ความมืดมิดปกคลุมเมืองเทียนเหยา หลงเฟยเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมเพียงลำพัง เขาก้าวไปตามถนนที่เงียบสงัด มุ่งหน้าสู่จวนเ้าเมืองเทียนเหยา พลังปีศาจของเขาถูกปกปิดไว้อย่างแเี ไม่มีผู้ใดสามารถััได้ถึงรัศมีที่น่าสะพรึงกลัวนั้น
ในขณะเดียวกัน ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมือง ไป๋เยว่กำลังนั่งเฝ้าหลิงเอ๋อร์ที่หลับใหลอยู่บนเตียง แม้จะพยายามสงบจิตใจ แต่ความกังวลก็ยังคงเกาะกุม เธอรู้ดีว่าหลงเฟยกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่ธรรมดา
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ ไป๋เยว่สะดุ้งเล็กน้อย เธอเดินไปเปิดประตูด้วยความระมัดระวัง และสิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอต้องเบิกตากว้าง
ชายหนุ่มในชุดสีขาวสะอาด ใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยน มีรอยยิ้มอบอุ่นประดับอยู่บนใบหน้า เขาคือ หลี่ิ เทพเซียนหนุ่มที่เคยปรากฏตัวเมื่อสิบปีก่อน และเป็ผู้ที่เคยเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือเธอและหลิงเอ๋อร์จากการตามล่าของเทียนหลง
"เทพธิดาไป๋เยว่... ในที่สุดข้าก็ได้พบท่านอีกครั้ง" หลี่ิเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและอ่อนโยน "ข้าได้ยินข่าวลือว่ามีเทพธิดาหนีมาจาก์ ข้าจึงเร่งติดตามมาด้วยความเป็ห่วง"
ไป๋เยว่รู้สึกประหลาดใจที่หลี่ิจะมาปรากฏตัวที่นี่ใน่เวลาแบบนี้
"หลี่ิ... ท่านมาทำอะไรที่นี่?" ไป๋เยว่ถามด้วยความระแวงเล็กน้อย แม้จะเคยได้รับการช่วยเหลือ แต่ความระแวงที่ฝังลึกจากประสบการณ์เลวร้ายในอดีตก็ยังคงอยู่
"ข้าเพียงแค่เป็ห่วงท่านพะยะค่ะ" หลี่ิยิ้ม "ข้าได้ยินมาว่าท่านกำลังถูกตามล่า และดูเหมือนจะมีภัยบางอย่างเกิดขึ้นในเมืองเทียนเหยา ข้าจึงอยากจะเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือท่าน"
ไป๋เยว่นิ่งเงียบ เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นใจเล็กน้อยจากคำพูดของหลี่ิ แต่ก็ยังคงลังเล
"ข้า... ไม่เป็ไรหรอก" ไป๋เยว่ตอบ
หลี่ิมองเลยเข้าไปในห้อง และเห็นหลิงเอ๋อร์ที่กำลังหลับอยู่บนเตียง ดวงตาของเขาฉายแววบางอย่างที่ยากจะอ่านออก
"บุตรีของท่านน่ารักมากพะยะค่ะ" หลี่ิเอ่ย "ข้าััได้ถึงพลังงานบางอย่างที่บริสุทธิ์และพิเศษจากนาง นางคงเป็ผู้ที่มีบุญสัมพันธ์กับ์อย่างยิ่ง"
ไป๋เยว่รู้สึกไม่สบายใจกับคำพูดของหลี่ิ เธอรู้ดีว่าพลังของหลิงเอ๋อร์มีความพิเศษ แต่การที่หลี่ิจะััได้ถึงพลังนั้นได้อย่างง่ายดาย ทำให้เธอรู้สึกว่าเขาไม่ใช่เทพเซียนธรรมดา
"ข้าต้องขอโทษด้วยพะยะค่ะที่ต้องรบกวนในยามวิกาล" หลี่ิเอ่ยอย่างสุภาพ "แต่ข้าอยากจะเตือนท่านว่าพลังมืดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในเมืองนี้ และมันอาจจะเป็อันตรายต่อท่านและบุตรีของท่าน"
ไป๋เยว่ขมวดคิ้ว "ท่านหมายถึงอะไร?"
"ข้าััได้ถึงกลิ่นอายของพลังปีศาจที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง" หลี่ิกล่าว "มันเป็พลังที่คุ้นเคย ราวกับว่าข้าเคยััได้เมื่อนานมาแล้ว... และมันไม่เป็ผลดีต่อโลกนี้แน่นอน"
คำพูดของหลี่ิทำให้ไป๋เยว่ใจหายวาบ เธอรู้ดีว่าหลี่ิกำลังหมายถึงพลังของหลงเฟย เธอไม่รู้จะอธิบายให้หลี่ิฟังได้อย่างไรว่าพลังปีศาจที่เขาพูดถึงนั้นไม่ได้เป็ภัยอย่างที่เขาคิด
"ข้า... ข้าคิดว่าท่านเข้าใจผิดแล้ว" ไป๋เยว่พยายามจะปฏิเสธ
หลี่ิยิ้มบางๆ "ข้าหวังว่าจะเป็เช่นนั้นพะยะค่ะ แต่ความระมัดระวังไม่เคยทำร้ายผู้ใด หากท่าน้าความช่วยเหลือเมื่อใด โปรดเรียกหาข้าได้เสมอ"
หลังจากกล่าวจบ หลี่ิก็โค้งคำนับเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ไป๋เยว่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ความกังวลในใจของเธอยิ่งทวีคูณ ไม่ใช่แค่เื่เ้าเมืองเทียนเหยา แต่เป็เื่ของหลงเฟยและหลี่ิที่กำลังจะมาพัวพันกัน
ในขณะเดียวกัน หลงเฟยก็มาถึงจวนเ้าเมืองเทียนเหยา เขาััได้ถึงพลังเซียนที่แข็งแกร่งกว่าเ้าเมืองชิงหลงหลายเท่าแผ่กระจายออกมาจากจวนแห่งนี้
"ดูเหมือนภารกิจนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิด" หลงเฟยพึมพำกับตัวเอง
เขาไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าไปในจวนอย่างรวดเร็ว เสียงสัญญาณเตือนภัยดังก้องขึ้นเมื่อการบุกรุกถูกตรวจจับ ทหารและองครักษ์จำนวนมากกรูกันเข้ามาล้อมรอบตัวเขา
"ผู้ใดกล้าบุกรุกจวนเ้าเมืองเทียนเหยา!" หัวหน้าองครักษ์คำราม
หลงเฟยไม่ได้ตอบโต้ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ร่างกายของเขายังคงปกปิดพลังปีศาจไว้ แต่ดวงตาของเขากลับเปล่งประกายสีแดงจางๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
"ข้าไม่้าทำร้ายพวกเ้า" หลงเฟยเอ่ยเสียงเรียบ "จงออกไปจากที่นี่ซะ"
ทหารและองครักษ์หัวเราะเยาะ "ฮ่าๆๆ! เ้ามนุษย์โง่เขลา! กล้าพูดจาโอหังกับพวกข้า! จัดการมัน!"
ทหารและองครักษ์พุ่งเข้าใส่หลงเฟยอย่างพร้อมเพรียง หลงเฟยถอนหายใจเล็กน้อย เขาไม่้าที่จะใช้พลังปีศาจสังหารผู้บริสุทธิ์ แต่พวกเขาก็เป็อุปสรรค
เขาหลบหลีกการโจมตีอย่างรวดเร็วราวกับเงา แตะเพียงเบาๆ บนร่างของทหารแต่ละคน พลังจิตที่เพิ่งถูกปลดผนึกไปเล็กน้อยถูกใช้ในการสะกดจิต ทำให้ทหารเ่าั้สลบไปในพริบตา โดยไม่ได้รับาเ็ใดๆ
หัวหน้าองครักษ์ถึงกับใ เขามองลูกน้องที่ล้มลงไปนอนหมดสติอย่างไม่เชื่อสายตา
"เ้า... เ้าใช้พลังอะไร!"
หลงเฟยไม่ได้ตอบ เขาเดินตรงเข้าไปหาหัวหน้าองครักษ์ พลังจิตของเขากดดันอย่างรุนแรง ทำให้หัวหน้าองครักษ์ถึงกับทรุดลงคุกเข่า ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"เ้าเมืองเทียนเหยาอยู่ที่ไหน?" หลงเฟยถามเสียงเย็น
หัวหน้าองครักษ์พยายามจะพูด แต่เสียงของเขาติดอยู่ในลำคอ
หลงเฟยไม่รอช้า เขาสะกดจิตหัวหน้าองครักษ์ เพื่อดึงข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของเ้าเมืองเทียนเหยาออกมา
เมื่อได้ข้อมูลที่้า หลงเฟยก็มุ่งหน้าไปยังห้องโถงลับที่เ้าเมืองเทียนเหยาใช้ฝึกฝนพลัง เขาเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยพลังเซียนที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
เ้าเมืองเทียนเหย่ากำลังนั่งสมาธิอยู่บนแท่นหินสีดำ เมื่อเขาััได้ถึงการมาเยือนของหลงเฟย เขาก็ลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาของเขาฉายแววเ็าและอำมหิต
"ในที่สุดเ้าก็มาถึง" เ้าเมืองเทียนเหยาเอ่ยเสียงเรียบ "ข้ารอเ้ามานานแล้ว"
หลงเฟยขมวดคิ้ว "เ้ารอข้า?"
"ใช่แล้ว" เ้าเมืองเทียนเหยาตอบ "ข้าััได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แปลกประหลาดที่เข้ามาในเมืองของข้า พลังที่แข็งแกร่ง... และคุ้นเคย ราวกับพลังของ... าาปีศาจม่อหลง!"
หลงเฟยใเล็กน้อย "เ้ารู้ได้อย่างไร?"
"ฮ่าๆๆ! เ้าคิดว่าข้าเป็เพียงเทพเซียนกระจอกๆ อย่างนั้นรึ!" เ้าเมืองเทียนเหยาหัวเราะเยาะ "ข้าเคยต่อสู้กับาาปีศาจม่อหลงในาเมื่อพันปีก่อน ถึงแม้ข้าจะพ่ายแพ้ แต่ข้าก็จดจำพลังของเ้าได้ดี!"
หลงเฟยจ้องมองเ้าเมืองเทียนเหยาด้วยความประหลาดใจ เ้าเมืองผู้นี้ไม่ใช่แค่เทพเซียนธรรมดาอย่างที่เขาคิด แต่เป็หนึ่งในอดีตศัตรูของม่อหลง!
"ดูเหมือนว่านี่จะเป็การต่อสู้ที่แท้จริง" หลงเฟยเอ่ยเสียงเย็น
พลังปีศาจสีแดงเข้มปะทุออกมาจากร่างของหลงเฟยอย่างรุนแรง บรรยากาศภายในห้องโถงเปลี่ยนไปทันที แสงสว่างจางหายไป ความมืดมิดเข้าปกคลุม และพลังปีศาจอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
เ้าเมืองเทียนเหยามองหลงเฟยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและความมุ่งมั่นที่จะแก้แค้น ราวกับว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปกป้องเมือง แต่เป็การล้างแค้นส่วนตัวสำหรับความพ่ายแพ้ในอดีต
[โปรดติดตามตอนต่อไป]