ลุงที่ต่อแถวเป็คนแรกกล่าวถามขึ้น
“ข้าเอาปลาไนกับปลาเฉาสองตัวนี้ ตัวมันโตใช้ได้ ราคาเท่าไหร่ล่ะ?”
พอได้ยินจ้าวหยางจื่อยิ้มเจื่อน การคิดราคาช่างเป็เื่ยากเสียจริงในยุคโบราณเช่นนี้ แต่เขาก็พยายามคิดตามขนาดของปลาอย่างยุติธรรมที่สุด
“400อีแปะขอรับ” ปลาสองตัวนี้ค่อนข้างตัวใหญ่ จ้าวหยางจื่อจึงต้องให้ราคานี้ถือว่าพอรับได้
ซึ่งลุงคนนั้นก็พยักหน้าอย่าพึงพอใจ ถึงอย่างไรราคาที่จ้าวหยางจื่อให้มามันถือว่าถูกอย่างมาก ถ้าเทียบกับราคาปลาในเมือง
..
นับั้แ่การซื้อขายคนแรก เวลาผ่านไปหนึ่งจิบชา (15นาที) จ้าวหยางจื่อก็ขายปลาหมดไปหนึ่งตะกร้า ถือว่าเป็การขายที่ดีอย่างมาก จนพ่อค้าแม่ค้าด้วยกันต่างอิจฉา
ที่เขาขายดีเช่นนี้นั้นเป็เพราะไม่มีคู่แข่ง อีกทั้งปลาก็ค่อนข้างจะหายาก ผู้คนส่วนมากที่ตกปลาได้ก็นำไปทำกินเองเสียมากกว่า ไม่นำมาขายเหมือนเขา
อย่างไรก็ตามถึงจ้าวหยางจื่อจะขายปลาไปแล้วหนึ่งตะกร้า ทว่าลูกค้าที่ต่อแถวก็ไม่ลดลงเลย ทำเอาเขารู้สึกไม่ดีอยู่ในใจ เพราะกลัวว่าเหตุการณ์จะเป็เหมือนเมื่อวาน..
หรือว่าควรจะลดการขายปลาหนึ่งตัวต่อคนดี ทุกคนถึงจะได้ปลากันทุกคน..
ระหว่างที่จ้าวหยางจื่อกำลังครุ่นคิดในใจ ทันใดนั้นชายวัยกลางคนที่แต่งตัวภูมิฐานใส่ผ้าฝ้ายราคาแพงก็มาเดินแทรกเข้ามายืนตรงหน้าของจ้าวหยางจื่อ
ซึ่งผู้คนโดยรอบก็ยอมถอยให้แต่โดยดี เพราะไม่อยากมีเื่ให้คนผู้นี้ขุ่นข้องหมองใจ ต่อมาเขากล่าวขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง
“เด็กน้อย เ้าขายปลาให้ข้าได้ทั้งตะกร้าหรือไม่?”
ได้ฟังเช่นนั้นจ้าวหยางจื่อวิตกในใจเพราะไม่อยากมีปัญหา ขณะเดียวกันเขาได้แต่นึกอย่างสงสัยว่าทำไมคนในเมืองผู้นี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ก่อนจะกล่าวปฏิเสธเสียงเบา
“ต้องขออภัยขอรับ ข้าคงทำเช่นนั้นไม่ได้”
“ทำไมรึ!?” ชายวัยกลางคนผู้นั้นคิ้วขมวดอย่างไม่พอใจเมื่อโดนปฏิเสธ เขารู้สึกว่าตนเองโชคดีมากที่เดินทางผ่านหมู่บ้านแห่งนี้ แล้วพบเห็นช่องทางการทำกำไร การโดนขัดขวางทำเอาอารมณ์เสียอย่างมาก!
“ข้าขายสูงสุดให้ท่าได้สามตัวขอรับ?” จ้าวหยางจื่อไม่ใช่คนโง่ เขารู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้้ารับปลาของเขาไปทำกำไรเพิ่มอย่างแน่นอน เขาไม่ทำร้ายตัวเองทางอ้อมแบบนั้นหรอก
ทว่าชายผู้นั้นกลับไม่ยอมง่ายๆ
“หรือว่าเ้ากลัวข้าคดโกง สบายใจได้ข้าไม่ทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน อีกอย่างมันก็เป็การดีไม่ใช่หรือถ้าเ้าขายปลาให้ข้าทั้งหมด เ้าก็จะไม่ต้องมาเสียเวลา”
คำพูดของชายวัยกลางคนผู้นี้ทำเอาพวกชาวบ้านก่นด่าอยู่ในใจ อุตส่าห์มีคนมาขายปลาราคาถูกๆ ให้ทั้งที กลับมีคน้าจะมาทำให้มันราคาสูงขึ้น มีหรือพวกเขาจะพอใจ
จ้าวหยางจื่อเองก็รับรู้อารมณ์ของผู้คนโดยรอบ เขายิ้มแย้มทำสีหน้าใจดีสู้เสือพลางกล่าวขึ้น
“เชิญท่านไปเลือกซื้อจากที่อื่นเลยขอรับ พวกชาวบ้านในหมู่บ้านของพวกเราต่าง้าปลาอยู่หลายคน ถ้าข้าทำให้พวกเขาหมองใจ มันจะไม่เป็การดีต่อตัวข้าขอรับ”
โดนปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชายผู้นี้ก็ะเิอารมณ์
“บัดซบ! เ้ากล้ามากที่ทำให้ข้าโกรธ! ได้! หลังจากนี้เ้ากับข้าต้องเห็นดีกัน!”
