ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่253 ความร่ำรวยที่ไม่อาจประเมินได้

“ได้ครับเจ้านาย” ไอแซคพยักหน้ารับ ก่อนจะหันหน้าไปหาคนที่เพิ่งช่วย ผายมืออย่างเป็นมิตร “เชิญทางนี้ครับ”

แม้จะสงสัยกับคำว่า'ห้องอบแห้ง'ว่าคืออะไร แต่ก็ไม่มีใครกล้าถาม ตัวตนอีกฝ่ายอยู่เหนือกว่าทุกคนที่นี่ เขาคือคนร่ำรวยตัวจริง ดังนั้นพยายามอย่าทำให้เขาขุ่นเคืองจะดีกว่า ประเดี๋ยวจะโดนแบบหมาก ถูกห้อยติดอยู่กับเรือตากลมพายุฝนด้านนอกสุดแสนจะอันตรายนั่น

ระหว่างที่เดินตามกัปตันไอแซคผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นเต็มใบหน้า ลลิชถือโอกาสมองซ้ายทีขวาที มองดูว่าเรือลำนี้ภายในเป็นเช่นไรบ้าง

ถึงแม้เธอจะเป็นศาสตราจารย์ด้านสัตว์ทะเล แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเนื้อแท้ยังเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะสนใจเจมส์ ต้องการรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน แอบซ่อนอะไรไว้บ้าง

ภายในเรือยังคงความโอ่อ่าหรูหราชนิดที่ว่าแค่ทางเดินตรงหน้าก็ประดับประดาด้วยอัญมณีหลากสีที่ห้อยผ่านเพดานลงมา นอกจากนั้นยังมีภาพวาดสีน้ำมันบนฝาผนัง ทุกภาพราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ลลิชไม่รู้ว่าใครเป็นคนวาดภาพพวกนี้ขึ้น แต่ถ้าหากให้เดาคงเป็นศิลปินมีชื่อเสียง ไม่งั้นเรือที่มีมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านไม่มีทางเอามาติดไว้ที่นี่หรอก

เดินได้ครู่หนึ่งไอแซคชะงักฝีเท้าลง ผายมือไปยังประตูสีขาว ที่ราวกับตัดจากทางเดินแบบยุคกลาง เข้าสู่ยุคแห่งอวกาศอันน่าพิศวง

ประตูดังกล่าวราวกับภาพยนตร์ไซไฟของฮอลลีวู้ด มันทั้งน่าทึ่งทั้งน่าชวนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป แต่ทั้งนี้ลลิชทำได้เพียงคิด ตัวสั่นเพราะหนาวจากอากาศด้านนอกขนาดนี้ ไม่มีอารมณ์มาเซลฟี่ภาพสวยๆ หรอก

“นี่คือห้องอบแห้ง มันจะทำให้เสื้อผ้าของพวกคุณแห้งรวมถึงร่างกายของคุณเองก็เช่นกัน” ไอแซคอธิบายด้วยรอยยิ้ม “เข้าไปสิครับ ไม่ต้องกังวล”

เป้ยยกมือ พอเห็นเขาพยักหน้าจึงถามว่า “ขอโทษนะคะ เข้าไปแล้วพวกเราต้องทำยังไงต่อ แล้วไอ้ห้องนี้เนี่ย มันจะไม่ทำอันตรายต่อเราใช่ไหมคะ”

“ไม่ต้องกังวลครับ ห้องนี้ก็แค่ห้องสำหรับอบร่างกายให้แห้ง โดยเฉพาะเมื่อเพิ่งเล่นน้ำมาหยกๆ รับรองเข้าไปในห้องนี้ไม่กี่วินาที ร่างกายจะกลับมาสดชื่น ไม่ต้องมานั่งเป่าผม หรือล้างน้ำให้ยุ่งยาก เพียงแค่เข้าไปในห้อง ยืนนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น ทุกอย่างจะเรียบร้อยภายในไม่กี่วินาที” ไอแซคอธิบายด้วยความอดทน

“เข้าใจแล้วค่ะ” เป้ยพยักหน้ารับ และเธอเป็นคนแรกที่เดินเข้าไปในห้องสีขาว อาจเพราะความเชื่อมั่นที่เธอมีต่อไอแซค หรืออาจจะเพราะเขาดูเป็นมิตรมาก ทุกคำพูดน่าเชื่อถือ คงไม่มีทางโกหกหรอก

กัปตันเรือแซมเดินเข้าไปเป็นคนที่สอง ตามด้วยลลิชและคนอื่นๆ

เมื่อทุกคนเข้าไปกันครบแล้วประตูถึงได้ปิดลง

มองจากตรงนี้ไอแซคสามารถเห็นคนด้านในได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับเป้ย เธอมองเห็นหน้าไอแซคได้อย่างถี่ถ้วน

นิ้วมือถูกสแกนที่แผงควบคุมข้างๆ ประตู ไอแซคปรับอุณหภูมิและเวลาตามความเหมาะสมของร่างกายมนุษย์ สักพักภายในห้องได้มีหมอกควันบางอย่างถูกปล่อยออกมาจากช่องลม

ทีแรกเป้ยตกใจกลัวจนเผลอร้องเสียงดัง แต่พอหมอกจางลงจนมองเห็นได้ชัดถนัดตา หล่อนเอามือลูบคลำตัว หน้าตา เสื้อผ้า ก่อนจะอุทานด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“แห้งแล้ว ไม่หนาวแล้ว?”

ใช่จะมีแต่เธอเท่านั้น ทุกคนเองก็ตกใจเหมือนกัน

ตอนนี้โลกมีเทคโนโลยีซักผ้าแบบอบแห้งได้ก็จริง แต่มันก็ไม่ค่อยดีนัก อย่างน้อยคุณต้องตากผ้า นำมาผึ่งเพื่อไล่อากาศเสื้อผ้าจะได้ไม่อับชื้นหรือเหม็น นอกจากนั้นการอบแห้งยังไม่สามารถทำให้เสื้อผ้าแห้งได้ 100 เปอร์เซ็นต์

แต่อย่างใดก็ตาม' ห้องอบแห้ง'กลับสามารถทำได้ แถมยังทำได้ดีมากด้วย นอกจากเสื้อผ้าจะแห้งร่างกายเองก็แห้ง ไม่ต้องเปียกทนหนาวเพราะสภาพอากาศแสนเลวร้าย

ประตูห้องถูกเปิด ทุกคนพากันเดินออกมาด้วยความโล่งใจ

เจมส์พยักหน้าเงียบๆ

เทคโนโลยีดังกล่าวสำหรับเขาไม่ถือว่าใหม่เลย เพราะในเรือ 'AMERIA' ก็มีสิ่งที่คล้ายกัน แต่หากพูดถึงเรื่องคุณภาพ มันย่อมเทียบกับเรือธันเดอร์โบ๊ทไม่ได้อยู่แล้ว

“ขอบคุณมากนะคะ กัปตันไอแซค” ลลิชกล่าวตามมารยาท รวมถึงคนอื่นๆ เองก็เช่นกัน

ไอแซคส่ายหน้า “ขอบคุณอะไรผมละครับ พวกคุณต้องขอบคุณเจ้านายต่างหาก เขาเป็นเจ้าของเรือลำนี้และยังเป็นเจ้านายของผม เพราะงั้นถ้าหากไม่มีคำสั่งลงมา พวกคุณคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก”

ลลิชพยักหน้าเห็นด้วย ในสภาพสวมชุดดำน้ำแบบรัดรูป เธอเดินเข้าไปหาเจมส์ตามด้วยคำขอบคุณ

