ท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด แสงสว่างวาบหนึ่งพลันปรากฏขึ้น มันไม่ได้อบอุ่นหรืออ่อนโยน หากแต่เป็แสงสีแดงฉานที่เจิดจ้าเสียดแทง ก่อนจะกลืนกินทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว
"อั่ก!"
หลงเฟยสะดุ้งเฮือก ร่างกายกระตุกอย่างแรงเหมือนถูกไฟช็อต ดวงตาเบิกกว้าง ทว่าสิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่โรงพยาบาลหรือแสงไฟสลัวของห้องไอซียูอย่างที่ควรจะเป็ ตรงกันข้าม เขากำลังนอนอยู่บนแผ่นหินเย็นเฉียบเบื้องล่าง โอบล้อมด้วยผนังถ้ำที่ชื้นแฉะ มีหยดน้ำเกาะพราวเหมือนหยาดน้ำค้าง ก่อนจะร่วงหล่นกระทบพื้นดินเปล่าเปลือย กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินคละคลุ้งจมูก ในความมืดสลัวนั้น เขาเห็นเงาร่างบางอย่างที่ดูคล้ายรากไม้ขนาดมหึมาทอดยาวเป็เถาวัลย์พันธนาการทั่วร่าง
"เกิดอะไรขึ้น... นี่มันที่ไหน?" เสียงของเขาแหบพร่าและฟังดูไม่คุ้นเคย มันไม่ใช่เสียงของเขา!
ความทรงจำสุดท้ายที่หลงเฟยรับรู้คือการที่เขาถูกรถบรรทุกพุ่งชนอย่างจังขณะข้ามถนน ภาพสุดท้ายคือความเ็ปอันแสนสาหัสและโลกที่หมุนเคว้ง ก่อนทุกอย่างจะมืดดับไป แล้วทำไม... ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?
ทันใดนั้น ภาพที่ไม่ใช่ของเขาเองก็ถาโถมเข้าสู่ห้วงความคิด มันเป็ภาพของาครั้งใหญ่ ไฟแห่งปีศาจเผาผลาญ์ ซากศพของทวยเทพและอสูรเกลื่อนกลาด ผืนฟ้าฉีกขาด ปฐีล่มสลาย และใจกลางของหายนะทั้งหมดคือร่างสูงใหญ่ กำยำ ั์ตาสีแดงฉาน ผมดำขลับปลิวไสว ทั่วร่างอาบย้อมไปด้วยโลหิตของศัตรู นั่นคือ... ม่อหลง! าาปีศาจผู้เคยสั่นะเืสามโลก!
ภาพเ่าั้ฉายผ่านไปรวดเร็วจนน่าเวียนหัว ก่อนจะมาหยุดลงที่ฉากที่ม่อหลงยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง พร้อมกับพลังงานมหาศาลที่ะเิออกจากร่าง พลังงานนั้นไม่ได้มุ่งทำลาย หากแต่เป็การ ผนึกตัวเอง! ใช่แล้ว ม่อหลงเลือกที่จะผนึกตนเองพร้อมกับพลังแห่งหายนะบางส่วนที่หลุดรอดมาจาก จ้าวิญญามืด เฮยอู่ อดีตสหายที่ผันตัวเป็ศัตรู เพื่อหยุดยั้งหายนะที่แท้จริงไม่ให้กลืนกินสามโลก แต่การกระทำอันยิ่งใหญ่นี้กลับถูกบิดเบือน ถูกตราหน้าว่าเป็ความพ่ายแพ้ของาาปีศาจ และถูกผนึกไว้ในเงามืดนานนับพันปี
"ข้า... คือม่อหลง?" หลงเฟยพึมพำกับตัวเอง ไม่สิ! เขาคือหลงเฟย! แต่ทำไมความทรงจำของม่อหลงถึงได้หลั่งไหลเข้ามาในหัวเขาเช่นนี้? นี่มันบ้าไปแล้ว! เขากำลังทะลุมิติมาอยู่ในร่างของาาปีศาจงั้นรึ?!
