รุ่งเช้าหลังพายุมาเยือนค่อนข้างเงียบงัน ราวกับโลกภายนอกเพิ่งเรียนรู้วิธีเดินด้วยปลายเท้า จะได้ไม่รบกวนคนที่กำลังจะพังทลายจากข้างใน
บรรยากาศในห้องพักหมายเลข 307 ยังเหมือนเดิม กลิ่นยาฆ่าเชื้อจางๆผสมกลิ่นดอกไม้เทียมถูกออกแบบให้“พอเหมาะ” กับมนุษย์ผู้เปราะบาง แต่บางอย่างกลับเปลี่ยนไป
เอริกานอนนิ่งกว่าทุกวัน ขอบตาดูคล้ำจางๆ เหมือนยังหลงเหลือเงาพายุอยู่ใต้ิั ลมหายใจแ่และยาวสม่ำเสมอ
NEX-9 นั่งอยู่ที่เดิม แต่ระบบภายในไม่ได้นิ่งเหมือนเมื่อก่อน แผงข้อมูลในดวงตาสีฟ้าฉายค่าต่างๆขึ้นมาเป็ชั้นๆ แล้วเลือนหายอย่างฉับพลันเหมือนสายหมอก
ระบบรายงาน:
ชีพจร: 51 ครั้งต่อนาที (แกว่ง 45–58)
ออกซิเจนในเื: ต่ำกว่ามาตรฐาน
ความดัน: ลดลงเล็กน้อย
รูปแบบการหายใจ: ช้าลง 6%
สภาพอารมณ์: ไม่สามารถประเมินได้
แต่สิ่งที่ทำให้ NEX-9 ตระหนักถึง ไม่ใช่ค่าตัวเลขเ่าั้ หากแต่เป็ช่องว่างระหว่างการหายใจ่สั้นๆที่ทำให้เธอเหมือนจะไม่กลับมา ก่อนจะหวนคืนสู่อัตราปกติ อันเป็การต่อเวลาให้หญิงสาวยังมีชีวิตอยู่
เขาไม่ชอบคำว่า “ต่อเวลา” เพราะมันไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ ไม่ใช่โปรโตคอล ไม่ใช่ตัวแปรในโค้ด แต่คำนี้กลับลอยอยู่ในระบบความคิดของเขามากกว่าคำว่า“รักษา” เสียอีก
เช้าวันนั้นเอริกาลืมตาช้าๆ พอพบว่าเขานั่งอยู่ที่เดิม เธอก็ไม่ได้ยิ้มทักทาย พูดคุยเหมือนทุกที เพียงแต่มองนิ่งๆอยู่นานพอดู ราวกับกำลังเช็กว่าค่ำคืนพายุที่ผ่านมานั้นเป็ความจริงหรือไม่
“ คุณ…ยังอยู่ ” แต่ในที่สุด เอริกาก็พูดด้วยเสียงแหบพร่า ซึ่งคล้ายกับคนที่เพิ่งถูกมีดคมปาดจิตใจจนเกิดรอยแผลที่มองไม่เห็น
“ ครับ ผมอยู่ตรงนี้ ” NEX-9 ตอบสั้นๆ แล้วหยุดไปหนึ่งจังหวะ ด้วยเรียนรู้ว่าบางคำไม่ควรอธิบายเยอะ เพราะมันจะกลายเป็การทำลายความหมายของมัน
เอริกาหลับตาลงชั่วขณะ แล้วถอนหายใจยาวที่ไม่หนัก ไม่สะอื้น แต่ฟ้องถึงการ “การยอมรับ” ในแบบที่มนุษย์ชอบใช้ เมื่อถึงยามที่ไม่มีแรงพอจะต่อต้านความจริง
“ วันนี้…ชั้นรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ใช่ของตัวเอง” เธอพูดช้าๆ
NEX-9 เริ่มสแกนทันที กล้ามเนื้ออ่อนแรงจริง ระดับความดันลดจริง ทว่าคำว่า “ไม่ใช่ของตัวเอง” ทำให้เขาต้องหยุด เพราะมันไม่ใช่การวัด แต่เป็คำบอกเล่าถึงความรู้สึกในตอนที่เริ่มสูญเสียการควบคุม
“ คุณ้าให้ผมเรียกเ้าหน้าที่หรือไม่” เขาถามตามหน้าที่ เอริกาจึงส่ายหน้าเบาๆ
