Rank 10 Fox [อันดับที่ 10 ฟ็อกส์]

    SS2 No.8 เวทย์บิดเบือนมิติ

    สมาคมผู้พิชิต
    หลังจากสะสางปัญหาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฟ็อกซ์ก็กลับเมืองมายืนยันภารกิจที่รับมาเพื่อรับเงินรางวัล พร้อมกับนำหัวของกลุ่มโจรทั้งสี่ที่มีค่าหัวออกมาเพื่อแลกเงินด้วย ทำเอาสมาคมผู้พิชิตแตกตื่นไปไม่น้อย เพราะกลุ่มโจรสี่คนนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงมาก และเคยเป็นถึงผู้พิชิตระดับ Silver ที่ผ่านขึ้นชั้น 11 ไปได้แล้ว
    ทว่ากลับถูกพิชิตมือใหม่อย่างฟ็อกซ์สังหารได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วคนที่ลงมือสังหารกลับเป็นเฟียส ทั้งยังเป็นการลงมือฆ่าทั้งสี่คนเพียงหนึ่งลมหายใจเท่านั้น ด้วยความที่สมาคมผู้พิชิตนั้นมีการทำงานเปลี่ยนผลัดบ่อย ทำให้หลายคนที่ไม่รู้จักกลุ่มของฟ็อกซ์อดที่จะคลางแคลงใจไม่ได้
    "เอ่อ!! ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าหัวของกลุ่มโจรพวกนี้ กลุ่มของคุณเป็นผู้สังหารจริงหรือเปล่าครับ" รองผู้จัดการสมาคมผู้พิชิต เอ่ยถามขึ้นอย่างไม่เชื่อ
    "ใช่" ฟ็อกซ์เอ่ยตอบนิ่งๆ
    ทว่ารองผู้จัดการกลับหรี่ตามองอย่างคลางแคลงใจ เพราะตามกฏของสมาคมผู้พิชิตแล้ว การรับค่าหัวของกลุ่มโจรต้องเป็นกลุ่มคนที่ลงมือสังหารจริงๆ เท่านั้น
    ผิดกับภารกิจนั้นเมื่อสังหารสัตว์อสูรที่กำหนดได้ มันจะบันทึกข้อมูลลงในบัตรผู้พิชิตเองโดยอัติโนมัติ ฉะนั้นบ่อยครั้งที่ผู้พิชิตรับภารกิจแล้วไปว่าจ้างคนอื่น ให้ต่อสู้กับสัตว์อสูรในภารกิจตนนั้นจนหมดแรง แล้วเจ้าของภารกิจก็ลงมือสังหารปิดฉาก และเข้ามาส่งมอบภารกิจให้สมาคมเพื่อรับของรางวัล
    "ต้องขออภัยด้วยครับ เอาเป็นว่าค่าหัวของกลุ่มโจรทั้งสี่คน ต้องรอทางสมาคมทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนว่ากลุ่มของท่านเป็นผู้ลงมือสังหารจริงหรือเปล่า อย่างน้อยประมาณ 1 เดือนครับ" รองผู้จัดการสมาคมผู้พิชิตพูดด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม เพราะค่าหัวของโจรทั้งสี่คนนี้ก็ไม่ใช่น้อยๆ เหมือนกัน
    "โทษทีนะ แต่พวกเราไม่มีเวลามากพอที่จะติดแหงกชั้นที่ 1 นี่เป็นเดือนหรอกนะ รีบๆ จ่ายเงินมาได้แล้ว พวกเรายังต้องรีบออกเดินไปเคลียร์ชั้นอื่นๆ อีก" ฟ็อกซ์เริ่มที่จะหงุดหงิดไม่น้อย เพราะดูยังไงๆ รองผู้จัดการก็ไม่คิดที่จะจ่ายเงินค่าหัวให้กับพวกเขา ถึงได้พยายามถ่วงเวลาออกไปนานๆ