ร่างของเขาที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยรากไม้โบราณค่อยๆ ขยับ ม่อหลงในร่างหลงเฟยพยายามดิ้นรน แต่พลังยุทธของาาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่กลับเหลืออยู่เพียงน้อยนิด มันถูกผนึกไว้แทบทั้งหมด รากไม้เ่าั้ไม่ใช่แค่พันธนาการทางกายภาพ แต่ยังเป็ม่านพลังที่คอยกดทับพลังของเขาไว้
หลังจากลองขยับร่างกายอยู่ครู่หนึ่ง หลงเฟยก็ยอมแพ้ เขาััได้ถึงความอ่อนแอที่กัดกินร่างนี้ แต่สิ่งที่เหนือกว่าความอ่อนแอทางกายคือความเหนื่อยล้าทางจิตใจของม่อหลงที่ส่งผ่านมาถึงเขา ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ การถูกทรยศ และการถูกลืมเลือน
"ช่างเถอะ... จะเป็ม่อหลงหรือหลงเฟยก็แล้วแต่เถอะ" เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ"
ด้วยความคิดเช่นนั้น พลังบางอย่างในตัวหลงเฟยก็ค่อยๆ ปลดเปลื้องพันธนาการจากรากไม้ออกอย่างช้าๆ ใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม รากไม้แห้งเหี่ยวลงจนกลายเป็ฝุ่นผง เมื่อเป็อิสระ หลงเฟย (ในร่างม่อหลง) ก็เดินออกจากถ้ำอันมืดมิดนั้น มุ่งหน้าสู่แสงสว่างภายนอกที่สาดส่องลงมา
เขาพบว่าตนเองอยู่บนยอดเขาอันห่างไกล มองลงไปเห็นผืนป่าเขียวขจีทอดยาวสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศสงบเงียบ ปราศจากความวุ่นวายของโลกที่เขาจากมา เขาตัดสินใจที่จะสร้างชีวิตใหม่ที่นี่ โดยหลีกหนีจากความยิ่งใหญ่และภาระของอดีต เขาจะใช้ความรู้จากโลกเดิม ผสมผสานกับสิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้ สร้างสรรค์อะไรบางอย่างที่แตกต่าง
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ "ร้านค้าสามโลก" ร้านค้าเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ ตลอดสิบปีที่ผ่านมา หลงเฟยในร่างม่อหลงใช้ชีวิตเรียบง่ายราวกับมนุษย์ธรรมดา เขาลืมเลือนความยิ่งใหญ่ของาาปีศาจ ปิดบังรัศมีพลังงานทั้งหมดอย่างแเี และหันมาสนใจกับการสร้างสรรค์สินค้าแปลกใหม่ให้กับลูกค้าจากสามโลกที่หลงทางมาที่ร้านของเขา ไม่ว่าจะเป็เทพเซียน ปีศาจ หรืุ์ ทุกคนต่างแปลกใจในสินค้าที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน
เขาสร้างสรรค์ ยันต์เพิ่มความเร็ว ที่ไม่ได้ใช้พลังเซียนหรือปีศาจ แต่ใช้หลักการคล้ายวงจรไฟฟ้าจากโลกเดิม ทำให้ผู้ใช้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นอย่างน่าทึ่ง หรือ ยาอายุวัฒนะ ที่ผสมผสานสมุนไพรหายากเข้ากับเทคนิคการสกัดแบบวิทยาศาสตร์ ทำให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่ายาอายุวัฒนะทั่วไปหลายเท่า แม้กระทั่งชุดเกราะปีศาจที่หลงเฟยประดิษฐ์ขึ้นมา ก็มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อด้วยเทคนิคการถักทอแบบใหม่ที่เขาจำได้จากโลกเดิม สินค้าเหล่านี้ทำให้ร้านค้าสามโลกกลายเป็ที่รู้จักในหมู่ผู้เดินทาง แต่ยังคงเป็เพียงตำนานเล่าขาน ไม่ได้โด่งดังเป็ที่ประจักษ์
ชีวิตของเขาดำเนินไปอย่างสงบสุข พลังของม่อหลงที่ถูกผนึกก็ยังคงหลับใหลอยู่ภายใน หลงเฟยไม่เคยคิดที่จะปลดผนึกมันเลยแม้แต่น้อย เขาพอใจกับชีวิตอันแสนเรียบง่ายนี้
กระทั่งคืนหนึ่ง...
ท้องฟ้าไร้ดาว เมฆหมอกปกคลุม แสงจันทร์เลือนราง หลงเฟยกำลังเก็บกวาดร้าน เตรียมปิดประตูลงกลอน สายลมเย็นะเืพัดผ่านมาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าที่ลอยมาตามลม ไม่นานนัก เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างตกลงมาใกล้ๆ ร้านของเขา
"อั่ก!"
เสียงนั้นแ่เบา แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หลงเฟยต้องรีบวิ่งออกไปดู ด้วยสัญชาตญาณของการเป็มนุษย์ที่เคยมีชีวิตอยู่ในโลกสมัยใหม่ เขาพบร่างของหญิงสาวนางหนึ่งนอนซบอยู่กับพื้นหิน ผมสีเงินสว่างกระจายเต็มพื้น เสื้อผ้าฉีกขาดเผยให้เห็นผิวขาวผ่อง ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ยังคงเค้าโครงความงามอันล่มเมือง กลิ่นหอมที่เขาได้กลิ่นเมื่อครู่รุนแรงขึ้นเมื่ออยู่ใกล้เธอ และมันไม่ใช่กลิ่นดอกไม้ป่า แต่เป็กลิ่นของยาปลุกกำหนัดที่รุนแรง!
หลงเฟยจำได้ทันทีว่านี่คือ ไป๋เยว่ เทพธิดาที่เขาบังเอิญช่วยชีวิตไว้เมื่อสิบปีก่อน การพบกันครั้งแรกของพวกเขาเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่เทพธิดาผู้นี้ถูกวางยาปลุกกำหนัดในงานเลี้ยงบน์และหนีตายลงมายังโลกมนุษย์ นั่นคือคืนที่พลิกผันโชคชะตาของเขาและเธอ
สายตาของไป๋เยว่พร่ามัว ร่างกายของเธอร้อนระอุ เธอพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ล้มลงอีกครั้งอย่างหมดแรง ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับดวงตาของหลงเฟย แม้จะเลือนราง แต่ก็มีความหวาดกลัวผสมผสานกับความสิ้นหวัง
"ช่วย... ช่วยด้วย..." เสียงของเธอขาดห้วง
หลงเฟยไม่ลังเล เขาตรงเข้าไปพยุงร่างของเธอขึ้นมา และในขณะที่มือของเขาัักับผิวของเธอ ความรู้สึกบางอย่างก็แล่นไปทั่วร่าง พลังที่หลับใหลอยู่ในตัวม่อหลงคล้ายจะถูกกระตุ้นอีกครั้ง เพียงชั่วพริบตาเดียว รัศมีสีแดงจางๆ ก็ปรากฏขึ้นรอบกายหลงเฟย ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่ทันสังเกต
คืนนั้น... เป็อีกครั้งที่โชคชะตาเล่นตลกกับพวกเขา ค่ำคืนอันแสนเร่าร้อนผ่านพ้นไปอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันเลือนรางที่ดูเหมือนฝันร้ายสำหรับไป๋เยว่ และความรู้สึกที่ซับซ้อนในใจของหลงเฟย
รุ่งเช้า เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องลงมา ไป๋เยว่จากไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยเช่นเคย ความหวาดระแวงยังคงเกาะกุมจิตใจของเธอ เธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามองหน้าชายผู้ที่ช่วยเธอไว้ เธอหนีไปพร้อมกับความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต...
และ 10 ปีผ่านไป หลงเฟยยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายในร้านค้าสามโลก จนกระทั่ง... "ระบบมหาเทพ" ตื่นขึ้น! มันไม่ใช่การตื่นขึ้นอย่างปกติ แต่เป็การตื่นขึ้นอย่างฉุกเฉิน ราวกับมีภัยคุกคามบางอย่างที่ใหญ่หลวงกำลังจะมาถึง
[โปรดติดตามตอนต่อไป]