราย้ายจวนมาก ทำไมเ้าไม่ติดต่อพูดคุยกับข้าเหมือนเดิมเลยล่ะ’
จูจื้อโหยวเรียกหงหลินอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ จนเธอเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว เพราะหงหลินเป็สิ่งเดียวที่เตือนให้นางรู้ว่านางเป็คนที่เกิดและเติบโตมาจากยุคไหน
‘เ้านายอย่าร้องไห้’ เมื่อหงหลินได้ยินเสียงสะอื้นของเ้านายก็รีบส่งเสียงออกมาทันที
‘เ้ากลับมาแล้วหรือ ก่อนหน้านี้เ้าหายไปไหนมา ทำไมไม่ยอมพูดกับข้า’
‘ข้าใช้พลังในการอ่านจิตใจคนไปจนหมด ทำให้ระบบปิดกั้นตัวเอง และยังทำให้ฟังก์ชันบางอย่างถูกถอดออกไป’
‘แล้วตอนนี้ระบบกลับมาเป็เหมือนเดิมแล้วหรือ’
‘ระบบการซื้อขายแลกเปลี่ยนยังมีอยู่เหมือนเดิมขอรับ แต่จะเป็การซื้อขายสินค้าที่มีอยู่ในยุคของเ้านายเท่านั้น เพราะระบบซื้อขายสินค้าจากต่างยุคถูกถอดออกไปแล้ว’
‘ซื้อขายสินค้าจากต่างยุคหรือ เราเคยซื้อสินค้าพวกนี้มาใช้เมื่อไหร่’
‘ก็ยาสัจจะจริงใจยังไงขอรับ ตอนนั้นข้าใช้พลังงานที่มีทั้งหมดอ่านจิตใจคน และยังใช้พลังงานสำรองซื้อยาสัจจะจริงใจมาใช้กับฟู่เซียงหรู เป็เพราะใช้พลังงานทุกแหล่งจนหมด ระบบก็เลยปิดกั้นตัวเอง ข้าก็เลยติดต่อกับเ้านายไม่ได้’
‘โธ่เอ๊ย...เื่แค่นี้เอง สินค้าต่างยุคอะไรนั่นข้าไม่สนใจหรอก เพราะถึงยังไงข้าก็ไม่รู้อยู่ดีว่าในยุคต่างๆ มีสินค้าอะไรให้ซื้อบ้าง แต่ว่าเื่พลังงานของเ้าล่ะ นอกจากเ้าจะใช้เวลาฟื้นฟูพลังงานด้วยตัวเองแล้ว ยังมีวิธีไหนที่จะเพิ่มพลังงานให้เ้าได้อีกบ้าง ข้าไม่อยากขาดการติดต่อกับเ้าเลย อย่างน้อยข้าก็จะได้มีเพื่อนคุย’
‘วิธีเพิ่มพลังงานก็คือการใช้ระดับความพึงพอใจของเ้านายขอรับ หากเ้านายพึงพอใจในการให้บริการของระบบ ข้าก็จะได้รับพลังงานเพิ่มขึ้น เมื่อมีพลังงานมาก ข้าก็จะติดต่อกับเ้านายได้ตลอด โดยที่ระบบไม่มีวันปิด’
‘อืม...ความพึงพอใจหรือ แล้วมันวัดจากอะไร มีแบบฟอร์มให้กรอกแล้วเอาไปคำนวณหรือ’
‘ไม่ใช่ขอรับ ระบบสารพัดนึกเชื่อมต่อกับจิตของเ้านายอยู่แล้ว เมื่อมีการแรนดอมการประเมินขึ้นมา ระบบก็จะเชื่อมต่อและรับรู้ได้จากความรู้สึกของเ้านายเอง’
‘อ้าว...แล้วก่อนหน้านี้ทำไมไม่เห็นมีการสำรวจความพึงพอใจขึ้นมาเลยล่ะ ไม่งั้นระบบของเ้าก็ไม่ถูกปิดกั้นหรอก เพราะวันนั้นข้าพึงพอใจมากที่เ้าใช้ยาสัจจะจริงใจกับฟู่เซียงหรู ถ้าไม่ใช่เพราะคำพูดของนาง ข้ากับสามีคงไม่ได้ย้ายออกมาใช้ชีวิตของตัวเองแล้ว’ จูจื้อโหยวถามอย่างสงสัย
‘เพราะว่าข้าซื้อยาสัจจะจริงใจมาโดยไม่ได้รับคำสั่งจากเ้านายขอรับ นี่จึงเป็สาเหตุให้ฟังก์ชันการซื้อขายสินค้าต่างยุคถูกถอดออก ข้าขอโทษนะขอรับเ้านาย’
‘หมายความว่าระบบอย่างเ้าจะทำงานเองไม่ได้ ต้องคอยทำตามคำสั่งของข้าอย่างเดียวเท่านั้นใช่ไหม’
‘ถูกต้องขอรับ’
‘เื่นี้จัดการไม่ยากหรอก ต่อไปเ้าก็รอฟังคำสั่งข้าให้ดี อย่าทำอะไรตามใจตัวเอง การที่ระบบถูกปิดกั้นและถูกถอดฟังก์ชันบางอย่างออกไปอาจจะเป็แค่การเตือน ข้าไม่อยากสูญเสียระบบและสหายดีๆ อย่างเ้าไปนะหงหลิน เ้าต้องอยู่กับข้าไปนานๆ หากเป็ไปได้ ข้าจะโอนเ้าให้กับทายาทของข้า ให้พวกเขาได้ใช้ประโยชน์จากเ้าต่อไป’
‘หงหลินจะทำตามคำสั่งของเ้านายทุกอย่างเลยขอรับ เพราะข้าไม่อยากจะเป็เหมือนเพื่อนในรุ่นเดียวกันที่เ้านายต่างก็ไม่้า สุดท้ายพวกเขาก็ถูกถอดออกไปเป็ขยะและถูกลืมเลือนไปในที่สุด’
‘เอาล่ะ งั้นเรามาเริ่มงานแรกกัน ข้าอยากทำอาหารบำรุงร่างกายให้ท่านพี่สักหน่อย ตอนนี้เขาอยู่ใน่ที่ต้องใช้พลังงานในการอ่านหนังสือ ทั้งยังอยู่ใน่ของการลดน้ำหนักอีก ข้าขอสั่งซื้อ...’
จูจื้อโหยวบอกรายการสิ่งของที่้า ก่อนที่จะนำเงินมาแลกเปลี่ยนตามที่ระบบแจ้งเตือน ตอนนี้นางมีเงินอยู่ในมือแล้ว จึงไม่จำเป็ต้องนำผ้าเช็ดหน้าและถุงเงินมาแลกเปลี่ยนอีก เอาไว้นางมีเวลาว่างเมื่อไหร่ นางจะปักผ้าลวดลายวิจิตรขึ้นมาสักผืน จากนั้นค่อยเอามาขายในระบบ พอถึงตอนนั้นเงินในมือของนางก็จะมีเพิ่มมากขึ้นอีก ‘สงสัยคงต้องสร้างห้องใต้ดินไว้เก็บเงินสักหน่อยแล้ว’
‘นี่สิถึงเหมาะที่จะเป็เ้านายของข้า ข้าชอบเ้านายที่เห็นแก่เงินที่สุด เพราะมันจะทำให้ข้ามีงานทำอยู่เรื่อยๆ’ หงหลินพูดขึ้นอย่างดีใจ มีงานให้ทำก็แสดงว่ามันยังมีประโยชน์กับเ้านายอยู่ และยังมั่นใจได้ด้วยว่าเ้านายจะไม่ถอดมันทิ้งเหมือนกับระบบสารพัดนึกที่ตกรุ่นพวกนั้น
‘เ้าก็เหมือนกัน ได้ยินเสียงเ้าอยู่ข้างหูอย่างนี้ก็ทำให้ข้ารู้สึกดี เสียงของเ้ามันช่างไพเราะคล้ายกับเสียงเงินโปรยปราย’’