23 – เตรียมตัว (2)
รับภารกิจจากทางกิลด์เสร็จเรียบร้อย มุ่งหน้าไปยังประตูทางออกที่สอง เป็นอีกครั้งที่พวกยามพยายามเตือนว่าข้างนอกนั้น ไม่เหมาะกับเด็กอย่างตนจะออกไปโดยไม่มีผู้ปกครอง แต่พอเห็นเข็มกลัดนักผจญภัยก็ปล่อยให้ออกไปง่ายดาย“เดฟ เดี๋ยวมาตกลงกันเรื่องต่อสู้กันก่อน”“ตกลงอะไร?”“ก็ตอนนี้เราเป็นนักผจญภัย แล้วถ้าทำเควสเร็วเกินอาจจะมีปัญหา ก็เลยคิดว่าอยากลองทำแบบธรรมดาๆบ้างอะไรบ้าง คือ... แบบที่ไม่ต้องโจมตีทีเดียวตายน่ะ! พอเข้าใจรึเปล่า?”“ก็คือจะให้ยั้งแรงเอาไว้?”“อื้ม เจ้าจะได้สนุกกับการเป็นมนุษย์ไง ไม่ดีเหรอ?”“ก็ไม่มีปัญหาหรอก มันก็ดีที่จะลองทำตัวอ่อนแอซะบ้าง” “เอาเข้าจริงข้าก็โยนงานส่วนใหญ่ที่ไม่สำคัญให้เทียร่ารับผิดชอบแทน แถมขออนุญาตจากพระเจ้าท่านเรียบร้อยแล้วด้วย”“? นายเคยพบพระเจ้าท่านด้วยเหรอ?”“ไม่เคยเห็นหน้า แต่ได้ยินเสียงท่านตลอดหากเข้าไปในต้นไม้นั่น”“อ๋อ...” ไนกี พอมีวิธีไหนช่วยลดค่าพลังโจมตีได้รึเปล่า?...> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ได้แน่นอน จะทำการตั้งค่าระดับ S ที่มีอยู่ลดลงมาอยู่ในระดับ A ชั่วคราว ขอเสนอให้คิดรหัสสำหรับการปลดล็อกพลัง...อืม...ก็ตั้งให้เป็น [ปลดปล็อก] นั่นแหล่ะ...> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: รับคำสั่งท่านพริสทีน...ขอบคุณจ้ะ... ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวจนเดฟแอบงง“เจ้ายิ้มอะไร?”“เปล่านี่~”ไม่ยอมตอบรีบสาวเท้าวิ่งหนีอีกฝ่าย เดฟไกส์เองก็วิ่งโวยวายถามไม่หยุด ทั้งสองเดินทางไปเรื่อยเปื่อยไม่รีบร้อนเหมือนครั้งแรกที่เดินทางมายังเมืองอควอเทีย เหมือนมาเดินเล่นกินลมชมวิวแทนเดินทางไปรับภารกิจกำจัดมอนสเตอร์อันตรายรอบข้างเป็นพื้นที่สำหรับปลูกผักผลไม้ที่ตนไม่เคยเห็นมาก่อน เขตนี้ในสมองตอนใช้แผนที่ขึ้นว่าเป็นเขตสำหรับเกษตรกร ชาวนาทำการทำงานเก็บเกี่ยวอย่างแข็งขัน พ่อค้าแม่ค้าขับเกวียนสวนทางกับพวกตนเข้าเมืองเพื่อขายของหรือรับส่งสินค้าพอหลุดจากเขตตัวเมืองเจอทุ่งราบ มีซากปรักหักพังเล็กน้อย ต้นไม้เริ่มมากขึ้นก็ไม่น่ากลัวเท่าโครงกระดูกที่ซ่อนอยู่ตามพื้น...