หนึ่งฝันพันจักรวาล

    ตอนที่ 40 ห้าร้อยปีในชั่วข้ามคืน

    เปลือกตาที่หนักอึ้งของเซ็นเปิดขึ้น...สู่ความว่างเปล่า

    ไม่มีเพดานห้อง ไม่มีโต๊ะทำงาน ไม่มีแสงไฟสีนวล...มีเพียงความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์ของอวกาศที่รายล้อมรอบตัวเขา ร่างของเขาลอยอยู่อย่างอิสระท่ามกลางหมู่ดาวที่ส่องประกายระยิบระยับนับล้านดวง แต่เขากลับไม่รู้สึกหนาวหรือขาดอากาศหายใจ นี่คือโลกแห่งความฝัน...แต่เป็นความฝันที่แตกต่างออกไป

    เบื้องหน้าของเขาคือดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่กำลังเปล่งพลังงานสีทองอร่ามออกมาจางๆ ราวกับเป็นดวงประทีปในความมืด เขารู้สึกถึง "การเรียกหา" ที่คุ้นเคย...คลื่น Resonance ที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยปัญญา...มันกำลังดึงดูดจิตสำนึกของเขาเข้าไป

    ภาพทุกอย่างหมุนคว้างก่อนจะปรากฏเป็นภาพใหม่...เขากำลังยืนอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่ถูกเมฆหมอกสีทองปกคลุม อากาศเย็นสบายและเต็มไปด้วยพลังปราณที่หนาแน่นจนสัมผัสได้ เบื้องหน้าของเขาคือสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่ดูคล้ายวัดหรือสำนักฝึกตนโบราณ มันถูกสร้างขึ้นอย่างงดงามและกลมกลืนไปกับภูผา สถาปัตยกรรมไม้สีเข้มถูกเสริมด้วยเส้นสายของรูนที่เรืองแสงสีทองจางๆ ตามขอบและเสา

    เขาเดินเข้าไปภายใน...ทุกอย่างเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่าง ณ ใจกลางโถงที่กว้างใหญ่ที่สุด เขาก็ได้พบกับร่างที่คุ้นเคย...

    ซู่เหยียนจื่อ กำลังนั่งขัดสมาธิทำสมาธิอยู่บนแท่นหยกขาว รูปลักษณ์ของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง บัดนี้เขาคือชายสูงวัยที่ใบหน้ามีริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตายังคงปิดสนิท ท่วงท่าสงบนิ่งแต่แผ่กลิ่นอายที่น่าเกรงขามออกมา ร่างกายของเขามีเส้นสายของรูนเรืองรองฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนัง

    ทันใดนั้น ดวงตาของซู่เหยียนจื่อก็ค่อยๆ เปิดขึ้น เขามองตรงมายังจุดที่เซ็นยืนอยู่ ราวกับมองเห็นตัวตนที่ไม่มีใครมองเห็นได้

    "ท่านอาจารย์..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลึกและเปี่ยมด้วยความเคารพ "นั่นท่านจริงๆ หรือขอรับ...เราไม่ได้พบเจอกันมานานแสนนานจริงๆ"

    เซ็นที่ยืนอยู่ในมุมมองของผู้เฝ้ามองนึกขำในใจ... "นานก็นานวะ ฉันเพิ่งฝันถึงนายไปไม่กี่ครั้งเอง"

    "นานมาก...เป็นยังไงบ้าง? นายดูแก่ไปหลายปีเลยนะ 555" เซ็นพูดออกไป แม้จะรู้ว่าเสียงของเขาคงไม่ดังออกมาในโลกนี้

    ซู่เหยียนจื่อกลับยิ้มบางๆ ราวกับได้ยิน "ท่านอาจารย์...นี่ก็จะ 500 ปีแล้วขอรับที่ท่านหายไป จะไม่ให้ข้าดูแก่ขึ้นได้อย่างไร"

    คำพูดนั้นทำให้ความคิดทั้งหมดของเซ็นหยุดชะงัก... 500 ปี!!!

    เขาตกตะลึงกับความแตกต่างของกาลเวลา...เวลาในโลกของเขาอาจจะผ่านไปไม่กี่เดือน แต่ในโลกใบนี้...มันคือครึ่งสหัสวรรษ

    "ที่นี่คือ 'สำนักอักขระสวรรค์' ที่ข้าสร้างขึ้นเองขอรับ" ซู่เหยียนจื่อกล่าวต่อ "ทั้งหมดนี้...เกิดขึ้นได้ด้วยความรู้ที่ท่านอาจารย์ได้มอบให้ข้าในวันนั้น" เขาก้มศีรษะลงคำนับอย่างนอบน้อมที่สุด "ข้า...ซู่เหยียนจื่อ...ขอขอบคุณท่านอาจารย์อย่างสุดหัวใจ"

    "ลุกขึ้นเถอะน่า!" เซ็นเผลอตะโกนออกมา "นี่มันคือความพยายามทั้งหมดของนายนะ ภูมิใจในตัวเองได้เต็มที่เลย!" เขาพยายามจะเดินเข้าไปหา แต่แล้วก็สังเกตเห็นร่างกายของซู่เหยียนจื่อที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เขานึกถึงฝันครั้งท้ายที่ซู่เหยียนจื่อใช้มีดสลักกรีดลงบนร่างกาย แต่ตอนนี้...มันเป็นแบบนั้นแทบทุกส่วน

    "แล้ว...ร่างกายของนายน่ะ..."

