“รีบทานเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไปพบลูกค้าไม่ทัน” เขาพยักหน้าตอบรับ ทั้งสองนั่งทานอาหารเช้ากันอย่างเรียบง่าย ก่อนที่นคินทร์จะพา รมิตาเดินทางไปพบลูกค้าในตัวเมือง
การคุยงานดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง รมิตาทำหน้าที่เคียงข้างเขาอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง นคินทร์พยายาม เก็บรายละเอียดความ้าของลูกค้า และยื่นข้อเสนอต่าง ๆ โต้แย้งกันกินเวลานานหลายชั่วโมง โดยมีรมิตานั่งเคียงข้างไม่ห่างไปไหน
“งั้นเอาตามนี้ครับ และวันนี้ผมขอนำเื่นี้ไปปรึกษากันอีกที ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พรุ่งนี้จะเซ็นสัญญาทันที” หลังจากคุยงานกันั้แ่เช้า จนเวลาล่วงเลยคล้อยบ่ายไป ในที่สุดทั้งสองฝ่ายจึงหาข้อสรุปกันได้ และแยกย้ายกันเดินทางกลับ รมิตาเก็บเอกสารใส่แฟ้มงาน แล้วเดินตามหลังนคินทร์ออกมา
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้เราจะได้เซ็นสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ของที่นี่ ขอบคุณมากนะสำหรับวันนี้ เราไปหาอะไรทานกันดีกว่า” เขาหันมาบอกหญิงสาว พลันยกมือลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน ก่อนหญิงสาวจะพยักหน้าตอบรับ
ภายในรถคันหรูของนคินทร์ ที่แล่นออกมาจากตัวเมืองได้สักระยะ ทั้งสองพูดคุยกันถึงเื่ต่าง ๆ จนรมิตานิ่งเงียบไปไม่ตอบโต้ ก่อนชายหนุ่มจะขมวดคิ้ว แล้วหันกลับมาพบว่าอีกฝ่ายหมดแรงหลับไปเรียบร้อยแล้ว
“หลับแล้วไปแล้วเหรอเนี่ย” เขาชะโงกดู ก่อนจะเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว นคินทร์จึงตัดสินใจจอดรถแล้วกดหาร้านอาหารที่คิดว่าเธอจะถูกใจ เขานั่งเลือกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโทรจองโต๊ะ แล้วมุ่งหน้าขับออกไปนอกเมืองประมาณยี่สิบกิโลเมตร
เพียงเลี้ยวรถเข้าไป เป็ร้านอาหารที่ร่มรื่น ติดกับริมธารที่มีสายน้ำไหลผ่าน เขานั่งนิ่งมองดูร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใจกลางธรรมชาติ ก่อนจะหันไปยังหญิงสาวที่ยังคงนอนหลับคอพับอยู่ด้านข้าง
“มิตา มิตา” เสียงเรียกของนคินทร์ทำให้อีกฝ่ายค่อย ๆ รู้สึกตัว แล้วลืมตาขึ้นมา พร้อมกับเลื่อนสายตามองทุกอย่าง ด้วยความงุนงง
“ที่ไหนคะ”
“ลงไปทานข้าวกันเถอะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น พร้อมกับรมิตาจะก้าวลงรถ แล้วเดินตามเขามาอย่างง่ายดาย พร้อมกับสายตาของเธอ เลื่อนมองทิวทัศน์รอบกาย
“บนต้นไม้มีกระรอกด้วยค่ะ” หญิงสาวชี้ให้เขาดูกระรอกตัวน้อยที่ปีนป่ายไปมา ก่อนเขาจะหยุดเดินแล้วหันกลับมายังรมิตา ที่กำลังเงยหน้ามองกระรอกตัวน้อย ด้วยสายตาเป็ประกาย พร้อมกับสายลมพัดโชยให้ผมสีดำของเธอสยายออกช้า ๆ ในห้วงเสี้ยวนาทีนั้น สะกดให้นคินทร์เผลอมองเธออย่างไม่ตั้งใจ โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันรู้ตัว ก่อนที่สายตาของชายหนุ่มจะเลื่อนมองขึ้นไปบนต้นไม้
“นั่นไงคะ เห็นกระรอกไหม น่ารักจังค่ะ” รมิตาชี้ให้เขาดู พร้อมกับแววตาประกายสดใส รอยยิ้มเดียงสาของเธอทำให้เขาชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาหาหญิงสาว จับมือเธออย่างอ่อนโยน
“ไปทางนั้นกันเถอะ” ชายหนุ่มพูดพลางดึงมือเธอเดินตรงไปยังโต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้กับริมธารใส
“ที่นี่กระรอกเยอะจังเลย” รมิตาเท้าคางแล้วเงยหน้ามองดูยอดไม้ ที่มีครอบครัวกระรอกวิ่งไปมาด้วยความตื่นเต้น ก่อนดวงตากลมแป๋วของเธอ จะเลื่อนมองลงไปยังลำธารที่มีน้ำใสไหลรินตลอดเวลา
“สวยจังเลยนะคะ” เธอหันมาหาเขาแล้วส่งยิ้มให้ ในเวลานี้นคินทร์เริ่มรู้สึกถึงจังหวะหัวใจตัวเอง ที่เริ่มเต้นผิดปกติแล้วเช่นกัน อาการไม่ต่างจากตอนที่เขาตกหลุมรักรวิพาเท่าไหร่นัก ก่อนจะข่มความรู้สึกแล้วหันไปสั่งอาหาร
“สั่งอาหารหน่อยครับ” เขาเรียกพนักงาน ก่อนจะสั่งอาหารมาสามสี่อย่าง พร้อมกับน้ำผลไม้คนละแก้ว หากแต่รมิตายังคงมีความสุขกับการเงยหน้ามองเหล่ากระรอกที่วิ่งไปมา
“ขอโทษนะคะ ทำไมถึงมีกระรอกวิ่งไปมาอยู่บนนั้นคะ เขาไม่กลัวคนเหรอคะ” รมิตาเอ่ยถามพนักงานด้วยความอยากรู้ ก่อนที่พนักงานสาวจะยิ้มอ่อน แล้วค่อย ๆ อธิบายช้า ๆ
“เดิมทีมีแค่ตัวเดียวเท่านั้นค่ะ เ้าของร้านเก็บมาเลี้ยงั้แ่เล็ก ๆ พอโตหน่อยเขาก็ปีนเล่น แต่ไม่รู้ท่าไหน ไม่กี่ปีต่อมาก็พาพวกมาอยู่เต็มไปหมด ตัวนั้นไงคะ ตัวที่เ้าของร้านเก็บมา” พนักงานสาวชี้ไปยังกระรอกตัวใหญ่ที่กำลังไต่ต้วมเตี้ยมลงมา
“เ้าอ้วน อย่ามากวนลูกค้านะ ขึ้นไปเลย เดี๋ยวพี่เอาอาหารมาให้” รมิตาเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าพนักงานสามารถคุยกับกระรอกอย่างรู้เื่
“เขาฉลาดจังค่ะ” หญิงสาวเผลอเขย่ามือนคินทร์ แล้วทอดสายตามองตรงไปยังกระรอกตัวใหญ่ที่ทำท่าจะเดินมาหา ชายหนุ่มก้มมองมือของหญิงสาว บวกกับท่าทางของเธอแล้วทำให้เขาไม่อาจกลั้นยิ้มได้ แม้เธอจะโตแล้ว แต่กิริยาท่าทางไม่ต่างจากเด็กตัวเล็ก
รมิตายิ่งตื่นเต้นเมื่อกระรอกตัวนั้นค่อย ๆ ะโลงมายังโต๊ะอาหาร แล้วยืนสองขาชูตัวมองหน้าเธอ ราวกับคนคุ้นเคย รมิตายกมือขึ้นปิดปากพร้อมกับเบิกตากว้างแล้วหันไปยังนคินทร์ด้วยความตื่นเต้น
“เขามาให้จับแล้ว มิตาลองจับดูสิ” นคินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่รมิตาจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับหัวกระรอกตัวน้อยเบา ๆ ทว่าเมื่อกระรอกน้อยยืนนิ่งให้ลูบหัวอยู่ครู่หนึ่ง จึงะโออกไป ส่งผลให้รมิตารีบชักมือกลับด้วยความใ และนั่นทำให้นคินทร์หลุดขำออกมาอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว
“น่ารักจัง” หญิงสาเผลออุทานออกมา แล้วหันมองไปยังชายหนุ่มที่จับจ้องมองเธออย่างมีความหมาย รมิตาเม้มปากแน่นทำเบี่ยงหน้าไปทางอื่น พลันขยับตัวออกห่างจากเขาเล็กน้อย ทว่าเสียงของสายธารที่รินไหลอยู่ด้านข้าง ทำให้เธอหันมองอีกครั้ง
“ถ้าพี่วิพามาร้านนี้ พี่วิพาต้องชอบมากแน่ ๆ” รมิตาเผลอเอ่ยชื่อของวิพาออกมา โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างไร นคินทร์นิ่งเงียบแล้วเก็บความรู้สึกไว้ส่วนลึก แล้วเอื้อมมาจับมือรมิตาไว้แน่น หญิงสาวหันกลับมา แล้วมองการกระทำของเขาอย่างเงียบ ๆ