“ว่าแต่พวกคุณไปทำอะไรกลางทะเลดึกๆ ด้วยเรือเล็ก” เจมส์ถาม

ลลิชยิ้มเขินจนหน้าแดง เป็นเป้ยที่ตอบแทน

“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่วันนี้เป็นวันหยุดของพวกเราทุกคนเท่านั้นเอง พวกเรานัดกันมาดำน้ำดูปะการัง และคนที่นำทีมดูปะการังครั้งนี้ก็คือนี่ค่ะลลิช หรือก็คือศาสตราจารย์ที่ทำงานในมหาลัยเถาว์องุ่น”

“อย่างนี้นี่เอง พวกคุณคงจะติดอยู่ในพายุระหว่างขากลับสินะ”

“ใช่ค่ะ อยู่ๆ พายุก็เข้า ทำเอาพวกเราแทบแย่”

“งั้นพักที่นี่ก่อน ไว้เดี๋ยวเรือฝ่าออกจากพายุค่อยเอาเรือเล็กออกไป” เจมส์แนะนำ

เนื่องจากตอนนี้เรือแล่นอยู่กลางพายุฝนกระหน่ำ เรือลำเล็กไม่สามารถฝ่าคลื่นลมฝนได้ ต้องผ่านเขตน่านน้ำนี้ไปก่อน

คำพูดของเขาทำให้ใครหลายคนมีสีหน้าเศร้าหมอง

ได้ขึ้นเรือลำใหญ่แสนปลอดภัยทั้งที ครู่เดียวจะได้ลงไปอยู่ในเรือลำเล็ก แคบๆ ที่มีกัปตันโง่ๆ คอยบังคับหางเสือ มันเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างแย่ เชื่อว่าใครหลายคนคงไม่อยากกลับไปลงเรือลำเล็ก

“คุณเจมส์ ไหนๆ เราก็มาอยู่บนเรือลำนี้แล้ว ขอฉันเดินดูข้างในได้หรือเปล่าคะ ที่นี่สวยมากเลย เห็นแล้วอย่างกับอยู่ในพระราชวังแน่ะ” ลลิชทำลายบรรยากาศอึดอัด และนั่นก็ทำให้ทุกคนกลับมารู้สึกตัว

จะว่าไปแล้วเรือลำนี้ก็ไม่ต่างจากพระราชวังหลังใหญ่ หรูหราอลังการ หากถ่ายภาพแล้วเก็บเป็นที่ระลึกไว้ไปอวดเพื่อน มันจะดีสักแค่ไหนนะ

แต่แล้วคำพูดต่อมากลับทำให้ทุกคนตกอยู่ในสภาพหมดเรี่ยวหมดแรง

“ไม่ได้หรอกครับ”

“ทำไมเหรอคะ....หรือคุณกลัวว่าพวกเราจะทำเรือเสียหาย”

“เปล่าหรอกครับ เพียงแต่ว่าเรือลำนี้ยังไม่เปิดให้บริการ ผมไม่สามารถปล่อยให้คนนอกวิ่งเล่นในนี้ได้”

“อะไรนะคะ เปิดให้บริการ...หรือว่าเรือลำนี้คือโรงแรม?”

ก็ไม่แปลกที่ลลิชจะคิดแบบนั้น ด้วยความใหญ่โตของเรืออันหรูหรา มันจะเป็นเรือหาปลาไปได้ยังไง ต้องเป็นโรงแรมอยู่แล้ว

“ใช่ครับ” เจมส์ไม่คิดปิดบัง “นี่คือเรือธันเดอร์โบ๊ท ผมตั้งใจว่าจะทำโรงแรมที่นี่ ภายในมีห้องอาหาร ห้องชมละครเวที ห้องคาราโอเกะ สระน้ำ ห้องผ่อนคลาย โรงภาพยนตร์...ฯลฯ นอกจากนั้นชั้นล่างยังทำเป็นอควาเรียม”

เขาเว้นไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะเสริมว่า

“ภายในเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาหารเองก็ด้วย นอกจากนั้นยังมีมุมช้อปปิ้งให้ซื้อสินค้า รับรองอยู่ที่นี่ไม่มีเบื่อ...”

“แต่ว่า...ราคาคงแพงไม่ใช่เล่น” เป้ยกลืนน้ำลายดังอึก

กล่าวด้วยความสัตย์จริงอาศัยเงินเดือนอันน้อยนิดไม่พอเข้าพักที่แบบนี้หรอก ยิ่งได้ฟังจากปากของกัปตันแซมว่าเรือลำนี้ต้องไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท เธอก็ยิ่งมั่นใจว่าราคาต่อคืนต้องแพงแน่ๆ

เจมส์ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร แต่ถ้าหากพูดถึงมูลค่าของเรือลำนี้โดยประมาณก็คงจะบอกว่าคุณคำณวณผิดแล้วแหละ แค่เทคโนโลยียังไม่รวมอื่นๆ ราคาอย่างต่ำก็ 1 ล้านล้าน

โดยเฉพาะปี 2013 เรือของเจมส์จัดว่ามีเทคโนโลยีสูงที่สุดในโลก แม้แต่เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ยังไม่สามารถเทียบกับเรือลำนี้ได้ในด้านความไฮเทค

“ไม่แพงหรอกครับราคาต่อคืนถูกมากเลย หากเทียบกับสิ่งที่คุณจะได้รับบนเรือ” ไอแซคตอบด้วยรอยยิ้ม

เป้ยทำได้เพียงหัวเราะเจื่อนๆ ในเมื่อเขาพูดแบบนั้นมาเธอก็ไม่มีข้อโต้แย้ง

สำหรับไอแซคคือถูก เพราะเรือลำนี้เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ แต่คนที่ไม่เข้าใจมักมองว่ามันแพง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก คนพวกนี้ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักอยู่แล้ว

…………..

อย่างรวดเร็วเรือธันเดอร์โบ๊ทได้ออกมาจากเขตพายุฝนกระหน่ำ

มองดูสะพานเชื่อมต่อกับเรือลำเล็กลลิชไม่อยากออกไปจากที่นี่เลย ดังนั้นหลังจากลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจากเธอได้เดินเข้ามาหาเจมส์ แล้วบอกเขาไม่กี่ประโยค

“ได้ยินว่าคุณจะทำอควาเรียมบนเรือ ฉันรู้จักสัตว์ทะเลหลายสายพันธุ์ รู้ว่าพวกมันชอบอะไรไม่ชอบอะไร น่าจะให้คำแนะนำกับคุณได้ คุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะให้คำแนะนำผิดๆ อาศัยชื่อของศาสตราจารย์แห่งมหาลัยเถาว์องุ่นเป็นเครื่องยืนยัน”

“ยินดีครับ ไว้ผมพบปัญหา จะรีบติดต่อไปหาคุณนะครับ” เจมส์ไม่ได้ปฏิเสธ ยังไงเสียเรือลำนี้ใช่ว่าจะต้องการแต่หุ่นยนต์ โดยเฉพาะสาวสวยอย่างลลิช

“ไว้เจอกันนะคะ” ลลิชโบกมือ เดินกลับเข้าไปในเรือลำเล็ก

จากนั้นกัปตันไอแซคได้ปล่อยตะขอลงไปอย่างช้าๆ เป็นจังหวะที่เรืออีกลำขับเข้ามาจอดเทียบเรือธันเดอร์โบ๊ทพอดี

เรือลำนี้มีขนาดใหญ่มาก แต่ไม่เน้นหรูหราแบบธันเดอร์โบ๊ท กลับกันมันช่างดุดันราวกับสัตว์ร้ายตัวใหญ่กลางทะเล

“อย่าบอกนะว่านี่คือเรืออีกลำของคุณเจมส์...” เป้ยหัวเราะไม่ออกเมื่อเห็นเรือจอมเขมือบใกล้ๆ และไม่ใช่เธอคนเดียวเท่านั้นที่คิดในทำนองนี้ พลันทำให้ภาพลักษณ์ของเจมส์อยู่สูงออกไปลิบ