    ทันทีที่เซ็นตั้งคำถามนั้น...ภาพความทรงจำตลอด 500 ปีของซู่เหยียนจื่อก็ได้ไหลบ่าเข้าสู่จิตสำนึกของเซ็นอย่างรุนแรง!

    เขาเห็นภาพของซู่เหยียนจื่อในวัยหนุ่มที่ตัดสินใจออกจากตระกูล...ออกเดินทางเพียงลำพังเพื่อพิสูจน์ว่า "ไม่ต้องมีพลังปราณ ก็แข็งแกร่งได้" เขาสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวบนเส้นทางที่ปกคลุมด้วยหิมะและความเจ็บปวดจากบาดแผลเก่าที่ยังไม่หายดี

    เขาเห็นฉากการต่อสู้กับศิษย์จากสำนักใหญ่ที่จบลงด้วยชัยชนะจากไหวพริบและการใช้รูนอย่างเหนือชั้น...ตามมาด้วยการถูกไล่ล่าจากผู้อาวุโสทั้งสำนักที่เต็มไปด้วยความอัปยศ เขาได้ลิ้มรสความกลัวของการหนีตายและการซ่อนตัวในเงามืด

    เขาเห็นการเดินทางที่โดดเดี่ยวข้ามหุบเขาและป่าอสูร การเอาชีวิตรอดด้วยมันสมองและศาสตร์แห่งรูนที่เขายังไม่เข้าใจดีนัก และภาพที่เขาสร้างศาสตราจากรูนชิ้นแรกขึ้นมา...ดาบสั้นที่สลักด้วยรูน ᛏ (Tiwaz) ด้วยความตื่นเต้นและภาคภูมิใจ

    จากนักรบเร่ร่อน...เขาล้มสำนักเล็กๆ ที่ดูแคลนเขา...การต่อสู้ขยายจากหนึ่งต่อหนึ่งไปสู่สงครามระดับเมือง เขาเริ่มรวบรวมผู้ที่ถูกทอดทิ้งและไร้พลัง มาสอนศาสตร์แห่งรูน ก่อให้เกิดปรัชญาที่ว่า "ผู้ไร้พลังก็สามารถเดินในทางที่แตกต่างได้" เซ็นรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของมิตรภาพและความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้น

    ภาพของการผงาดขึ้นสู่ตำนาน...เขายึดเมือง...โค่นสำนักใหญ่...และสร้างเครือข่ายผู้ใช้รูนไปทั่วทั้งทวีป บีบให้โลกยุทธภพที่เคยดูแคลนต้องยอมรับในตัวตนและศาสตร์ของเขา เซ็นสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งของภาระในฐานะผู้นำ

    ภาพของการค้นพบ "ประตูค่ายกล" โบราณที่นำเขาไปสู่ดวงดาวอื่น...การปะทะกับผู้ใช้พลังปราณจากต่างดาวที่ทำให้ชื่อของ "ปรมาจารย์รูน ซู่เหยียนจื่อ" กระจายไปทั่วทั้งสรวงสวรรค์...

    และภาพสุดท้าย...คือการก่อตั้ง "สำนักอักขระสวรรค์" บนดาวเคราะห์ที่ไร้เจ้าของ...สถานที่ที่เปิดรับผู้ไร้พลังจากทั่วทุกมุมจักรวาล ให้มาเริ่มต้นเส้นทางใหม่...

    ทุกความสำเร็จ...ทุกความล้มเหลว...ทุกความเจ็บปวด...และความโดดเดี่ยวของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ตลอด 500 ปี...บัดนี้ได้ถูกส่งต่อมายังเซ็นในชั่วพริบตา

    เซ็นถึงกับทรุดลง เขากุมขมับ หายใจหอบอย่างหนัก...น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เขามองไปยังซู่เหยียนจื่ออีกครั้งด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป...มันเต็มไปด้วยความเข้าใจ, ความนับถือ, ความเศร้า...และแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อยต่อเส้นทางที่ชายคนนี้ได้เดินผ่านมา

    นี่คือชีวิต...ของปรมาจารย์แห่งรูนอย่างแท้จริง

     







     

    จากผู้เขียน:

    500 ปีแห่งการเดินทาง...ได้ถูกส่งต่อในชั่วพริบตา แต่เรื่องราวของปรมาจารย์รูนยังไม่จบลง...

    บทสรุปที่แท้จริงที่เต็มไปด้วยการต่อสู้, การทรยศ, และการเสียสละครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

    ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝันพันจักรวาล ที่คุณอ่าน