บรรยากาศในห้องพักรับรองแขกที่เคยจองไว้ให้มู่หลันนั้นเงียบสงบลงเมื่อความวุ่นวายที่โถงล่างผ่านพ้นไป หลงเทียน พยายามเข็นรถเข็นเข้ามาในห้องด้วยความยากลำบากเล็กน้อยเพราะความตื่นเต้น ั์ตาของเขาเต็มไปด้วยความปิติและหยาดน้ำตาที่คลอเบ้า เขาขยับเข้ามาใกล้เมียรักที่นั่งอยู่บนเตียง
"มู่หลัน... ในที่สุดคุณก็กลับมาหาผมจริงๆ" หลงเทียนเอื้อมมือที่สั่นเทาไปหมายจะกุมมือเธอ
แต่มู่หลันกลับสะดุ้งเล็กน้อยและขยับตัวถอยออกไปครึ่ง่ตัว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดระแวง แม้ความรู้สึกส่วนลึกจะบอกว่าชายคนนี้คือคนที่เธอรักที่สุด แต่ภาพความทรงจำที่ยังปะติดปะต่อไม่ได้ทำให้เธอยังไม่กล้าเปิดใจรับเขาเต็มที่ "ฉัน... ฉันขอโทษค่ะ ฉันยังจำไม่ได้ทั้งหมด... มันเหมือนมีกำแพงบางอย่างกั้นฉันไว้"
หลงเทียนชะงักมือค้าง ความเ็ปแล่นผ่านดวงตา แต่เขาก็พยายามฝืนยิ้มอย่างอ่อนโยน "ไม่เป็ไรครับ... แค่คุณกับลูกกลับมาหาผม ผมก็ขอบคุณ์มากพอแล้ว คุณพักผ่อนเถอะนะ ผมจะไม่รบกวนคุณแล้ว"
เขาหมุนรถเข็นหันหลังกลับด้วยท่าทางที่ดูโดดเดี่ยวจนอาเฟยที่ยืนกอดอกดูอยู่ต้องลอบถอนใจ 'โถ่ ท่านพ่อ... มนุษย์หนุ์ ช่างเปราะบางเสียจริง'
"ท่านแม่ครับ พักผ่อนเถอะนะ เดี๋ยวเฟยเอ๋อจะไปส่งท่านพ่อที่ห้องเอง" อาเฟยบอกพลางยักคิ้วให้มู่หลันก่อนจะวิ่งตามรถเข็นออกไป
เมื่อมาถึงห้องพักส่วนตัวของหลงเทียน ซึ่งอยู่ปีกด้านในสุดของคฤหาสน์ ทันทีที่อาเฟยก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา เขาก็ต้องหยีตาลงครึ่งหนึ่ง 'ััเซียน' ของเขาสั่นระฆังเตือนภัยดังลั่น กลิ่นอายความชื้นแฉะที่แฝงไปด้วยไอเย็นะเืของ 'สุสาน' อบอวลอยู่ในห้องนี้ ทั้งที่ภายนอกแดดจ้าและมีเครื่องปรับอากาศทำงานอยู่
"ห้องท่านพ่อ... กลิ่นเหม็นโฉ่ยิ่งกว่าบ่อเกรอะ์เสียอีกนะเนี่ย" อาเฟยเปรยออกมาพลางเอามือปิดจมูก
หลงเทียนขมวดคิ้ว "กลิ่นเหรอ? พ่อไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลยนะอาเฟย มีแต่กลิ่นยาที่หมอจัดให้มาทาขานี่แหละ"
อาเฟยไม่ได้ตอบ แต่เขาเดินสำรวจไปรอบห้องด้วยท่าทางแก่แดดแก่ลม เขาใช้นิ้วเล็กๆ ลากไปตามผนังห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ 'ภาพวาดทิวทัศน์ูเา' ขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่หัวเตียง
"ท่านพ่อ... ภาพนี้ใครเป็คนให้ท่านมา?" อาเฟยถามเสียงเข้ม แววตาเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม
"อ๋อ... เฟยหรง น้องชายพ่อเขาเอามาให้เมื่อสี่ปีก่อนน่ะ เขาบอกว่าเป็ภาพมงคล ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็ว" หลงเทียนตอบโดยไม่คิดอะไร
อาเฟยแสยะยิ้มมุมปาก "มงคลกับผีสิ! นี่มัน 'ค่ายกลกลืนปราณ' ชัดๆ!"
เซียนน้อยไม่พูดเปล่า เขาแอบรวบรวมพลังปราณที่ปลายนิ้วแล้วดีดอากาศใส่ภาพวาดนั้นเบาๆ วิ้ง! ในสายตาของหลงเทียนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในสายตาของอาเฟย เขาเห็นไอควันสีดำทมิฬพุ่งทะลุออกมาจากภาพวาดเป็สายโซ่เส้นเล็กๆ ที่เลื้อยไปพันธนาการขาทั้งสองข้างของหลงเทียนเอาไว้ และปลายอีกด้านของโซ่ดูเหมือนจะมุดลงไปใต้พื้นห้องเพื่อเชื่อมต่อกับอะไรบางอย่าง
"ท่านพ่อนั่งนิ่งๆ นะ ข้าจะช่วยเปิดหูเปิดตาให้ท่านเห็นความจริงเสียหน่อย" อาเฟยเอามือแตะที่หน้าผากของหลงเทียน พลางถ่ายทอดพลังเซียนบริสุทธิ์เข้าไปกระตุ้นจักระที่สาม (ตาที่สาม) ชั่วคราว
"อ๊าก!" หลงเทียนร้องออกมาด้วยความใ เมื่อจู่ๆ ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป เขาเห็นหมอกสีดำคลุ้งไปทั่วห้อง และเห็นโซ่ตรวนที่น่าเกลียดน่ากลัวรัดขาเขาไว้จนเขียวช้ำไปหมด และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ หลังภาพวาดนั้นมี 'ตุ๊กตาเสียกบาล' ที่ทำจากดินเจ็ดป่าช้า ถูกปักด้วยเข็มอาคมเจ็ดเล่มสะกดไว้!
"นี่มัน... นี่มันอะไรกันอาเฟย!" หลงเทียนตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและความกลัว
"นี่แหละครับ สาเหตุที่ขาของท่านไม่เคยหาย และทำไมท่านถึงรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา" อาเฟยเอามือไพล่หลัง วางมาดผู้เชี่ยวชาญ "คุณอารองของท่าน ไม่ได้อยากให้ท่านเดินได้หรอกครับ เขาอยากให้ท่านแห้งเหี่ยวตายไปพร้อมกับความโศกเศร้ามากกว่า"
หลงเทียนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ "เฟยหรง... แกทำกับฉันขนาดนี้เชียวหรือ!"
"ใจเย็นๆ ท่านพ่อ อย่าเพิ่งไปโวยวายตอนนี้" อาเฟยเตือน "ถ้าเราทำลายมันตอนนี้ 'หนูตัวใหญ่' จะรู้ตัว ข้าจะแค่ 'ดัดแปลง' อาคมนี้เล็กน้อย ให้มันสะท้อนไอเย็นกลับไปหาเ้าของมันแทน ส่วนท่าน... ข้าจะมอบโอสถเซียนคืนชีพให้ท่านกิน เพื่อเตรียมตัวกลับมาเดินได้อีกครั้งในเร็วๆ นี้!"
อาเฟยเริ่มร่ายมนต์พึมพำ ภาษาเทพโบราณหลุดออกมาจากปากเด็ก 5 ขวบอย่างคล่องแคล่ว คืนนี้จะเป็คืนแรกในรอบห้าปีที่หลงเทียนจะได้นอนหลับอย่างเป็สุข ขณะที่อีกฟากของคฤหาสน์... ใครบางคนกำลังจะเริ่ม 'หนาวสั่น' เข้ากระดูกดำโดยไม่มีสาเหตุ!