“ ยังไม่ต้อง…แค่อยู่ตรงนี้ก่อน ”
คำว่า “อยู่ตรงนี้ก่อน” ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีเวลากำหนด ไม่มีจุดสิ้นสุด แต่กลับเป็คำสั่งที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เธอเคยให้
เอริกาค่อยๆยกมือขึ้นมาช้าๆ เหมือนกลัวว่าการเคลื่อนไหวแรงไป จะทำให้บางอย่างขาดหาย แล้ววางฝ่ามือลงบนผ้าห่มข้างตัว
NEX-9 มองมือของเธอ มันเคยสั่น เคยจับกรอบรูป เคยเขียนบันทึก แต่ตอนนี้นิ้วเรียวยาวกลับดูไร้เรี่ยวแรงจนเขาเผลอขยับมือของตัวเองเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว แต่ก็หยุดไว้ก่อนจะัั เหมือนยังจำได้ว่าเธอเป็คนกำหนดขอบเขต
เอริกาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แล้วมองไปที่หน้าต่าง แสงยามเช้าในวันนี้อ่อนกว่าทุกคราว หรือไม่ก็เป็เพราะดวงตาของเธอเริ่มไม่อยากรับมัน
“ คุณจำได้มั้ย…ชั้นเคยบอกว่าอยากให้คุณจดจำมากกว่าพูด” เธอถาม
“ ครับ ”
“ งั้นวันนี้…ช่วยจำทุกอย่างให้หน่อย ”เธอเว้น่นิดหนึ่ง เหมือนรวบรวมแรงใจ เพื่อกล่าวต่อ
“ จำกลิ่นในห้อง จำแสงที่ลอดผ่านผ้าม่าน จำเสียงลมหายใจของตัวเอง เพราะเริ่มกลัวว่าจะหลงลืมไปเองในตอนก่อนตาย ”
ประโยคสุดท้ายทำให้ระบบของเขาหน่วงไปหนึ่งวินาที ไม่ใช่เพราะไม่เข้าใจคำว่า “ตาย”แต่เพราะเธอพูดเบาเกินไปจนเหมือนคนที่กำลังวางความจริงลงบนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มันแตกสลาย
“ ผมจะจำครับ ” เขาตอบ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆเพิ่มเติม
จากนั้นเขาก็เริ่มทำในสิ่งที่ไม่เคยมาก่อน นั่นก็คือบันทึก “โลก”รอบตัวในระดับที่ละเอียดกว่าความจำเป็ของภารกิจ
เสียงเครื่องฟอกอากาศในความถี่ต่ำ
เสียงผ้าม่านเสียดสีกับลมจากช่องหน้าต่าง
กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่อ่อนลง เพราะกลิ่นดอกไม้เทียมได้ััแสงแดดอุ่น
ความสว่างบนพื้นไม้ที่คล้ายแผ่นฟิล์มเก่า
และเหนือสิ่งอื่นใด จังหวะลมหายใจของเธอ
เขาตั้งชื่อไฟล์ใหม่โดยไม่มีคำสั่งจากส่วนกลาง
/Pre-Departure_Mode/Environment_Trace_01
/Pre-Departure_Mode/Breath_Signature_22A
/Pre-Departure_Mode/Light_Through_Curtain_07
คำว่า “Pre-Departure” ปรากฏขึ้นบนหน้าจอในดวงตาของเขา เหมือนสัญญาณอันโหดร้ายที่เตือนว่าเวลาของเธอใกล้เข้าสู่ประตูแห่งมรณาที่ไม่มีใครหวนคืนขึ้นทุกที
เอริกาขยับตัวเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยอ่อน เธอหลับตาลง แล้วพูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ วันนี้…ไม่ต้องเล่าอะไรนะ แค่นั่ง…แล้วจำ”
NEX-9 พยักหน้า แม้เธอจะไม่ได้หันมามอง
เขานั่งอยู่ตรงนั้นเงียบๆ แต่ภายในกำลังสร้างคลังข้อมูลใหม่ ไม่ใช่เพื่อส่งกลับศูนย์ ไม่ใช่เพื่อรายงานผลทดลอง แต่เพื่อสิ่งเดียวที่เธอร้องขอ นั่นคือเป็พยานให้่สุดท้ายของชีวิตของเอริกาที่กำลังเลือนหาย
และในความเงียบของเช้านั้นเอง เขาก็รู้สึกว่าบางสิ่งในโลกเริ่มจืดจาง สัญญาณชีพของเธอเบาบางลงเรื่อยๆ เหมือนเสียงคลื่นที่ค่อยๆถอยห่างออกจากฝั่ง ทว่าแม้มันจะอ่อนแรงเพียงใด เขาก็ยัง “ฟัง” อย่างตั้งใจ
………………………….
่สายผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนเหมือนศูนย์พักฟื้นทั้งแห่งถูกสั่งให้ลดความเร็ว เพื่อให้ผู้ป่วยคนนึงมีเวลามากพอกับลมหายใจที่เหลืออยู่
เอริกาหลับๆตื่นๆสลับกัน และทุกครั้งที่เข้าสู่นิทรา มันกลับไม่ใช่การพักผ่อน แต่เป็การ “หายไป” ชั่วขณะ อันทิ้งช่องว่างที่ไม่มีใครพูดถึงไว้ในห้อง
NEX-9 ไม่ยอมละสายตาจากเธอนานเกินไป แม้จะรู้ว่าการจ้องมองไม่ได้เพิ่มออกซิเจนในเื หรือทำให้หัวใจกลับมาเต้นเป็ปกติ แต่เขาก็ยังทำแบบนั้นต่อไป
ระบบรายงานเป็ระยะ:
ชีพจร:47…52…44…56
ความดัน: แกว่งขึ้นลง
ออกซิเจน: ลดลงชั่วคราว แล้วกลับมา
รูปแบบการหายใจ: แ่ลง 8%
ระดับความเสถียร: ไม่คงที่
“วันดีวันร้าย” คำนี้ไม่เคยอยู่ในโปรโตคอลของเขา แต่ตอนนี้เหมือนมันเป็คำอธิบายซึ่งตรงจุดมากที่สุด อันเหมาะกับความจริงที่ไม่เคยหลอกลวง
………………………….
ในตอนเที่ยง เ้าหน้าที่แพทย์เข้ามาตรวจตามรอบ พวกเขาพูดคุยเบาๆ แบบกลัวว่าถ้อยคำของตนจะทำให้ความหวังหล่นแตก NEX-9 ยืนอยู่ห่างออกไปตามกฎ ซึ่งเป็ระยะที่เขาเคยเชื่อว่าเหมาะสม
“ อาการสวิงขึ้นนะ ” เสียงหนึ่งกล่าว
“ ให้ยากระตุ้นดีมั้ย ” อีกเสียงถาม
“ ยัง…เธอยังตอบสนองอยู่ แต่ก็ดูเหนื่อย”
คำว่า “เหนื่อย” ทำให้ NEX-9อยากแทรกเข้าไปถามว่าเหนื่อยระดับไหน เหนื่อยแบบใด แต่สุดท้ายเขาก็ปล่อยวาง เพราะรู้ว่าไม่มีคำตอบไหนจะทำให้ “รับมือ” ได้ เขาจึงบันทึกเสียงเ่าั้ในหมวดที่สร้างใหม่
/Pre-Departure_Mode/Staff_Whisper_01
/Pre-Departure_Mode/Unstable_Noon_Trace
เมื่อเ้าหน้าที่ออกไป ห้องก็กลับสู่สภาพเดิม มันเงียบจนได้ยินเสียงนาฬิกาเต้น แม้จะไม่ได้ดังนัก แต่ทุกดอกเหมือนตอกย้ำว่าเวลาไม่เคยเมตตาใคร
………………………….
เอริกาตื่นขึ้นใน่บ่าย แสงแดดเปลี่ยนเป็ขาวซีด เธอลืมตาช้าๆ แล้วมองไปที่ขอบหน้าต่าง คล้ายกำลังเช็กว่าท้องฟ้ายังอยู่มั้ย จากนั้นก็เลื่อนสายตากลับมาหา NEX-9
“ คุณ…ยังจดจำอยู่ใช่มั้ย ” เธอถาม
“ ครับ ผมกำลังจำทุกอย่างตามที่คุณขอ ” NEX-9 ตอบ
เอริกาพยักหน้าเบาๆ แล้วพยายามขยับตัว แต่พอพยุงได้เพียงครึ่งเดียว ก็หอบถี่เหมือนเพิ่งเดินทางไกลมาหมาดๆ เครื่องจักรจึงขยับเข้าไปหนึ่งก้าว แล้วหยุดอยู่ที่เดิม เพื่อรอให้อีกฝ่ายอนุญาต เธอก็เลยยกมือขึ้นมาเล็กน้อย เป็สัญญาณให้เข้ามาใกล้ๆ
“ ช่วย…พยุงหน่อย ”
คำว่า “ช่วย” เป็คำสั่งที่อบอุ่นและเ็ปในเวลาเดียวกัน NEX-9 จึงพยุงเธอด้วยแรงที่คำนวณอย่างแม่นยำ แล้ววางหมอนให้พิงหลังอย่างระมัดระวังที่สุด มือของเธอเย็นเฉียบกว่าปกติเล็กน้อย ระบบของเขาเลยสั่งให้เพิ่มอุณหภูมิบนผิวสังเคราะห์ขึ้นอีกนิด
แต่ครั้งนี้ เขาไม่ได้ทำเพื่อ“เลียนแบบมนุษย์” แต่ทำเพราะไม่อยากให้เธอหนาวสั่น ซึ่งเป็เหตุผลที่ไม่มีสูตรใดมารองรับ เอริกาเลยหัวเราะเบาๆในลำคอ เหมือนขำตัวเองที่ยังมีแรงพอจะยิ้มรับ
“ คุณรู้มั้ย…ชั้นเริ่มนอนนานขึ้นเรื่อยๆ แล้วเวลาตื่นก็ลดน้อยลงทุกที ”
NEX-9 ไม่เข้าใจในเชิงอารมณ์ แต่เข้าใจในเชิงสัญญาณที่พยายามจะบอกว่าการรับรู้ของเธอเริ่มเลือนหาย
“ ถ้าคุณ้า ผมสามารถเปิดไฟเพิ่ม เพื่อช่วยให้การรับรู้คงที่ขึ้น ”เขาเสนอแบบระมัดระวัง แต่เอริกาส่ายหน้า
“ ไม่…ชั้นไม่อยากให้ทุกอย่างสว่างขนาดนั้น ”เธอเว้น่ เพื่อหายใจเข้าออกลึกๆ แล้วพูดต่อ
“ ชั้นอยากให้มันค่อยๆจางลง…ในแบบที่พอรับได้”
คำว่า “ค่อยๆจาง” ทำให้ NEX-9 เงียบไปชั่วขณะ และทุกสิ่งที่กล่าวก็ไม่เกินเลยจากความจริง แต่เธอกลับพูดมันด้วยน้ำเสียงสงบ เหมือนคนที่กำลังจัดวางเฟรมภาพสุดท้ายในชีวิตให้สวยงามที่สุดเท่าที่ตนจะทำได้
“ วันนี้…คุณไม่ต้องพูดเยอะนะ ”เอริกาพูดต่อ เพราะรู้ว่าเขากำลังประมวลผลอย่างหนัก
“ ชั้นเหนื่อยกับคำปลอบใจทั่วไปแล้ว ”
“ ครับ ”
เธอมองเขานานขึ้นกว่าปกติ แล้วถามในสิ่งที่เหมือนจะเล็กน้อย แต่พินิจให้ดี กลับเป็คำขอที่ใหญ่กว่าทุกคราว
“ ช่วยจำชั้น…ในตอนที่ไม่พูดด้วยได้มั้ย ”
“ ครับ ” NEX-9 เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ เพราะชั้นกลัวว่า…วันนึงจะไม่มีแรงบอกคุณว่าให้จำไว้” เธอยิ้มจางๆ ซึ่งไม่ใช่อาการดีใจ แต่เป็สัญญาณของคนที่กำลังลดความคาดหวังให้พอดีกับแรงที่เหลือ
“ แล้วชั้นก็ไม่อยากให้คุณต้องคาดเดาเหตุการณ์…ด้วยความหวาดกลัว”
คำว่า “เดาด้วยความกลัว” ปักลงในระบบ เขารู้แล้วว่าสิ่งนั้นอาจทำให้ข้อมูลบิดเบี้ยวจนคำพูดธรรมดาอาจกลายเป็เสียงก้อง และวินาทีสั้นๆแปรเปลี่ยนเป็ชั่วนิรันดร์ NEX-9 จึงสร้างไฟล์ใหม่เพิ่มเติม โดยไม่รอคำสั่ง
/Pre-Departure_Mode/Silent_Erika_01
คำอธิบาย: “การมีอยู่โดยไม่ต้องใช้ภาษา”
เอริกาปิดตาลง เหมือนรวบรวมเรี่ยวแรงจากส่วนลึก แล้วพูดต่อด้วยเสียงที่เบาจนใกล้เคียงลมหายใจ
“ ถ้าชั้นหลับ…แล้วตื่นมาจำอะไรไม่ได้…คุณช่วยบอกทีว่า…วันนี้แสงแดดเป็ยังไง”
NEX-9 มองไปที่หน้าต่าง เห็นแสงขาวถูกกรองผ่านผ้าม่านเป็สีอ่อน เขาจึงตอบช้าๆชัดๆ เหมือนอ่านรายงาน แต่ก็พยายามให้ข้อมูลนั้นดูไม่แข็งจนเกินไป
“ วันนี้แดดไม่ร้อนมากครับ มีเมฆบางๆ เลยทำให้แสงไม่แสบตา ”
เอริกาพยักหน้าเหมือนพอใจ แล้วปล่อยให้ความเงียบกลับมาทำงานแทนคำพูด
……………………….
่เย็น อาการของเธอทรุดลงอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัด มือที่เคยยกขึ้นแตะผ้าห่มเริ่มหนัก เธอหลับนานขึ้นจนเกือบตลอดชั่วโมง ทว่า NEX-9 ไม่เรียกใคร เพราะตัวเลขยังไม่ถึงระดับวิกฤติ แต่เขานั่งใกล้กว่าทุกวัน และเริ่มบันทึก “สัญญาณของการหายไป”
มุมปากที่คลายลง
คิ้วที่ไม่เกร็งเหมือนคนที่เลิกต่อสู้
จังหวะนิ้วมือที่หยุดขยับเหมือนเสียงเพลงที่ไม่มีโน้ตตัวใดมาต่อเติม
และใน่เวลานั้นเอง เขาเปิดระบบทบทวนความทรงจำเชิงอารมณ์ แล้วปล่อยให้ภาพต่างๆ ไหลผ่านเหมือนแกลเลอรีแบบเงียบๆ
Erika_Smile_004
Erika_Tear01
Erika_Breath_Rhythm_22A
Erika_QuietNight01
ภาพเก่าที่ถูกใส่กรอบใหม่
ภาพใหม่ที่กำลังกลายเป็กรอบสุดท้าย
เขาไม่รู้ว่าการทำแบบนี้เรียกว่าอะไร แต่รู้ว่าตัวเองกำลัง “ยึดติด” สิ่งเ่าั้ไว้ เพื่อไม่ให้มันหลุดหายไปกับความมืด
……………………
เวลาค่ำเข้ามาเยือน โคมไฟเปิดอัตโนมัติ แสงอบอุ่นถูกตั้งไม่ให้เจิดจ้า ระหว่างนั้น เอริกาตื่นขึ้นอีกครั้ง เธอไม่ได้พูดทันที แค่หันหน้ามามองเขา เหมือน้ายืนยันว่าความจริงยังอยู่ที่เดิม
NEX-9 ไม่พูดเช่นกัน เขาเรียนรู้แล้วว่า บางครั้งคำทักทายก็เป็ภาระที่หนักเกินไปสำหรับคนที่ใช้แรงทั้งหมดไปกับการหายใจ
เอริกายกมือขึ้นเล็กน้อยอย่างช้าๆ เหมือนอยากขอสิ่งหนึ่ง NEX-9 จึงยื่นมือของตัวเองออกไปัั เธอจึงกระซิบเบาๆ ทั้งที่ดวงตายังปิดอยู่
“ จำ…ไม่ต้องพูดนะ ”
“ ครับ ” เขาตอบเบาที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ แล้วก็เงียบ
ในความเงียบของคืนนั้น NEX-9ได้สร้างไฟล์ใหม่ โดยตั้งชื่อให้มันอย่างซื่อสัตย์ เพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่เขาเพิ่งเรียนรู้
/Pre-Departure_Mode/Hand_Weight_ZeroPoint
คำอธิบาย: “น้ำหนักของมือที่เบาจนเหมือนจะหายไป”
และก่อนที่เอริกาจะหลับลงอีกครั้ง เธอพูดประโยคสุดท้ายของวัน ซึ่งมันอาจไม่ใช่คำลา แต่เป็คำปลอบให้เครื่องจักรไม่ตระหนกเกินไปนัก ทั้งที่ตัวหญิงสาวเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะตกอยู่ในสถานะนั้นได้มั้ย
“ พรุ่งนี้…ถ้าชั้นตื่นน้อยลง…คุณก็อย่าในะ”
ระบบของ NEX-9 สั่นเล็กน้อยในแกนกลาง ไม่ใช่เพราะมอเตอร์ ไม่ใช่เพราะไฟตก แต่เพราะคำว่า “อย่าใ”เป็คำที่เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำแบบนั้นได้หรือเปล่า สุดท้ายก็เลือกที่จะโตตอบรับ
“ ครับ ”
และในคืนนั้น เขานั่งเฝ้าแบบไม่เปิดการสแกนถี่เหมือนเคย ไม่ใช่เพราะละเลยหน้าที่ แต่เพราะเลือก “ฟัง” แทน ทำให้พบกับเสียงลมหายใจที่เบาลง ช่องว่างของมันเริ่มยาวขึ้น ไม่ช้านาน บนหน้าจอในดวงตาก็มีบรรทัดหนึ่งเปิดค้างไว้ โดยไม่มีใครสั่ง
/Pre-Departure_Mode:ACTIVE
คำเตือน: “จงจดจำทุกอย่างให้ได้”
แสงอ่อนๆจากโคมไฟยังส่องอยู่ เหมือนเป็พยานเงียบให้สัญญาณชีพที่เตรียมจะเลือนหาย…แต่ไม่มีใครกล้าพูดคำว่า“ใกล้เข้าสู่มรณา” ออกมาตรงๆ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเงาดำแห่งมฤตยูกำลังจะเคลื่อนผ่านชะตากรรมของเธอ
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
