ย้อนเวลากลับมาสร้างเซฟเฮาส์ในวันสิ้นโลก

    บทที่ 42 ห้องทดลองภายในภูเขา (รีไรต์)

            บทที่ 42 ห้องทดลองภายในภูเขา (รีไรต์)

             

            ตี้เจียงและลั่วฉิงเทียนหันไปมองเฉินฮ่าวพร้อมกัน ตี้เจียงยกมือขึ้นปิดหน้าพร้อมกับถามว่า

             

            “ที่นายพูดหมายความว่าไง 'ที่ว่าอาจจะเหมือนกันน่ะ?”

             

            เฉินฮ่าวทำสีหน้าจริงจังแล้วมองไปที่ตี้เจียง

             

            “หัวหน้า ไม่ใช่ว่าคุณบอกว่าปฏิบัติการล่าสัตว์ครั้งนี้ต้องเป็นความลับเหรอครับ”

             

            ตี้เจียงได้แต่มองเฉินฮ่าวด้วยความจนใจ แต่ก็ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงต่อไป ลั่วฉิงเทียนก้มหน้ากลั้นหัวเราะ

             

            ในความทรงจำของเธอ เฉินฮ่าวเป็นคนเงียบขรึมมาโดยตลอด

             

            ทั้งร่างของเขาแผ่รังสีอำมหิตดูอึมครึมออกมา ราวกับสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตไป

             

            แต่เฉินฮ่าวในตอนนี้ช่างสดใสและร่าเริง ดูซื่อ ๆ บื้อ ๆ เสียจนลั่วฉิงเทียนอดสงสัยไม่ได้ว่า นี่คือเฉินฮ่าวคนเดิมที่เธอรู้จักจริง ๆ หรือ

             

            ลั่วฉิงเทียนเหลือบมองสีหน้าบึ้งตึงของตี้เจียง ก่อนจะหันไปมองเฉินฮ่าวที่ทำสีหน้าเหมือนคนโง่งม

             

             

            “ไปกันเถอะ ข้างหน้าอาจจะมีทางออก!” 

             

            ดูเหมือนทางเข้าที่พวกเขาผ่านเข้ามานั้น คงใช้เป็นทางออกไม่ได้เสียแล้ว เพราะไม่มีใครรู้ว่า ที่ปลายทางนั้นมีอะไรรอพวกเขาอยู่บ้าง

             

            ทั้งสามคนเดินตรงไปเรื่อย ๆ ท้องของเฉินฮ่าวก็เริ่มร้องครวญคราง

             

            เฉินฮ่าวเหลือบมองตี้เจียงด้วยสีหน้าลำบากใจ

             

            “หัวหน้าครับ ผมขอโทษ ตอนที่ลงมาผมทำกระเป๋าเสบียงหล่นหายไปครับ!”

             

            เฉินฮ่าวพูดพลางก้มหน้าลูบท้องตัวเอง

             

            ทันใดนั้น ท้องของตี้เจียงก็ร้องประท้วงขึ้นมาเช่นกัน ตี้เจียงทำสีหน้าขัดเขิน ยกมือขึ้นปิดปาก กระแอมไอออกมาเบา ๆ

             

            “ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ แค่ออกไปได้ก็ดีแล้ว! “

             

            สิ้นคำพูดของตี้เจียงท้องของเฉินฮ่าวก็ส่งเสียงร้องดังขึ้นมาอีกครั้ง ในห้องทดลองที่เงียบสงัดเช่นนี้ เสียงท้องร้องจึงดังชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง

             

            ลั่วฉิงเทียนมองไปรอบ ๆ จากนั้นหยิบซาลาเปาสี่ลูก และน้ำสองขวดออกมาจากกระเป๋าเป้ ยื่นให้ทั้งสองคน

             

            “ฉันเอาของกินมาเยอะ ถ้าพวกคุณหิวละก็เชิญกินก่อนเถอะ”

             

            เฉินฮ่าวมองซาลาเปาในมืออย่างตกตะลึง เขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากซาลาเปา เหมือนเพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ ๆ

             

            “ซาลาเปา?” เฉินฮ่าวกลืนน้ำลายพลางคิดอะไรบางอย่างออก

             

            “ไม่ ไม่ ไม่ เรารับไว้ไม่ได้ ผมเป็นทหาร จะเอาของจากประชาชนไปแบบฟรี ๆ ไม่ได้!”

             

            เฉินฮ่าวพูดพร้อมกับมองซาลาเปาในมือของลั่วฉิงเทียนอย่างอาลัยอาวรณ์ จากนั้นก็แอบมองตี้เจียงอย่างหวาด ๆ ลั่วฉิงเทียนถอนหายใจแล้วพูดว่า

             

            “กินเถอะ ถือเสียว่าเป็นของขวัญจากเพื่อนใหม่ล่ะกัน”

             

            เมื่อลั่วฉิงเทียนพูดแบบนี้ เฉินฮ่าวก็ลังเล เขามองไปที่ตี้เจียง ตี้เจียงเองก็เหมือนว่าจะทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย

             

            ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเขาที่เป็นถึงพลเอก จะต้องมาลำบากใจเพียงเพราะซาลาเปาสองลูก

             

            “รับไปเถอะ ข้างหน้ายังไม่รู้ว่าต้องเดินทางอีกไกลแค่ไหน เผื่อเจออันตราย เราจำเป็นต้องเก็บแรงไว้!”