    "โฮ่!! คิดข่มขู่สมาคมผู้พิชิตอย่างนั้นหรือครับ แสดงว่าคงไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงสินะ" รองผู้จัดการพยายามเสแสร้งเอ่ยอย่างสุภาพ ก่อนจะเรียกผู้คุ้มกันสมาคมและเหล่าทหารลิซาร์ดแมน ออกมาควบคุมตัวของฟ็อกซ์ไปลงโทษ ฐานข่มขู่เจ้าหน้าที่สมาคมผู้พิชิต
    เมื่อผู้คุ้มกันและเหล่าทหารลิซาร์ดแมนมาถึง กลับแสดงอาการแปลกๆ ไป เพราะจำนวนคนในกลุ่มที่มา มีหลายคนจำฟ็อกซ์กับลูเคียได้ ถึงแม้เฟียสจะไม่อยู่แต่พวกเขาจำได้ขึ้นใจว่า เด็กสาวที่ชื่อลูเคียเป็นศิษย์ของผู้พิชิตระดับ Black Diamond ส่วนเด็กหนุ่มที่ชื่อฟ็อกซ์ ถึงจะบอกว่าเป็นเพื่อนกับเฟียส แต่พวกเขาคิดไปในทิศทางดียวกันว่า น่าจะเป็นคนรักซะมากกว่า เพราะผู้พิชิตระดับ Black Diamond คงไม่คบหาเด็กหนุ่มเป็นเพื่อนจริงๆ แน่นอน แต่ถ้าบอกว่ารับเป็นศิษย์ก็ยังจะน่าเชื่อถือมากกว่า
    กลุ่มคนที่จำฟ็อกซ์กับลูเคียได้ถึงกับรีบคุกเข่าลงทันที ผู้คุ้มกันและทหารลิซาร์ดแมนที่เหลืองงกันไปเป็นแถบๆ พวกเขาจึงได้แต่กระซิบบอกกลุ่มของพวกเขา ทำเอากลุ่มคนที่เหลือรีบคุกเข่าตามกันแทบไม่ทัน ขณะที่รองผู้จัดการสมาคมผู้พิชิตได้แต่ยืนอึ้งๆ ไป
    ขณะเดียวกันนั้นเองเจ้าหน้าที่หญิงสาวที่เคยต้อนรับฟ็อกซ์กับลูเคียในวันแรก เธอรีบบึ่งออกไปรับหน้าแทนรองผู้จัดการสมาคมทันที เพราะเบื้องหลังของทั้งสองคน เป็นตัวตนที่อันตรายถึงขนาดทำลายสมาคมผู้พิชิตชั้นที่ 1 ก็ยังไม่มีใครสามารถเอาผิดได้ ยิ่งหากพวกเขาเป็นฝ่ายไปหาเรื่องก่อนยิ่งแล้วใหญ่
    ทว่ามันกลับทำให้รองผู้จัดการที่ไม่พอใจอยู่แล้วยิ่งแทบคลั่ง เมื่อจู่ๆ กลับมีพนักงานสาวตัวเล็กๆ ในสมาคมผู้พิชิตมายืนเสนอหน้าจัดการแทนเขา ทำให้เขาที่เป็นถึงรองผู้จัดการต้องอับอาย จนถึงกับตวาดเสียงดังลั่น
    "ผู้คุ้มกันกับเหล่าทหารจับนังนี่และพวกมันสองคนไปสอบสวนเดี๋ยวนี้" ด้วยอำนาจของรองผู้จัดการในสมาคมผู้พิชิตนั้น มีมากพอๆ กับอาวุโสของลิซาร์ดแมน มันจึงแทบที่จะไม่เกรงกลัวใคร
    หากแต่.....ไร้ซึ่งการตอบรับจากผู้คุ้มกันและเหล่าทหาร ทำเอาสายตาของเหล่าผู้พิชิตที่อยู่รอบๆ มองมาทางรองผู้จัดการทันที นั่นจึงกลายเป็นจุดเดือดครั้งสุดท้ายที่ทำให้รองผู้จัดการสติขาดผึง และทำการร่ายมหาเวทย์เพื่อสังหารฟ็อกซ์กับลูเคีย รวมไปถึงพนักงานสาวคนนั้นด้วยเพื่อล้างอาย
    "ตู้มมมมมมมมมม!!!!"
    ทว่าที่น่าตกตะลึงไปกว่านั้นคือ เหล่าทหารและผู้คุ้มกันทั้งหมด กลับลุกขึ้นมาปกป้องฟ็อกซ์กับลูเคียอย่างพร้อมเพรียงกัน มันเลยทำให้รองผู้จัดการยิ่งโกรธขึ้นไปอีก และพยายามจะร่ายมหาเวทย์เพื่อโจมตีอีกครั้ง
    "!!!!?"
    "ใจกล้าดีนี่ ไอ้เศษสวะ" เสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชาดังขึ้นที่ข้างหูของรองผู้จัดการ พร้อมกับมหาเวทย์ที่ค่อยๆ สลายหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเฟียสนั่นเอง และด้วยพลังของเธอที่ปลดปล่อยออกมา ก็กดทับร่างของรองผู้จัดการกระแทกลงไปกับพื้น จนถึงกับกระอักเลือดออกมาทันที
    ส่วนฟ็อกซ์กับลูเคียได้แต่ยืนเอ๋อๆ เพราะถึงจะเห็นอีกฝ่ายร่ายเวทย์โจมตีมา ทว่ามันรวดเร็วเกินกว่าที่พวกเขาจะมองทันด้วยซ้ำไป หากไม่ใช่เหล่าทหารกับผู้คุ้มกันมาขวางเอาไว้ พวกเขาคงได้บาดเจ็บสาหัสหรืออาจจะถึงตายเลยก็ได้ มันทำให้ฟ็อกซ์รู้สึกตัวขึ้นทันทีว่าพวกเขานั้นอ่อนแอเพียงใด
    เฟียสซึ่งอารมณ์ไม่ค่อยจะดีอยู่ เพราะมันได้เวลาอาหารของเธอแล้วนั่นเอง ขณะที่เธอเริ่มที่จะเพิ่มพลังมากขึ้น เพื่อที่จะสังหารรองผู้จัดการที่ทำให้เธอเสียเวลาไปกินอาหาร
    "ท่านผู้พิชิต ผู้เยาว์ขอร้องให้ท่านช่วยปล่อยเขาด้วย ผู้เยาว์ใคร่ขออนุญาตินำตัวมันไปลงโทษตามกฏของเมือง"
    ผู้จัดการสมาคมผู้พิชิตชั้นที่ 1 ที่สัมผัสได้ถึงออร่าพลังมหาศาล ที่พวยพุ่งมาจากเด็กสาวก็ทราบได้ทันทีว่า จะต้องเป็นตัวตนที่อันตรายแน่นอน เขารีบพยายามทำการขอร้องทันที ไม่ใช่เพราะต้องการที่จะช่วยรองผู้จัดการ หากแต่เป็นเพราะว่าถ้ามันตายที่นี่ อาจทำให้สมาคมต้องเสื่อมเสีย และตัวผู้จัดการเองก็อาจโดนหารเลขด้วย
    "แล้วถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ!?" เฟียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาอย่างไม่สนใจ
    ขณะเดียวกันนั้นเองอาวุโสผู้คุมกฏทั้งสอง ต่างก็มาถึงที่สมาคมนักล่าและเอ่ยขอร้องในแบบเดียวกัน แต่มีหรือที่เฟียสจะยอมรับฟังสิ่งที่พวกมันนำเสนอ สุดท้ายทั้งผู้จัดการและสองอาวุโสต่างก็หันไปมองทางฟ็อกซ์กับลูเคีย เพื่อให้ทั้งสองช่วยขอร้องแทน ซึ่งลูเคียถึงกับรีบก้มหน้าลงทันที เพราะเธอไม่ใช่คนที่จะขอร้องอาจารย์หญิงได้
    ส่วนฟ็อกซ์ได้แต่ถอนหายใจอย่างเพลียๆ ก่อนจะเริ่มเอ่ยขึ้น
    "เฟียสปล่อยเจ้านั่นไปเถอะ พวกเราจะได้รีบไปร้านอาหารกัน ส่วนผู้จัดการรีบเคลียเงินค่าหัวกลุ่มโจรพวกนั้น แล้วเอาเงินไปให้พวกเราที่ร้านทรีเซ่ด้วย ขอด่วนๆ นะครับ"
    เมื่อฟ็อกซ์พูดจบเฟียสก็สลายพลังทันที แต่ก็ยังมองอาฆาตเจ้ารองผู้จัดการนั่นอยู่ ทำให้ฟ็อกซ์ต้องเดินไปคว้ามือเพื่อพาออกไป ซึ่งเฟียสเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร
    ร้านอาหาร [ทรีเซ่]
    หลังจากมาถึงที่ร้านอาหาร เฟียสกับลูเคียก็รีบกินอาหาร ราวกับตายอดตายอยากทันที เพราะนี่เป็นวันสุดท้ายที่จะได้กินอาหารภายในเมือง ซึ่งหลังจากนี้กลุ่มของพวกเขา จะต้องออกเดินทางไปจนกว่าจะพิชิตบอสชั้นี่ 10 ได้ นั่นหมายความว่าคงไม่มีอาหารเลิศรสให้กินระหว่างเป็นแน่
    แต่ถึงอย่างนั้นเองฟ็อกซ์กลับนั่งคิดอะไรเงียบๆ คนเดียว โดยแทบจะไม่แตะอาหารบนโต๊ะเลยด้วยซ้ำ ทำให้ลูเคียอดถามอย่างแปลกใจไม่ได้
    "นี่ฟ็อกซ์เป็นอะไรรึป่าว หลังจบการต่อสู้กับมิโนทอร์มารู้สึกนายใจลอยตลอดเลยนะ"
    "ไม่มีอะไรหรอก!!" ฟ็อกซ์ตอบปัดไป
    "คงกำลังคิดสินะว่าทั้งที่ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นขนาดนั้น แต่ทำไมถึงได้ห่างชั้นกับเจ้ารองสมาคมนั่นสินะ" เฟียสพูดแทงใจดำขึ้นทันที ขณะที่ในปากของเธอยังคงเต็มไปด้วยอาหาร แต่คำพูดของเฟียสก็ทำเอาฟ็อกซ์ถึงกับเงียบไป
    "อาจารย์หญิงคะ ทำไมมนตราที่รองผู้จัดการสมาคมนั่นใช้ ถึงได้รวดเร็วและรุนแรงขนาดนั้นกัน มันต่างจากมนตราของพวกเราตรงไหน แล้วถ้าหากต้องสู้กันจริงๆ พวกเราสองคนพอที่จะรับมือไหวมั้ยคะ!?" ลูเคียถามเข้าประเด็นทันที ส่วนฟ็อกซ์ที่เงียบไปก็ยังคาดหวังกับคำตอบเช่นเดียวกัน
    "สิ่งที่เจ้านั่นใช้ก็คือมนตราปกตินั่นแหละ แต่ภายในดันเจี้ยนพระเจ้ามักถูกเรียกในชื่อเวทย์มนต์ มันไม่มีหรอกความต่างกันน่ะ ที่ต่างกันคือพลังของพวกเจ้ากับมันนั่นแหละ แม้จะอยู่เพียงแค่ชั้น 1 แต่ด้วยตำแหน่งของมัน ก็แสดงว่าต้องเคยพิชิตบอสชั้นที่ 30 มาก่อน ถึงจะดำรงตำแหน่งนี้ได้ ด้วยฝีมือของพวกเจ้าอย่าว่าแต่สู้เลย ต่อให้คิดหนีจากมันก็ทำได้แค่ฝันเท่านั้นแหละ"
    เฟียสพูดจบพลางหันไปทางฟ็อกซ์ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากกว่าเดิม
    "โดยเฉพาะนาย ไอ้เทคนิคบ้าๆ บอๆ อย่างเวลาที่สู้ไม่ได้ แล้ววาร์ปกลับไปยังจุดปลอดภัยหรือหนีเอาตัวรอดน่ะ หากเจอกับเจ้านั่นตัวต่อตัวอย่าคิดว่าจะวาร์ปได้เหมือนตอนสู้กับเจ้าวัวน้อยนั่นล่ะ"
    "ทำไมล่ะ!! หรือรูปแบบที่ใช้มันยังไม่สมบูรณ์พอ!?" ฟ็อกซ์อดที่ถามขึ้นไม่ได้หลังจากเงียบอยู่นาน
    "ก็คงใช้ได้กับอสูรโง่ๆ หรือพวกระดับต่ำๆ เท่านั้นแหละ ในการต่อสู้ของจริงจะมีการวางวงเวทย์ไว้เสมอ เพื่อป้องกันการหลบหนีโดยการใช้วาร์ปหรือเทเลพอร์ต นี่ถือว่าเป็นรูปแบบพื้นฐานการต่อสู้ภายในดันเจี้ยนพระเจ้า ผู้พิชิตที่ผ่านขึ้นชั้นที่ 10 ไป จำเป็นต้องเรียนรู้เทคนิคนี้เพื่อเอาตัวรอดหรือดักจับศัตรู"
    แม้ฟ็อกซ์จะอดเคืองในคำพูดของเฟียสไม่ได้ แต่หากมันเป็นอย่างที่เธอบอก นั่นก็หมายความว่าเทคนิคการวาร์ปเพื่อหนีเอาตัวรอดของเขา หากเจอกับคนที่ระดับสูงๆ มันก็กลายเป็นเพียงแค่ของเด็กเล่นเท่านั้น
    "แล้วมันเป็นเวทย์มนต์แบบไหน!?"
    "เวทย์บิดเบือนมิติ!!"
    "ช่วยสอนเทคนิคเวทย์มนต์ทุกอย่างที่เธอรู้ให้ชั้นได้ไหม" ฟ็อกซ์เอ่ยขอด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
    "ไม่มีปัญหา เพียงแต่ว่านายจะต้อง.........." เฟียสตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด เพียงสิ่งที่เธอกำลังเรียกร้องนั้น ทำเอาฟ็อกซ์ถึงกับต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่เลยทีเดียว แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นตัวเขาก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธได้

    คล้ายกับเรื่องRank 10 Fox [อันดับที่ 10 ฟ็อกส์] ที่คุณอ่าน