เช้าวันนี้เป็นวันเปิดเทอม ไป่ฉีตื่นขึ้นมาอาบน้ำ ตามด้วยเมิ่งชิงชิง เขาใช้เวลาแต่งตัวกับจัดทรงผมไม่นานก็เดินลงมาข้างล่าง
“ท่านฉีคะ อาหารเตรียมเรียบร้อยแล้วค่ะ จะทานเลยไหมคะ” ไป่โม่ลี่ถาม
“ 2 คนนั้นล่ะ” ไป่ฉีถาม
“ใช้ไปซื้อของสดที่ตลาดตอนเช้า กลับมาก็ให้ไปจัดการทำความสะอาดรถให้ฮูหยินชิงชิงค่ะ” ไป่โม่ลี่กล่าว
“อืม พ่อกับแม่ยังไม่ตื่น ถ้าพวกท่านตื่นแล้ว ก็ค่อยทำอาหารล่ะ ตอนนี้เตรียมวัตถุดิบไว้ก่อน จะได้ไม่เสียเวลาทำอาหารมากนัก พวกท่านจะได้ไม่รออาหารนาน” ไป่ฉีกล่าว
“ได้ค่ะ” ไป่โม่ลี่ตักข้าวให้กับไป่ฉี
“ไป๋หู่ ซีหยาน พวกเธอยังไม่ตื่นกันอีกเหรอ” เมิ่งชิงชิงที่แต่งตัวเสร็จเดินผ่านหน้าห้องของ 2 หนุ่มที่มีเสียงกรนเบา ๆ เธอจึงเคาะประตูและเรียก
ปึง ตึง โครม
เสียงชุลมุนวุ่นวายกับเสียงคนปะปนกัน ดูท่าทางจะตื่นกันแล้ว และก็เริ่มการทะเลาะวิวาทยามเช้าเหมือนเดิม เมิ่งชิงชิงไม่คิดจะกล่าวห้าม เพราะเธอรู้ว่าถึงห้ามไป ทั้ง 2 คนก็ไม่ฟังเธออยู่ดี จึงเดินลงมาชั้น 1 มานั่งลงข้าง ๆ ไป่ฉี
“พี่ชิงชิง หลังส่งผมที่โรงเรียนแล้วจะเข้าบริษัทเลยรึเปล่า” ไป่ฉีถาม
“อืม ฉันว่าจะหางานให้นายสักหน่อยน่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ดีเลย ถ้ามีงานถ่ายแบบนิตยสาร ก็รับมาได้นะครับ มันคงไม่กระทบการเรียนเท่าไหร่ ใช้เวลาไม่มากด้วย” ไป่ฉีกลาว
“แล้วอยากได้พวกงานแบบไหนอีกไหม” เมิ่งชิงชิงถาม
“เป็นพวกเกมโชว์ตอบคำถามก็ได้ครับ ที่ถ่ายจบในวันเดียว เลือกช่วงวันเสาร์เป็นหลัก แต่ถ้าเริ่มถ่ายละครแล้วก็คงต้องหยุดไป” ไป่ฉีกล่าว
“เข้าใจแล้ว” เมิ่งชิงชิงกล่าว
ไม่นาน 2 สหายของไป่ฉีก็เดินลงบันไดมา แม้จะใส่ชุดนักเรียนเหมือนกับไป่ฉี แต่สไตล์การแต่งตัวก็ต่างกันมาก เมิ่งชิงชิงมองทั้งสามคนแล้วคิดว่าวันนี้ที่โรงเรียนคงต้องวุ่นวายแน่
ไป่ฉีนั้นแต่งตัวเรียบร้อยตามระเบียบของโรงเรียน เสื้อเชิ้ตแขนสั้นติดกระดุมทุกเม็ด เน็กไทดึงขึ้นสุด ชายเสื้ออยู่ในกางเกง รองเท้าเป็นรองเท้าหนัง ทำให้เขาดูภูมิฐานไม่น้อย
หลี่ซีหยาน เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเม็ดบนสุดเผยให้เห็นไหปลาร้าของเขาเล็กน้อย เน็กไทคลายออกหลวม แต่ชายเสื้อยังคงใส่ในกางเกง ใส่รองเท้ากีฬา
ไป๋หู่ เสื้อเชิ้ตปลดกระดุม 2 เม็ด เน็กไทไม่ใส่ ชายเสื้อก็ไม่ได้ใส่ในกางเกงให้เรียบร้อย รองเท้าก็เป็นรองเท้ากีฬาเช่นกัน ไป่ฉีที่เห็นก็พอจะเข้าใจได้ เพราะนิสัยไป๋หู่เป็นคนไม่ชอบความยุ่งยากนี่แหละที่ทำให้การแต่งตัวออกมาเป็นแบบนี้
“ไป๋หู่ นายอยากโดนฝ่ายปกครองหักคะแนนการแต่งกายตั้งแต่วันแรกเลยเหรอ” ไป่ฉีถาม
“ที่โรงเรียนเก่า ผมก็แต่งแบบนี้ อาจารย์ว่าไปก็เท่านั้น คะแนนความประพฤติมันก็แค่ 10 คะแนน หักไปก็ไม่กระทบผมสักหน่อย ผมกับพวกพี่มีความทรงจำแบบภาพถ่าย อ่านอะไรก็จำได้ในครั้งเดียวอยู่แล้ว เพราะงั้นตอนมัธยมต้น ผมถูกหักคะแนนนี้จนหมด ก็ยังได้เกรด A ทุกวิชาอยู่ดี เพราะผมน่ะตั้งใจเรียน สอบก็ได้คะแนนเต็ม ไม่ได้ทำตัวก้าวร้าวกับอาจารย์ หรือทำผิดอะไรนอกจากการแต่งกายนี่นา อีกอย่างนะพี่ฉี ถ้าพี่แต่งตัวแบบผมนะ รับรองว่าสาว ๆ ติดตรึม” ไป๋หู่กล่าวก่อนจะรู้สึกเย็นสันหลังวาบ เมื่อหันไปก็เจอสายตาน้ำแข็งของเมิ่งชิงชิงที่มองมาที่เขา
“เสี่ยวไป๋ ฉันให้เธอพูดใหม่นะ ให้ไป่ฉีแต่งตัวแบบเธอเพื่ออะไรเหรอ พี่ได้ยินไม่ชัดน่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าวก่อนจะใช้มีดหั่นไข่ดาว เสียงบ่งบอกว่าเธอใช้แรงกดมากกว่าปกติ สายตาเธอเย็นเยียบบอกถึงความไม่พอใจ
“พี่ชิงชิง ผมแค่พูดเล่น อีกอย่างพี่ฉีไม่มีทางนอกใจพี่หรอก ใช่ไหมครับ” ไป๋หู่รีบส่งสายตามาขอความช่วยเหลือจากไป่ฉีทันที
“ใช่ แต่ถ้าทำตามที่นายบอกฉันก็จะยุ่งยาก พี่ชิงชิงก็ไม่สบายใจ ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ควรพูดล้อเล่น” ไป่ฉีกล่าว ไป๋หู่ดูหงอยลงทันที เหมือนเห็นหูกับหางของเขาตกลง
“แต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน นายไม่ต้องเศร้าไปหรอกน่า” หลี่ซีหยานตบหลังไป๋หู่เบา ๆ
“ขอบใจ” ไป๋หู่กล่าวก่อนจะเริ่มกินข้าวเช้า
หลังมื้อเช้า ทั้งหมดขึ้นไปนั่งรถ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหน้าโรงเรียนมัธยมปลายมิดการ์ด เวลาตอนนี้เริ่มมีนักเรียนเดินมากันบ้างแล้ว เมื่อประตูรถเปิดออก คนที่เดินอยู่ใกล้ที่สุดได้หันมามองคนที่กำลังจะลงจากรถ ก่อนจะหยุดฝีเท้าของตน
“ทำอะไรของเธอน่ะ อยู่ ๆ ก็หยุดเดิน” ชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาถามขึ้น โชคดีที่เขาหยุดทัน ไม่งั้นหญิงสาวข้างหน้าเขาคงโดนเขาชนล้มไปแล้ว
“.......” ไร้เสียงตอบรับจากหญิงสาว หากแต่สิ่งที่ชายหนุ่มเห็นคือจุดที่หญิงสาวมองอยู่
เสียงฮือฮาเกิดขึ้นทันที เมื่อคนที่ลงจากรถทั้ง 3 คนคือ หนุ่มหล่อที่บางคนเคยเห็นตอนวันสอบเข้า ซ้ำ 1 ในนั้นคือดาราที่มีชื่อเสียงในงานแฟชั่นโชว์ รายการราชานักกิน รายการซุปตาร์จำแลง อีกทั้งยังเป็นคนที่สอบได้อันดับ 1 ในการสอบเข้าปีนี้อีกด้วย
“ผมบอกแล้ว ว่าพวกเราต้องตกเป็นเป้าสนใจ......แว๊ก” ไป๋หู่ที่เดินลงมาถูกหลี่ซีหยานถีบเพราะขวางทางลงของเขา
“เกะกะชะมัด นายลงแล้วก็หลบหน่อยไม่ได้รึไงกัน” หลี่ซีหยานกล่าว
“บอกกันก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องถีบเลย” ไป๋หู่กล่าว
“ทั้ง 2 คนเลิกทะเลาะกันเถอะ ตอนนี้เรารีบเดินเข้าโรงเรียนดีกว่า เพราะตอนนี้คนชักเริ่มเยอะแล้ว” ไป่ฉีกล่าว
ทั้ง 3 คนที่เพิ่งลงจากรถสังเกตเห็นว่าพวกเขาตกเป็นเป้าสายตาของนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ซึ่งตอนนี้ล้อมวงดูพวกเขาอยู่
“ไว้เดี๋ยวถ้าเลิกเรียนแล้ว ผมโทรหานะครับ” ไป่ฉีหันมากล่าวกับเมิ่งชิงชิง
“ได้” เมิ่งชิงชิงตอบก่อนจะให้คนขับขับรถออกไป
พวกไป่ฉีเดินเข้ามาในโรงเรียน โดยมุ่งไปยังโต๊ะที่พวกเขาเคยติวหนังสือตอนสอบเข้า ที่นั่นเขาเห็นต้าถงกำลังหลับบนตักของเหม่ยเหมย (หัวหน้าห้องของไป่ฉี) ท่ามกลางสายตาอิจฉาของชายหนุ่มที่ยังโสดทั้งหลาย
“ไม่คิดว่ามาวันแรกนายก็เรียกสายตาเกลียดชังจากนักเรียนชายได้มากขนาดนี้” ไป่ฉีกล่าว
“อ้าว พวกนายมากันแล้วเหรอ” ต้าถงลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงไป่ฉี
“ปกตินายไม่ใช่พวกมาเช้านี่” ไป่ฉีถาม
“เหม่ยเอ๋อโทรมาปลุกแต่เช้าน่ะ” ต้าถงตอบ
“เลยมานอนอวดแฟนตรงนี้เนี่ยนะ” ไป๋หู่กล่าว
“ทำไม นี่แฟนฉัน” ต้าถงส่งยิ้มกวนประสาทให้ไป๋หู่
“เอ๋ กล้าพูดขึ้นเยอะเลยนี่ต้าถง” เสียงของมู่ซื่อเฉิงดังมา
“สายนะนาย” ไป่ฉีหันไปทางที่มาของเสียง
“ฉันหลับเพลินไปหน่อยน่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มู่ซื่อเฉิงหัวเราะกลบเกลื่อน
ระหว่างที่พวกไป่ฉีกำลังนั่งคุยกันอยู่ พวกเขาตกเป็นเป้าสายตาของหญิงสาวมากมาย มีหลายคนที่สอบถามถึงชายหนุ่ม 2 คนที่มาพร้อมกับไป่ฉี
“2 คนนั้นเป็นดารารึเปล่าน่ะ” นักเรียนหญิงคนหนึ่งถามคนข้าง ๆ
“อาจจะใช่ก็ได้ ดูไป่ฉีสนิทสนมกับพวกเขา แถมนั่งรถผู้จัดการของไป่ฉีมาเรียนด้วยกัน คงเป็นหน้าใหม่ในวงการละมั้ง” นักเรียนหญิงที่ถูกถามพูดความคิดเห็นของตัวเองออกมา
“ฉันได้ยินพวกเขาเรียกชื่อกันด้วยนะ” นักเรียนหญิงอีกคนกล่าว
“บอกมา ๆ ฉันอยากรู้” นักเรียนหญิง 2 คนที่พูดคุยกันเมื่อครู่หันมาหานักเรียนหญิงที่บอกว่ารู้ชื่อของชายหนุ่มทั้ง 2 คนที่มาโรงเรียนพร้อมกับไป่ฉี
“คนผมสีน้ำเงินนั่นชื่อ หลี่ซีหยาน ส่วนอีกคนที่ดูเซ็กซี่ชื่อ ไป๋หู่” นักเรียนหญิงบอกชื่อของชายหนุ่มทั้ง 2 คนที่นักเรียนหญิงหลายคนอยากรู้
“ไป๋หู่ เขาดูเท่มาก”
“หลี่ซีหยานมาดนิ่ง ๆ แนวเจ้าชายเย็นชา ดูหล่อจัง”
“พวกเรามาตั้งชมรมกันดีไหม”
“ชมรมอะไร”
“ชมรมสุนทรียภาพของหญิงสาว ศึกษาความงามของบุรุษ”
“ยอดเยี่ยม จัดไปเลย ฉันขอเข้าด้วย”
“ไปขอใบตั้งชมรมมา ฉันเอาด้วยคน”
พวกไป่ฉีต่างพูดคุยกันโดยไม่รู้เลยว่า เหล่าหญิงสาวต่างรวมตัวกันตั้งชมรมเพื่อส่องพวกเขาโดยเฉพาะ และนี่คือที่มาของชมรมสุนทรียภาพของหญิงสาว ที่จะนำความวุ่นวายมาสู่พวกเขา
เมื่อถึงเวลานักเรียนทุกคนเข้าไปยังหอประชุมเพื่อร่วมพิธีปฐมนิเทศน์ ไป่ฉีเป็นตัวแทนกล่าวสุนทรพจน์ หลังจบพิธีการเรียบร้อย นักเรียนทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปเข้าห้องเรียนของตน ซึ่งพวกไป่ฉีนั้นได้อยู่ห้องเดียวกันหมด รวมถึง.....อี้หาน
“ไม่คิดว่าจะได้อยู่ห้องเดียวกับนายนะ” อี้หานเดินเข้ามาทักไป่ฉี
“ใช่ คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าแต่นายอยากจะแข่งทั้งเรื่องเรียน ทั้งกีฬาใช่ไหม” ไป่ฉีถาม
“ของมันแน่อยู่แล้ว” อี้หานตอบก่อนจะกลับไปนั่งที่ของตน ซึ่งอยู่ด้านหน้าของไป่ฉี ส่วนพวกเพื่อน ๆ ของไป่ฉีก็จับจองโต๊ะรอบ ๆ ไป่ฉีเอาไว้หมด
แน่นอนว่าเพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน มีนักเรียนหญิงหลายคนเข้ามาคุยกับพวกไป่ฉี และมีนักเรียนชายบางคนกล้ามายุ่งกับเหม่ยเหมยของต้าถง ซึ่งต้าถงก็แยกเขี้ยวขู่ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของทันที
ไป่ฉีพูดคุยกับนักเรียนหญิงบ้างนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะมาขอลายเซ็นเขา บางคนก็เอานิยายมาให้เขาเซ็น ซึ่งไป่ฉียินดีเซ็นให้ ไม่ได้แสดงอาการรำคาญหรือไม่พอใจแต่อย่างใด
“นักเรียนนั่งที่ได้แล้ว” อาจารย์ผู้หญิงเปิดประตูเข้ามาในห้อง พร้อมกับลากเอากล่องจำนวนมากเข้ามา
“ก่อนอื่น ครูจะเรียกชื่อ แล้วให้ทุกคนออกมารับแท็บเล็ตพีซีไปคนละเครื่องนะ” อาจารย์หญิงที่เป็นอาจารย์ประจำชั้นกล่าว
หลังจากแจกจ่ายแท็บเล็ตพีซีให้ทุกคนเรียบร้อยแล้ว อาจารย์หญิงได้แนะนำว่าเธอชื่อ หลิวซีอิ๋ง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาประจำห้อง และเป็นอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์อีกด้วย
“คู่มือนักเรียนที่ทางโรงเรียนแจกให้ พวกเธอควรอ่านมัน สำหรับในเทอมแรกนี้ทางโรงเรียนได้ทำการลงทะเบียนรายวิชาพื้นฐานเอาไว้ให้แล้ว ส่วนเทอมหน้าจะให้พวกเธอลงรายวิชากันเอง แน่นอนว่าเราใช้ระบบเดียวกับมหาวิทยาลัย อีกอย่างคือทุกเทอมจะต้องเลือกวิชาสุขศึกษาและกีฬา ซึ่งพวกเธอสามารถเลือกชนิดกีฬาที่อยากเรียนได้ โดยต้องเป็นกีฬาที่ทางโรงเรียนเรามีชมรมกีฬาชนิดนั้นอยู่ สำหรับในการเรียนนั้นอย่างที่พวกเธอได้เห็นไปแล้วตอนมาเยี่ยมชมโรงเรียน เราจะใช้แท็บเล็ตพีซีในการเรียนการสอน ไม่มีการใช้หนังสือ เนื้อหาในคาบเรียน อาจารย์ประจำรายวิชาจะส่งให้ทุกคนในคาบเรียนผ่านทางแท็บเล็ตพีซี พวกเธอสามารถเขียนเติมลงไปในเนื้อหาพวกนี้ได้ตามความเข้าใจของพวกเธอโดยใช้ปากกาที่ให้มาพร้อมกับแท็บเล็ตพีซี นอกจากนี้ยังสามารถเขียนคำถามที่ตนเองสงสัยส่งไปให้กับอาจารย์ได้ในระหว่างที่อาจารย์กำลังสอน ซึ่งอาจารย์จะตอบกลับในเวลาไม่นาน มีการทดสอบในทุกคาบ เพื่อวัดประสิทธิภาพการในคาบเรียน สามารถทราบผลการทดสอบได้ทันทีผ่านแท็บเล็ตพีซีของแต่ละคน วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนก็จริง แต่ครูจะเริ่มสอนวิชาของครูในวันนี้เลย เพื่อให้พวกเธอได้ฝึกใช้แท็บเล็ตพีซีนี้” หวังซีอิ๋งกล่าว
คาบเรียนเริ่มขึ้นแบบไม่ทันให้นักเรียนได้ตั้งตัว มีเสียงบ่นบ้างเล็กน้อย หลังหมดคาบเรียน หลี่ซีหยานกับไป๋หู่ ต้าถง และมู่ซื่อเฉิง ตัดสินใจจะไปดูชมรมกีฬาที่อยากเข้า สำหรับไป่ฉีนั้นตัดสินใจเลือกกีฬาบาสเกตบอล
“พี่ชิงชิง วันนี้ชั่วโมงเรียนหมดแล้วครับ ครับ เจอกันที่บริษัทเลย ผมไปเองได้” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะหาที่ที่ไม่มีคน เปิดประตูมิติไปโผล่ใกล้ ๆ กับบริษัททันที
_________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
