บทที่ 6 ดาวนำโชค
หลิวชิงอุ้มถังโย่วโย่วออกจากวัดจิ้นอวิ๋น
ก่อนออกเดินทาง เธอไม่อาจซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ได้ เธอโบกมือลาเพื่อนสาวแล้วขึ้นรถโรลส์รอยซ์จากไป
ระหว่างทางกลับคฤหาสน์ หลิวชิงอุ้มถังโย่วโย่วพลางพูดว่า "โย่วโย่ว เธอคงเป็ดาวนำโชคของครอบครัวเราจริง ๆ รอให้ฉันกลับไปเล่าเื่นี้ให้ลุงของเธอฟังก่อน เขาจะต้องดีใจมากแน่"
ต้องรู้ไว้ว่าคำพูดของเ้าอาวาสจิ้งส้านนั้นไม่ธรรมดาเลย เมื่อก่อนมีเ้าของบริษัทที่กำลังจะล้มละลายคนหนึ่งมาขอความช่วยเหลือจากเ้าอาวาสจิ้งส้านที่วัดจิ้นอวิ๋น คุกเข่าอ้อนวอนอยู่หน้าประตูวัด แต่เ้าอาวาสจิ้งส้านกลับไม่สนใจเลย
ในที่สุดหลังจากที่ชายคนนั้นคุกเข่าอยู่หน้าวัดเป็เวลาหนึ่งสัปดาห์ เ้าอาวาสจิ้งส้านจึงยอมพูด ก้มตัวลงกระซิบข้างหูชายคนนั้นประโยคหนึ่ง บอกให้เขากลับไปขายบ้านที่บ้านเกิด ชายคนนั้นหลังจากได้ฟังแล้วก็รีบกลับไปขายบ้านทันที
ผลปรากฏว่าสามวันต่อมา เงินทุนของบริษัทเขาก็เริ่มหมุนเวียนกลับมา
สาเหตุก็เพราะว่าบ้านเกิดของเขามีฮวงจุ้ยไม่ดี
หลังจากนั้นเป็ต้นมา เ้าอาวาสจิ้งส้านก็ยิ่งมีชื่อเสียงโด่งดัง มีคนมากมายที่ได้ยินกิตติศัพท์ต่างพากันมาขอความช่วยเหลือ แต่เ้าอาวาสจิ้งส้านจะช่วยเหลือเฉพาะคนที่มีวาสนาต่อกันเท่านั้น
ก่อนหน้านี้มีบางคนมาที่วัดจิ้นอวิ๋นสองสามครั้ง แต่เ้าอาวาสจิ้งส้านก็ไม่เคยแม้แต่จะมองพวกเขาสักครั้ง กระทั่งคนที่มาพร้อมเงินทอง เ้าอาวาสจิ้งส้านก็ไม่สนใจ แต่ไม่คิดว่าถังโย่วโย่วเพิ่งมาครั้งแรกก็ได้รับความสนใจจากเ้าอาวาสจิ้งส้านแล้ว แถมยังบอกว่าเธอมีบุญสัมพันธ์ และยังช่วยดูดวงให้เธออีกด้วย
"นี่ต้องเป็โชคชะตาแน่นอน!" หลิวชิงพูดอย่างมั่นใจ
ข่าวนี้ถือเป็ข่าวดีอย่างไม่ต้องสงสัย ลองคิดดูสิว่ามีพ่อแม่คนไหนบ้างที่จะไม่ดีใจเวลารู้ว่าลูกของตัวเองเป็ดาวนำโชค? ยิ่งไปกว่านั้น หลิวชิงก็รักและเลี้ยงดูถังโย่วโย่วเหมือนลูกแท้ ๆ ของตัวเอง
แม้ว่าทรัพย์สินของตระกูลชางจะมีมากมายจนใช้ไม่หมดไปหลายชั่วอายุคนแล้วก็ตาม
แต่หลังจากรู้ข่าวนี้ หลิวชิงก็ยังรู้สึกดีใจมาก ไม่ใช่เพราะดีใจที่ถังโย่วโย่วจะนำความมั่งคั่งรุ่งเรืองมาสู่ครอบครัว แต่เป็เพราะถังโย่วโย่วมีโชคชะตาที่ดี
ตลอดทางกลับบ้าน หลิวชิงตื่นเต้นดีใจมาก
หลังจากกลับมาจากเขาซิ่วซาน เธอก็รีบโทรไปหาชางโหยวทันทีเพื่อบอกข่าวดีนี้กับเขา และขอให้เขาเลิกงานคืนนี้เร็วหน่อยให้ทั้งครอบครัวจะได้ออกไปฉลองด้วยกัน
ชางโหยวตอบตกลงทันที และกลับถึงบ้านตอนเวลาหกโมงเย็นพอดี
เวลาหกโมงเย็น
คฤหาสน์
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงหกโมงเย็น
ขอบฟ้าเป็ภาพของดวงอาทิตย์ตกดิน เมฆสีส้มแดงลอยเต็มอยู่บนท้องฟ้า แสงสีส้มเหลืองที่ส่องลงมาจากกลุ่มเมฆดูงดงามเป็พิเศษ แสงสุดท้ายของวันทอลงมาบนทางเดินที่มีต้นอู๋ถง ใบไม้ร่วงทุกใบถูกแสงแดดยามเย็นแต้มแต่งจนเป็ประกาย
รถเบนท์ลีย์สีดำแล่นเข้ามาตามทางเดินรถ
นี่คือรถที่ใช้รับส่งชางจื่อไปกลับโรงเรียน
รถเบนท์ลีย์จอดสนิทหน้าประตูคฤหาสน์ คนขับรถลงมาเปิดประตูให้อย่างนอบน้อม ชางจื่อในชุดนักเรียนสุดเท่ก้าวลงจากรถ ดูน่ารักและมีเสน่ห์ราวกับเป็เ้าชายน้อยผู้สูงศักดิ์
หลิวชิงรออยู่ที่หน้าประตูนานแล้ว เมื่อเห็นชางจื่อลงมาจากรถ เธอรีบเข้าไปกอดชางจื่อแล้วพูดว่า "ลูกรัก ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ วันนี้เราจะออกไปกินอาหารมื้อใหญ่กัน!"
"แม่ครับ? พวกเราไม่ได้กินอาหารมื้อใหญ่ทุกวันหรอกเหรอ"
นึกย้อนไปถึงอาหารจีนที่เต็มโต๊ะเมื่อวาน มันไม่ใช่เื่แปลกในบ้านตระกูลชาง แต่เป็เื่ปกติ...
"วันนี้ไม่เหมือนกันนะ! วันนี้บ้านเรามีเื่ใหญ่ที่ควรค่าแก่การฉลอง" หลิวชิงลูบหัวชางจื่อเบา ๆ แล้วเร่งว่า "รีบไปเถอะ! เดี๋ยวแม่จะเล่าให้ฟัง"
"ก็ได้ครับ"
ชางจื่อในชุดนักเรียนเดินเข้าประตูไป
เพิ่งจะเดินเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นก็เห็นเ้าตัวน้อยนั่งอยู่บนโซฟา ตอนนี้ถังโย่วโย่วกำลังถืออมยิ้มรสสตรอเบอร์รี่อยู่ในมือข้างหนึ่ง อีกมือถือมันฝรั่งรสแตงกวา เ้าตัวน้อยนั่งขดตัวอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ดวงตากลมโตสวยงามจับจ้องโทรทัศน์ซึ่งกำลังฉายการ์ตูนเื่...วันพีซ
ตอนนั้นเป็ฉากที่น่าตื่นเต้นพอดี
ถังโย่วโย่วตื่นเต้นจนแทบจะทำอมยิ้มหลุดจากมือ เสียงเล็ก ๆ ของเธอดังออกมาว่า "เยี่ยม!! เท่มากเลย!"
ชางจื่อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินจนตะลึง คิดบ่นว่าเด็กคนนี้จะรู้เหรอว่าเท่มันเป็ยังไง?
จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
หลังจากชางจื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินลงมา ชางโหยวก็กลับมาจากบริษัทพอดี
เมื่อเห็นว่าวันนี้ชางโหยวกลับมาเร็วผิดปกติ ชางจื่อจึงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจว่า "พ่อครับ ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจัง"
ส่วนชางโหยวที่เพิ่งกลับมาก็อุ้มเ้าตัวน้อยที่นั่งอยู่บนโซฟาไว้แน่น เขาไม่ยอมปล่อยมือ ไม่แม้แต่จะมองชางจื่อสักแวบ ถ้าคนที่ไม่รู้เื่มาเห็นเข้าคงคิดว่าชางจื่อเป็ลูกบุญธรรม ส่วนถังโย่วโย่วเป็ลูกแท้ ๆ แน่
ชางโหยวให้ความสนใจกับถังโย่วโย่วตลอดเวลา ไม่ได้ฟังคำพูดของชางจื่อเลยสักนิด ได้ยินแต่เสียงอ่อนโยนของชางโหยวที่พูดว่า "โย่วโย่ว วันนี้สนุกไหม"
"ไม่นึกเลยว่าโย่วโย่วของพวกเราจะเป็ดาวนำโชคด้วย ฮ่า ๆ ๆ"
"หนูดีใจจังเลยค่ะ ลุง" ถังโย่วโย่วตอบด้วยเสียงหวานใสแบบเด็ก ๆ พร้อมกับจูบแก้มชางโหยวดังจ๊วบ
ชางโหยวที่ถูกจูบแก้มก็งงงวยราวกับอยู่ในหมอก ดีใจจนแทบจะล่องลอยขึ้น์ ส่วนชางจื่อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถูกทอดทิ้งอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาดำทะมึนลงทันที
เด็กตัวแสบนี่เกิดมาเพื่อมาแย่งความรักจากฉันแน่ ๆ!
ตอนนั้นเองที่หลิวชิงก็เดินลงมาจากชั้นบน เธอเปลี่ยนมาสวมชุดกระโปรงยาวสีแดง ชุดนั้นขับเน้นให้เห็นรูปร่างโค้งเว้าของเธอได้อย่างงดงาม แม้จะผ่านการคลอดลูกมาแล้ว แต่หลิวชิงก็ยังดูแลตัวเองได้ดีมาก
"รีบเอาโย่วโย่วมาเร็ว ฉันจะพาเธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้า!"
หลิวชิงที่เพิ่งลงมาก็รีบแย่งตัวถังโย่วโย่วไปจากอ้อมแขนของชางโหยวทันที แล้วอุ้มเธอขึ้นไปชั้นบนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
เมื่อไม่มีลูกสาวตัวน้อยอยู่ในอ้อมกอด ชางโหยวก็กลับมาเป็ปกติ เขากลับมาเป็เ้าพ่อธุรกิจที่น่าเกรงขามเหมือนเดิม และด้วยเหตุนี้เขาถึงได้สังเกตเห็นชางจื่อที่ยืนอยู่ข้างโซฟาสักที "โอ้ะ เ้าลูกชายกลับมาั้แ่เมื่อไหร่กัน?"
"..."
พ่อ? ผมกลับมานานแล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จด้วยนะ!
พ่อเมินผมได้ขนาดนี้เลยเหรอ!! ผมเป็ลูกแท้ ๆ ของพ่อจริงหรือเปล่าเนี่ย!
ชางจื่อไม่อยากเสียเวลาพูดอะไรกับชางโหยวอีกแล้ว ตอนนี้ถังโย่วโย่วคงกลายเป็สมบัติล้ำค่าของบ้านไปแล้ว
...
รอจนกระทั่งถังโย่วโย่วเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ หลิวชิงอุ้มเธอเอาไว้พร้อมกับขึ้นรถไปพร้อมชางโหยวและชางจื่อ
ทุกคนบนรถต่างมีความสุข มุ่งหน้าไปยังโรงแรมหรูตี้ห่าว
ระหว่างทาง หลิวชิงเริ่มเล่าเื่ราวที่พวกเธอได้พบเจอที่วัดจิ้นอวิ๋นให้สองพ่อลูกฟังอย่างละเอียด
"เ้าอาวาสจิ้งส้านทำนายดวงชะตาและบอกว่าโย่วโย่วของพวกเราเป็ดาวนำโชค! แถมยังบอกอีกว่าเธอเป็คนที่มีโชคลาภจาก์ด้วย! อ้อใช่ ๆ เขายังพูดอีกว่า โย่วโย่วเหมาะกับวงการธุรกิจมาก ที่รัก คุณลองพาโย่วโย่วไปทำงานด้วยดีไหม?"
"จริงเหรอ! ไม่นึกเลยว่าที่บ้านเรายังมีดาวนำโชคอีกคน! ดีจัง พรุ่งนี้ผมจะพาโย่วโย่วไปดู"
ชางโหยวที่ได้ฟังทั้งหมดก็ถึงกับตะลึง รีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที
ขณะที่ชางจื่อแอบชำเลืองมองถังโย่วโย่วแวบหนึ่ง ในใจคิดว่าจะวิเศษขนาดนั้นเชียวหรือ?
เห็นถังโย่วโย่วสวมชุดเอี๊ยมสีแดง แม้แต่กิ๊บติดผมก็เป็โทนสีเดียวกัน แต่งตัวคล้ายกับหลิวชิง เวลาทั้งคู่อยู่ด้วยกัน คนอื่นก็มักจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็แม่ลูกจริง ๆ