             

            ตี้เจียงพูดพร้อมกับยื่นมือออกไปรับซาลาเปาที่ลั่วฉิงเทียนยื่นให้ เมื่อเฉินฮ่าวเห็นหัวหน้าของเขารับไปแล้ว เขาเองก็ไม่ลังเลที่จะรับซาลาเปาแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย

             

            ทันทีที่เขากัดลงไป น้ำซุปในซาลาเปาก็ไหลเข้าปาก ซาลาเปาคำนั้นเต็มไปด้วยรสชาติแสนอร่อย มันนุ่มเสียจนแทบจะละลายหายไปในลิ้นทันทีทีกัดกินเข้าไปคำแรก

             

            หลังจากวันสิ้นโลกมาถึง เขาก็ไม่เคยได้กินซาลาเปาแสนอร่อยแบบนี้อีกเลย

             

            เขากินซาลาเปาพลางมองลั่วฉิงเทียนพร้อมกับยิ้ม

             

            “คุณผู้หญิงครับ ไม่ทราบว่าจะให้พวกเราเรียกคุณว่าอะไรดีครับ? เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกรึเปล่า?”

             

            ลั่วฉิงเทียนพยักหน้า

             

            “อืม ฉันชื่อลั่วฉิงเทียน”

             

            เฉินฮ่าวยัดซาลาเปาที่เหลือเข้าปากจนหมด จากนั้นก็จิบน้ำเล็กน้อย แล้วถามต่อ

             

            “เราน่าจะเพิ่งเจอกันครั้งแรกนะ คุณรู้ได้ยังไงว่าผมชื่อเฉินฮ่าว?”

             

            ลั่วฉิงเทียนจ้องมองเฉินฮ่าวอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า

             

            “ถ้าคุณชื่อเฉินฮ่าวก็คงไม่ผิดหรอก ฉันเคยเห็นรูปนายในโทรศัพท์ของเฉินเสี่ยวเสี่ยว”

             

             

            เมื่อได้ยินชื่อเฉินเสี่ยวเสี่ยว เฉินฮ่าวก็ตื่นเต้นดีใจทันที

             

            เขาร้องขึ้นมาด้วยความดีใจ

             

            “คุณก็เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย A เหมือนกันเหรอ น่าแปลกจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นคุณก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเสี่ยวเสี่ยวน้องสาวของผมสินะ!”

             

            “ก็ประมาณนั้นแหละ เคยเรียนวิชาเรียนรวมด้วยกันมาก่อนน่ะ”

             

            ลั่วฉิงเทียนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจจึงหันหน้าไปทางอื่น ส่วนเฉินฮ่าวก็พูดจ้อไม่หยุด

             

            “ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอเพื่อนของน้องสาวผมที่นี่ด้วย ดูแล้วคุณกับน้องสาวผมหน้าตาคล้ายกันนะ แต่น้องสาวผมไม่เก่งเท่าคุณหรอก ตอนที่วันสิ้นโลกมาถึง ผมกับหัวหน้าของเราไปช่วยน้องสาวกับพ่อแม่ของผมออกมาก่อน ตอนนี้พวกเขาปลอดภัยแล้ว พอออกไปจากที่นี่ผมจะพาคุณไปเจอพวกเขานะ!”

             

            ลั่วฉิงเทียนไม่พูดอะไร เพียงแต่มองไปทางอื่น เธอไม่อยากคุยกับเฉินฮ่าว

             

            เพราะในชาติก่อน ครอบครัวของเขาตายไปแล้วในช่วงเวลานี้ ดูเหมือนจะตายไม่นานนักหลังจากที่พวกเขาจากไป

             

            ตี้เจียงกินเสร็จแล้วในตอนนี้ เขาเห็นว่าลั่วฉิงเทียนไม่อยากพูด จึงกล่าวว่า

             

            “ไปกันเถอะ บริเวณนี้เงียบเชียบมาตลอด คาดว่าพวกซอมบี้น่าจะตายหมดแล้ว พวกเรามองหาทางออกด้านหน้ากันดีกว่า”

             

            ลั่วฉิงเทียนพยักหน้า จากนั้นก็เดินหน้าต่อไปพร้อมกับทั้งสองคน

             

            ทักษะที่สามของลั่วฉิงเทียนเปิดใช้งานอยู่ตลอดเวลา เธอไม่รู้สึกถึงซอมบี้หรือสัตว์กลายพันธุ์ใด ๆ เลย จึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น จนกระทั่งไปถึงสุดทางเดินห้องทดลอง พวกเขาก็เห็นกลุ่มซอมบี้สวมเสื้อกาวน์สีขาวถูกขังอยู่ในห้องทดลอง

             

            พวกซอมบี้มองลั่วฉิงเทียนและคนอื่น ๆ ผ่านกระจก พวกมันคำรามและทุบกระจกอย่างไม่หยุดหย่อน แต่น่าแปลกที่กระจกนั้นแข็งแกร่งมาก ไม่ว่าพวกมันจะทุบตีอย่างไร กระจกก็ไม่แตกสักที

             

            ลั่วฉิงเทียนครุ่นคิด ฐานทัพที่หนึ่งเป็นฐานทัพแรกที่พัฒนายาปลุกพลังพิเศษได้สำเร็จในชาติที่แล้ว หรือว่าต้นกำเนิดของฐานทัพแห่งนี้มาจากห้องทดลองนี้กันนะ

             

            ทันใดนั้นความคิดที่น่ากลัวก็แวบเข้ามาในหัวของลั่วฉิงเทียน

             

            “คุณคิดว่าพวกมันกลายเป็นซอมบี้ได้ยังไง” ลั่วฉิงเทียนพูดพลางหันไปมองทั้งสองคนที่อยู่ข้าง ๆ ตี้เจียงและเฉินฮ่าวดูเหมือนจะมีความคิดที่ตรงกัน

             

            “คุณหมายความว่าที่นี่อาจจะเป็นต้นกำเนิดของไวรัสซอมบี้งั้นเหรอ”

             

            “ไม่แน่ใจ ต้องหาคำตอบ พวกซอมบี้พวกนี้พวกเราคงเก็บมันไว้ไม่ได้หรอก!” ลั่วฉิงเทียน พูดด้วยแววตาที่เย็นชาอย่างที่สุด

             

            ถ้าที่นี่เป็นต้นกำเนิดของซอมบี้ล่ะก็ ต้องมีข่าวของพ่อกับแม่อยู่ที่นี่แน่ ๆ เธอคิดถึงจดหมายที่พ่อแม่ทิ้งไว้

             

            เหมือนกับว่าพวกท่านรู้ว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง คุณยายเคยบอกว่า พวกท่านทั้งสองเป็นนักวิจัย

             

            หลักฐานมากมายต่างบ่งชี้ว่า พวกท่านต้องเกี่ยวข้องกับห้องทดลองเบื้องหน้านี้แน่ ๆ

             

            ตอนนั้นเองตี้เจียงก็สังเกตเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวลั่วฉิงเทียน เขาหันไปมองเฉินฮ่าวที่ยืนอยู่ด้านหลังแล้วพูดว่า

             

            “นายไปหาที่ซ่อนตัวซะ ที่นี่ปล่อยให้พวกเราจัดการเอง”

             

            เฉินฮ่าวรู้ดีว่าทั้งคู่เก่งกาจเพียงใด เขาจึงรีบหันหลังวิ่งไปหลบด้านหลังทันทีลั่วฉิงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางมองตามแผ่นหลังของเฉินฮ่าวด้วยความไม่เข้าใจ

             

            “เฉินฮ่าวไม่มีพลังพิเศษ ทำไมคุณถึงพาเขามาด้วยล่ะ?”

             

            ตี้เจียงมองหน้าลั่วฉิงเทียนแล้วถามกลับไปว่า

             

            “ใครบอกคุณ ว่าเขาไม่มีพลังพิเศษ”

             

             

            ลั่วฉิงเทียนมองตี้เจียงด้วยแววตาตกตะลึง

             

            “คุณหมายความว่าเขามีพลังพิเศษ? แต่เมื่อกี้ตอนเผชิญหน้ากับซอมบี้มากมายขนาดนั้น ฉันก็ไม่เห็นเขาใช้พลังพิเศษอะไรออกมาเลยนะ?”

             

            ตี้เจียงถอนหายใจ

             

            “พลังพิเศษของเขาใช้สะดวกซะที่ไหนล่ะ”

             

            ระหว่างที่พูด มือของตี้เจียงก็เปล่งประกายไฟฟ้าออกมา กระจกฝั่งตรงข้ามเริ่มปรากฏรอยร้าว ลั่วฉิงเทียนมองกระจกหน้าต่างที่ใกล้จะแตกละเอียด แล้วก็ถอนหายใจ

             

            ดูท่าถ้าอยากเข้าไป คงต้องใช้พลังพิเศษแล้วล่ะ

             

            เมื่อคิดได้ดังนั้น ลั่วฉิงเทียนก็ยกมือขึ้นทำท่าทางเหมือนกำลังง้างธนู ครู่ต่อมา ธนูเพลิงศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นในมือของเธอ



    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลากลับมาสร้างเซฟเฮาส์ในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน