เด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี

    บทที่ 33 ให้ความช่วยเหลือหมู่บ้านเมเปิ้ล

    บทที่ 33
    เรฟ่อนพาผมเดินลุยป่าเข้ามาจนถึงรั้วแห่งหนึ่งดูเหมือนตรงจุดนี้จะพังสินะ เลยทำให้เรฟ่อนแอบออกไปได้ แถมมีป่ารกคอยบังให้จนทำให้ไม่เป็นที่สังเกต
    “ทางตรงนี้ล่ะครับพี่คลาวด์ที่ผมใช้เวลาแอบออกมาเล่นนอกหมู่บ้านเพราะพวกผู้ใหญ่มักไม่ให้เราออกไปนอกหมู่บ้านกันเอง เพราะเค้าบอกว่ามันอันตราย” ผมพยักหน้าเข้าใจแล้ว ก่อนจะชักดาบออกมาและเดินนำเข้าไป
    ผมค่อยๆสำรวจภายในหมู่บ้าน อืมไม่มีคนเลยสินะอย่างกับหมู่บ้านร้าง
    “เรฟ่อนคนอื่นๆไปไหนหมดล่ะ” ผมถามเรฟ่อนที่เดินตามผมมาอยู่ด้านหลัง
    “น่าจะไปอยู่ที่บ้านผมหมดแล้วครับพี่คลาวด์เพราะพ่อบอกว่าถ้าอยู่รวมกันจะปลอดภัยมากกว่าแยกกันอยู่” เรฟ่อนบอก
    “งั้นพาพี่ไปบ้านเรฟ่อนหน่อยในหมู่บ้านน่าจะปลอดภัย” ผมบอกเรฟ่อน
    “ตามมาเลยครับพี่” เรฟ่อนเดินนำไปทันทีโดยผมคอยระวังให้ตลอดเผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
    “ที่นี่ล่ะครับบ้านผม” เรฟ่อนพาผมมาหยุดที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งค่อนข้างใหญ่พอสมควร สมแล้วที่เป็นลูกหัวหน้าหมู่บ้าน
    “คุณพ่อ คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ทันทีที่เรฟ่อนเปิดเข้าไปมีผู้หญิงวิ่งออกมาทันที
    “เรฟ่อนไปไหนมาลูก แม่กับพ่อเป็นห่วงแทบแย่” เธอกอดเรฟ่อน
    “ผมออกไปตามคนมาช่วยครับคุณแม่” เรฟ่อนบอกแม่ของเค้า
    “จริงๆเลยเด็กคนนี้ทำไมถึงทำอะไรแบบนั้น คราวหลังห้ามทำอะไรแบบนั้นอีกนะ” แม่เรฟ่อนหันมาดุเรฟ่อนแทน
    “แล้วคุณพ่อล่ะครับคุณแม่” เรฟ่อนถามเพราะไม่เห็นพ่อตนเอง
    “เอ่อ...คือ” แม่เรฟ่อนอ้ำอึ้ง จังหวะนั้นเองเธอสังเกตเห็นผมพอดี
    “สวัสดีครับคุณป้า ผมชื่อคลาวด์ครับพอดีผมไปพบเรฟ่อนเข้ากลางทางเลยตามมาด้วยครับ” ผมแนะนำตัวกับแม่ของเรฟ่อน
    “สวัสดีจ๊ะป้าชื่อลาล่า นะขอบใจมากนะที่พาเรฟ่อนมาส่ง” เธอขอบคุณผม
    “ไม่เป็นไรครับ เราเข้าไปข้างในกันก่อนเถอะครับ” จากนั้นเธอพาผมและเรฟ่อนเดินเข้ามาด้านในของบ้าน ผมเห็นคนมากมายนอนอยู่ภายในบ้าน ร่างกายดูซูบผอม บางคนดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บด้วย
    “ลาล่า พาใครมาด้วยนะ” ลุงคนนึงถามแม่ของเรฟ่อน
    “คนที่เร่ฟ่อนออกไปตามมาช่วยน่ะค่ะลุงแซม” เธอบอก
    “เจ้าหนูเรฟ่อนกลับมาแล้วหรอ ที่แท้ก็แอบออกไปตามคนมาช่วยนี่เอง ทำอะไรไม่เข้าท่า” ลุงแซมดุเรฟ่อนเข้าให้ทำให้เรฟ่อนทำหน้าเจื่อนๆ
    “คุณลาล่าครับ พอดีผมมีเสบียงมาด้วย รบกวนคุณลาล่าช่วยเอาให้ทุกคนทานทีนะครับ” ทันทีที่ทุกคนได้ยินคำว่าเสบียง คนในห้องก็หันมาที่ผมทันที
    “โอ้เรารอดตายแล้ว”
    “ในที่สุดก็รอดตายสินะ”
    “ขอบคุณพระเจ้า”
    “สวรรค์ยังไม่ทอดทิ้งสินะ” และอีกหลายๆเสียง
    “ขอบคุณมากนะคลาวด์ พวกเรากำลังมีปัญหาเรื่องอาหารกันพอดีเลย จนทำให้เรฟ่อนตัดสินใจทำอะไรๆอันตรายออกไป” คุณลาล่าขอบคุณผม จากนั้นพวกผมก็ขนเสบียงออกมาให้คุณลาล่า
    “คุณแม่แล้วคุณพ่อล่ะครับยังไม่บอกผมเลย คุณพ่อไปไหน” เรฟ่อนถามถึงพ่ออีกครั้ง
    “ขอโทษนะเรฟ่อน พ่อเธอบาดเจ็บอยู่น่ะ ตอนนี้ยังไม่ได้สติเลย” เป็นลุงแซมที่เป็นคนตอบ ส่วนแม่ของเรฟ่อนนั้นก็น้ำตาคลอ
    “ท่านพ่อบาดเจ็บได้ยังไงกันครับลุงแซม ท่านพ่อเป็นอะไรมากมั้ย” เรฟ่อนกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด
    “ก็เมื่อวานน่ะสิ พอพวกเรารู้ตัวว่าเธอหายไป พวกเราเลยรวบรวมคนและแอบออกไปตามหาเธอสุดท้ายก็โดนพวกก๊อบลินมันเจอตัวเข้าถึงสุดท้ายพวกเราจะรอดมาได้แต่ก็บาดเจ็บกันอย่างที่เห็นส่วนพ่อเธอโดนออร์คมันเล่นงานเข้าจนหมดสติ ดีที่ลุงช่วยออกมาทัน” เรฟ่อนหน้าซีดหลังจากได้ยิน
    “ปะ ปะ เป็นเพราะผม” เรฟ่อนโทษตัวเองส่วนแม่ของเรฟ่อนเดินเข้ามากอดเรฟ่อนทันที
    “ไม่ใช่ความผิดของลูกหรอกนะ อย่าโทษตัวเองสิ” แม่ของเรฟ่อนปลอบลูกชายที่กำลังโทษตัวเองอยู่
    “อย่ากังวลเลยเรฟ่อน พี่มียาติดตัวมาด้วยแถมพี่พอจะรักษาเป็นอยู่บ้าง” ก็นะท่านแม่ผมเป็นตระกูลหมอผมเลยมักจะซึมซับวิชาความรู้จากท่านมาบ้างแถมตอนฝึกทหารผมเป็นคนทำแผลให้ทหารซะส่วนใหญ่ ไหนจะสามารถใช้ลมปราณเพื่อช่วยรักษาได้อีก
    “จริงๆนะครับพี่คลาวด์” เรฟ่อนและแม่ของเค้ารวมทั้งคนอื่นๆ หันมาหาผมกันหมด อืมชักเกร็งๆ แฮะโดนคนอื่นจ้องมากๆ
    “คุณลาล่าครับรบกวนพาผมไปหาพ่อของเรฟ่อนทีครับ” ผมบอกแม่ของเรฟ่อน
    “ตามมาทางนี้เลยคลาวด์” เธอนำทางผมขึ้นไปชั้น 2 ทันที
    “ผมไปด้วยครับ” เรฟ่อนอยากจะตามพวกเรามาด้วย
    “เรฟ่อนช่วยเอาเสบียงและยาพวกนี้ให้พวกชาวบ้านทีนะ เดี๋ยวพี่จะลงมาดู ทำได้มั้ย” ผมบอกเรฟ่อนไปและยื่นยาไปให้
    “ตะ ตะ แต่” เรฟ่อนพยายามท้วง
    “เรฟ่อนแม่ฝากด้วยนะ เดี๋ยวทางพ่อปล่อยให้เป็นหน้าที่คลาวด์กับแม่เถอะ” คุณแม่เรฟ่อนหันไปบอกกับลูกชาย
    “ก็ได้ครับ พี่คลาวด์ฝากคุณพ่อด้วยนะครับ” เรฟ่อนพยักหน้าตกลง
    จากนั้นคุณลาล่าก็พาผมเดินเข้าไปในห้องที่อยู่ชั้นบน ดูเหมือนจะเป็นห้องนอนสินะ ผมเห็นผมเห็นชายนอนสีหน้าค่อนข้างซีด ผมเดินเข้าไปสำรวจก่อนอืมมีแผลหลายแห่ง หัวดูเหมือนจะถูกกระแทกสินะ แถมขาดอาหารหลายวัน ดูเหมือนจะมีไข้ด้วยต้องทำแผลก่อนล่ะ ทำแผลได้ไม่ดีเท่าไร
    “คุณลาล่าครับรบกวนหาผ้าสะอาดให้ผมหน่อยครับ” เธอพยักหน้าและเดินออกไปทันที
    ผมถอดเสื้อของชายตรงหน้าออกเพื่อจะได้ทำความสะอาดแผล ผมร่ายเวทย์น้ำออกมาใช้ทำความสะอาดแผลจากนั้นก็ใช้เวทย์ลมเป่าให้แห้ง ให้ตายเถอะเวทย์มนต์นี่มันสะดวกดีจริงๆ เมื่อผมทำความสะอาดแผลเสร็จดูเหมือนคุณลาล่าจะมาพอดี
    “นี่จ๊ะคลาวด์ผ้าสะอาด” เธอยื่นมาให้ผม ผมค่อยๆฉีกมันออกเป็นเส้นยาวๆ เพื่อที่จะได้ใช้พันแผลพวกนั้นซะ ผมหยิบยาสมุนไพรออกมาค่อยๆโปะลงไปที่แผลแต่ละแห่งและค่อยๆใช้ผ้าที่ฉีกออกมาพันไว้อีกทียาจะได้ไม่หลุด คุณลาล่าก็มาช่วยผมพันแผลด้วยอีกแรง จากนั้นผมก็ทำแผลอื่นๆ จนหมด ที่เหลือก็แค่ไข้สินะ อืมโลกนี้ไม่มีพวกยาแก้ไข้หรือพาราซะด้วยสิ คงต้องใช้สมุนไพรที่ใช้แก้ไขของโลกนู้นซะแล้วตอนเข้ามาในหมู่บ้านดูเหมือนผมจะเห็นมันขึ้นอยู่แถวๆ ข้างบ้านนะ
    “คุณลาล่าครับเดี๋ยวผมจะออกไปเอาสมุนไพรหน่อยผมเห็นมันขึ้นอยู่ข้างๆบ้างนี่เองครับเดี๋ยวผมมา” ผมเดินออกมานอกบ้านเพื่อเก็บสมุนไพรทันที
    “นี่ไงล่ะเจอแล้ว [ลูกใต้ใบ]” ผมเก็บมันมาทั้งต้นเลยเพราะสมุนไพรตัวนี้ใช้ได้ทุกส่วน (ลูกใต้ใบ เป็นสมุนไพรไทยนะครับ ตอนสมัยผมเด็กๆ เวลาผมเป็นไข้ตาผมจะเก็บจากหน้าบ้านมาล้างให้สะอาดแล้วต้มกับน้ำดื่ม ใส่หม้อไว้ และตั้งกระโจมให้ผมอบน้ำในหม้อต้องร้อน อารมณ์ประมาณซาวน่าครับ ให้เหงื่อออกเยอะๆ ส่วนน้ำมันใช้ดื่มเพื่อขับเหงื่อ ผมเคยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 ก็ใช้สูตรนี้ล่ะหาย อบยาไม่เกิน 3 ครั้งหายสนิท ประสบการณ์ตรงครับ ลองค้นหา google ดูได้เดี๋ยวนี้มีงานวิจัยออกมาแล้วผมจะลงรูปไว้ท้ายตอนนะครับท่านใดมีไว้ติดบ้านจะดีมากสมัยนี้ผมกินยาแก้ไข้แผนปัจจุบันควบคู่กับอบยาไปด้วย)
    ผมเก็บมาหลายต้นพอสมควรเพราะผมเห็นพวกชาวบ้านหลายคนดูเหมือนจะมีไข้เหมือนกัน
    “คุณลาล่าครับผมฝากเอานี่ไปล้างและต้มใส่หม้อให้ทีครับเอาเดือดๆ นะครับ” ผมยื่นให้คุณลาล่า
    “แต่ว่าน้ำ” ดูเหมือนเธอจะกังวลเรื่องน้ำสินะ
    “ใช้น้ำที่ผมเอาติดมาได้เลยครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าคนของผมที่นัดเอาไว้จะโจมตีพวกก๊อบลินตามแผนครับ เดี๋ยวผมค่อยเอาน้ำจากพวกนั้นอีกทีได้” เธอค่อนข้างลังเลแต่ในที่สุดก็ลงไปต้มยาให้ผม
    จากนั้นผมก็ขึ้นไปหาพ่อของเรฟ่อนอีกครั้งเพื่อใช้ลมปราณในการรักษาบาดแผล ลมปราณที่ผมใช้มันก็ไม่ได้ครอบจักรวาลขนาดนั้นผมพึ่งรู้หลังจากใช้กับพวกทหารบ่อยๆ มันช่วยได้แค่อาการบาดเจ็บต่างๆ แต่ไม่สามารถช่วยในการรักษาโรคได้
    ผมค่อยๆโคจรกระตุ้นร่างกายพ่อของเรฟ่อนที่นอนสลบอยู่บนเตียง คาดว่าพรุ่งนี้แผลคงใกล้หายดีแล้ว การที่ผมใช้ลมปราณรักษาคนอื่นมันทำให้ผมเหนื่อยค่อนข้างมาก มันไม่เหมือนผมใช้รักษาตัวเอง ตอนที่ผมบาดเจ็บจากก๊อบลินผมสามารถใช้มันรักษาตัวเองได้ทั้งคืน แต่ใช้รักษาคนอื่นนั้นผมใช้มันได้ไม่ถึงชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ ผมยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ถ้าผมฝืนใช้มัน จะทำให้ผมเหนื่อยและหมดแรงในที่สุด ผมเคยแอบทดลองกับพวกทหารหลังเค้าโดนผมอัดจนน่วมไปหลายคน
    ไม่นานคุณลาล่าก็เดินขึ้นมาพร้อมหม้อยา อืมหมดสติแบบนี้ให้อบเอาเหงื่อคงจะไม่สะดวกเอาไว้ฟื้นก่อนแล้วกัน
    “คุณลาล่าครับผมรบกวนคุณช่วยป้อนยาให้สามีคุณทีนะครับ” เธอพยักหน้าหลังจากนั้นเธอก็ค่อยๆป้อนให้สามีเธอด้วยช้อนที่ลงไปเอามา ผมนั่งมองเธอเป่ายาไปป้อนไป
    “ไม่ต้องป้อนหมดนะครับคุณลาล่าป้อนประมาณ 2 ถ้วยก็พอ” เธอพยักหน้าหลังจากนั้นผมขอตัวลงมาดูด้านล่าง
    ด้านล่างผมเห็นทุกคนกำลังค่อยๆทานอาหารกันอยู่ ที่ผมเอาติดมาคือพวกเนื้อแห้ง อืมเดี๋ยวพรุ่งนี้เสร็จเรื่องจะทำอาหารครบ 5 หมู่ให้ทานก็แล้วกัน
    ผมค่อยๆเดินไปดูคนเจ็บทั้งหลายเพื่อดูแผลต่างๆ ถึงการทำแผลจะค่อนข้างชุ่ยไปหน่อยแต่ก็ถือว่าดี ผมแอบใช้ลมปราณรักษาให้พวกเค้าเล็กน้อย ก่อนจะไปหาเรฟ่อนที่กำลังช่วยลุงแซมทำแผลของเค้าอยู่
    “อยู่นิ่งๆสิลุงแซม ผมทำแผลไม่ถนัดเลย” เรฟ่อนบอกลุงแซมที่ตนเองกำลังรักษาอยู่
    “เอ็งสินิ่งๆไปไอ้เด็กบ้า ทำแผลก็ไม่เป็นมือก็หนัก แถมยังกลัวเลือดนั่นมือเอ็งสั่นหมดแล้ว” ลุงแซมยังมีแรงเถียงกับเรฟ่อน
    “มาเดี๋ยวพี่ดูต่อให้เองเรฟ่อน” ผมเดินเข้าไปหลังเห็นทั้งคู่มัวแต่เถียงกัน
    “ครับ” เรฟ่อนถอยให้ผมทันที
    ผมมองดูแผลที่เอว ดูเหมือนตรงนี้จะโดนฟันมาสินะ รอยเหมือนตอนที่ผมโดนพวกก๊อบลินพวกนั้นแทงเลย แต่นี่ลึกกว่ามาก ส่วนแผลอื่นๆแค่ถากๆเท่านั้น
    “เจ็บหน่อยนะครับ” ผมร่ายเวทย์น้ำออกมาล้างแผนก่อนทันที
    “โอ้ใช้เวทย์มนต์ได้ด้วยสินะ ชื่อคลาวด์ใช่มั้ย ลุงชื่อแซม” ลุงแนะนำตัวอีกครั้ง
    “สวัสดีครับ ลุงแซม” ผมสวัสดีลุงแก
    “ใช้เวทย์มนต์ได้แบบนี้เรียนอยู่โรงเรียนอาคาน่าหรอ” ลุงแซมถามผม
    “ผมจะเข้าเรียนปีหน้าน่ะครับ” ลุงแซมพยักหน้าเข้าใจ
    เมื่อผมล้างแผลเสร็จผมหยิบสมุนไพรห้ามเลือดและพวกสมุนไพรในการสมานแผลออกมาโปะลงไปทันที
    “ซีด!!! แสบดีจริงๆ” ลุงแซมเริ่มออกอาการ
    ก็นะสมุนไพรพวกนี้มันมีสรรพคุณฆ่าเชื้ออยู่ด้วยเลยทำให้แผลเกิดอาการแสบขึ้นมา
    จากนั้นผมก็เอาผ้ามาพันปิดแผลเอาไว้ แถมด้วยการใช้ลมปราณรักษามันนิดหน่อยแผลจะได้หายเร็วๆ
    จากนั้นคุณลาล่าก็ลงมาดูเหมือนจะป้อนยาเสร็จแล้วสินะ
    “สามีคุณลาล่าเป็นอย่างไรบ้างครับ” ผมถามเธอ
    “สีหน้าดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ ขอบคุณมากนะคลาวด์ เธอเป็นผู้มีพระคุณของพวกเราเลยล่ะ” เธอกำลังจะก้มหัวขอบคุณผม ผมรีบไปจับเธอไว้ทันที
    “ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ครับ ขอบคุณเรฟ่อนเถอะครับ ถ้าเค้าไม่ไปพบพวกผมเข้า พวกผมก็ไม่คิดจะเดินทางเข้ามาหมู่บ้านนี้หรอกครับ” ผมบอกออกไปเธอหันไปหาลูกชายเธอทันที เรฟ่อนยิ้มแป้นทันที
    “ไม่ต้องมายิ้มแบบนั้นเลยนะลูกน่ะ รู้มั้ยที่ตัวเองทำอันตรายขนาดไหน ทุกคนเป็นห่วงมากนะ” เธอหันไปดุเรฟ่อน
    “ผมขอโทษครับแม่” เรฟ่อนหงอยไปทันที
    “แต่แม่ก็ต้องขอบใจลูกมากเลยนะ ถ้าลูกไม่ไปตามคลาวด์มาคุณพ่อคงแย่ และหลายๆคนอาจจะไม่รอดก็ได้ ลูกเก่งมาก” เธอกอดลูกของเธอ
    “คุณลาล่าครับ ผมรบกวนคุณตามทุกคนที่ยังลุกไหวมาคุยกันทางนี้หน่อยครับ ส่วนเรฟ่อน พี่อยากให้นายเอาเสบียงของเราไปเก็บในห้องครัวให้หน่อยได้มั้ย” เรฟ่อนพยักหน้าและเดินไปทันที ส่วนคุณลาล่าไปเรียกคนที่ยังไหวอยู่มารวมกัน
    “เอาล่ะครับ พรุ่งนี้คนของผมที่อยู่ด้านนอกจะเริ่มโจมตีก๊อบลินจากทางด้านใต้ของหมู่บ้านครับ” ผมบอกทุกคนไป
    “จะไหวหรอพวกมันมีเยอะมากเลยนะ” ชาวบ้านคนนึงค่อนข้างเป็นกังวล
    “ไหวสิครับ ทหารผมฝีมือดีมาก ผมแค่อยากบอกทุกคนไว้ผมไม่ได้ขอให้ทุกคนออกไปช่วยสู้ด้วย ผมแค่อยากให้ทุกคนเตรียมพร้อมไว้ ปกป้องตัวเอง เผื่อมันมีตัวไหนหลุดรอดผ่านเข้ามาในหมู่บ้านได้ ส่วนทางด้านเหนือผมจะจัดการเอง” ผมบอกกับทุกคน
    หลายๆคนสีหน้าเป็นกังวลจนลุงแซมพูดออกมา
    “เราต้องเชื่อใจพวกเค้าแล้วล่ะ ถ้าเค้าไม่มาอีกไม่กี่วันเราก็อดอาหารตายอยู่ดี” ลุงแซมพูดขึ้นมา
    “นั่นสินะ”
    “ใช่แล้วล่ะแซมพูดถูก”
    ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะครับ คุณลาล่าครับคนไหนมีไข้ผมรบกวนเอายาต้มหม้อนั้นไปให้ทุกคนได้ดื่มด้วยนะครับ
    จากนั้นผมก็ไปหาที่นั่งพักผ่อนแถวๆนั้น ก็นะผมนอนง่ายอยู่แล้ว ผมนั่งสมาธิไม่นานก็หลับไปเพราะวันนี้ผมใช้ลมปราณรักษาไปหลายคนอยู่ทำให้ค่อนข้างเหนื่อยพอสมควร
    ผมรู้สึกตัวอีกทีในตอนเช้ามืด ผมค่อยๆหยิบดาบข้างตัวขึ้นมาและค่อยๆลุกโดยพยายามไม่ให้มีคนตื่น
    “จะไปแล้วหรอเจ้าหนูคลาวด์” เป็นลุงแซมนั่นเองที่ทักผม
    “ครับ ผมว่าจะออกไปดูลาดเลาก่อน” ผมบอก
    “ระวังตัวด้วยนะ ทางด้านนี้พวกเราจะปกป้องไว้เอง” ผมเห็นหลายๆคนพยักหน้า อืมดูเหมือนจะทำให้ตื่นแล้วสินะ
    “ทุกคนสบายใจได้ครับ ผมมั่นใจว่ามันจะจบก่อนอาหารเช้าแน่นอน” ผมยิ้มให้ทุกคนก่อนจะก้าวเดินออกจากบ้านไปพร้อมดาบคู่ในมือ และเพลงดาบอาทมาฎที่ผมฝึกมาทั้งชีวิต มันเป็นครั้งแรกที่จะได้ใช้มันฆ่าสิ่งมีชีวิตจริงๆ
    จบ...

    คล้ายกับเรื่องเด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี ที่คุณอ่าน