ท้องฟ้าเริ่มมืดจำเป็นต้องตั้งแคมป์กลางทุ่งราบนอกเขตเมือง คาดว่าจะถึงหมู่บ้านเป้าหมายภายในเที่ยงวันรุ่งขึ้น และสภาพอากาศวันนี้ค่อนข้างหนาว“นี่นายไม่หนาวเลยเหรอ...” ลูบแขนตนระหว่างคนสูตว์ในหม้อที่ค่อนข้างใหญ่“ร่างกายข้ามันปรับอุณหภูมิได้เรื่องแค่นี้เลยสบายๆ เจ้าหนาว?”“อือ...ไม่คิดว่านอนข้างนอกมันจะหนาว จริงๆก็อยากทำเสื้อคลุมกันหนาวนะ แต่วัตถุดิบไม่พอ ฮู้ดของชิอินะก็กันหนาวไม่ได้มากด้วย”“หืมมม...” ตัวเขาเองก็ไม่มีเสื้ออะไรจะคลุมให้เจ้าหล่อนซะด้วย อะ...จะว่าไปก็มีอีกวิธีนี่นะ ทำดีไหมฟะ? แล้วถ้าทำยัยนั่นจะปฏิเสธรึเปล่านี่ก็อีกประเด็น ข้าจะทำยังไงดีเนี่ย!!! ขยี้หัวด้วยความหงุดหงิดนั่งครุ่นคิดไปมา ถึงเดฟไกส์จะไม่พูดแต่ก็แสดงออกทางสีหน้าทำเอาเจ้าหล่อนที่กำลังตักสตูว์ส่วนของตนอยู่งงพอควรทานอาหารเสร็จเรียบร้อยก็เตรียมตัวพักผ่อนสำหรับเดินทางต่อ ระหว่างที่พริสทีนใช้ทักษะ [ทำความสะอาด] ร่างกายอยู่ เดฟไกส์ก็ยังคงนั่งคิดหนักว่าควรทำดีไหม หรือไม่ควรทำ“เอาไงเอากัน...” “เอาล่ะเรียบร้อย นอนกันเถ...” หันมามองเพื่อนเป็นอันชะงักเมื่อเห็นสภาพอีกฝ่ายตอนนี้กลับคืนร่างเดิมเป็นไลแคนสีครามตัวใหญ่! ยิ่งแสงสว่างจากดวงจันทร์ฉายลงมาทำให้เขาเด่นยิ่งกว่าเดิม!“นะ...นายทำอะไรเนี่ย! ถ้ามีคนเห็นจะทำยังไง!?”‘ไม่เห็นเป็นไร ข้าไม่ได้คืนร่างโดยไม่กางบาเรียซะหน่อย’“ให้ตายสิ... เอาเป็นว่าคืนร่างทำไม?”‘ก็เห็นเจ้าบ่นว่าหนาว เลยอุตส่าห์ให้โอกาสพิเศษ... ไม่สนรึไง?’ หลังจากนั้นอีกฝ่ายเงียบไม่พูดแล้วนอนลงข้างกองไฟ“โอกาสพิเศษ?” งงกับคำพูด พอสักพักก็เริ่มเข้าใจว่าที่คืนร่างเดิมหมายความว่ายังไงทำเอาหน้าแดงเถือก!มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนไปหมู่บ้านลับแล แล้วเธอนั่งเล่นลูบท้องไลแคนจิ๋วไปมา ขนนุ่มๆฟูๆชวนเคลิ้ม จนชอบเอาพุงไปซุกหรือกอดไปมาแทบตลอด เข้าใจความรู้สึกที่สมัยก่อนมักมีคนถ่ายคลิปเกี่ยวกับซุกพุงสัตว์อย่างน้องแมวน้องหมาหรือลูบขนมันไปมาแต่ลูบได้แค่ขนของไลแคนตัวน้อยไม่กล้าขออนุญาตลูบขนของผู้ใหญ่เท่าไหร่นัก ถึงมันจะดูนุ่มฟูปุกปุยยิ่งกว่าโดยเฉพาะขนของเดฟไกส์ในร่างจริงยิ่งอยากลูบเป็นพิเศษ!!‘ว่าไง ถ้าไม่มา...ข้าจะคืนร่างเดิมแล้วนะ’ ยิ้มเจ้าเล่ห์“!!! ดะ เดี๋ยวสิ...!” ลังเล พอเห็นขนสีดำตัดครามสะท้อนแสงจันทร์จนเห็นประกายด้วยยิ่งเครียดหนักกว่าเดิมถ้าพุ่งไปซุกขนตอนนี้ก็หมดภาพลักษณ์ที่มีมานาน...ต้องแข็งใจไว้สิ! อดทนไว้ อดทนไว้...!!!........“ฟี้...” สุดท้ายก็พ่ายแพ้กับขนนุ่มฟูนั่น นอนซุกตัวอีกฝ่ายโดยมีปีกคลุมเป็นผ้าห่มแทน ไลแคนสีครามถอนหายใจด้วยความโล่งอก นึกว่าจะหน้าแตกโดนปฏิเสธเสียแล้วตอนเธอลังเลก็แอบใจแป้วไปเล็กน้อยนึกว่าเหยื่อจะไม่ติดเบ็ด(?)...‘นอนดีกว่าแฮะ’ว่าจบก็กางอาณาเขตเตือนภัย นอนหลับพักผ่อนเช้าวันรุ่งขึ้นหลังนอนหลับเติมพลังเป็นที่เรียบร้อยก็ออกเดินทางต่อ ภายในเวลาเที่ยงวันก็ถึงหมู่บ้าน พนักงานต้อนรับเคยบอกว่าเป็นหมู่บ้านส่งออกเรื่องน้ำผึ้งรสชาติหอมหวาน ผู้คนในหมู่บ้านน่ารัก เป็นมิตร ถือเป็นหมู่บ้านที่ดีอีกที่แต่เมื่อมาถึงกลับมีแต่ความเงียบ ไร้ชาวบ้านออกมาเดินเล่นแม้จะเป็นช่วงเช้า สภาพบ้านทรุดโทรมเต็มไปด้วยกลิ่นคาวคละคลุ้ง“กลิ่นพวกนี้มัน...”“อืม... กลิ่นเลือดน่ะ” จมูกฟุดฟิด หูกระดิกเล็กๆ “พวกคนในหมู่บ้านสวนใหญ่แอบอยู่ในบ้าน เหมือนจะลังเลว่าพวกเราเป็นใคร”“เข้าใจล่ะ” เดินไปเคาะประตูบ้าน“เจ้าทำคนพวกนั้นตกใจหมดแล้ว...”“อ่ะ โทษที...” เกาแก้มแก้เก้อ ก่อนกระแอมไอเล็กน้อย “ขอโทษนะคะ พวกเรามาจากกิลด์หลักเมืองอควอเทียรับเควสกำจัดมอนสเตอร์ของพวกคุณ ไม่ต้องกลัวนะคะ”ทุกคนในบ้านยังคงเงียบ ไม่กล้าออกมา คงเป็นเพราะเสียงเด็กเลยทำให้ระแวงว่าจะโดนล่อลวงออกมาฆ่า“....พวกเราจะยื่นเข็มกลัดกับใบภารกิจให้เป็นการยืนยันนะคะ”สอดใบภารกิจพร้อมเข็มกลัดผ่านลอดช่องข้างประตูให้ ลังเลว่าจะหยิบดีหรือไม่ แต่สุดท้ายพวกเขาก็หยิบเข้าไป สักพักใหญ่ถึงเปิดประตูออกมา พวกชาวบ้านต่างถืออุปกรณ์ทำฟาร์มหรืออาวุธผุพัง สีหน้าดูหวาดระแวง“เด็กอย่างเจ้า...จะมาช่วยพวกเราได้จริงรึไง...”“แน่นอนค่ะ ไม่ต้องนะคะ” ยิ้มหวาน“ถ้าลุงจะมาเป็นห่วงพวกเรา ควรเป็นห่วงเจ้าหมีงี่เง่านั่นดีกว่า เพราะยัยนี่มันตัวอันตรายยิ่งกว่า” มือดึงฮู้ดคลุมผมพริสทีนลงจนพวกชาวบ้านเห็นผมสีเงินนั่น“!!!!!!” ชาวบ้านตั้งท่าเตรียมต่อสู้ พวกผู้หญิงกอดลูกหรือวิ่งไปหลบข้างในกันยกใหญ่“เดฟ....” กุมขมับเหนื่อยกับการอธิบายเรื่องผมสีเงินของตน ตั้งใจไว้ว่าจะปิดเงียบไม่อยากให้คนในหมู่บ้านรู้“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ บอกๆไปเถอะ ยังไงเจ้าก็ซ่อนตลอดไปไม่รอดหรอก บอกไปซะให้จบๆไป นี่ลุง จะกลัวอะไรก็คิดหน่อย ระหว่างเจ้าหมีตัวอันตรายกับเด็กผมสีเงินที่มาช่วยเหลือเนี่ย เลือกให้ดี”คนในหมู่บ้านหันไปพูดคุยปรึกษากัน “....เข้าใจล่ะ ข้าขอเชื่อใจพวกเจ้า... ยังไงพวกเราก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว...”“ขอบคุณค่ะ ไม่ต้องห่วง พวกเราจะปกป้องทุกคนเอง ถ้ายังไง...ขอทราบข้อมูลของเจ้าหมีที่ถล่มหมู่บ้านหน่อยค่ะ”ชาวบ้านพาทั้งคู่ไปดูบริเวณที่เจ้าหมีตัวอันตรายบุกมา เล่าว่ามีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเข้าไปหาของป่า แต่กลับเจอมันโดยบังเอิญจนโดนฆ่าตายและถูกกิน และมันตามคนที่รอดมาได้เพื่อมาฆ่า เนื่องด้วยนิสัยของมัน...จะไม่ยอมปล่อยเหยื่อให้หนีรอดถึงมันจะกินคนแต่ก็มีความเป็นหมีคือชอบน้ำผึ้ง หมู่บ้านนี้จึงตกเป็นเหยื่อการอาละวาดของมัน นอกจากกินคนยังกินน้ำผึ้งจนพวกเขาขาดรายได้ เคยมีนักผจญภัยถูกส่งมาแต่กลับถูกมันฆ่าตายจนหมด“ถ้ามันหมายหัวใครคือตายหมดสินะคะ... ทำไมทุกคนไม่หนีไปจากที่นี่ล่ะคะ?”“พวกเราผูกพันกับที่นี่ และถ้าเราหนีมันก็จะตามเรามา... มันจำหน้าของพวกเราได้หมดทุกคน ที่ยังรอดได้จนทุกวันนี้ก็เพราะเอาน้ำผึ้งมากองไว้ให้มันกินเยอะมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้ามันไม่อิ่มก็จะออกอาละวาดกินพวกเรา...”“น่าสงสาร....”“ไม่เป็นไรลุง พวกเราจะจัดการมันเอง บอกเลย...หลังจากนี้จะไม่เจอพวกมันอีกตลอดกาล...” แสยะยิ้มจนหลายคนขนลุก...เดฟ คนในหมู่บ้านเริ่มกลัวนายแทนแล้วล่ะ... เป็นอีกครั้งที่ต้องเครียดแทนเจ้าหมีนั่นจะบุกมาช่วงกลางคืน แม้ว่าช่วงเช้าจนเย็นจะปลอดภัยแต่ก็ระแวงทุกครั้งว่ามันจะบุกมาหรือไม่ มีบางครั้งมันบุกมาช่วงเช้าจนตื่นตระหนกกันไปหมด ลูกเล็กเด็กแดงสูญเสียพ่อแม่ที่พยายามปกป้องพวกเขา“คืนนี้สนุกแน่...”