พูดข่มขู่จบชายผู้นั้นก็เดินจากไป ไม่แม้กระทั่งจะซื้อปลา เวลานี้เขาอารมณ์เสียอย่างมาก อุตส่าห์พบเจอหนทางทำกำไรก้อนโต กลับทำได้เพียงแค่ยืนมองมัน
เมื่อชายผู้นั้นขึ้นเกวียนวัวแล้วเดินทางจากไป พวกชาวบ้านก็เข้ามารุมล้อมจ้าวหยางจื่อ
“เ้าทำได้ดีมากจื่อหยาง หลังจากนี้ข้าจะมาซื้อปลากับเ้าทุกวันอย่างแน่นอน”
“ใช่ ไม่ต้องกลัวว่าจะขายไม่ได้ ต่อจากนี้ไปข้าจะเป็ลูกค้าประจำของเ้า”
“อย่าไปกลัวคำขู่ของคนผู้นั้นเลย แม้ว่าเขาจะเป็คนในเมือง ทว่าเขาก็เป็แค่คนตัวเล็กๆ เท่านั้น ทำอะไรเ้าไม่ได้อย่างแน่นอน เ้าไม่ต้องสนใจ”
“ใช่ แม้ว่าเขาจะมีเกวียนวัว แต่นั่นไม่ใช่เกวียนของเขาอย่างแน่นอน ข้ามั่นใจเพราะจำได้ว่าเกวียนแบบนี้เป็เกวียนของร้านภัตตาคารในเมือง น้ำหน้าอย่างเขาไม่มีทางมีเกวียนเป็ของตัวเองได้!”
พอมีชาวบ้านให้กำลังใจ จ้าวหยางจื่อก็ใจชื้นขึ้นมาพร้อมกับกล่าวขึ้นอย่างตื้นตัน
“ต่อจากนี้ข้าจะขายปลาให้คนละหนึ่งตัว เพื่อที่ทุกคนจะได้ซื้อปลากับข้าได้”
“โอ้ เป็ความคิดที่ดี ทุกคนจะได้ไม่ต้องเสียใจที่ไม่ได้ซื้อปลา”
หลังจากนั้นจ้าวหยางจื่อก็ขายปลาต่อ อย่างไรก็ตามถึงเขาจะขายปลาเป็หนึ่งตัวต่อคนแล้ว ทว่าก็มีคนมากกว่าจำนวนปลาอยู่ดี ทำให้บางคนไม่ได้ซื้อปลาอีกแล้วในวันนี้
ซึ่งคนที่ซื้อไม่ได้ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา เขาอุตส่าห์ยืนรอตั้งนาน พอเห็นว่าในตะกร้าวังมีปลาอยู่เขาก็พูดอย่างเ็า
“เ้าเหลือถึงปลาถึงสองตัว ทำไมถึงไม่ขายให้พวกข้า”
“เอ่อ ข้าจะนำมันไปฝากท่านยายหานน่ะขอรับ”จ้าวหยางจื่ออธิบายเหตุผลอย่างนอบน้อม
พอชาวบ้านได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็ไม่เซ้าซี้อีกต่อไป เพราะทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ดี กว่าจ้าวหยางจื่อจะโตขนาดนี้ได้ ก็เป็เพราะท่านยายหานภรรยาของผู้ใหญ่บ้าน พวกเขารู้ดีว่าไม่ควรไปขัดขวางการสำนึกบุญคุณของคนอื่น..
..
พอจ้าวหยางจื่อเดินมาถึงบ้านของผู้ใหญ่บ้านก็เป็่กลางยามเฉิน (07:00-08:59 น.)
เวลานี้ท่านยายหานตื่นเรียบร้อยแล้ว ขณะที่เดินมาเขาสังเกตเห็นท่านยายหานออกมานั่งรับแดดในยามเช้าตรงหน้าบ้าน ก็พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
“ท่านยาย..”
“โอ้ จื่อหยางเองรึ เ้ากินอะไรมาหรือยัง แล้วนั่นหอบอะไรมา” เมื่อพบเห็นจ้าวหยางจื่อ ท่านยายหานก็ยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น
“ยังเลยขอรับ อ้อทั้งสองตะกร้านี้ข้าเอาปลามาขายขอรับ”
“งั้นหรือ แล้วทำไมเ้าไม่เก็บไว้กินเอง”
“ข้าจับได้เยอะมากน่ะขอรับเลยนำไปขาย อ้อท่านยาย ข้าเอาปลามาฝากท่านด้วยนะขอรับ”
ท่านยายหานยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่ก็รับไว้แต่โดยดี เพราะคิดว่าจ้าวหยางจื่อจับปลาได้มากจริงๆ
“เด็กดีๆ”
จ้าวหยางจื่อยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนที่จะกล่าวขึ้นอีกครั้ง
“ข้าขอลานะขอรับ ข้าชักเริ่มหิว..”
“งั้นกินอาหารที่บ้านข้าก่อนสิ”
“ไม่เป็ไรขอรับ ป่านนี้ซวนเอ๋อร์คงทำอาหารไว้รอแล้ว ถ้าข้าไม่ไปทานด้วยคงเป็เื่แน่ขอรับ”
“ไปเถอะ”
ั้แ่ต้นจนจบ ท่านยายหานไม่เคยหุบยิ้มเลยสักครั้ง เธอคงภูมิใจอย่างมากที่มองคนไม่ผิดไป..
ขณะเดียวกันภายในบ้าน สะใภ้ซูเหวินที่แอบมองแผ่นหลังของจ้าวหยางจื่อผ้านทางหน้าต่างก็กัดฟันอย่างไม่พอใจ
‘เ้าเด็กบ้า ทำไมไม่เอาปลามาฝากตอนเช้ามืดเหมือนวันก่อน เช่นนั้นข้าก็แอบแบ่งไปให้บ้านเดิมไม่ได้น่ะสิ!’
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel