เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 32 หลุมพราง

          กายของโยเฮยังคงสั่นเทา  ดวงตาก็แลเหลือกลานด้วยความหวาดกลัว เพราะสิ่งที่ประสบ  มันออกจะเหนือมนุษย์ไปหน่อย  และอาการดังกล่าวได้ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกผิด  


    “ เอ่อ…..ขอโทษครับที่ทำให้คุณกลัวขนาดนี้”  


    “ มะ…ไม่ใช่แบบนั้นหรอก  อันที่จริง  ผะ…ผมแค่ตกใจนิดหน่อยต่างหาก ”โยเฮรีบบอกปัด  เพราะกลัวเสียฟอร์ม  แต่มือไม้ยังคงสั่นเทา  ทำให้กล้ารู้สึกไม่ดี  กระนั้นเขาก็จำต้องปล่อยเรื่องไปก่อน เพราะมีสิ่งที่สำคัญกว่า 


    “ว่าแต่คุณโยเฮเชื่อหรือยังว่า….ผมทำงานนี้ได้ ” 


    “ ชะ….เชื่อครับ ”โยเฮพยายามบังคับน้ำเสียงให้เป็นปกติ มือขวายกขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า 


    “ อ่า…แล้วเราจะดำเนินการต่อไปยังไง ”กล้ายังคงถามต่อ  น้ำเสียงแลเคร่งเครียด  เพราะนี่เป็นการโจรกรรมครั้งแรกของเขา

               


           โยเฮยอมรับว่าตกใจเหลือประมาณ แต่เขาก็สมกับเป็นนักเลงใหญ่มากประสบการณ์ จึงสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว และพอกลับคืนสู่ความสุขุม ตัวเก๋าแห่งวงการใต้ดินก็เกิดไอเดีย  เลยถามกล้าด้วยกระแสเสียงที่พยายามจะหรี่ต่ำ   


    “ผมไม่รู้มาก่อนว่าคุณเซย่าจะเก่งกาจถึงเพียงนี้  ว่าแต่คุณเคยบอกบอสหรือใครในแก๊งว่ามีความสามารถแบบนี้หรือยัง ” 


    “ อืม…….อ่า….น่าจะยังไม่ได้บอกครับ  เพราะผมเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่วันเอง ” กล้าตอบซื่อๆ  โดยไม่เฉลียวเลยซักนิดว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ในใจ  ซึ่งอาจเป็นเพราะเด็กหนุ่มผู้นี้มีวัยเพียง 13 จึงยังอ่อนต่อโลกอยู่มาก 


    “ หึ  หึ  หึ  งั้นก็เข้าทาง ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่คาด  เราก็จะได้เป็นใหญ่เสียที” โยเฮหัวเราะชั่วร้าย ในหัวคิดใช้กล้านำพาไปสู่ความรุ่งโรจน์ 


    ……………………………

    (เวลาสามทุ่ม)

             

           กล้ายืนตีหน้ามึนตรงกระจกบานใหญ่ สองตาเหม่อมองสารรูปของตนเอง ที่บัดนี้อยู่ในชุดหนังรัดรูปสีดำ ด้านนอกมีเกราะอ่อนเบาบางที่ทำมาจากคาร์บ่อนไฟเปอร์ ทำให้ดูคล้ายสายลับผสมคอมมานโด 


    “ เฮ้อ…..นี่ถ้าได้สะพายปืนด้วย  เราก็คงเหมือนหน่วยรบพิเศษในเกมเคาน์เตอร์สไตร์ค ” กล้าถอนหายใจเบาๆ  เขารู้สึกไม่ดีเอาซะเลย  เพราะอีกไม่นาน  ก็จะต้องไปทำปฏิบัติการลับ 


    ……………………….

