หลังจากเหล่าศิษย์หัวกะทิทั้ง5 จากไปพร้อมกับ หยวนหาญ ผู้อาวุโสลำดับ3 ของสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง
เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เขาก็เอาแต่หมกตัว อยู่ภายในห้องฝึกฝนส่วนตัว ไม่ออกมาพบเจอผู้คนภายนอก เหล่าอนุชนรุ่นเยาว์ต่างก็รับรู้ได้ว่า เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เขาลงแรงเสียเวลา กับความคาดหวังกับศิษย์หัวกะทิทั้ง5 มากถึงเพียงใด
...ตลอดเวลาช่วง3เดือนที่ค่อยๆ ไหลผ่านวันคืนไปเรื่อยๆ พวกศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ จึงได้รับการชี้แนะจาก เหล่าผู้คุมเท่านั้น นี่ก็เข้าใกล้ช่วงเวลา สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง จะรับลูกศิษย์เหลืออีกไม่มาก ไม่ถึงเดือนให้พวกเขาเตรียมความพร้อม อนุชนบางคนถึงกับถอดใจยอมแพ้ไปแล้ว เมื่อเห็นท่าทีของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง จึงหลงเหลือกลุ่มคนไม่มาก ที่ขยันฝึกฝน ขัดเกลาตนเอง
หลางเทียนเขาไม่ได้สนใจสิ่งเร้าภายนอก ช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่ เขาทำตามหน้าที่ของตน ไม่ขาดตกบกพร่อง แถมเขายังเลื่อนขั้นมาอยู่ในขั้น หลอมรวมลมปราณ ขอบเขตที่2 เฉกเช่นเดียวกันกับคนอื่นๆ ในกลุ่มเข็มกลัดสีเหลือง ไม่ว่าจะเป็นแม่นางเจียงหยาง เสี่ยวเฉา หรือแม้แต่กงม่อจือ เด็กหนุ่มใบหน้าดุ ยังตกใจว่าเหตุใด เจ้าหลางเทียน มันเลื่อนขั้นพลังมาได้รวดเร็ว ตามพวกเขาทันแล้วบัดนี้ ราวกับไอ้เวรนี่ ได้ของดีอะไรบางอย่างมา
ข่าวคราวการเลื่อนขั้นพลังย่อย ของหลางเทียนจึงเป็นที่พูดคุย ในหมู่ศิษย์อนุชนรุ่นราวคราวเดียวกันไม่น้อย แม้แต่เหล่าผู้คุมยังต่างพากันประหลาดใจ จนข่าวคราวนี้ไปถึงหู เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ถึงเจ้าหลางเทียนเด็กบ้า ความคิดประหลาด จะดูพึ่งพาอะไรไม่ได้ จากความขี้เล่นของเขา ทว่าก็ต้องยอมรับในความขยันฝึกฝน ของเจ้าเด็กนี่
ไม่นานที่เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ออกจากการปิดขั้นพลัง เขาก็เรียกตัวเหล่าศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ เข้าไปภายในห้องฝึกฝน ของเขาทันที
ผู้คุมเฉียนหาญ ผู้คุมฮุ่ยโจ ที่นำศิษย์อนุชนเข้าไปภายในห้องฝึกฝน เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง พวกเขาต่างก็ไม่กล้ากล่าวพูด อะไรออกมามากนัก ครั้นประสานฝ่ามือออกมา เขาก็รอฟังคำพูดของชายวัยกลางคน ที่นั่งปิดเปลือกตา กลางห้องโถงใหญ่อย่างตั้งใจ
เจ้าคฤหาสน์เซียงหยางเปิดเปลือกตาขึ้นมา ช้าๆ แม้สีหน้าเขาจะมีความผิดหวังอยู่บ้าง ก่อนเขาจะเปิดปาก กล่าวพูดออกมา “อย่างที่เจ้าทุกคนรู้ ข้าเป็นศิษย์สายนอก ของสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง ที่ข้าฝึกฝนพวกเจ้าอย่างหนักวันนี้ข้าคาดหวังให้พวกเจ้ากลายเป็นศิษย์สายใน ของสำนักหุบเขาจันทรากระจ่างในวันหน้า การตรวจสอบหินคริสตัลศักยภาพ พรสวรรค์ ข้าเองก็เป็นสีเหลือง เฉกเช่นเดียวกับพวกเจ้าในตอนนี้ เจ้าพอจะเข้าใจแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดข้าจึงยึดติดกับศักยภาพ พรสวรรค์ ของพวกเจ้ามากขนาดนี้”
เหล่าอนุชนที่ได้ยิน พวกเขาต่างก็บีบรัดฝ่ามือเข้าหากันจนแน่น แม้แต่เจ้าคฤหาสน์เซียงหยางศักยภาพ พรสวรรค์ ของเขายังไม่โดดเด่น
ก่อนเสียงถอนลมหายใจ เจ้าคฤหาสน์เซียงหยางจะดังออกมาอีกครั้ง แล้วกล่าวพูดต่อไป “ข้าจึงหวังว่าในหมู่ของพวกเจ้า จะมีใครสักคน กลายเป็นศิษย์สายใน ได้รับการยกย่อง จากสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง หวังว่า ข้าจะได้กลับไปยังสำนักนั้นอีกครั้ง เพื่อเจอคนที่ข้ารัก แต่เกรงว่าคำสัญญานั้น จะจบสิ้นลงไปแล้ว แม้แต่ศัตรูคู่แข่งความรักข้า ยังมาเย้ยหยัน เหยียบหน้าข้าถึงหน้าบ้าน”
เหล่าอนุชนที่รับรู้คลื่นอารมณ์ที่พรั่งพรู ของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง พวกเขาเริ่มจะเข้าใจเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ขึ้นมาบ้าง เกรงว่าคำสัญญาจะเป็นบ่วงโซ่ คล้องคอเขาไว้... พวกเขาไม่คิดว่า การจะกลายเป็นศิษย์สายในของ สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง จะยากเย็นถึงเพียงนี้ แม้แต่เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ยังเป็นแค่ศิษย์สายนอกเท่านั้น ไม่มีโอกาสได้เป็นแม้กระทั่ง ศิษย์สายใน
ก่อนเสียงเจือด้วยความคาดหวังชายวัยกลางคน จะกล่าวพูดออกมาอีกครั้ง “ช่วงเวลาไม่ถึงเดือนก่อน สำนักหุบเขาจันทรากระจ่างจะรับลูกศิษย์ ข้าได้เลือก คนที่ผ่านการทดสอบ ทั้ง10จากกลุ่มพวกเจ้า เจียงจือ กงม่อซือ เซียวเฉา แล้วก็เจ้าหลางเทียน เข้าร่วมทดสอบ รับสมัครศิษย์สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง และแน่นอนว่า คนไม่ผ่านการรับเลือก สามารถกลับไปยังตระกูลของตน หรือจะเลือกอยู่ฝึกฝนต่อที่นี่ได้เช่นกัน”
ก่อนเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง จะเอ่ยสั่งแจกจ่าย ทรัพยากรในการบ่มเพาะศักยภาพพื้นฐาน เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แถมยังแจกจ่ายให้เหล่าอนุชนถ้วนหน้า ไม่แบ่งแยกสีเข็มกลัดอีกต่อไป ทำให้เหล่าอนุชนที่เสียใจ รายชื่อของพวกเขาไม่ถูกขานเรียก พอจะคลี่ยิ้ม ดีใจขึ้นมาได้บ้าง
“อ่าๆ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ยิ่งนัก” อนุชนคนอื่นๆ เองก็พยักหน้า ประดับไปด้วยรอยยิ้มยินดี
เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง จะสั่งผู้คุมต่างๆ ฝึกซ้อมพวกหลางเทียนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้คุมฮุ่ยโจ เห็นได้ชัดว่า เจ้าหลางเทียนทำให้ เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง กลับมามีไฟ ฮึดสู้อีกครั้ง
หลางเทียนที่รอคอยให้คนอื่นๆ จากไป จนหลงเหลือเพียงแต่พี่ฮุ่ยโจ เด็กหนุ่มอายุย่างเข้า12ปี กล่าวพูดขึ้นมาทันที “เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ท่านไม่ต้องเสียดายหินอุกกาบาตนั้น ข้าบอกท่านได้ว่า แก่นพลังของมันเหลือไม่มากอีกต่อไป เกรงว่าจะใช้ดูดซับพลังงานห้วงอากาศ ได้ไม่ถึงเดือนเสียด้วยซ้ำ”
เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ที่ได้ยินเขาไม่ค่อยอยากจะเชื่อ คำพูดของเจ้าหลางเทียนเท่าใดนัก ทว่าหากเป็นเช่นนั้นจริง เขาคงจะคลี่ยิ้ม หัวเราะจนฟันร่วงแน่