             

           กล้าออกมาจากที่พักด้วยการปีนหน้าต่าง พอถึงดาดฟ้า  เขาก็อาศัยวิชาตัวเบา  กระโดดไปตามหลังคาบ้านเรือน โดยใช้ความมืดมิดยามราตรีบดบังร่างกาย  จุดมุ่งหมายคือ……โกดังใหญ่ของชาวแก๊ง 


    “ อืม…..ถึงจะเสียวไปหน่อย แต่ก็ตื่นเต้นไปอีกแบบ  ต้องขอบคุณเซย่าที่ให้ร่างกายนี้ เลยโลดโผนได้ไม่ต่างจากจอมยุทธ์ในหนังจีนกำลังภายใน ” กล้าบอกตัวเองในใจ  ก่อนจะหยุดยืนอยู่บนหลังคาทรงเหลี่ยม พร้อมยกมือขวาขึ้นมาดูเวลาจากนาฬิกาทหารรมดำที่โยเฮเป็นคนหามาให้ 


    “ อืม….เวลาสามทุ่มเศษแล้ว  ว่าแต่ใกล้ถึงจุดหมายรึยัง เพราะคุณโยเฮนัดเราไว้ตอนสามทุ่มครึ่ง ” กล้าพิจารณาอยู่อึดใจ  จากนั้นก็กดปุ่มบนนาฬิกาเรือนนั้น ทำให้ภาพแผนที่เมืองปรากฏบนหน้าจอ 


    “ เอ…ถ้าจำไม่ผิด ตัวเราน่าจะเป็นจุดแดงที่กะพริบอยู่  ส่วนโอโลแกรมภาพตึกที่ไฮไลท์สีเหลืองก็น่าจะเป็นโกดังเก็บของที่เป็นเป้าหมาย อืม…..เมื่อดูจากระยะทาง  คงอยู่ห่างออกไปไม่กี่ช่วงตึก ” กล้ามองแผนที่สลับสถานการณ์จริง ทำให้คาดคะเนได้ไม่ยาก  เลยกระโดดไปตามตึกต่อ เพื่อเดินทางถึงที่หมายให้ทันเวลา 


    …………………………..

               

           กล้ามาถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อย เขายืนสำรวจเหตุกาณ์อยู่บนตึกสูงสามชั้นซึ่งห่างจากเป้าหมายประมาณ 30 เมตร  เลยพบว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าที่คิด 


    “ โห…..แล้วเราจะเผาไหวมั้ยเนี่ย เพราะเท่าที่คำนวณ   มันน่าจะสูงไม่ต่ำกว่าตึกห้าชั้น” กล้าพูดจบ  ก็หยิบหูฟังไร้สายขนาดจิ๋วจากกระเป๋ากางเกงออกมา แล้วนำไปเสียบหู  เพื่อติดต่อโยเฮ 


    “ ถึงที่หมายแล้วครับ  คุณโยเฮจะให้ผมทำยังไงต่อ ” 


    “ ซ่า……แซ่ด……” เสียงซ่าพุ่งมาตามสายอยู่นานหลายอึดใจ ก่อนจะมีเสียงของโยเฮแทรกเข้ามา 


    “ คุณเซย่าถึงแล้วหรือครับ  ขอบคุณมาก  ยังไงช่วยรอซักครู่แล้วกัน  พวกผมขอเวลาเตรียมสถานที่ซักครู่ ” 

             


           คิ้วหนาๆของกล้าเริ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เพราะทีแรกตกลงกันว่า…ถ้าถึงโกดังเมื่อไหร่ ก็ลงมือเผาเมื่อนั้น  โดยโยเฮจะทำการไล่ทุกคนออกไป  จะได้ไม่มีใครตายในงานนี้ แต่เขาก็ไม่ได้พูดคำใด และปล่อยให้นักเลงจอมเก๋าจัดการต่อไป   


    “ ก็ดูแปลกๆอยู่นะ  แต่คุณโยเฮคงไม่โกงเราหรอก เพราะเขาดูจริงใจกับเราขนาดนั้น ” 


    ……………………..

               

            ในเวลาใกล้กัน บอสใหญ่ก็นั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้หนัง ดวงตาเหม่อมองกระจกเงาบานมหึมา  ซึ่งกินพื้นที่ถึงครึ่งผนังห้องด้านหนึ่ง   แผ่นหลังเอนไปข้างหลังเล็กน้อย ในใจคิดคำนึงถึงหลากหลายวิธีที่จะทำให้แก๊งของตนเองก้าวไปอีกขั้น 


    “ อืม…จะทำยังไงดีนา  เพราะก๊วนของเรายังใหญ่แค่ในเมือง  ซึ่งไม่พอ  อย่างน้อยปลายปีนี้ต้องครองพื้นที่ให้ได้หนึ่งจังหวัด ” 

              


           และในระหว่างนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของโนบุโระก็ดังขึ้น หนุ่มหล่อผมทองจึงเลื่อนสายตาไปดู  เลยพบว่า….โยเฮเป็นคนโทรมา 


    “ เอ๊ะ! หมอนั่นโทรมาทำไม หรือเจ้าเด็กหนุ่มที่เข้าใหม่จะมีปัญหาอีก ” 

              


           เพื่อให้ความสงสัยถูกขจัด บอสใหญ่รูปหล่อก็รับโทรศัพท์  แล้วร้องทักเสียงขรึม 


    “ ว่ายังไง  โยเฮมีปัญหาอะไรมั้ย ” 


    “ สวัสดีครับ  เจ้านาย  ส่วนเรื่องปัญหาก็พอมีนิดหน่อย  แล้วผมจะเล่าให้ท่านฟัง ” นักเลงจอมเก๋าเข้าเรื่องทันที  ทำให้โนบุโระรีบรับฟังอย่างตั้งใจ ปากก็ร้องเร่ง 


    “ รีบเล่ามาเร็วๆเลย ”          

                


           จากนั้นโยเฮก็เริ่มเล่าเรื่องที่กล้าคิดจะบุกเผาโกดังลับ  ซึ่งใช้เก็บของมีค่าทั้งปวงของชาวแก๊ง มันทำให้โนบุโระโกรธจัดจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน 


    “ กร็อด……..บัดซบที่สุด  เพิ่งเข้าร่วมได้ไม่เท่าไหร่  ก็บังอาจทรยศชั้นซะแล้ว  เห็นทีต้องสั่งสอนให้รู้สำนึก  ส่วนแก  ชั้นขอบใจมากที่ยังภักดี คอยตามข่าวไอ้เด็กบ้านั่นต่อไป  มีอะไรเปลี่ยนแปลง  ให้โทรมารายงาน ” โนบุโระสบถหนัก แต่ก็ไม่วายจะออกคำสั่ง 


    “ ขอรับ เจ้านาย  ผมจะรับใช้ท่านด้วยชีวิต ”นักเลงจอมเก๋าตอบนอบน้อม แต่ปลายน้ำเสียงกลับเจือบางอย่างที่ชวนขนลุก ทว่าบอสใหญ่กลับไม่สังเกต  เพราะมัวแต่โกรธจัด 


    “ ฮึ่ม……กูจะทำให้มึงสำนึกเสียใจที่ต้องเกิดมา  จนเรียกหาความตายจากกู ” 


    ………………………..

               

           ทางด้านกล้าก็มัวแต่นั่งขัดสมาธิบนหลังคาอยู่เงียบๆ  ดวงตาจ้องมองท้องนภาที่มีแสงดาวพร่างพราว ทำให้รู้สึกว่ามันสวยงาม  ราวว่านั่นคืออัญมณีแห่งธรรมชาติที่ไม่มีวันตาย 


    “ เฮ้อ….จะว่าไป  เราเองก็ไม่เห็นดาวเต็มฟ้าแบบนี้มาตั้งนานแล้ว  นั่นก็เพราะที่บ้านเกิดมีแต่ควันพิษและความวุ่นวาย ” กล้าถอนหายใจ  มโนทวารหวนระลึกถึงหลายคนที่ห่วงใย ไม่ว่าจะเป็นพ่อ  แม่ ไหนจะเพจการ์ตูนเซนต์เซย่าที่เขาเป็นแอดมิน สุดท้ายก็ย้อนระลึกถึง “อัยย์” 


    “ เธอจะหายโกรธเรารึยังนะ  เพราะว่าเรากล้าหาญขึ้นมานิดหน่อยแล้ว ” 

              


           ทว่ากล้าไม่รู้เลยว่าตนเองกำลังจะโดนจอมเจ้าเล่ห์อย่างโยเฮหักหลัง  เลยได้แต่ทอดอาลัยด้วยความไร้เดียงสา จากนั้นก็วาดภาพฝันในใจ แล้วดื่มด่ำไปกับมันตามประสาเด็กหนุ่มที่เพ้อละเมอไปวันๆ 


    “ อืม…ซักวัน ผมจะกลายเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว  และจะไป….อ่า…เอ่อ….บอกรักคุณ หลังจากนั้น  พวกเราก็……..” ถึงตรงนี้  ใบหน้าของกล้าเริ่มแดงก่ำ เพราะภาพในสมองต่อจากนี้ค่อนข้างจะอินเลิฟ  แต่เด็กหนุ่มมีความสุขกับจินตนาการได้ไม่นาน  โยเฮก็ติดต่อมา 


    “ โอเค ทีมของผมเซ็ตระเบิดเรียบร้อยแล้ว เชิญคุณเข้าไปจุดมันในโกดังได้เลย ” 


    “ อ้า…ดะ….ได้ครับ  ผะ…ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ ” กล้าลุกขึ้นยืน ถ้อยวาจาดูติดขัดอยู่หน่อยๆ เพราะนี่คือจารกรรมครั้งแรกของเขา แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะมีสมองอยู่บ้าง เลยฉุกคิดถึงบางอย่าง 


    “ เอ๊ะ! เดี๋ยวนะครับ  ถ้าทีมของคุณโยเฮเข้าไปเซ็ตระเบิดในโกดัง  แล้วทำไมไม่จุดมันซะเลยล่ะ  อีกประการ  เรามาวางเพลิงโกดังที่ไร้ผู้คน ทำไมต้องใช้ระเบิด เพราะเจ้าสิ่งนั้นอาจทำให้ตัวอาคารยับเยินจนสร้างความเสียหายให้แก่บ้านที่อยู่ใกล้ๆ” 

             


           ปลายสายเงียบไปนิดนึง  คล้ายว่าจะตรึกตรองหาคำตอบ  ไม่นาน  ก็เริ่มอธิบายอย่างใจเย็น 


    “ สาเหตุที่ต้องใช้ระเบิด  เพราะโกดังเก็บของนั้นกว้างเกินไป แถมยังทำมาจากปูนซะ 90 เปอร์เซ็นต์  ไฟอาจสร้างความเสียหายได้ไม่มาก และเผาได้ไม่นาน  ก็จะมีกองทัพนักดับเพลิงมาช่วยกันดับ  ด้วยบอสนั้นเป็นผู้ยิ่งใหญ่อันดับหนึ่งที่ทุกคนในเมืองต้องเกรงใจ ” 

                


            กล้าเริ่มรู้สึกว่าสมเหตุสมผล  อึดใจต่อมา  โยเฮก็ชี้แจงต่อ 


    “ ส่วนสาเหตุที่พวกผมไม่บึมมันด้วยตัวเอง  เพราะระเบิดที่นำไปวางเป็นแบบต้องเดินไปกด จากนั้นต้องเผ่นให้พ้นรัศมีภายในเวลาแค่สิบวินาที ถ้าไม่มีความเร็วขนาดคุณเซย่า  ก็คงหนีไม่รอด ” 


    “ อืม……ก็มีเหตุผลนะ  ว่าแต่ทำไมคุณโยเฮถึงเลือกใช้ระเบิดแบบนี้ล่ะ ระดับเขาน่าจะหายุทโธปกรณ์ที่ดีกว่านี้ได้ อย่างเช่นระเบิดรีโมทที่ควบคุมจากระยะไกล ” กล้ายังมีข้อสงสัย  แต่ไม่ทันได้กล่าว  โยเฮก็ให้คำตอบ  ราวกับรู้ว่าเด็กหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่ 


    “และที่หาอุปกรณ์ได้แค่นี้  เพราะเรามีเวลาจำกัด ถ้าให้เตรียมตัวซักอาทิตย์  ผมคงหาของที่ดีกว่านี้ได้  แต่สองปู่หลานนั่นน่าจะรอไม่ไหว คงมีอันเป็นไปซะก่อน ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน